ซอมพอถวายอินทร์ สุวรรณโคมคำนครแห่งสายนที

    บทที่ 16. ตอนที่ 3. สื่อรักในรอยโศก

    คำว่าเจ้านางซอมพอ ทำเอาบรรยากาศในห้องเย็นเยียบลงฉับพลัน แม่ญิงโมเลียงที่นั่งสงบเสงี่ยม ถึงกับบีบมือตนที่ประสานอยู่บนตักจนแน่นเกร็ง หูของนางผึ่งรับฟังทุกถ้อยคำ ที่เกี่ยวข้องต่อเจ้ามหาชีวิตอินทร์ถวาย

    "เหตุใดถึงต้องเร่งรัดนัก? กูประกาศให้ทุกหัวเมืองบริวาร ต้องร่วมไว้อาลัยต่อพ่อท่านเป็นเวลาหนึ่งปีมิใช่ฤา" ขุนหลวงอินทร์ถวายตรัสถาม เสียงเข้ม

    "เจ้านางทรงเกรงว่า แม่เจ้าเกสรผู้เป็นใหญ่ในยามนี้ จักคิดมิซื่อต่อคำสั่งไว้อาลัยพระเจ้าข้า" เจ้าแสนเมืองสิงห์กราบทูลเสียงรัว "มีข่าววงในว่านางอาจแอบอ้างข้อราชการประเพณี ลอบส่งตัวเจ้านางซอมพอไปถวายตัวยังเวียงทุ่งหลวงเพื่อผูกมิตรใหม่ หากปล่อยให้เนิ่นช้าไปกว่านี้ ข้าพระเจ้าเกรงว่า บรรณาการล้ำค่าที่พระองค์ทรงหมายปอง จักถูกเปลี่ยนมือไปเสียก่อน คราแรกใจหมายจักมากราบทูลในวันพรุ่ง แต่ไอ้หาญมันก็เร่งรัดข้ามา ข้าพระเจ้าเลยจำต้องมาในยามนี้ มิคิดว่าจักทรงอยู่ด้วยเจ้านางจากแดนเหนือ"

    คำกราบทูลนั้นประหนึ่งสายฟ้าที่ฟาดลงกลางใจของคนฟัง ขุนหลวงอินทร์ถวายทรงกำหมัดแน่น จนเส้นเลือดที่หลังมือปูดโปน ความนัยที่เจ้าหาญเคยกระซิบไว้ชัดเจนขึ้นมาในบัดดล...สตรีเพียงหนึ่งที่เป็นสายสัมพันธ์เชื่อมโยงใจ

    แม่ญิงโมเลียงที่นั่งนิ่งราวรูปสลักหิน กลับรู้สึกเหมือนถูกเข็มเงินนับพันเล่มทิ่มแทง ความแน่ใจเริ่มก่อตัวขึ้นเป็นรูปร่างชัดเจน สตรีที่เจ้ามหาชีวิตเฝ้าถวิลหาใช่ใครอื่น แต่เป็นเจ้านางผู้สูงศักดิ์แห่งเวียงสรวงนามว่าซอมพอผู้นี้นี่เอง ก่อนหน้านี้ในค่ายทหารของสุวรรณโคมคำ นางเคยเห็นสตรีผู้นี้ เพียงแต่ไม่คิดว่าสตรีธรรมดาเช่นนาง จะมีศักดิ์เป็นสายเลือดเชื้อสวรรค์เช่นองค์อินทร์ถวาย

    นางตีสีหน้าเรียบเฉย แอบซ่อนพรางความริษยาที่เริ่มลุกโชนไว้ใต้แววตาที่ว่างเปล่า

    'ที่แท้...เจ้าขุนอินทร์ถวายผู้งามสง่า ก็มีสตรีที่หมายใจมาแต่แรก มิหน้าเล่าข้าถึงเป็นได้แค่เพียงน้องสาวในสายตาของพระองค์ นั้นเป็นเพราะหัวใจของพระองค์ ได้มอบให้แม่ดอกซอมพอไปจนหมดสิ้นแล้วนี่เอง'

    "ไอ้พรหม เรื่องแม่เจ้าคำฟองแลน้องของมึงนั้น พี่อนุญาต แต่มึงต้องรอให้พี่จัดการเรื่องทางเวียงสรวงให้แล้วสิ้นเสียก่อน แลช่างฝีมือที่มึงทำเรื่องขอมาก่อนหน้านี้ พี่ให้ไอ้เป็งมันไปขอโรงอิฐบ้านสบคาบไว้ อีกไม่กี่วันดอก ทางนั้นคงตอบกลับมา แลช่างฝืมือกลุ่มอื่นก็เช่นกัน ส่วนมึงไอ้เมืองสิงห์ มึงจงไปเตรียมกองกำลังเสือดำให้พร้อม หากเป็นเช่นที่คิด กูจักไม่ปล่อยเวียงเล็กนี้ไว้ให้คิดการใหญ่ได้อีก" ขุนหลวงอินทร์ถวายตรัสด้วยน้ำเสียงที่สั่นพร่าด้วยความโกรธแลความรัก

    พระองค์ทรงก้มลงมองผ้าพาดบ่าลายดอกซอมพอที่ไหล่แนบกาย แววตาแข็งกร้าวเมื่อครู่เปลี่ยนเป็นเด็ดเดี่ยว "ใครหน้าไหนก็อย่าหมายจักมาชิงนางไปจากกู...แม้ต้องพลิกแผ่นดินจนแหลกเป็นจุล กูก็จักทำ!…"

    “ฝ่าพระบาท อย่าได้ทรงวู่วาม ข้ามีแผนการที่ดีกว่านั้น?”

    “ว่ามาไอ้เมืองสิงห์…มึงมีแผนใดจะแจ้งต่อกู”

    แสนเมืองสิงห์นิ่งเงียบ เขาเหลือกตามองแม่ญิงหนานเยว่อยู่หลายหน จนเจ้ามหาชีวิตอินทร์ถวายเริ่มพอจะเดาได้ในความคิดของสหาย

    “โมเลียงนี่ก็ดึกมากแล้ว วันนี้ทุกคนต่างเหนื่อยล้ากันมาทั้งวัน พี่คิดว่าเจ้าก็ควรกลับไปพักก่อนเถิดหนา ตรงนี้มิใช่การของเจ้า ขืนยังนั่งอยู่เช่นนี้ พี่เกรงว่าเจ้าจักง่วงนอนเสียก่อน”

    “แต่เจ้ามหาชีวิต ข้ารอถามไถ่เรื่องท่านพ่อ…”

    “เอ่อ พี่ท่าน…ข้าเองก็จบเรื่องแล้ว กำลังจักกลับเรือนพิมานพอดี ถ้าอย่างไรแล้วแม่ญิงโมเลียง ก็กลับไปพร้อมกับข้าเถิด ข้าจักไปส่งเจ้าที่เรือนพิมานน้องหญิงเกศแก้วเอง ส่วนเรื่องของท่านเจ้าม้าเหล็ก คงไม่มีผู้ใดตอบคำถามในสิ่งที่เจ้าต้องการรู้ได้ดีไปกว่าข้าดอก”

    เจ้าขุนอินทร์ถวายหันไปมองหน้านางทันที “ตกลงเจ้าอยู่เรือนเดียวกันกับน้องสาวของเจ้าพรหมเสกฤา”

    แม่ญิงหนานเยว่อึกอักอยู่อึดใจถึงพยักหน้ายอมรับ เจ้าแสนเมืองสิงห์แลเจ้าพรหมเสกมองดูอาการของคนทั้งคู่แล้วให้รู้สึกประหลาดใจ

    “ข้า ข้าจักไปพร้อมท้าวพญาพรหมเสกเพคะ” นางโค้งศีรษะให้คนทั้งสอง แล้วรีบเดินนำหน้าเจ้าพรหมเสกไป ทั้งที่เมื่อครู่ยังอิดออดมิยอมจากไปแต่โดยง่าย

    “นังผู้นี้กูมิใคร่วางใจเลยหนา หนานเยว่เป็นเช่นไรมึงแลกูย่อมรู้ดี บางทีแม่ญิงผู้นี้อาจเป็นสาย ที่ส่งมาใกล้ชิดมึงหมายล้วงเอาความลับกลเมืองจากสุวรรณโคมคำไปมอบให้แก่บิดาของนาง”

    “ยังมิร้ายแรงถึงเพียงนั้นดอก นางมาพบกูด้วยหมายต้องการย้ายที่พักอาศัย แลถามความเรื่องบิดาของนางก็เท่านั้น”

    “ย้ายที่พักฤา ทำไม…ตำหนักพิมานเจ้านางน้อยมีปัญหาอันใดกันฤา กูเลือกเองอย่างดี ด้วยเข้าใจว่าเจ้านางน้อยเกศแก้วนั้น ช่ำชองทักษะภาษาเหนือกว่าผู้ใด”

    “นี่เลยสิ่งที่กูแคลงใจ นางอ้างว่าเจ้านายที่นางอาศัยอยู่ด้วยนั้น พูดจามิใคร่รู้ความ เอาแต่หลบหน้านางไม่ปราศัย จนเมื่อครู่ที่เจ้าพรหมมันพูดออกมา กูถึงรู้ว่าเจ้านายที่นางเอ่ยถึง คือเกศแก้วน้องน้อยกูเอง หากเกศแก้วพูดกับนางไม่รู้ความ ในสุวรรณโคมคำนี้ ก็คงไม่เหลือผู้ใดแล้วที่จักพูดด้วยนางผู้นี้เข้าใจ”

    “นางโป้ปด ก็ด้วยเพราะพระองค์อย่างไรเล่า หากข้าเจ้ามิได้อยู่ด้วย เรือนรับรองท้ายพิมาน คงได้ตกเป็นที่อยู่ของนางไปแล้ว” คุณท้าวบัวแก้วที่เพิ่งเดินกลับมาจากการไปส่งคนทั้งสอง ทันได้ยินเรื่องที่เจ้าขุนอินทร์ถวายแลเจ้าเมืองสิงห์กำลังสนทนา จึงอดไม่ได้ที่จะแสดงความเห็นในใจตน

    เจ้าแสนเมืองสิงห์ยิ้มเจ้าเล่ห์ ตบฉาดใหญ่เข้าที่ขาตน “กูว่าแล้ว ๆ มิน่าเล่า แม่ญิงหน้าขาวนั่นถึงมิยอมลุกจากไปแต่โดยง่าย นั่งนิ่งแสร้งโง่ ที่แท้ก็เฝ้าคอยฟังเรื่องของเจ้าดอกซอมพอนี่เอง”

    “หุบปากมึงเสียอีบัวแก้ว พูดมากเสียจริง” เจ้าขุนอินทร์ถวายตวัดสายตาดุใส่คุณท้าวคนสนิท แม้จะทรงกริ้วต่อคำพูดของนางข้ารับใช้ แต่ในส่วนลึกกลับเริ่มมีความสับสนในตัวของสตรีจากต่างแดน ที่เริ่มจะส่อเค้าให้ทรงยุ่งยากใจ

    เจ้าแสนเมืองสิงห์ขยับกายเข้ามาใกล้เบื้องพระบาท แววตาที่เคยขี้เล่นกลับเปลี่ยนเป็นจริงจัง และฉายแววเจ้าเล่ห์ตามฉบับขุนศึกผู้เจนจัดในสตรีเพศ

    “นี่พระองค์ทรงดูไม่ออกจริงฤา ว่าแม่หญิงผู้นั้น นางมิได้โง่เขลาเบาปัญญาอย่างเช่นที่นางแสดงออก แววตาที่นางมองพระองค์...มันคือแววตาของนางเสือสาวที่หมายปองขย้ำเหยื่อชัด ๆ ยิ่งพอข้าเอ่ยถึงเจ้านางซอมพอออกไป มือไม้ของนางสั่นเทา จนแทบจะจิกเนื้อหนังตนให้ขาดสิ้น ข้าว่านางเริ่มจะรู้แล้ว ว่าคู่แข่งหัวใจของนางคือผู้ใด”

    แสนเมืองสิงห์เว้นจังหวะ ก่อนจะแย้มยิ้มเหี้ยมเกรียมเสนอแผนการที่ตนเตรียมมา

    “ในเมื่อเวียงสรวงคิดจะเล่นแง่ แอบลอบส่งตัวเจ้านางซอมพอไปเถลิงอำนาจให้เวียงทุ่งหลวง เพื่อให้มันมาคานอำนาจเรา เช่นนั้นเราก็มิควรใช้ราชทูตหรือแม่สื่อไปเจรจาให้เสียเวลา…กูขอเสนอยอดฝีมือจากกองกำลังเสือดำสักสามสิบคน ลอบแทรกแซงปะปนไปกับชาวบ้านและพ่อค้าในเวียงสรวง รอจนขบวนเจ้าสาวเคลื่อนพ้นเขตเวียง”

    เจ้าแสนเมืองสิงห์ยกมือทำท่าฟันลงในอากาศ

    “ข้าจักแสร้งทำตัวเป็นโจรป่าไร้สังกัด ดักซุ่มโจมตีขบวนเจ้าสาวเสียกลางป่า ปล้นฆ่าขบวนเจ้าสาว ให้ขี้ข้ามันหนีตายกระเจิดกระเจิง แล้วชิงเอาตัวเจ้านางซอมพอกลับมายังสุวรรณโคมคำเสีย! ใครจะไปรู้ ว่าโจรป่าพวกนั้นเป็นคนของใคร เมื่อนางมาอยู่ที่นี่ ในฐานะเชลยที่พระองค์ทรงช่วยไว้ นางก็ต้องเป็นสมบัติของพระองค์ เท่านี้ทุกอย่างก็จบ”

    “ปัง!”

    เสียงพระหัตถ์ของเจ้ามหาชีวิตกระแทกเข้ากับโต๊ะทรงงานอย่างแรง โตกดอกไม้สั่นสะเทือนจนดอกกระดังงาหล่นร่วงลงมาอยู่ข้างโตก เจ้าขุนอินทร์ถวายลุกพรวดขึ้นถอยห่าง วรกายสูงใหญ่แผ่รังสีคุกคามจนเจ้าแสนเมืองสิงห์ต้องรีบก้มหน้าลงกราบกราน


     แบบอีบุ๊ค 3 เล่มจบ :

    เล่ม 1. https://shorturl.asia/e8Lbh

    เล่ม 2   https://shorturl.asia/BxnNW

    เล่ม 3. https://shorturl.asia/hCcXH

    คล้ายกับเรื่องซอมพอถวายอินทร์ สุวรรณโคมคำนครแห่งสายนที ที่คุณอ่าน