เย่เฉินได้ตระเวนไปทั่วเขาใช้เวลาถึงหนึ่งวันเต็มกว่าจะกลับมาถึงสำนักเหิงเยว่
ผลักประตูสวนแห่งวิญญาณออกขณะที่เขากำลังจะเข้าไป กลับมองเห็นสิ่งของกระจัดกระจายเต็มไปทั่วทั้งสวนแม้แต่ต้นผลไม้วิญญาณก็ถูกตัดโค่นลง
“นี่มันเกิดอะไรขึ้น”เย่เฉินรีบวิ่งเข้าไปในบ้าน ก็พบว่าหู่หวาและจางเฟิงเหนียนไม่ได้อยู่ที่นี่แม้แต่นกวิญญาณเสี่ยวอิงก็หายไปด้วยเช่นกัน
“หลังจากข้าออกไปมันเกิดอะไรขึ้นกันแน่”ในใจของเย่เฉินมีลางสังหรณ์บางอย่าง เขาจึงรีบกระโดดออกจากสวนแห่งวิญญาณและรีบมุ่งหน้าไปยังภูเขาวิญญาณของสำนักเหิงเยว่
ทันทีที่เขาขึ้นไปถึงภูเขาวิญญาณก็มีเหล่าบรรดาศิษย์สำนักเหิงเยว่จ้องมองมาที่เขา
เอ๊ะ?
“เย่เฉินกลับมาแล้วหรือ?”
“เขากลับมาแล้วหลายวันมานี้ตอนที่เขาไม่อยู่ เจ้าเด็กที่ชื่อหู่หวาถูกทรมานอย่างน่าอนาถมาก”
“แล้วยังมีจางเฟิงเหนียนกับนกวิญญาณตัวนั้นด้วยก็ถูกทำร้ายจนเกือบตาย”
ได้ยินดังนั้นสมองของเย่เฉินก็ส่งเสียงดังเวิงวังสั่นสะท้าน
จากคำพูดของศิษย์เหล่านี้ก็พอจะบ่งชี้ได้แล้วว่ามีบางอย่างเกิดขึ้นในสวนแห่งวิญญาณในช่วงที่เขาไปเข้าร่วมการประมูลที่ตลาดมืดอเวจี
ไม่มีคำอธิบายใดๆเย่เฉินก้าวไปข้างหน้าและใช้มือข้างหนึ่งคว้าตัวศิษย์คนหนึ่งเอาไว้ดวงตาที่แดงก่ำสีเลือดจ้องเขม็งไปยังศิษย์คนนั้น “บอกมา ช่วงที่ข้าไม่อยู่เกิดอะไรขึ้นกับหู่หวาและผู้อาวุโสจางเฟิงเหนียนกันแน่”
เมื่อถูกเย่เฉินจ้องมองศิษย์คนนั้นก็ขนลุกไปทั้งตัว และพูดอย่างตะกุกตะกัก “เป็น..เป็นคนของยอดเขาเหรินหยางที่ชื่อฉีเฮ่ามาทำการท้าประลองกับเจ้าที่ลานเมฆวายุแต่เจ้าไม่อยู่ ดังนั้น...ดังนั้นเขาก็เลยระบายความโกรธใส่หู่หวาและจางเฟิงเหนียน”
“พวกเขาอยู่ที่ไหน?” เย่เฉินตะโกนเสียงดัง
“ลาน...ลานเมฆวายุ”นิ้วมือของศิษย์คนนั้นชี้ไปยังทิศทางของลานเมฆวายุอย่างสั่นสะท้าน“วันนี้ฉีอวิ๋นแห่งยอดเขาเหรินหยางต้องการท้าดวลกับหู่หวา”
“รนหาที่ตาย”เย่เฉินพูดออกไปอย่างโกรธจัด ปล่อยตัวศิษย์คนนั้น และหันหลังกลับในทันทีแล้วมุ่งหน้าไปยังลานเมฆวายุด้วยความเร็วสุดกำลัง
หลังจากเขาจากไปศิษย์คนนั้นก็ถอนหายใจออกมาด้วยความโล่งอกเมื่อเห็นว่าเย่เฉินกำลังมุ่งไปลานเมฆวายุ เขาจึงได้รีบตามไปทันที “เร็วเข้าๆเย่เฉินกำลังไปลานเมฆวายุแล้ว”
“มีการแสดงดีๆให้ดูอีกแล้ว”
......
ลานเมฆวายุเป็นสถานที่ครึกครื้นของสำนักเหิงเยว่มาโดยตลอด และวันนี้ก็เช่นกัน
ในตอนนี้ด้านล่างของลานเมฆวายุมีเงาร่างกำลังเคลื่อนไหวดวงตาแต่ละดวงส่องประกายวิบวับไปยังร่างของคู่ต่อสู้ทั้งสองบนลานประลอง
ฝ่ายหนึ่งแน่นอนว่าต้องเป็นหู่หวาส่วนอีกฝ่ายหนึ่งไม่ต้องบอกก็รู้ว่าคือเด็กน้อยที่มีนามว่า ฉีอวิ๋น
ในขณะนี้การต่อสู้กำลังดุเดือด หู่หวากำลังถือพลองเหล็กดำเอาไว้เข้าโจมตีอย่างไม่เสียดายชีวิต แต่เขาก็เพิ่งจะเข้าสู่เส้นทางการฝึกตนได้ไม่นานอีกทั้งยังไม่เคยได้ศึกษาวิชาลึกลับใดๆ เลย ดังนั้นทั่วทั้งร่างของเขาจึงเต็มไปด้วยรอยแผลเป็น
ในทางกลับกันด้านของฉีอวิ๋นนั้นมีการฝึกฝนฝีมือจนชำนาญ ฝึกตนตามขั้นตอนของวิชาลับต่างๆ จึงหลบหลีกได้อย่างง่ายดายจากนั้นเขาก็สามารถจะโจมตีหู่หวาจนได้รับบาดเจ็บและดูเหมือนว่าเขานั้นไม่ได้เป็นคู่ต่อสู้ของหู่หวาแต่เหมือนกับกำลังหยอกล้อกับหู่หวามากกว่า
“เจ้านี่ช่างอ่อนแอเสียจริง”ฉีอวิ๋นยิ้มขึ้นอย่างหยอกล้อ จากนั้นก็ผลักฝ่ามือออกไปจนหู่หวากระเด็นออกไปอีกครั้ง เมื่อเขาตกลงสู่พื้น จนแทบจมอยู่กลางกองเลือด
หลังจากทำให้หู่หวาล้มลงฉีอวิ๋นก็โบกพัดเบาๆ และเดินเข้ามา “เจ้ามันก็แค่ขยะ เย่เฉินก็ขยะไม่กล้ารับคำท้าประลองจากยอดเขาเหรินหยางของข้า มุดหัวเป็นเต่าอยู่แต่ในกระดอง”
“ข้าไม่อนุญาตให้เจ้ามาด่าพี่ใหญ่”หู่หวากัดฟันแน่น และพยายามลุกขึ้นยืน ประคองร่างอย่างโซเซ และขยับพลองเหล็กดำอีกครั้ง
“ความสามารถแค่นี้อย่างเจ้ายังคิดจะสู้กับข้าอีกหรือ?” ฉีอวิ๋นพูดอย่างเยือกเย็นพลองเหล็กดำที่กำลังมุ่งเข้ามา ถูกมือหนึ่งสกัดไว้ ไม่ว่าหู่หวาจะพยายามเพียงใดก็ไม่สามารถหลุดพ้นได้
“ไสหัวไป!” เสียงตะโกนดังลั่น จากนั้นฉีอวิ๋นก็เตะหู่หวากระเด็นออกไป
ก่อนที่หู่หวาจะลุกขึ้นยืนเขาก็พุ่งเข้ามาอีกครั้งพลังปราณของกระบี่เส้นหนึ่งก็กระทบกับเข่าทั้งสองของหู่หวาจนฉีกจากนั้นพลังปราณกระบี่ก็ฟาดมายังขาของหู่หวาอีกครั้งจนทำให้หู่หวาแทบกลายเป็นเศษขยะ
“เศษขยะ”ฉีอวิ๋นใช้เท้าข้างหนึ่งเหยียบลงบนใบหน้าของหู่หวา ขบฟันและพูดอย่างไม่เกรงกลัวผู้ใด “พวกเจ้ามันก็แค่เศษขยะ”
“ข้าไม่อนุญาตให้เจ้ามาด่าพี่ใหญ่”หู่หวาดิ้นรนสุดชีวิต มือทั้งสองข้างกอดขาของฉีอวิ๋นเอาไว้
พัฟ!
พัฟ!
แต่พลังปราณของกระบี่ทั้งสองได้ตัดลงมายังเส้นลมปราณบนแขนทั้งสองข้างของหู่หวา
เมื่อทำเช่นนี้แล้วฉีอวิ๋นจึงหันไปมองยังด้านล่างของลานประลอง ที่ตรงนั้นมีโต๊ะหินหยกอยู่ตัวหนึ่งและผู้ที่นั่งอยู่ที่โต๊ะก็คือฉีเฮ่าแห่งยอดเขาเหรินหยางเมื่อเห็นว่าหู่หวาถูกทำร้ายจนเกือบพิการ เขาก็ยิ้มขึ้นอย่างโหดเหี้ยม
“เย่เฉินนี่คือสิ่งแลกเปลี่ยนที่เจ้ามายั่วโมโหข้า” ฉีเฮ่าแสยะยิ้ม“ข้าอยากจะคอยดูว่าเจ้าจะซ่อนตัวไปได้นานสักแค่ไหน ข้าจะทำให้เจ้าได้เห็นคนที่เจ้าห่วงใยต้องมาตายทั้งเป็น”
หึ่งๆๆ!
พูดจบก็ปรากฏเสียงหึ่งๆ ดังขึ้นกลางอากาศ
เมื่อมองดูให้ละเอียดจึงพบว่ามันเป็นกระบี่เหล็กขนาดใหญ่และหนัก ซึ่งถูกขว้างมาจากระยะไกลและกระทบกับอากาศจนเกิดเสียงเวิงวัง
เทียนเชวีย
มีคนจำกระบี่เล่มนั้นได้ในทันที
“เย่เฉินมาแล้ว”กระบี่เปิดนำทางออกมาก่อน จากนั้นเจ้าของก็ปรากฏตัวมาตามหลัง
แกรก!
กระบี่เทียนเชวียกระทบกับลานเมฆวายุจนเกิดเสียงดังสนั่นร่างที่รีบเร่งของเย่เฉินก็เป็นที่ดึงดูดสายตาของทุกคน
เขาเข้ามาดั่งสายลมที่รุนแรงห่างออกไปเพียงเจ็ดแปดจ้าง จากนั้นเขาก็ลงมาจากฟ้าและกระโดดลงบนลานเมฆวายุ
“หู่หวา”เขาพุ่งตัวมาอยู่ตรงหน้าของหู่หวาอย่างไม่รีรอ มองไปยังหู่หวาที่มีเลือดเต็มไปทั้งร่างหัวใจของเขาเหมือนดั่งถูกมีดกรีด
“พี่ใหญ่ท่าน...ท่านกลับมาแล้ว” ยังคงมีเลือดไหลออกจากปากของหู่หวา ใบหน้าเล็กๆนั้นเปื้อนไปด้วยเลือด ดวงตากลมโตนั้นเปลี่ยนเป็นพร่ามัว
“เจ้าทำไมจึงได้โง่แบบนี้”เย่เฉินกอดหู่หวาไว้ในอ้อมแขน ทาบฝ่ามือลงบนแผ่นหลังของเขาถ่ายเทพลังปราณเข้าสู่ร่างกายของเขา เพื่อช่วยเขารักษาอาการบาดเจ็บและทำการปกป้องหัวใจที่อ่อนแอของเขา
“เขา...พวกเขามัดเสี่ยวอิงกับท่านปู่เอาไว้และยังว่าท่านขี้ขลาดเป็นเต่าหดหัว ข้าไม่...ไม่อนุญาตให้ใครก็ตามมาทำร้ายพวกเขาได้ไม่...ไม่อนุญาตให้ใครมาว่าพี่...พี่ใหญ่”
เมื่อได้ยินดังนั้นเย่เฉินแทบจะร้องไห้
ในใจของเขาเต็มไปด้วยการตำหนิตนเองมันเป็นความผิดของเขาเอง ถ้าไม่ใช่เพราะเขาหู่หวาและจางเฟิงเหนียนก็คงไม่ถูกพวกเขารังแกเช่นนี้
“เย่เฉิน”มีเสียงคำรามที่ดุร้ายดังมาจากด้านล่างลานประลองฉีเฮ่าก็รีบขึ้นไปยังลานประลองราวกับหมาป่า “ข้ารอเจ้ามานานมากแล้ว”
เย่เฉินไม่ได้ขยับไปไหนยังคงรักษาอาการบาดเจ็บให้กับหู่หวาแม้ว่าเขาจะแทบคุมเจตนาที่จะฆ่าฉีเฮ่าเอาไว้ไม่ได้ แต่เมื่อเทียบกันแล้วเขาเป็นห่วงหู่หวาในอ้อมแขนของเขามากกว่า
เมื่อเห็นว่าเย่เฉินไม่ได้ให้ความสนใจกับตนเองฉีเฮ่าก็โกรธเกรี้ยวอย่างมาก ตบฝ่ามือลงมาจากกลางอากาศ
เย่เฉินไม่ขยับเขยื้อนฝ่ามือของฉีเฮ่าเข้ามาปะทะในทันที เลือดไหลออกมาจากมุมปากเขาไม่ต้องการให้การกระทำอื่นใดมาขัดขวางการรักษาหู่หวาเด็ดขาด
“ข้าอยากจะคอยดูว่าเจ้าจะทนไปได้สักเท่าไร”ฉีเฮ่าโบกแขนของเขาอย่างบ้าคลั่ง ฝ่ามือหนึ่งได้ตีเข้าไปยังเย่เฉินจนเย่เฉินถึงกับกระอักเลือด
เมื่อเห็นดังนั้นแสงวาบอันเยือกเย็น ก็ปรากฏขึ้นในดวงตาอันดุร้ายของฉีเฮ่ามันเต็มไปด้วยเจตนาแห่งการฆ่า
เช้ง!
กระบี่สังหารถูกพลิกออกมาอีกครั้งครั้งนี้กระบี่มุ่งตรงไปยังกลางศีรษะของเย่เฉิน หากกระบี่เล่มนี้เกิดปักลงไปจริงก็คงต้องตายเป็นแน่
แน่นอนในตอนนี้ มีศรสีรุ้งเส้นหนึ่งพุ่งลงมายังลานประลอง
ลูกศรสีรุ้งนี้มีความรวดเร็วมาก
ปัง!
ทันใดนั้นเสียงกระทบกันของโลหะก็ดังขึ้นลูกศรยาวที่ถูกยิงออกไป ทำให้กระบี่ของฉีเฮ่ากระเด็นออกไป
“ให้ตายสิเจ้านี่มันหมาบ้าจริงๆ” เสียงด่าดังขึ้นมาอย่างรวดเร็วเจ้าหมีสองถือธนูยาวไว้ในมือและไม่รู้ว่าวิ่งออกมาจากทางไหนเขาซึ่งไม่เกี่ยวข้องอะไรด้วยในตอนนี้ใบหน้าของเขาแสดงให้เห็นถึงสีหน้าของความโกรธ
“รนหาที่ตายหรือไง”ฉีเฮ่าตะโกนอย่างรุนแรง
“ไม่ช้าก็เร็วต้องมาคิดบัญชีกับเจ้าอยู่ดี”เจ้าหมีสองพูดอย่างเย็นชา ตระกูลสยงและตระกูลฉีมีความแค้นต่อกันมาก่อนเมื่อคู่แค้นมาพบเจอกัน จึงมีความโกรธแค้นมากเป็นพิเศษดังนั้นเจ้าหมีสองจึงไม่เกรงใจ
ตั้งแต่ที่เขามาถึงด้านข้างของเย่เฉินเขาก็รีบนำเม็ดยาวิญญาณเม็ดหนึ่งใส่เข้าไปในปากของหู่หวา
“ขออภัยด้วยข้าก็เพิ่งจะกลับมาถึงสำนัก” ในขณะที่กำลังถ่ายเทพลังปราณให้กับหู่หวาเจ้าหมีสองก็กล่าวขอโทษเย่เฉิน หากไม่ใช่เพราะเขาพาเย่เฉินไปตลาดมืดอเวจีพวกหู่หวาก็คงไม่ต้องถูกคนอื่นรังแกเช่นนี้
“พวกเราเป็นพี่น้องกันจะมาพูดอะไรแบบนั้น” เย่เฉินพูดจบ จึงดึงฝ่ามือที่ทาบอยู่บนหลังของหู่หวากลับออกมา“ฝากดูแลหู่หวาด้วย ข้าจะไปฆ่าไอ้ลูกหมานั่น”
เจ้าหมีสองพยักหน้ารวบรวมพลังควบแน่นกลุ่มเมฆ แล้วลากหู่หวาออกไปจากลานประลอง