หลังจากตัดสินใจเลือกภารกิจแรก ณิชา, รุจี และมาริน ก็มุ่งหน้าไปยังป้ายประกาศภารกิจขนาดใหญ่ที่ตั้งตระหง่านอยู่ใกล้กับทางเข้าหลักของวิหารศักดิ์สิทธิ์ ป้ายนั้นเต็มไปด้วยม้วนกระดาษประกาศภารกิจน้อยใหญ่ ไล่ระดับความยากง่ายั้แ่ระดับต่ำสุดไปจนถึงระดับสูงที่น้อยคนนักจะกล้ารับ
"นี่ไงๆ ป้ายภารกิจ!" รุจีชี้ชวนอย่างตื่นเต้น
"ภารกิจล่าสัตว์อสูรระดับเริ่มต้นส่วนใหญ่อยู่โซนนั้นน่ะ ลองไปเลือกดูสิว่าจะล่าตัวอะไรดี"
พวกนางใช้เวลาอยู่ครู่หนึ่งในการเลือกภารกิจระดับต่ำสุดที่เหมาะสมกับผู้เริ่มต้นอย่างณิชา ในที่สุดก็ตกลงเลือกภารกิจ
"กำจัดสไลม์วารี" ที่มักจะปรากฏตัวในเขตป่าชื้นใกล้เคียง เป็ภารกิจที่ไม่ยากนักและให้คะแนนพอสำหรับซื้อลูกแก้วว่างเปล่าได้
"เอาล่ะ! ลงทะเบียนภารกิจเรียบร้อย!" รุจีพูดอย่างร่าเริงหลังจากจัดการเื่เอกสารกับเ้าหน้าที่
"จุดหมายของเราคือ 'ป่าไร้ตะวัน' ทางทิศเหนือของวิหารฯ ไปกันเลย!"
ขณะที่ทั้งสามกำลังเตรียมตัวออกเดินทาง...
ณ หอฝึกยุทธ์
ภายในห้องฝึกซ้อมส่วนตัวที่โอ่อ่าและกว้างขวาง ร่างของสตรีนางหนึ่งกำลังเคลื่อนไหวด้วยท่วงท่าอันทรงพลังและรวดเร็ว ทุกการเคลื่อนไหวเต็มไปด้วยพลังทำลายล้าง อากาศรอบตัวบิดเบี้ยวเล็กน้อยจากความร้อนที่แผ่ออกมา เหงื่อเม็ดเล็กผุดพรายบนใบหน้างดงามแต่เ็าของ 'สินี' ศิษย์เอกของผู้าุโนักบุญสาธิตา
นางกำลังฝึกฝนเคล็ดวิชา "หมัดตะวันเดือด" ขั้นที่ 5 ซึ่งเป็สุดยอดวิชาที่ท่านอาจารย์มอบให้ ท่าร่างของนางหนักแน่นแต่พลิ้วไหวราวเปลวเพลิง แม้จะเพิ่งบรรลุระดับจอมเวทย์ทวิลักษณ์ได้ไม่นาน แต่พลังของนางก็เหนือกว่าจอมเวทย์ระดับ 1 ดาวทั่วไปอย่างเห็นได้ชัด ด้วยลูกแก้วทักษะิญญา 'วิหคเพลิง' ซึ่งเป็ทักษะเสริมกายา (ภายใน) อันหายากยิ่ง
"เรียน คุณหนูสินี" เสียงเคาะประตูดังขึ้น พร้อมกับร่างของนักบุญหญิงฝึกหัดคนหนึ่งที่ก้มศีรษะลงอย่างนอบน้อม
"มีอะไร" สินีหยุดการฝึก หันมาถามเสียงเรียบ แต่แฝงไว้ด้วยอำนาจ
"สายของเรารายงานมาว่า ศิษย์น้องใหม่ 'ณิชา' พร้อมด้วยรุจีและมาริน ได้รับภารกิจล่าสไลม์วารีที่ป่าไร้ตะวันเ้าค่ะ"
"หืม... ณิชางั้นรึ?" สินีเลิกคิ้วเล็กน้อย ชื่อนี้ทำให้นางนึกถึงคำสั่งของท่านอาจารย์สาธิตาที่ให้จับตาดูเด็กใหม่ผู้นี้เป็พิเศษ แม้จะไม่เข้าใจว่าเหตุใดท่านอาจารย์ถึงให้ความสนใจเด็กสาวท่าทางธรรมดาที่เพิ่งผ่านการทดสอบมาแค่ 3 จุดก็ตามที
ตอนนี้ ข่าวลือเื่ 'เ้าสาวสีเื' ที่อาละวาดในเมืองยังมาไม่ถึงหูของนางที่เอาแต่ฝึกตนอยู่ในวิหารฯ และไม่เชื่อว่าคนนั้นจะเป็ ณิชาแน่ๆ ทำให้นางไม่รู้ระดับฝีมือที่แท้จริงของ ณิชา ถ้านางรู้ จะไม่ส่งแค่นักบุญฝึกหัด ใต้สังกัดสาธิตา เพียงนี้อย่างแน่นอน
'ท่านอาจารย์บอกว่าเด็กคนนี้อาจจะไม่ธรรมดา แต่ดูจากภารกิจที่เลือกแล้ว ก็คงไม่มีอะไรน่าสนใจนัก' สินีคิดในใจ
นางให้ความสำคัญกับการฝึกฝนของตนเองมากกว่า นางตั้งเป้าที่จะไปให้ถึงระดับ 1 ดาว ขั้น 2(2/10) ให้เร็วที่สุดเพื่อทำภารกิจที่ท่านอาจารย์ฝากไว้ที่การทดสอบโรงเรียนสหเวทย์ และเพื่อแสดงให้เห็นว่านางเหนือกว่าศิษย์ของผู้าุโคนอื่นๆ โดยเฉพาะศิษย์ของ... มทินา
"ข้ากำลังฝึกวิชาขั้นต่อไปอยู่ ไม่มีเวลาไปดูเื่ไร้สาระ" สินีกล่าวอย่างเ็า
"พวกเ้าสองสามคน ไปจับตาดูนางแทนข้าก็แล้วกัน ดูซิว่าเด็กใหม่ที่ท่านอาจารย์สนใจนั่นมีดีอะไรบ้าง แต่อย่าให้พวกนางรู้ตัวล่ะ"
"รับทราบเ้าค่ะ!" นักบุญหญิงฝึกหัดผู้นั้นรับคำสั่งแล้วรีบถอยออกไปอย่างรวดเร็ว
'สินี' ปัดเื่ของณิชาออกจากความคิด นางกลับมาจดจ่อกับการฝึก 'หมัดตะวันเดือด' ต่อไป นางรู้ดีว่าท่านอาจารย์สาธิตามีความคาดหวังในตัวนางสูงเพียงใด การมีทักษะภายในอย่าง 'วิหคเพลิง' ทำให้ได้เปรียบกว่าพวกที่ใช้ทักษะ
ภายนอกอย่างเทียบไม่ติด
ดังเช่นที่ท่านอาจารย์เคยอธิบาย แม้ชื่อทักษะจะคล้ายวิหคเพลิงเหมือนกัน แต่ทักษะภายในของท่านอาจารย์นั้นเหนือกว่าทักษะภายนอกของาุโสุธีราหลายขุมนัก และความจริงที่ว่าท่านอาจารย์สาธิตาสามารถควบคุมผู้าุโอีกสองคนได้อย่างลับๆ นั้น ยิ่งทำให้นางมั่นใจในเส้นทางที่เลือกเดิน
ณ ป่าไร้ตะวัน
ชื่อของป่าแห่งนี้ไม่ได้มาเพราะโชคช่วยจริงๆ แม้จะเป็เวลากลางวัน แต่ภายในป่ากลับมืดครึ้มไปด้วยเงาของต้นไม้สูงใหญ่ที่ขึ้นหนาทึบจนแสงอาทิตย์แทบส่องลงมาไม่ถึงพื้นดิน บรรยากาศเย็นชื้นและเงียบสงัด มีเพียงเสียงหยดน้ำและเสียงแมลงแปลกๆ ดังแว่วมาเป็ครั้งคราว
"บรื๋อออ ที่นี่น่ากลัวชะมัดเลย" รุจีกอดแขนตัวเอง ทำหน้าแหยๆ
"สภาพแวดล้อมเหมาะกับการฝึกสมาธิและควบคุมพลังธาตุน้ำ" มารินกล่าวเรียบๆ พลางกวาดตามองไปรอบๆ อย่างระมัดระวัง
ณิชาไม่ได้สนใจบรรยากาศรอบตัวมากนัก นางกำลังจดจ่ออยู่กับการฝึก 'วิชาดาบสายธารา' ที่ได้รับมาจากมทินา นางลองโคจรพลังเวทย์จากปฏิกรณ์ในอกไปยังวงแหวนที่แผ่นหลังตามที่มทินาสอน พยายามจะ 'หลอมรวม' ความรู้สึกให้เป็หนึ่งเดียวกับดาบเล่มใหม่ที่อาจารย์มอบให้ แต่มันไม่ง่ายอย่างที่คิด พลังเวทย์ไหลเวียนติดขัด การควบคุมดาบยังดูเก้ๆ กังๆ
"ใจเย็นๆ ณิชา ไม่ต้องรีบร้อน" รุจีให้กำลังใจ
"ถ้ามีคะแนนเยอะๆ ลองไปเช่าห้องฝึกส่วนตัวในหอฝึกยุทธ์ได้ ที่นั่นฝึกได้เร็วกว่า! มันมีภาพจำลองท่าให้ดูตลอด แถมเวลาข้างในก็เดินช้ากว่าข้างนอกด้วย!"
"โอ้ มีที่เช่นนั้นด้วย"ณิชาประหลาดใจ
"การหลอมรวมกับธาตุน้ำต้องใช้ความสงบและจินตนาการ" มารินเดินเข้ามาใกล้ณิชา
"วิชาดาบสายธาราที่เ้าเลือกก็เป็ธาตุน้ำเช่นเดียวกับพลังเวทย์ของข้า ลองนึกถึงความรู้สึกของสายน้ำที่ไหลเอื่อยแต่ไม่เคยหยุดนิ่ง ัักระแสพลังในตัวเ้าให้ไหลเวียนอย่างนุ่มนวลและต่อเนื่อง"
ด้วยคำแนะนำที่ตรงจุดจากมาริน ณิชาค่อยๆ จับความรู้สึกได้ นางหลับตาลง ััถึงพลังเวทย์ที่ไหลเวียนในร่าง พยายามจินตนาการถึงสายน้ำ... ชั่วครู่ต่อมา นางรู้สึกว่าดาบในมือเบาขึ้น การควบคุมพลังเวทย์ราบรื่นขึ้นอย่างน่าประหลาด นางลองตวัดดาบตาม 'กระบวนท่าแรก ' ที่ศึกษาจากคัมภีร์ ท่วงท่าดูงดงามและพลิ้วไหวราวสายน้ำไหล แม้จะยังไม่สมบูรณ์แบบ แต่ก็ถือว่าสำเร็จขั้นแรกของการ "หลอมรวม" และ "กระบวนท่าแรก ท่วงท่าธารา" แล้ว
"สำเร็จแล้ว!" รุจีร้องอย่างดีใจ
"สุดยอดไปเลยณิชา! "มารินเองก็มีแววประหลาดใจฉายชัดในดวงตา
"เ้าเรียนรู้ได้เร็วกว่าที่ข้าคิดมาก... ปกติแล้ว การจะฝึกกระบวนท่าแรกให้คล่องแคล่ว อาจจะต้องใช้เวลาถึงสิบวัน แต่นี่เ้าสำเร็จท่าแรกได้ภายในเวลาไม่ถึงวันด้วยซ้ำ" แม้จะมีคำชี้แนะ แต่นี่ก็แสดงถึงพร์ที่น่าทึ่งของณิชา
"เก่งมากเลยณิชา!" รุจีชมไม่หยุดปาก
"ดีที่ใช่สไลม์วารีเป็เป้าฝึกซ้อม ทำให้ภารกิจเสร็จแล้ว ไปล่าอสูรตัวที่เก่งเพื่อเอาิญญามาทำลูกแก้วทักษะได้แล้วกัน!" นางโวยวายด้วยอาการเบื่อหน่าย
"เดี๋ยวก่อน" มารินขัด
"ไหนๆ ก็จะไปล่าอสูรเพื่อเอาิญญามาทำลูกแก้วทักษะแล้ว ควรจะเลือกอสูรธาตุน้ำที่ทักษะของมันอาจจะส่งเสริมวิชาดาบสายธาราของเ้าได้จะดีกว่าหรือไม่?"
"เอ้อ จริงด้วย!" รุจีเห็นด้วย
"ไหนๆ จะล่าทั้งที ต้องเลือกดีๆ สิเนี่ย! ไปหาอสูรธาตุน้ำที่เหมาะสมกัน!"
ทั้งสามจึงเปลี่ยนเส้นทาง มุ่งลึกเข้าไปในป่าไร้ตะวันมากขึ้น พวกนางใช้ความรู้จากตำราและประสบการณ์ของรุจีกับมารินในการแกะรอยอสูรธาตุน้ำ พวกนางพบร่องรอยของอสูรธาตุน้ำหลายชนิด แต่ที่พอจะต่อกรได้และมีทักษะน่าสนใจมีอยู่สามประเภทหลัก:
เต่าหินวารี ซึ่งขึ้นชื่อเื่พลังป้องกัน แต่อาจจะไม่ได้ทักษะที่พลิกแพลงนัก,
พรายน้ำแข็ง ที่เก่งกาจเื่การโจมตีระยะไกล แต่ก็อาจจะไม่เหมาะกับการต่อสู้ประชิดตัวของณิชา
และสุดท้ายคือเป้าหมายที่พวกนางคิดว่า น่าจะดีที่สุด หากรับมือไหว
ในที่สุดพวกนางก็มาถึงลำธารสายหนึ่งที่น้ำไหลเอื่อยแต่ใสสะอาด...
เบื้องหน้าของพวกนางไม่ไกลนัก ร่างยาวใหญ่สีครามเข้มของสิ่งมีชีวิตหนึ่งกำลังขดตัวเคลื่อนไหวอย่างสง่างามในน้ำ เกล็ดของมันสะท้อนแสงเพียงน้อยนิดที่ส่องลงมาเป็ประกายวาววับ ดวงตาสีเหลืองอำพันจ้องมองมายังผู้บุกรุกทั้งสามอย่างเ็า ลิ้นสองแฉกแลบเลียอากาศ...
"นั่นมัน..." รุจีตาโต กลืนน้ำลายเอื๊อก "นาค!"
"ในที่สุดก็เจอ... เป้าหมายที่ดีที่สุดที่เหมาะสมกับเ้า" มารินพึมพำเสียงเบา แต่แววตากลับเต็มไปด้วยความจริงจังและความคาดหวัง
"ิญญาของนาคขึ้นชื่อว่าสามารถให้ทักษะธาตุน้ำที่ทรงพลังและหลากหลายได้ เหมาะกับวิชาดาบสายธาราของเ้ามากกว่าเต่าหินหรือพรายน้ำแข็งมากนัก นี่แหละคือตัวเลือกที่ดีที่สุดสำหรับณิชา"
บรรยากาศรอบตัวพลันตึงเครียดขึ้นทวีคูณ นาคตัวนี้ดูแข็งแกร่งกว่าอสูรระดับต่ำทั่วไปอย่างเห็นได้ชัด พลังเวทย์ธาตุน้ำอันเข้มข้นที่แผ่ออกมา และการเคลื่อนไหวในน้ำอันเป็ต่อของมัน เป็ที่เลื่องลือ การเผชิญหน้ากับเป้าหมายที่ดีที่สุด ย่อมหมายถึงการต่อสู้ที่อันตรายที่สุดสำหรับพวกนางในตอนนี้เช่นกัน