สองวันต่อมา... ภายในจวนลึกลับของมู่หย่ง
หนิงจูเชว่ลืมตาขึ้นมาอย่างช้าๆ เพดานห้องที่ตกแต่งด้วยลวดลายเรียบหรูทำให้นางรู้ว่าตนเองไม่ได้อยู่ในป่าอีกต่อไป นางรู้สึกเหมือนร่างกายถูกบดขยี้แล้วประกอบใหม่ ความเ็ปพุ่งพล่านไปทุกอณูขน
"ตื่นแล้วรึ? ยัยผู้หญิงใจกล้าบ้าบิ่น" เสียงทุ้มต่ำของมู่หย่งดังขึ้นจากเก้าอี้ข้างเตียง เขากำลังนั่งอ่านตำราอย่างใจเย็น
"น้ำ... ขอน้ำหน่อย..." หนิงจูเชว่พึมพำ เมื่อได้จิบน้ำอุ่นจนคอเริ่มโล่ง นางก็รีบถามทันที "ศิษย์ข้าล่ะ? อาโกวกับตู้เย็นน้อยเป็ยังไงบ้าง?"
"อาโกวนอนอยู่ในห้องข้างๆ ร่างกายเขามันประหลาดนัก ยิ่งาเ็หนักกระดูกกลับยิ่งแข็งแกร่งขึ้นราวกับสัตว์ป่า ส่วนเฉินอี้... นางแค่เหนื่อยล้าเกินไป ตอนนี้ตื่นมานั่งเฝ้าเ้าจนเผลอหลับไปที่ปลายเตียงนั่นไง" มู่หย่งพยักพยืดหน้าไปทางเด็กสาวที่นอนฟุบอยู่ข้างเท้าหนิงจูเชว่
หนิงจูเชว่ถอนหายใจอย่างโล่งอก "ขอบใจเ้ามากนะเ้าหน้ากากเงิน... ไม่นึกเลยว่าเ้าจะยอมรับขยะสามคนเข้าบ้าน"
"ข้าไม่ได้ทำฟรีๆ" มู่หย่งวางตำราลง "เ้าทำให้สำนักเหมันต์นิรันดร์โกรธจัดจนตอนนี้พวกมันประกาศล่าตัวสตรีชุดแดงไปทั่วเมือง ค่าคุ้มครองพวกเ้าในตอนนี้... สูงกว่าบัวหิมะพันปีหลายเท่าตัวนัก"
"เออ... ข้ารู้แล้วน่า" หนิงจูเชว่แค่นเสียงเหอะ "ตอนนี้ข้ายังไม่มีเงินจ่าย แต่ถ้าข้าทะลวงขอบเขตได้เมื่อไหร่ ข้าจะไปถล่มคลังของไอ้พวกสำนักน้ำแข็งนั่นมาคืนเ้าเป็สิบเท่า!"
นางพยายามจะลุกขึ้นนั่ง แม้จะปวดร้าวไปทั้งตัว แต่นางััได้ว่าการศึกครั้งนี้ไม่ได้มีแต่ข้อเสีย โลหิตหงส์ที่ถูกกระตุ้นทำให้จุดตันเถียนของนางขยายตัวขึ้นอย่างมหาศาล และกำแพงที่กั้นระหว่าง ขอบเขตแรกเริ่ม กับ ขอบเขตหลอมรวมปราณ เริ่มสั่นคลอน
"มู่หย่ง... ข้า้าห้องลับที่ปลอดภัยที่สุด" หนิงจูเชว่ดวงตาเป็ประกายคมกล้า "ข้าจะเข้าสู่การปิดด่านฝึกตน... ทันทีที่ข้าออกมา เมืองชิงซานจะต้องจดจำชื่อของ 'อาจารย์หงส์' ไปตลอดกาล!"
มู่หย่งยกยิ้มใต้หน้ากาก "ได้... ข้าจะจัดเตรียมให้ แต่อย่าตายในจวนข้าก็พอ ข้าี้เีล้างคราบเืเ้า"
"หุบปากไปเลยเ้าคนหน้าเงิน!"
หนิงจูเชว่ะโด่าพลางลูบหัวเฉินอี้ที่เริ่มขยับตัวตื่น ความพ่ายแพ้ครั้งนี้คือน้ำมันที่ราดลงบนกองไฟในใจนาง... พญาหงส์กำลังจะกลับมา และคราวนี้... นางจะไม่ใช่แค่ "ขยะ" ที่ใครจะมาดูถูกได้อีกต่อไป!
ภายใต้จวนลึกลับของมู่หย่งในเขตตลาดมืด
ห้องศิลานิลหนาเจ็ดชั้นถูกใช้เป็สถานที่ปิดด่านฝึกตนของหนิงจูเชว่ ความเงียบสงัดภายในห้องถูกทำลายลงด้วยเสียงลมหายใจที่หนักหน่วงและไอความร้อนที่เริ่มแผ่ออกมาจนอากาศบิดเบี้ยว
หนิงจูเชว่นั่งขัดสมาธิอยู่ใจกลางห้อง สภาพร่างกายของนางแม้จะได้รับการรักษาด้วยยารสเลิศจากมู่หย่งจนแผลภายนอกสมานตัว แต่ภายในจุดตันเถียนกลับกำลังเกิดพายุคลั่ง โลหิตหงส์ที่ถูกกระตุ้นจากการต่อสู้กับหานเซียวพยายามจะหลอมรวมเข้ากับเส้นชีพจรที่ยัง 'เปราะบาง' เกินไปสำหรับนาง
"หึ... คิดจะขัดขืนข้างั้นหรือ?" หนิงจูเชว่พึมพำ มุมปากหยักยิ้มอย่างทระนง "ในอดีตข้าเคยอาบเพลิง์เก้าชั้นฟ้า แค่ปราณร้อนแรงเพียงเท่านี้ หากข้าสยบไม่ได้ ก็อย่าเรียกข้าว่าจักรพรรดินีหงส์เพลิงเลย!"
นางเริ่มโคจร วิชาเพลิงเทวะอสูร : บทหลอมรวมกายา อย่างบ้าคลั่ง!
ขั้นที่ 1: ทะลวงขอบเขตแรกเริ่ม... สู่จุดสมบูรณ์
ในขอบเขตแรกเริ่มนั้น คนทั่วไปจะมุ่งเน้นการสะสมปราณในเส้นชีพจร แต่สำหรับหนิงจูเชว่ นาง้า "ความบริสุทธิ์" ที่เหนือล้ำ นางเริ่มบีบอัดปราณเพลิงที่ฟุ้งกระจายอยู่ทั่วร่างให้ไหลกลับมารวมกันที่จุดตันเถียนเพียงจุดเดียว
กึก... กึก...
เสียงกระดูกลั่นดังสะท้อนในห้องศิลา เหงื่อที่ไหลออกมาถูกความร้อนระเหยกลายเป็ไอสีแดงจางๆ ในวินาทีนั้นเอง กำแพงขวางกั้นที่ดูเหมือนจะไร้หนทางข้ามผ่านของ ขอบเขตแรกเริ่ม ขั้นสุดขีดจำกัด ก็เริ่มปริร้าว
"วิชาเพลิงเทวะอสูร : เพลิงชำระ!"
นางเค้นพลังเฮือกสุดท้ายเผาผลาญตะกรันที่หลงเหลืออยู่ในเส้นชีพจรจนสะอาดหมดจด ทันใดนั้น แสงสีชาดะเิออกมาจากร่างของนางสว่างจ้าไปทั่วห้อง
ปัง!
ปราณในร่างขยายตัวออกเป็วงกว้างก่อนจะถูกสูบกลับเข้าไปอย่างรวดเร็ว บัดนี้นางได้ก้าวเข้าสู่ ขอบเขตแรกเริ่ม ขั้นสมบูรณ์ อย่างเต็มตัว! ผิวพรรณของนางดูเปล่งปลั่งขึ้น ราวกับหยกแกะสลักที่มีเปลวไฟซ่อนอยู่ภายใน
"ยัง... ยังไม่พอ!"
หนิงจูเชว่ไม่ได้หยุดพัก นางรู้ดีว่าหากหยุดตอนนี้วาสนาที่ได้จากการาเ็ปางตายจะสูญเปล่า นางหยิบขวดหยกที่มู่หย่งแอบทิ้งไว้ให้ ซึ่งเป็โอสถรวมปราณระดับสูง เทเข้าปากรวดเดียวสามเม็ด!
ขั้นที่ 2: ก้าวข้ามขอบเขต... สู่ขอบเขตหลอมรวมปราณ
การทะลวงข้ามขอบเขตใหญ่จาก 'แรกเริ่ม' ไปสู่ 'หลอมรวมปราณ' คือการเปลี่ยนจาก 'น้ำ' ให้กลายเป็ 'ไอ' ปราณที่เคยไหลเวียนอย่างเชื่องช้าต้องถูกควบแน่นจนเปลี่ยนสภาพเป็พลังงานที่เข้มข้นขึ้น
"ขอบเขตหลอมรวมปราณ... คือการหลอมรวมเจตจำนงเข้ากับพลังธรรมชาติ" หนิงจูเชว่หลับตาลง นึกถึงภาพหงส์เพลิงที่สยายปีกท่ามกลางดวงอาทิตย์
ในห้องศิลา อุณหภูมิพุ่งสูงขึ้นจนศิลานิลเริ่มแดงก่ำ หนิงจูเชว่ใช้จิติญญาหมื่นปีของนางเป็ค้อน และใช้ปราณเพลิงอสูรเป็ทั่ง ตีตราประทับแห่งหงส์ลงบนจุดตันเถียนซ้ำแล้วซ้ำเล่า!
เปรี้ยง! เปรี้ยง!
เสียงฟ้าผ่าดังขึ้นภายในจิตใจของนาง ร่างกายของหนิงจูเชว่สั่นสะท้อนอย่างรุนแรง เืสีทองแดงหยดหนึ่งไหลออกมาจากทวารทั้งเจ็ด แต่นางกลับหัวเราะออกมาอย่างบ้าคลั่ง
"เข้ามา! จะเ็ปแค่ไหนก็เข้ามา! ข้าคือเพลิงที่ไม่วันดับ!"
ทันใดนั้น ปราณที่เคยไหลเวียนเป็สายน้ำก็ะเิออกแล้วหลอมรวมกันเป็ 'มวลสารสีทองแดง' หมุนวนอยู่กลางตันเถียน กลิ่นอายพลังที่แผ่ออกมานั้นเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง มันไม่ใช่แค่ความร้อนอีกต่อไป แต่มันคือ 'อำนาจสะกดข่ม' ที่ช่างคล้ายคลึงกับความสามารถของขอบเขตราชันย์
บึ้มมมมม!
คลื่นกระแทกสีชาดซัดเอาประตูห้องศิลาเจ็ดชั้นกระเด็นหลุดออกไปทั้งบาน!
หนิงจูเชว่ลืมตาขึ้น ดวงตาของนางบัดนี้มีเปลวไฟสีชาดลุกโชนอยู่ภายในครู่หนึ่งก่อนจะเลือนหายไป ทั่วร่างของนางแผ่กลิ่นอายที่ทรงพลังและเยือกเย็นในเวลาเดียวกัน
"ขอบเขตหลอมรวมปราณ ขั้นต้น... สำเร็จ!"
นางลุกขึ้นยืนด้วยท่วงท่าที่สง่างามผิดจากเดิม พลังในกายเปี่ยมล้นจนนางรู้สึกว่าเพียงแค่สะบัดมือ ก็สามารถเผาผู้ติดตามของหานเซียวให้กลายเป็เถ้าถ่านได้ในพริบตา
"ยินดีด้วยนะ ยายผู้หญิงบ้าอำนาจ" เสียงตบมือเบาๆ ดังขึ้นที่หน้าประตูที่พังพินาศ มู่หย่งยืนพิงผนังมองดูนางด้วยสายตาทึ่ง "เ้าทำลายห้องลับที่แพงที่สุดของข้าจนยับเยินขนาดนี้ เห็นทีค่าจ้างรอบหน้าต้องเพิ่มเป็สามเท่า"
"หุบปากไปเลยเ้าหน้าเงิน!" หนิงจูเชว่สะบัดผมสีชาดพลางแสยะยิ้มกวนประสาท "ดูสิ... ข้าใช้เวลาแค่ไม่กี่วันก็ทะลวงได้แล้ว พวกสำนักเหมันต์นั่นอยู่ที่ไหน? ข้าอยากจะไปทดสอบหมัดใหม่ใจจะขาด!"
"ใจเย็นก่อนท่านอาจารย์...ท่านเพิ่งฟื้นนะเ้าคะ!" เฉินอี้วิ่งเข้ามาพร้อมอาโกวที่บัดนี้ดูตัวหนาขึ้นและผิวเข้มขึ้นจากการฝึกกายาทรราช
"อาจารย์! ท่านดูข้าสิ! ข้าลองให้ลูกน้องมู่หย่งเอาไม้ฟาดหัวข้าเมื่อเช้า ไม้หักเลยนะขอรับ!" อาโกวอวดด้วยความภาคภูมิใจ
หลังจากที่คลื่นความร้อนจากการทะลวงขอบเขตของหนิงจูเชว่สงบลง นางก็เดินออกมาจากกองซากปรักหักพังของประตูห้องศิลา สายตาคมกริบกวาดมองดูศิษย์ทั้งสองที่มารอรับทันที
เฉินอี้ดูสดใสขึ้นมาก ไอเย็นรอบกายดูเสถียรและทรงพลัง นางทะลวงถึงขอบเขตหลอมรวมปราณขั้นต้นแล้วใน่เวลาหลายวันนี้ นางดูดซับพลังทั้งหมดตอนปลุกกายาพร์โดยกำเนิดของนางหมดแล้วหลังจากได้รับการกระตุ้นในการต่อสู้อย่างหนัก แต่สิ่งที่สะดุดตาหนิงจูเชว่ที่สุดกลับเป็เ้าเบ๊เบ๊อาโกว
บัดนี้อาโกวไม่ได้ดูแห้งกร่องเหมือนวันแรก ผิวพรรณของเขาเปลี่ยนเป็สีทองแดงจางๆ กล้ามเนื้อดูแ่าขึ้นราวกับถูกตีขึ้นรูปด้วยค้อนเหล็ก และที่สำคัญที่สุด... กลิ่นอายปราณที่แผ่ออกมานั้นข้ามผ่านขีดจำกัดเดิมไปไกลลิบ
"โอ๊ะ... อาโกว เ้านี่มันดวงแข็งจริงๆ นะ" หนิงจูเชว่เลิกคิ้วมองอย่างพิจารณา "รับมือกับขอบเขตหลอมรวมปราณขั้นสมบูรณ์โดยไม่ตาย แถมยังโดนฟาดจนปางตายไปขนาดนั้น... ไม่นึกเลยว่ามันจะช่วยให้เ้าทะลวงถึง ขอบเขตแรกเริ่ม ขั้นสมบูรณ์ ได้เร็วขนาดนี้!"
"หะ... จริงหรือขอรับอาจารย์!" อาโกวรีบสำรวจร่างกายตัวเองด้วยความตื่นเต้น "ข้าก็ว่าทำไม่ที่ข้านอนซม ข้าถึงรู้สึกเหมือนกระดูกมันคันๆ และมีพลังงานอุ่นๆ ไหลวนไปมา ที่แท้วิชา 'กายาทรราช' ของท่านสหายของท่านมันโกงขนาดนี้เลยหรือขอรับ!"
"มันไม่ได้โกงเพราะวิชาอย่างเดียวหรอกเ้าเซ่อ" หนิงจูเชว่เคาะหัวศิษย์พี่ไปหนึ่งที "แต่มันเป็เพราะเ้า 'ใจเด็ด' พอที่จะเอาชีวิตไปทิ้งข้ามขอบเขต ความตายที่เฉียดกรายมานั่นแหละคือปุ๋ยชั้นดีที่เร่งให้กายาทรราชดูดซับพลังงานส่วนเกินจากศัตรูมาเป็ของตัวเอง"
นางยิ้มกว้างอย่างพอใจ การที่อาโกวขึ้นมาอยู่ขั้นสมบูรณ์ของขอบเขตแรกเริ่ม หมายความว่าร่างกายของเขาบัดนี้แข็งแกร่งกว่าผู้บ่มเพาะทั่วไปในระดับเดียวกันอย่างน้อยสามเท่า หากสู้กันนานๆ ต่อให้เป็ขอบเขตหลอมรวมปราณขั้นต้น ก็อาจจะหอบจนหน้ามืดก่อนจะล้มอาโกวลงได้
"ดีมาก! ตอนนี้สำนักเรามีอาจารย์โฉมงามขอบเขตหลอมรวมปราณ มีตู้เย็นเคลื่อนที่ขอบเขตหลอมรวมปราณ และมีกระสอบทรายทองแดงขั้นสมบูรณ์..." หนิงจูเชว่สะบัดแขนเสื้ออย่างมั่นใจ "มู่หย่ง! เตรียมข้อมูลเหมืองศิลาปราณของพวกสำนักเหมันต์มาให้ข้าเดี๋ยวนี้ ข้าเริ่มคันไม้คันมืออยากจะไปขอบคุณพวกมันที่ช่วย 'เร่งพลัง' ให้ศิษย์ข้าจะแย่แล้ว!"
มู่หย่งมองดูทีม "คนเหนืุ์" ของหนิงจูเชว่แล้วได้แต่ถอนหายใจ "ข้าว่าสำนักเหมันต์นิรันดร์คงจะนึกเสียใจไปจนตายที่ริอ่านมาเป็ศัตรูกับพวกเ้า..."
"เสียใจน่ะมันน้อยไป" หนิงจูเชว่แค่นเสียงเหี้ยม "ข้าจะทำให้พวกมันรู้ว่า การทำให้พญาหงส์พิโรธ... ราคามันแพงกว่าทั้งสำนักของพวกมันรวมกันเสียอีก!"
สายตาของหนิงจูเชว่ฉายแววเ้าเล่ห์และดุดัน แผนการป่วนครั้งใหญ่ที่รุนแรงกว่าเดิมกำลังจะเริ่มต้นขึ้น!