ตอนที่ 23 : เ้าั์ม๋อห่าวหราน
รันฟงเทียนเห็นม๋อห่าวหรานออกมาสู้ เขาจึงคิดว่า คงเพราะมันเป็บุตรชายของผู้าุโหนึ่ง จึงออกมาแก้แค้นเชี่ยหลีเนียง ที่ทำให้บิดาของมันแขนพิการ มันคงคิดจะเอาความแค้น มาลงที่น้องอิงแน่นอน
เห็นได้ชัดเลยว่า ประมุขม๋อเป่ยวางแผนมาเป็อย่างดี เขาคิดจะให้ม๋อห่าวหรานชายร่างั์ผู้นี้ มาจัดการกับเชี่ยอิงอิง
ประการแรก : เพื่อเอาใจผู้าุโหนึ่ง ที่ได้ชำระความแค้น เพราะถ้าม๋อเป่ย อนุญาตให้เชี่ยหลีเนียง อยู่ในตระกูลต่อไป ผู้าุโหนึ่งอาจจะเอาใจออกห่างได้
ประการที่สอง : ถ้าเชี่ยอิงอิง แพ้การประลองอย่างเป็ทางการ เชี่ยหลีเนียงอาจจะต้อง กลับไปประจำอยู่ที่ตระกูลม๋อ ในฐานะเทพพิทักษ์ตระกูล โดยปฏิเสธไม่ได้เลย
“เห๊อะ!!!! ไอ้เฒ่าเ้าเล่ห์นี่ เดี๋ยวรู้กัน” รันฟงเทียนสบถ
“ระวังตัวด้วยน้องอิง ห้ามออมมือเด็ดขาด!!!” รันฟงเทียนกล่าวออกมาอย่างจริงจัง
“เด็กผู้หญิงคนนั้น พลังปราณดูเหมือนจะอยู่ ที่ระดับ 6 ขอบเขตก่อเกิดกายาเอง จะสู้เ้าั์ม๋อห่าวหรานได้อย่างไร พลังห่างกันตั้งสองระดับ...ไม่ไหวหรอก!!! น่าเสียดายเด็กสาวคนนั้น นางช่างน่ารักยิ่งนัก ถ้าโตเป็สาวคงงดงามแน่แท้ เป็เพราะเ้ารันฟงเทียนน่าชังนั่น หลอกเด็กสาวให้หลงทาง บางทีทั้งสองอาจจะเป็ มากกว่าพี่น้องกันก็ได้ เฮ้อ!!!” ม๋อกวงกล่าว
ซุ่มเสียงเหยียดหยามดูแคลน ดังขึ้นอย่างแ่เบา แว่วมาเข้าหูของรันฟงเทียน คิ้วของเขาถึงกับกระตุก หลายต่อหลายครั้ง สายตาของเขาเบนเบือนไปด้านข้าง พร้อมทั้งจับจ้องไปที่ ม๋อกวงด้วยความเฉยเมย จากนั้นรันฟงเทียน ก็ถอนสายตาของตนเอง แล้วเพ่งสายตาไปยังเชี่ยอิงอิงทันที
ม๋อกวง ผู้ซึ่งเพิ่งจะปิดปากตนเองลง พลันรู้สึกหนาวเหน็บจับจิต ทั่วร่างของมันพลันสั่นสะท้านขึ้นเล็กน้อย
ม๋อกวงเริ่มหันมองสำรวจโดยรอบ ขณะที่หัวใจของเขา เต้นรัวทะยานอย่างบ้าคลั่ง...เมื่อครู่นี้ เขารู้สึกว่า ตนเองเพิ่งตกลงไป ในหลุมน้ำแข็งอันเยือกเย็น...??? ทั้งยังััได้ถึงสายตาของอสรพิษ ซึ่งจับจ้องมองมายังเขา อย่างไม่ละสายตา
ทว่า... แม้จะมองไปยังที่ใด มันกลับไม่สามารถค้นหา ถึงความผิดปกติใด ๆ ได้เลยความรู้สึกหวาดหวั่นขวัญผวาวูบนั้น ค่อย ๆ เจือจางบางเบา ม๋อกวงยกมือขึ้น ััหยาดเหงื่อบนหน้าผาก ซึ่งไม่รู้สึกตัวเลย ว่าผุดออกมาั้แ่เมื่อใด จึงเริ่มคิดได้ว่า เขาอาจจะหวาดระแวงไปเองอย่างแท้จริง
“ย๊ากกกกก!!! ขวานผ่าปฐี”
ม๋อห่าวหรานเริ่มลงมือก่อน มือทั้งสองของเขา กำด้ามขวานไว้อย่างแน่น ร่างกายใหญ่โตกระโจนขึ้น พร้อมทั้งโถมโจมตีลงมา เมื่อรวมร่างกายมหึมาของเขา กับพลังปราณระดับ 8 ขอบเขตก่อเกิดกายา เปรียบเสมือนเงาของดวงดาว กำลังตกพุ่งลงมา เพื่อแยกปฐีให้แตกออกเป็เสี่ยง ๆ
เมื่อต้องเผชิญหน้ากับสภาวะการจู่โจม ด้วยพลังอันมหาศาลและรุนแรงของม๋อห่าวหราน เชี่ยอิงอิงไม่แม้แต่พยายามหลบหลีก ทั้งยังไม่ตั้งท่ารับมือแต่อย่างใด นางแค่เพียงยกแขนขวาขึ้น แล้วกางฝ่ามือออกมา พร้อมกล่าวอย่างแ่เบาว่า “เคล็ดวิชาหงส์ฟ้าพิชิตเหมันต์” ไอสีขาวครอบคลุมฝ่ามือของนาง จนเป็สีขาวราวกับหิมะ ทั้งยังมีความเย็นสุดขั้ว จับไปที่ขวานของม๋อห่าวหราน ขณะยืนนิ่งอยู่กับที่ ขวานของม๋อห่าวหราน เริ่มมีน้ำแข็งเกาะลามไปอย่างรวดเร็ว
“เปรียะ!!!”
ขวานที่เป็อาวุธระดับปฐีขั้นต้นนั้น ค่อย ๆ ร้าวและหลุดร่วงหล่น จนเหลือแต่เพียงด้ามขวาน ที่ยังอยู่บนมือของม๋อห่าวหราน
เชี่ยอิงอิง ใช้วิธีการขัดขวางการโจมตี ที่ดูคล้ายดุร้ายรุนแรง ของม๋อห่าวหรานตรง ๆ โดยปราศจากลวดลายอันใด
มุมปากของนาง ปรากฏร่องรอยของความดูแคลน... นางกำมือและปล่อยกำปั้น อันแลดูบอบบาง ประกายสีขาวงดงาม ตวัดเสยขึ้นในทันใด คล้ายดั่งัหิมะที่ถูกปลุก... กำปั้นนั้นซัดไปถูกท่อนแขน อันมโหฬารทั้งสองข้าง ของม๋อห่าวหราน ตรงระหว่างท้องแขน พลังลมปราณของนางพลันถูกปลดปล่อย
“กร็อบ!!!”
“อ๊ากกกก!!!”
“ม๋อห่าวหราน!!!” ประมุขม๋อเป่ยะโขึ้นทันที
ท่ามกลางเสียงร้องครวญคราง ด้วยความเ็ป จากม๋อห่าวหราน ข้อแขนทั้งสองข้างของมัน เคลื่อนหลุดจากที่ภายในพริบตา อีกทั้งยังมีพิษจากไอเย็นกัดกร่อน เข้าไปสู่จุดชีพจร ภายในแขนของม๋อห่าวหราน
เชี่ยอิงอิงใช้การเคลื่อนไหว สะบัดแขนของตนเองออก พร้อมทั้งโยนร่างของม๋อห่าวหราน ซึ่งมีน้ำหนัก มากถึงหนึ่งร้อยห้าสิบกิโลกรัมขึ้น ลอยเข้าไปหากลุ่มคนตระกูลม๋อ และพลันตกลงไปตรงด้านหน้า ของประมุขม่อเป่ยเข้าพอดิบพอดี
“เฮ้ย!!! เด็กสาวคนนั้นใช้วิชาธาตุน้ำแข็งด้วย”
“ใช่!!! ตัวเล็กนิดเดียว ทำไมแรงเยอะขนาดนี้”
“น่ากลัวทั้งแม่ทั้งลูกเลยวุ้ย!!!”
เสียงดังไปทั่วบริเวณด้านหน้าประตูทางออกเมืองจันทร์ล่อง แม้แต่เ้าเมืองยังอ้าปากค้างไว้ ไม่ยอมหุบลงมาเลย กลายเป็ชื่อเสียงของนาง กลับเติบโตและเพิ่มพูนขึ้นในพริบตา ผู้คนในละแวกนี้ต่างชื่นชม และตื่นกลัวความสามารถของนาง
“เป็ไปไม่ได้... พลังปราณธาตุน้ำแข็ง!!!” ประมุขม๋อเป่ยสบถขึ้น ตาเริ่มลอยออก เพราะเป็เขานั่นเอง ที่ตั้งตนเป็ศัตรูของสองแม่ลูกนี้
ผู้าุโหนึ่ง รีบวิ่งมาดูบุตรชายของตน และจ้องมองไปที่เชี่ยอิงอิง อย่างโกรธแค้นยิ่ง จากนั้นจึงกล่าวด้วยใบหน้าที่เขียวคล้ำว่า
“ม๋ออิง... เ้าลงมือหนักเกินไปแล้ว น่าจะยั้งมือเมื่อกำลังจะถึงตัว อีกฝ่ายมิใช่รึ!!! การประลองนี้ควรจะสิ้นสุดลง ั้แ่ขวานของม๋อห่าวหรานถูกทำลายแล้ว ผู้คนคงเห็นอย่างชัดแจ้ง ว่าเ้าเป็ฝ่ายที่มีพลังเหนือกว่ามาก เหตุใดเ้ายังโจมตีใส่เขาอย่างรุนแรงถึงเพียงนี้”
“เหอะ!!!” รันฟงเทียน ส่งเสียงเยาะเย้ยแล้วกล่าวขึ้น “จริงอยู่ว่า… นี่คือการประลองแบบธรรมดา แต่เท่าที่สังเกตเห็นม๋อห่าวหราน มันถ่ายพลังปราณจำนวนมหาศาล ลงไปในขวาน ถ้าคมขวานโดนน้องอิงเข้า คงจะแยกแขนของนาง ออกจากร่างไปแล้ว”
“จะว่าไป!!!ดาบกระบี่ไร้ั์ตา หมัดฝ่ามือยากหยุดยั้ง นี่ล้วนเป็หลักการ ที่ทุกผู้คนต้องล่วงรู้ บางครั้งถึงกับมีการเสียชีวิต เนื่องจากไม่อาจยั้งมือ ในระหว่างการประลอง อาการาเ็ที่ได้รับมาบ้างนั้น ล้วนไม่ใช่เื่แปลกประหลาดอันใด”
“บางทีน้องอิงของข้า ก็อาจจะไม่รู้ว่าม๋อห่าวหราน เขาจะเปราะบางมากเพียงนี้ ถึงขนาดที่ว่ากระดูกแตก กระอักเืออกมา แค่เพียงสองกระบวนท่าเท่านั้น พวกเ้าไม่ตำหนิว่าตนเองไร้ฝีมือ ทว่ากลับมาตำหนินางงั้นรึ”
“ฮ่า...ฮ่า...!!! ที่คุณชายรันฟงเทียนกล่าว ล้วนถูกต้องจริง ๆ ” เ้าเมืองะโออกมาอย่างสะใจ เพราะในใจลึก ๆ ของเขาไม่ค่อยพอใจ ตระกูลม๋อเป็การส่วนตัวอยู่แล้ว
“นั่นสิ... ระหว่างการประมือกันของผู้ฝึกยุทธ กระดูกหักบ้างสองสามท่อนล้วนเป็เหตุการณ์ปกติ นี่จึงเรียกว่าการประมือที่แท้จริง ตระกูลม๋อซึ่งเป็อันดับหนึ่ง ในเมืองจันทร์ล่องแห่งนี้ ถึงขนาดไม่สามารถรับได้ กับการาเ็เล็กน้อยเช่นนี้ ไม่น่าแปลกใจเลย ที่ชอบเอาดีเข้าตัว เอาชั่วให้คนอื่น”
“ใช่ ๆ !!! อันที่จริง นี่ก็ถือว่านางปราณีมากแล้ว หากนางใช้พลังปราณหิมะ โจมตีไปที่ส่วนอื่น แทนที่จะเป็ท่อนแขน พวกเ้าคิดว่าม๋อห่าวหราน จะยังสามารถมีชีวิตรอดได้อีกหรือ??? ”
ซุ่มเสียงเหน็บแนมบาดแก้วหู ดังขึ้นมาให้ได้ยิน จากชาวเมืองจันทร์ล่อง ที่ไม่พอใจตระกูลม๋อ... เหล่าผู้าุโจากตระกูลอื่น ๆ ที่ได้รับฟังต่างส่ายศีรษะ ถอนลมหายใจอย่างดูแคลน ทั้งหมดนี้ย่อมอยู่ในการคำนวณของรันฟังเทียน เขาเผยรอยยิ้มขึ้นทันที
“อิงเอ๋อ... เ้าเติบโตขึ้นมากจริง ๆ ม๋อฝ่าน เ้าเห็นลูกสาวของเราหรือไม่ เ้าไม่จำเป็ต้องเป็ห่วงนางอีกแล้ว หลับให้สบายเถิด” เชี่ยหลีเนียงกล่าวเบา ๆ พร้อมยิ้มอย่างผ่อนคลาย
“มีใครจะสู้กับข้าอีกหรือไม่??? ” เชี่ยอิงอิงกล่าวถามอย่างเฉยเมย
“ดาบกระบี่ไร้ั์ตา หมัดฝ่ามือยากหยุดยั้ง... ดีมาก!!!” มีหญิงสาวปรากฏตัวขึ้นมา เบื้องหน้าของเชี่ยอิงอิง ใบหน้าสวยงามเข้ารูป จ้องไปยังบุคคล ที่ริอาจมาทำร้ายม๋อห่าวหราน ซึ่งเป็น้องชายของนางอย่างโหดร้าย จากนั้นจึงกล่าว ด้วยน้ำเสียงเ็าว่า “ข้า... ม๋อเฟยหย่า ถ้าข้ากลับมาไม่ทัน คงไม่อาจรู้ว่า มีคนกล้าทำร้ายน้องชายของข้าด้วย”
“ฮ่า...ฮ่า...!!! ดี!!! เฟยหย่า เ้ากลับมาถึงแล้ว รีบไปจัดการนางซะ” ประมุขม๋อเป่ยดีใจจนออกหน้าออกตา
รันฟงเทียนเห็นม๋อฟาหย่า ก็ไม่ได้แสดงสีหน้าอะไรออกมา เพียงกล่าวว่า
“พี่สาวเฟยหย่านั่นเอง ท่านบรรลุพลังปราณ ขอบเขตก่อเกิดิญญาแล้ว… ยินดีด้วย!!!” จากนั้นเขาก็เดินมาข้าง ๆ เชี่ยอิงอิง และกระซิบบอกนางว่า “น้องอิงระวังตัวด้วย!!! เ้าจงใช้โอกาสนี้ ต่อสู้ให้สุดฝีมือ มีข้าอยู่ทั้งคนไม่ต้องกังวลอันใด”
“พี่ฟงเทียน... ข้าจะทำเต็มที่!!!” จากนั้นนางก็ยิ้มให้เขาอย่างอ่อนโยน
ในขณะที่รันฟงเทียนหันหลัง และกำลังจะเดินจากไป ปรากฏขาข้างหนึ่งพุ่งเข้ามา ที่เอวด้านซ้ายของเขา
“มับ!!!”
รันฟงเทียนยกมือซ้าย จับเท้าที่ลอบโจมตีเขาไว้แน่น และยกขึ้นเล็กน้อย แล้วกล่าวว่า “ใจเย็นสิ... พี่สาวเฟยหย่า คู่ต่อสู้ของท่านไม่ใช่ข้า” จากนั้น เขาก็ผลักเท้านั้นออกไป
ม๋อเฟยหย่า กระเด็นถอยหลังออกไปถึง 10 ก้าว... พอนางตั้งสติได้ นางก็มองเขาอย่างจริงใจ นางคิดว่า ในระหว่างที่นางไปฝึกฝน ในสำนักไหมฟ้า แล้วได้ยินข่าวลือเื่ของรันฟงเทียน ที่สูญเสียพลังยุทธจนหมดสิ้น นางรู้สึกสะใจเป็อย่างมาก เพราะพร์ของเขานั้น สูงส่งเหนือกว่านางยิ่งนัก... นางมักจะแอบอิจฉาเขาอยู่เสมอ กลับมาครานี้ นางคิดจะมาสั่งสอนเขาให้หนำใจ
“เหอะ!!! จัดการกับสวะ อย่างนังเด็กคนนี้นะหรือ... อายุ 14 พลังปราณระดับ 6 ขอบเขตก่อเกิดกายา อืม... ได้!!! หลังจากนั้นก็จะเป็คิวของเ้า” ม๋อเฟยหย่าเมินเฉยเชี่ยอิงอิง ประกาศท้ารันฟงเทียนอย่างโจ่งแจ้ง
รันฟงเทียนยักไหล่และเดินไปยืนข้าง ๆ เชี่ยหลีเนียง
“เทียนเอ๋อ!!! อิงเอ๋อจะไหวหรือ... ข้าว่า...” เชี่ยหลีเนียงกล่าวอย่างเป็กังวล
“สบายใจเถอะท่านป้าเชี่ย... บางทีการประลองครั้งนี้ อาจจะเป็โอกาสดีสำหรับนาง ที่จะได้เรียนรู้จากการต่อสู้อย่างแท้จริง เพราะระดับพลังยุทธของนางในตอนนี้ ขอบเขตก่อเกิดกายาไม่สามารถต่อสู้กับนางได้แล้ว ปล่อยให้นางเผชิญ กับความยากลำบากเสียบ้าง นางก็จะสามารถพัฒนา ได้อย่างมั่นคงและรวดเร็วขึ้น” รันฟงเทียนรีบกล่าวออกมา เพื่อคลายความกังวลของเชี่ยหลีเนียง
“ผู้หญิงคนนั้นคือใคร... ดูเหมือนน่าจะอายุประมาณ 18 ถึง 19 ปี แต่กลับมีพลังปราณ อยู่ที่ระดับ 1 ขอบเขตก่อเกิดิญญาแล้ว...เฮ้อ!!! ตระกูลม๋อนี่ทำบุญมาด้วยอะไร ถึงได้มีเด็กอัจฉริยะ อยู่ในตระกูลมากมายเพียงนี้ ทั้งความสวยและมีเสน่ห์นั่นอีก เหตุใดข้าไม่เคยพบนางมาก่อน??? ”
“นางคือ ม๋อเฟยหย่า น่าจะเป็ศิษย์สายใน ของสำนักไหมฟ้า เป็บุตรสาวคนโต ของผู้าุโหนึ่งแห่งตระกูลม๋อ ถ้านางลงมือ... เชี่ยอิงอิงคนนั้น อาจจะสามารถต้านทานทนรับการโจมตี ได้สักสี่ถึงห้ากระบวนท่า” ทุกคนที่อยู่บริเวณนี้ ซึ่งไม่สามารถระงับการท้าประลอง ที่เบื้องหน้าล้วนไม่อาจเป็ไปได้ คงได้แต่เบิกตาเฝ้าดู และภาวนาให้เชี่ยอิงอิง ไม่ได้รับาเ็สาหัสจนเกินไป