***นักรบยันเดเระ [แครอท]
วันที่ 21 ของเกมส์แห่งา
“บินลงไปตรงนั้นทีโทเม”
ฉันสั่งให้เ้าโทเม อสูรปีกของฉันบินลงไปที่พื้นข้างล่าง
เป็เพราะว่าเมื่อวานถูกศัตรูเจอตัวแล้ว ดังนั้นการสืบค้นต่อไปจะยิ่งเป็อันตราย
ฉันเลยตัดสินใจบินหนีกลับออกมาก่อน
แต่ระหว่างทางกลับ ฉันคงต้องขอเอาสิ่งนี้กลับไปด้วย
“เจอแล้ว! ”
ท่ามกลางรอยเืสีแดงและเขียวที่ผสมปนเปอยู่ในสนามรบเมื่อหลายวันก่อนนั้น ยังมีซากศพกับหลายสิ่งหลายอย่างหลงเหลือทิ้งเอาไว้อยู่
พวกตัวเขี้ยวขนาดเล็กหนึ่งเมตรซึ่งกำลังทำหน้าที่เก็บกวาดสนามรบอยู่นั้น ต่างตื่นตระหนกที่เห็นฉันขี่เ้าโทเมมา
พวกมันรีบมุดดินหนีไปอย่างรวดเร็ว
ฉันรู้สึกร้อนใจทันทีที่เห็นเช่นนั้น
“ (หวังว่าพวกมันยังคงไม่ได้เก็บไปนะ) ”
ฉันรีบะโลงมาจากร่างของโทเม แล้วค้นหา [สิ่งนั้น]
แล้วฉันก็เจอ
เศษเสี้ยวของตรีศูลที่บานาใช้ในสนามรบแห่งนี้ กับเศษผ้าที่ขาดหลุดออกมาเพราะรับคมดาบของศัตรู
ฉันเก็บพวกมันขึ้นมาด้วยความดีใจ
สมบัติ สมบัติของฉัน!
ฉันปีนกลับขึ้นไปบนร่างของโทเม แล้วให้มันบินทะยานอีกครั้ง
ภายในอ้อมกอดของฉันมีด้ามของตรีศูลกับเศษผ้าที่เปื้อนเือยู่
*พุดพิด พุดพิด*
มีความสุขที่สุด!
กลิ่นของบานา กลิ่นเื กลิ่นเหงื่อ และจิติญญาของเขายังคงอัดแน่นอยู่ภายในเศษเสี้ยวของสิ่งของเหล่านี้
ฉันจะเอามันกลับไปด้วย
สมบัติล้ำค่าของฉัน
หุ หุ หุ~
***ราชินีแห่งความหยาบคาย [แฟต]
วันที่ 22 ของเกมส์แห่งา
อาวุธและสิ่งก่อสร้างต่าง ๆ ของพวกปีศาจั์กับปีศาจน้อยได้ถูกขนนำกลับมาที่เมือง
ราชินีแห่งเทคโนโลยี [ฟรีด้า] ได้ลงมือศึกษาของเ่าั้ และเริ่มทำการร่างต้นแบบอาวุธชิ้นใหม่ของพวกเรา
เห็นเธอพูดว่า [ช่างน่าอัศจรรย์] อะไรทำนองนี้วนไปมาไม่หยุดเลย
***ราชินีแห่งความหยาบคาย [แฟต]
วันที่ 23 ของเกมส์แห่งา
ฉันเริ่มเตรียมการจัดทัพอีกครั้ง
อาวุธที่เสียหายไปใน่าวันที่ 16-18 ได้ถูกซ่อมแซมเสร็จสิ้นแล้ว
ประกอบกับที่แบบร่างอาวุธต่อต้านภาคพื้นอากาศรุ่นใหม่ที่เสร็จสิ้นซึ่งถูกส่งต่อไปให้ราชินีแห่งการช่าง [โอเปอร์]
คำร้องจัดหา [ไม้] จึงกลายเป็เื่เร่งด่วนมากกว่าการหา [แร่ติดไฟ] ที่ใช้ในการหลอมเหล็ก
ประกอบกับที่หน่วยสำรวจทิศตะวันออกกลับมาพอดี
สิ่งที่ฉันวางแผนเอาไว้แต่แรกจึงได้เริ่มใช้งานเสียที
แนวเขตั้แ่ตะวันตกจนถึงทิศเหนือ จะแบ่งกำลังออกไปสองในสิบเพื่อดำเนินงานก่อสร้างแนวเขตป้องกันตามริมแม่น้ำตามแผนเดิม
ส่วนทิศใต้ จากแผนเดิมที่จะแบ่งออกไปหนึ่งในสิบส่วนเพื่อสร้างแนวป้องกัน ตอนนี้มันไม่จำเป็แล้ว
เพราะจากการสำรวจที่ผ่านมา ทางตอนใต้ของเมืองนั้นติดทะเลทั้งหมดนั่นเอง
คงไม่มีสิ่งมีชีวิตไหนสามารถเดินทางข้ามทะเลที่น่ากลัวมาได้ จึงไม่จำเป็ต้องไปสนใจมัน
ดังนั้นกองทัพหนึ่งในสิบที่ว่านี้จึงว่างงาน ฉันเลยคิดที่จะให้สเลบเป็คนนำทัพเพื่อบุกโจมตีพวกปีศาจน้อยซึ่งหนีไปในทางทิศตะวันตกแทน
สาเหตุที่ไม่บุกไปหาพวกปีศาจั์ในทิศเหนือ เป็เพราะว่าฉันกลัวการบุกสวนกลับจากสัตว์ั์บินได้พวกนั้น
คงต้องรอให้อาวุธโจมตีทางอากาศพร้อมก่อน ฉันถึงจะกล้าสั่งบุกพวกมัน
ส่วนกองกำลังอีกสองในสิบส่วน ฉันจะให้ไปทางทิศตะวันออก
ที่ทิศนั้น หากข้ามแม่น้ำเลยไปไม่ไกล จะมีผืนป่าขนาดใหญ่ปรากฏอยู่
ที่ต้องใช้คนเยอะ เพราะจะได้ขนไม้กลับมาได้ทีละจำนวนมาก
ส่วนที่เหลืออีกห้าในสิบให้อยู่ปกป้องฐานทัพ
แบ่งตามนี้น่าจะเหมาะสมที่สุดแล้ว
“ดีละ ได้เวลาเริ่มดำเนินตามแผนการได้! ”
ในวันเดียวกัน ณ ่เวลาบ่ายแก่ ๆ
***ปักษาผู้เป็ไท [เปอร์ไซด์]
สวัสดีค่า~ (ลากเสียงยาว)
วันนี้หนูจะมาเล่าชีวิตอันแสนสนใดให้ทุกท่านฟังนะคะ
คือว่าเมื่อวานนี้เ้าหนูน้อยมันฟักตัวออกมาแล้วค่ะ
เ้าหนูน้อยที่มีพ่อแม่เป็สัตว์มีปีกพ่นไฟได้พวกนั้นไงค่ะ
เ้าหนูน้อยมันน่ารักมาก ตัวสูงแค่ครึ่งเมตร เกล็ดสีน้ำตาลอ่อน ดวงตาใสซื่อติ๊งต๊องเหมือนหนูเลย~
… เมื่อกี้ถือว่าเป็การด่าตัวเองหรือเปล่าค่ะเนี่ย?
เอาเป็ว่ามันน่ารักก็แล้วกันค่ะ
หนูตั้งชื่อให้มันว่า [ออกไซด์] ค่ะ
เ้าหนูน้อยมันซนมาก พอเกิดมาปุบ มันก็วิ่งพล่านไปทั่วรังเลย~
วิ่งหนีออกจากบ้านของหนู บินลงเขา จนหนูต้องบินตามมันลงมาเนี่ยแหละค่ะ
บินข้ามวันข้ามคืนจนย่างเข้า่บ่ายแก่ ๆ ของวันที่ 21 พอรู้ตัวอีกที หนูก็มาโผล่ที่ใจกลางรังของพวกสองแขนแล้ว
ด้วยเหตุนี้---
“เลยถูกจับมัดอย่างที่เห็นนี่แหละค่า~” (ลากเสียงยาว ๆ)
ร่างของหนูกำลังถูกจับมัดปีกและขาเอาไว้
พวกสองแขนจำนวนมากกำลังมาชุมนุมบนลานกว้างแห่งนี้
หนูเห็นสิ่งก่อสร้างแปลกตาซึ่งไม่เคยเห็นมาก่อนในชีวิต กำลังถูกก่อสร้างขึ้นมาอยู่โดยรอบ
สวัสดีค่ะ ที่ออกมาชุมนุมกันเยอะขนาดนี้ก็เพื่อต้อนรับหนูอย่างอบอุ่นสินะคะ?
ถ้าเป็ไปได้หนูขอขาเขียวเสริฟคู่กับหนอนทอดร้อน ๆ นะคะ
อะไรบางอย่างที่มีปลายแหลมทำจากหินนั้น กำลังหันมาจิ้มอยู่ที่คอของหนู
อุ้ย~ อะไรค่ะเนี่ย? นี่คือวิธีการทักทายของพวกสองแขนหรือค่ะเนี่ย?
แหม่~ วัฒนธรรมของพวกท่านช่างน่าสนใจจริง ๆ นะคะ
ใช่ก็บ้าแล้วค่ะ!
เคยมีคนบอกอยู่ว่าหนูนะซื่อบื้อ แต่ไม่เคยคิดว่าตัวเองจะซื่อบื้อได้ถึงขนาดนี้
ตายแน่ค่า~ (ลากเสียงยาว) ใครก็ได้ ช่วยหนูด้วย!
***นก [ไฮเจน]
ยัยเปอร์ไซด์บินออกไปจากรังไปทางตะวันออกั้แ่เมื่อวาน จนถึงตอนนี้ก็ยังไม่กลับมาเลย
หรือว่าจะถูกพวกสองแขนที่กำลังสร้างรังอยู่แถวตีนเขาทางทิศตะวันออกจับตัวไปแล้ว!?
แย่แล้ว แย่แล้ว แย่แล้ว ชั้นยังไม่ได้แอ้มยัยนั่นเลยแท้ ๆ ใครจะยอมปล่อยให้พวกสองแขนแอ้มเธอไปก่อนได้กันละ!
พอคิดเองเออเองได้ดังนี้ ชั้นเลยรีบคว้าธนู สวมเสื้อใบไม้ และกระโจนบินออกจากรังไปในทันที
ชั้นจะไม่ยอมให้ใครได้แอ้มเธอเป็คนแรกก่อนเป็อันขาด!
ไฮเจน ชายผู้พยายามจีบเปอร์ไซด์มาั้แ่ชาติก่อน จวบจนมาถึงโลกแห่งานี้ ได้รีบร้อนวิ่งออกมาจากบ้านของเขา
“เปอร์ไซด์ถูกพวกสองแขนจับตัวไปแล้ว! ”
เขากรีดร้องดังสะท้านไปทั่วเมือง
บรรดาชาวปักษาที่เลือกบทบาทบุรุษเพศได้ลุกเดินออกมาจากอาคารทรงกลมตาข่ายที่แขวนอยู่ตามยอดต้นไม้ปะการัง
“ว่าไงนะ! เปอร์ไซด์ [ของข้า] ถูกจับตัว!? ”
“ไอดอล [ของผม] ถูกลักพาตัว!? ”
“เธอกำลังถูกทรมาน!? ”
“ต้องไปช่วย! ”
“ช่วย! ”
“เปอร์ไซด์ผู้น่ารัก [ของผม] ! ”
“ของผมต่างหาก! ”
“ช่วยเธอ เพื่อทำให้เธอหลงรัก! ”
“ใครช่วยเธอ ได้เธอไปครอง! ”
“ไป ไป ไปช่วยกัน! ”
พวกเผ่าปักษาไม่ค่อยฉลาดเท่าไหรนัก…
พวกมันเป็ประเภทที่ทำทุกอย่างตามสัญชาตญาณ แถมยังถูกเป่าหูได้ง่าย
เนื้อหาที่กระจายจากปากสู่ปากได้กลายเป็ [ผู้ที่ช่วยเธอ จะได้ร่างกายของเธอไป] ั้แ่เมื่อไหรก็ไม่รู้
เปอร์ไซด์ไม่รู้ตัวเลยว่ามีคนคลั่งไคล้เธอมากมายมหาศาลขนาดนี้
บรรดาบุรุษเพศผู้คลั่งไคล้เปอร์ไซด์มีราวสามแสนคน
และสามแสนคนที่ว่านั้นก็พกอาวุธครบมือพร้อมออกศึกา
เสียงกระพือปีกได้ดังสนั่นหวั่นไหวไปทั่วขุนเขา
เป้าหมายของพวกเขาก็คือเมืองของมนุษย์ที่อยู่ตีนเขาทางตะวันออก
าระหว่างเผ่าปักษากับมนุษย์กำลังจะเริ่มต้นขึ้น!
แน่นอนว่ากว่าที่ [ออกเซอร์] จ่าฝูงของพวกเขาจะทราบข่าว เ้าพวกบ้านี้ก็ออกตัวบินไปไกลเสียแล้ว…
***ปราชญ์แห่งพงไพร เอสเทอ
ผืนป่านับั้แ่ใต้จรดไปทางเหนือ ล้วนแต่ได้กลายเป็อาณาเขตพวกเรา ชาวภูติเป็ที่เรียบร้อย
และในทิศเหนือ เลยผืนป่าออกไปทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือ ที่แห่งนั้นจะมีผืนน้ำขนาดใหญ่ปรากฏอยู่
เป็สถานที่เหมาะสมแก่การตั้งเมืองกลางผืนน้ำเพื่อปกป้องอริศัตรูยิ่งนัก
ดังนั้นพวกเราเผ่าภูติ จึงได้ตัดสินใจที่จะย้ายเมืองหลวงและคริสตั้นไปที่แห่งนั้นกัน
แต่จะให้ทอดทิ้งเมืองหลวงปัจจุบัน [อิกดราซิล] ไปก็ใช่ที
ด้วยการจับพลัดจับผลู ฉันเลยกลายมาเป็เ้านครรัฐแห่งนี้ไปเสียชิบ
“ใครมันเสนอชื่อของฉันออกไปกันนะดอง~”
ฉันบ่นพึมพำกับตัวเอง ก่อนที่จะมองลอดออกไปนอกหน้าต่าง
[อิกดราซิล] เมืองแห่งภูติอันยิ่งใหญ่ของพวกเรา
สิ่งก่อสร้างลอยเหนือพื้นรูปทรงวงแหวน
อาคารทรงไข่สีขาวที่ลอตัวเหนือผืนป่า
ชาวภูติตัวจิ๋วที่โบยบินทำงานอย่างขยันขันแข็ง
ปีกแสงที่ส่องประกายสะท้อนกับผิวอาคารจำนวนมาก
อีกทั้งแสงสีลานตาอันสวยงาม
ราวกับเม็ดอัญมณีที่ส่องประกายล่องลอยอยู่พื้นที่อันเวิ้งว้างในนภาอากาศ
ที่ขอบเขตนอกของเมือง มีวงแหวนสีขาวขนาดใหญ่ปรากฏอยู่
สิ่งนั้นลอยตัวล้อมเม็ดอัญมณีเอาไว้ราวกับเป็ดาวเคราะห์บริวาร
หากมีอริศัตรูร้ายลอบเข้ามา พวกมันก็มีอันต้องถูกรังสีที่รุนแรงคร่าชีวิตไป
“รายงานอ่อง~ งานก่อสร้างเสร็จไปแล้วสี่สิบเปอร์เซ็นอ่อง~ อาหารมีพอสำหรับประชากรหนึ่งแสนคนอ่อง~”
“แล้วอาวุธละดอง~”
“ยังไม่มีสักชิ้นเลยอ่อง~”
“รีบไปดำเนินการได้แล้วดอง! ”
ฉันละหน่าย
หลังจากไล่ลูกน้องที่ไม่คิดจะจำชื่อออกไปจากห้อง ฉันก็เริ่มถอนหายใจออกมาอย่างเหนื่อยหน่าย
มีหลายต่อหลายเื่ที่ต้องจัดการ
ไม่ว่าจะสืบความจริงของตัวตนที่อวดอ้างว่าเป็เทพเ้า่ในวันแรก
ความจริงที่ว่าโลกใบนี้กำลังพังทลาย
ความจริงที่ว่าไม่สามารถให้ถือกำเนิดลูกได้
นอกจากสืบหาความจริงเ่าั้แล้ว ยังมีต้องมาคอยพะวงเกี่ยวกับาที่เกิดขึ้นอีก
พวกระดับสูงเองก็ไปให้ความสนใจเกี่ยวกับการรื้อฟื้นอารยะธรรมเดิม กับการสร้างเมืองมากเกินไปจนไม่สนใจที่จะสร้างอาวุธามาป้องกันตัวเอง
“แค่มีบาเรียหุ้มเมืองก็พอแล้วนี่”
ว่าเช่นนั้น แล้วทุ่มกำลังไปกับการขยายเมืองอย่างเดียวเลย
พวกระดับสูงจะประมาณเกินไปแล้วนะดอง~
บางทีอาจเป็เพราะเห็นว่าไม่มีเผ่าไหนที่สามารถใช้อาวุธล้ำสมัยเหมือนอย่างพวกเราได้ พวกระดับสูงเลยประมาทเช่นนี้
สุดท้ายเลยมีแค่ฉันคนเดียวที่ให้ความสนใจในความจริงของเทพเ้าทั้งสามองค์นั้น กับการเคลื่อนไหวของพวกศัตรู
แต่การสืบหาความจริงของเทพเ้ากลับไม่คืบหน้าเท่าไหรนัก
แถมาก็มีแต่ทวีความรุนแรงมากขึ้น อีกทั้งพวกกลุ่มหมอกที่น่าขยะแขยงในวันแรกก็ยังหายตัวไปอีก
“หวังว่าพวกที่ออกไปสืบจะสามารถถอดรหัสภาษาของพวกทรงภูมิได้เร็ว ๆ นี้นะดอง~”
หนึ่งในกุญแจสู่ชัยชนะคือการเรียนรู้เข้าใจศัตรู
ภาษา ระดัยวัฒนธรรม พฤติกรรม อุปนิสัยโดยรวม
ยิ่งรู้จักศัตรู ก็ยิ่งสามารถเข้าใจเหตุผลที่ซ่อนอยู่ในการเคลื่อนไหวของศัตรูได้
“จะว่าไป เมื่อวันก่อนเห็นมีรายงานพบเห็นฝูงสัตว์ั์ด้วยนี่นะดอง~”
เมื่อวานมีฝูงสัตว์ั์บินได้มาโจมตีเมืองของพวกเราด้วยละดอง
แต่ด้วยพลังป้องกันของคลื่นรังสี เลยทำให้พวกมันล้มตายเป็จำนวนมาก ไฟที่พวกมันพ่นออกมาก็ไม่สามารถทะลุบาเรียได้ สุดท้ายเลยเผ่นหนีไปกันหมดเลยดอง~
เทคโนโลยีจงเจริญดอง~
“อาวุธ...ถึงโชคดีที่พวกเราเจอถ่านหินกับดินปืนข้างใต้ผืนป่านี้ แต่ยังขาดโลหะอยู่นะดอง~”
เผ่าของเราสามารถควบคุมโมเลกุลของมวลสารได้ด้วยคลื่นรังสีที่ส่งออกมาจากปีกของพวกเรา
ถึงจะฟังดูสะดวกสบาย แต่มันก็ไม่ใช่ว่าจะสะดวกอะไรมากมายขนาดนั้น
ถ้าหากมีทรัพยากรณ์ที่้า การจะทำอะไรมันจะง่ายขึ้นอีกเยอะ
และตอนนี้พวกเรากำลังขาดแคลนแร่โลหะเป็อย่างมาก ที่เห็นอยู่ในตอนนี้ ล้วนแต่เกิดจากการแปรสภาพโมเลกุลจากหิน ไม้ แร่ธาตุที่อยู่บนพื้นดินแถบนี้มาใช้แทน
ความแข็งแรงของพวกมันเลยไม่ได้ดีเท่าที่ควรเท่าไหรนัก
เพราะงั้นเลยไม่สามารถเอาแร่แปรรูปโลหะเทียมมาทำเป็อาวุธาได้
รวมไปถึงยานรบด้วย
“ปวดหัว ถ้าระหว่างนี้มีศัตรูบุก---”
“รายงานอ่อง~! มีการติดต่อจากดีลอนนิกที่อยู่แนวหน้า พบการเคลื่อนไหวของกองทัพพวกแมลงจำนวนสองแสนนายกำลังเคลื่อนทัพมาทางนี้แล้วอ่อง~! ”
...ชิบหายแล้วไงดอง~