บทที่ 18 พิษรักแรงหึง
“เื่นี้มันเกี่ยวอะไรกับเธอ?”
“เมื่อกี้ใครบอกว่าหานเกาอี้เป็ของเธอนะ? ทำไมเผลอแค่แป๊บเดียวเขาก็กลายเป็ของคนอื่นไปแล้วล่ะ หืม… ดูท่าว่าระหว่างเธอกับเขาเริ่มจะมีกลิ่นไม่ค่อยดีแล้วนะ”
“หุบปากซะ! เื่ของพวกเรา เธอไม่ต้องมาสาระแน!”
จวีซือเฝยไม่อยากจะโต้เถียงกับเธออีกต่อไป หลังจากที่เห็นรูปนั้นแล้ว สมองของเธอก็จดจ่ออยู่กับหญิงสาวที่นอนซบอยู่ในอ้อมอกของหานเกาอี้
นังจิ้งจอกเ้าเล่ห์! รอตรงนั้นก่อนเถอะ จวีซือเฝยจะไปจัดการเดี๋ยวนี้!
หลังจากฝากความแค้นไว้ที่จวีซือหนานจบแล้ว เธอก็หันหลังกลับไปที่รถแล้วเหยียบคันเร่งออกไปอย่างรวดเร็ว
ณ ผับแห่งหนึ่ง
“หานเกาอี้ คุณกำลังทำอะไรอยู่!” จวีซือเฝยเพิ่งจะก้าวเข้ามาในผับก็เห็นแฟนตัวเองกอดอยู่กับหญิงสาวคนหนึ่งอย่างแนบชิด
เธอวิ่งเข้าไปด้วยความโกรธ แล้วผลักทั้งสองคนออกจากกัน
เมื่อหานเกาอี้ได้ยินเสียงจึงหันกลับมา เขาผลักผู้หญิงที่แต่งหน้าฉูดฉาดออกจากอ้อมอก แล้วจับแขนของจวีซือเฝยไว้แทน
“เจ็บนะ…”
จวีซือเฝยรู้สึกเจ็บเสียปวดที่แขนจนหายใจไม่ทั่วท้อง
“เธอยังมีหน้ามาที่นี่อีกเหรอ! ทำไมเธอไม่ยอมขอร้องฉัน ทำไมเธอต้องนอนกับผู้ชายคนอื่น” หานเกาอี้ดื่มเหล้ามากเกินไป เขาจึงสับสน และคิดว่าจวีซือเฝยที่ยืนอยู่ตรงนี้เป็จวีซือหนาน จึงเอาแต่เอ่ยอะไรไม่ได้ศัพท์ออกมา
จวีซือเฝยได้ยินดังนั้น ความโกรธและความหึงหวงที่พุ่งปะทุขึ้นมาในใจก็ยิ่งรุนแรงขึ้น
‘จวีซือหนาน’
จวีซือหนานอีกแล้วเหรอ!
แม้แต่ตอนที่เขาเมามายก็ยังเอาแต่เรียกชื่อผู้หญิงคนนั้นอยู่ได้
จวีซือเฝยกำมือแน่นจนเห็นเส้นเืปูดนูน มือขาวนวลถูกเล็บจิกจนเป็รอยแดงเด่นชัด เธอบังคับตัวเองไม่ให้แสดงอาการดุร้ายราวกับสัตว์ป่าออกมา
เมื่อผ่อนลมหายใจให้อารมณ์เย็นลงแล้ว เธอจึงตอบชายหนุ่มตรงหน้า “คุณเมาแล้ว กลับบ้านกับฉันเถอะนะ”
“หา? นี่ซือเฝยเหรอ” หานเกาอี้สะดุ้งตื่นจากภวังค์ และปล่อยมือที่จับเธอไว้ การกระทำเล็ก ๆ น้อย ๆ เหล่านี้ ได้เพาะเมล็ดพันธุ์แห่งความเกลียดชังไว้ในใจของจวีซือเฝย
หานเกาอี้ชูแก้วขึ้น แล้วดึงเธอมาหยุดยังเบื้องหน้าของตัวเอง “มานั่งดื่มด้วยกันสักหน่อยเถอะ”
เมื่อเขาพูดขึ้น กลิ่นเหล้าเหม็นหึ่งก็ปะทะเข้ากับใบหน้าของจวีซือเฝย กลิ่นมันแรงเสียจนจวีซือเฝยแทบทนไม่ไหว ถึงอย่างนั้น เธอก็ไม่สามารถโวยวายออกไปได้
หญิงสาวกระดกเหล้าลงคอ ก่อนจะเอ่ยถามด้วยรอยยิ้มที่เจื่อนลง “วันนี้คุณเป็อะไรหรือเปล่า อยากดื่มทำไมไม่บอกฉัน ไม่เห็นต้องไปหาคนอื่นเลย”
“เธอรู้ไหมว่าทำไมวันนี้ฉันถึงเครียด จวีซือหนานสวมหมวกเขียว*[1] ให้ฉัน” หานเกาอี้ลุกขึ้นยืนอย่างโงนเงน แล้วทำไม้ทำมือประหนึ่งว่ากำลังสวมหมวก
จวีซือเฝยพูดด้วยน้ำเสียงค้อนเคือง “เื่นั้นมันก็ผ่านมานานแล้ว ทำไมคุณต้องพูดถึงอีก”
หานเกาอี้ยืนพิงบาร์ แล้ววางแก้วลงอย่างแรง ก่อนจะตอบด้วยน้ำเสียงเศร้าสร้อย
“เธอรู้ไหม วันนี้ตระกูลกงได้ยกเลิกสัญญาทั้งหมดกับตระกูลหาน เธอกำลังช่วยผู้ชายคนอื่นทำร้ายฉัน!”
ทำไมถึงเป็แบบนี้ได้
จวีซือเฝยใไม่น้อย เธอคว้าแขนของหานเกาอี้ไว้ จากนั้นจึงถามต่อ “เมื่อวานนี้ คุณไปพูดอะไรกับพี่สาวฉัน ทำไมเธอถึงโกรธคุณขนาดนั้น อีกอย่าง… เธอไปหาผู้ชายที่ดีเลิศขนาดนั้นได้ยังไง”
หานเกาอี้เบือนหน้าหนี เขาจะไม่ยอมบอกเื่ที่ตัวเองอยากนอนกับจวีซือหนานให้หญิงสาวตรงหน้าฟังอย่างเด็ดขาด
แต่เมื่อนึกถึงผู้ชายซึ่ง ‘ดีเลิศ’ ตามที่จวีซือเฝยเอ่ยถึง หานเกาอี้ก็กระทืบเท้าด้วยความโกรธแค้น “เธอคบกับกงเจ๋ออวี้!”
“อะไรนะ กง… กงเจ๋ออวี้? ประธานบริษัทเจิ้นถิงกรุ๊ป? เป็ไปได้ยังไง?”
จวีซือเฝยใมาก ในดวงตาฉายแววของความหวาดหวั่นออกมา
พี่สาวของเธอจะหาผู้ชายสมบูรณ์แบบที่ทรงอำนาจขนาดนั้นมาได้ยังไง… ไม่มีวันเด็ดขาด เธอทำใจยอมรับไม่ได้!
หานเกาอี้ที่ตาแดงก่ำก็พูดด้วยความโกรธแค้น “ฉันก็ไม่เชื่อเหมือนกัน แต่วันนี้… กงเจ๋ออวี้ได้ยกเลิกสัญญาทั้งหมดของบริษัทเหวินหาว และส่งคนมาเตือนให้ฉันอยู่ห่าง ๆ จากจวีซือหนาน ถ้านั่นไม่ใช่เื่จริง แล้วจะเป็อะไรได้อีก?”
เมื่อรู้สึกได้ถึงความอาลัยอาวรณ์ในน้ำเสียงของหานเกาอี้ จวีซือเฝยก็กำมือแน่น
“เกาอี้ แต่นั่นคือบริษัทเจิ้นถิงกรุ๊ปนะ ถ้าเราทำให้พวกเขาโกรธเข้าจะทำยังไง… ไม่รู้เลยว่าพี่ไปนอนกับกงเจ๋ออวี้ได้ยังไง หรือว่า…”
[1] สวมหมวกเขียว หมายถึง ‘การสวมเขา’ หรือ การที่ฝ่ายหญิงลักลอบมีชู้