วิราศนิรามองดูน้ำเสียงเหลืองอ่อนๆ ที่อยู่ในแก้วทรงสูงตรงหน้า ถึงดวงตาเศร้าสร้อยนั้นจะมองนิ่ง แต่ภายในใจไม่นิ่งอย่างที่เห็น เพราะกำลังครุ่นคิดแต่เื่เก่าซ้ำเดิม ทำให้หัวใจดวงน้อยๆ บีบรัด ปวดตุบๆ เ็ปร้าวระลอกแล้วระลอกเล่า
“ไหวไหมอ่ะ??...... พอแค่นี้ก่อนไหม?? เดี๋ยวจะกลับไม่ไหวเอานะ”
เออนันต์ที่คอยเดินมาดูมาพูดคุยในบางครั้ง เพราะต้องทำงานคอยต้อนรับ คอยรับออเดอร์ และเสิร์ฟอาหารเครื่องดื่มไปด้วยในคราวเดียวกัน เดินเข้ามาหยุดยืนอยู่ใกล้ๆ โต๊ะที่วิราศนิรานั่งอยู่ พอเห็นร่างบางโงนเงน เหมือนจะไปต่อไม่ไหว จึงถามออกมาด้วยความเป็ห่วง
“ไหวสิ!!...... เรายังไหว แค่นี้เอง ดื่มเยอะกว่านี้ยังกลับบ้านได้ชิวๆ เลย ขอบอก!!!!”
วิราศนิราตาปรือๆ ด้วยฤทธิ์แอลกอฮอล์ที่ดื่มเข้าไป ยิ้มและพูดยืนยันหนักแน่น ว่าตัวเองนั้นยังไงอยู่ ซึ่งก็ทำให้เออนันต์ก็ไม่รู้จะทำยังไงต่อ เป็ห่วงก็เป็ห่วง แต่ในเมื่อหญิงสาวประสงค์จะดื่มต่อ ก็ต้องเป็ไปตามนั้น ใครจะกล้าไปขัดใจลูกค้าได้กันล่ะ
“งั้นก็ค่อยๆ ดื่มนะ จะเอาอะไรมาทานเล่นไหม?? เพื่อว่าจะทำให้ส่างบ้างอะไรบ้าง??”
เออนันต์เสนอให้สั่งอาหาร หรือของขบเคี้ยวมาทาน เพื่อจะได้ลดปริมาณแอลกอฮอล์ลงไปได้ไม่มากกว่าน้อย เพราะขืนดื่มแต่เบียร์อย่างเดียวอยู่อย่างนี้ มีหวังเมามายไม่เป็ท่ากันอยู่ตรงนี้ กลับบ้านไม่ได้แน่ๆ หากดื่มแบบเว้น่จังหวะบ้างก็ไม่ว่าหรอก นี่เ้าหล่อนเล่นดื่มถี่ๆ และรวดเดียวครึ่งแก้ว รวดเดียวหมดแก้วอย่างนี้ก็ไม่ไหวนะ
“ไม่ล่ะ!!......”
วิราศนิราปฏิเสธข้อเสนอยิ้มๆ ก็เธอไม่อยากจะทานอะไรนอกจากเบียร์นี่นะ หากสั่งมาก็คงไม่ได้ทานอยู่ดี เออนันต์เห็นว่าหญิงสาวไม่้าจะสั่งอะไรนอกจากเบียร์ จึงไม่คิดจะเซ้าซี้อะไรให้มากความอีก และพอดีกับมีลูกค้าเรียก เออนันต์จึงเดินเลี่ยงห่างออกจากโต๊ะนั้นไป
“เฮ!!...... นั่งดื่มคนเดียวจะไปสนุกอะไร ไปนั่งดื่มด้วยกันไหมครับ??”
เสียงคุ้นๆ หูดังอยู่ใกล้ๆ วิราศนิราจึงเงยหน้าขึ้นไปมองบุคคลผู้มาอยู่ข้างๆ โต๊ะเธอ ก็ต้องเบิกตากว้างอย่างประหลาดใจ ที่โลกกลมได้อย่างนี้ ไม่คิดไม่ฝันว่าจะได้มาเจอกับ อาจารย์สอนภาษาอังกฤษของเธอที่นี่
“ทีเชอร์!!!!...... คุณมาทานที่นี่เหมือนกันหรือคะ??” วิราศนิราคลี่ยิ้มกว้างออกมา พร้อมกับร้องถามไปอย่างตื่นเต้น ที่ได้เจอคนรู้จักอยู่ที่ร้านนี้ด้วย
“อืม!! ผมมากับเพื่อนน่ะ สนใจจะไปนั่งดื่มด้วยกันไหมล่ะ??”
เควินเซนท์ถามไปก็ยิ้มไป และทั้งยังส่งสายตาเว้าวอนมาด้วย อย่าง้าให้หญิงสาวตรงหน้า ตอบรับการเชิญชวนจากเขา คือจริงๆ เขานั่งมองเธอมานานแล้ว นานจนแน่ใจว่าเธอมานั่งดื่มอยู่เพียงคนเดียว และคิดว่าหากเธอดื่มจนเมามาย อาจจะเจอพวกไม่หวังดีฉกไปไหนต่อไหนก็เป็ได้ ดังนั้น เขาจึงเดินเข้ามาเชิญชวนนี่ล่ะ
“อือออ!!!!......”
วิราศทำท่าครุ่นคิด ไม่แน่ใจตัวเองว่าอยากจะไปร่วมวงกับชายหนุ่มผู้นี้หรือเปล่า ก็แล้วทำไมล่ะ ดีไม่ใช่เหรอที่เธอจะมีเพื่อนพูดคุยบ้างอะไรบ้าง จะได้ลืมความทุกข์ความโศกที่ค้างคาอยู่ในใจไปได้บ้างไง
“ก็ได้ค่ะ แล้วทีเชอร์นั่งอยู่โต๊ะไหนคะ??”
วิราศนิราคิดได้อย่างนั้นจึงพยักหน้า ตอบรับคำเชิญชวนของชายหนุ่มตรงหน้า พร้อมกับยิ้มหวานส่งให้ด้วย ซึ่งรอยยิ้มนั้นถึงจะดูเศร้า แต่ก็ทำให้ชายหนุ่มที่มองดูอยู่รู้สึกชื่นชอบ และพึงพอใจอยู่มิใช่น้อย
“อยู่โต๊ะโน้น เดี๋ยวผมช่วยถือให้นะ”
เควินเซนท์ชี้มือไปที่โต๊ะที่มีกลุ่มเพื่อนๆ ของเขานั่งกันอยู่ โดยที่วิราศนิราก็มองตามไปด้วย แล้วชายหนุ่มก็หันกลับมา และเห็นวิราศนิราลุกขึ้นยืน ยื่นมือเรียวเล็กไปหยิบแก้วเครื่องดื่มของเธอ เควินเซนท์จึงขันอาสาถือให้ และแถมยังถือถุงผ้าที่ใส่หนังสือเรียนให้ด้วยอีกต่างหาก แล้วพาเดินตรงไปยังโต๊ะที่มีกลุ่มเพื่อนของเขานั่งอยู่
๑๒๑๒๑๒๑๒๑๒๑๒๑๒๑๒๑๒๑๒๑๒๑๒๑๒๑๒๑๒๑๒๑๒๑๒๑๒๑๒๑๒๑๒๑๒๑๒๑๒๑๒๑๒๑๒๑๒๑๒