บทที่ 22 หยางแข็งแกร่งแต่หยินกลับอ่อนแอ
ยิ่งคนสวยด้วยยิ่งแล้วใหญ่!
เพียงเห็นความงามตระการตาของโม่เชียน กู้เซียงเวยคงอาเจียนออกมาเป็เืได้อย่างง่ายดาย
และเมื่อโม่เชียนไม่ได้รับการต้อนรับจากน้องสาวคนเล็ก โอกาสที่พี่ชายของตระกูลกู้ที่เหลือจะต้อนรับเธอย่อมมีน้อยลงตาม
ยามมองไปทั่วทั้งบ้านตระกูลกู้ หากไม่ใช่คนรับใช้ที่แก่แล้ว ก็จะไม่มีใครพบผู้หญิงคนไหนเลย กระทั่งแมวตัวเมีย
แม้แต่ซูหรู่หลาน แม่สามีของเธอ ท่านก็ย้ายออกจากตระกูลกู้ไปได้ 10 ปีแล้ว
ตอนนี้ตระกูลกู้มีสภาพเหมือนเรือนจำชาย!
ฝูเสวี่ยลังเลอยู่นาน สุดท้ายจึงตัดสินใจบอกโม่เชียนถึงข้อเท็จจริงนี้ เธอหยิบโทรศัพท์มือถือออกมาพิมพ์ประโยคอธิบายยาวเหยียด แล้วแสดงให้โม่เชียนดู
ขนาดเป็คำอธิบายเพียงสั้น ๆ โม่เชียนยังสามารถสับสนได้ในบางครั้ง พอต้องมาเจอกับประโยคยาว ๆ แบบนี้เข้าไป สมองจึงถึงกับมึนเบลอ
เธอจ้องหน้าจอ อ่านคำทีละคำ “อย่าไป กู้เซี่ยง… ”
โม่เชียนติดขัดกับคำว่า ‘เว่ย’ มันเป็คำที่เธอไม่รู้จัก เพราะั้แ่ยังเด็ก เธอจะอ่านเพียงคัมภีร์ตามแิของลัทธิเต๋าเท่านั้น ความรู้เกี่ยวกับตัวอักษรจึงมีค่อนข้างจำกัด
กู้ไป๋เหยี่ยซึ่งนั่งอยู่ที่เบาะหน้าปากกระตุกทันทีเมื่อเขาได้ยินคำสำคัญสองคำคือ ‘กู้เซี่ยง’ เขาหันกลับมาและคว้าโทรศัพท์จากมือของโม่เชียน
เขาอ่านคำพูดพวกนั้นด้วยสีหน้าเข้ม
“อย่าไป กู้เซียงเว่ยไม่ชอบผู้หญิงคนอื่นที่ปรากฏตัวในตระกูลกู้ ถ้าคุณไป คุณจะไม่ได้อยู่อย่างสุขสงบ เธอจะใช้ทุกวิถีทางไล่คุณออกไป”
เมื่อฝูเสวี่ยเห็นกู้ไป๋เหยี่ยแย่งโทรศัพท์ไป เธอก็หน้าเสียด้วยความกังวล
เพราะประโยคเหล่านี้ทำให้กู้ไป๋เหยี่ยที่เอ็นดูกู้เซียงเวยมาโดยตลอดโกรธมาก
พี่ชายทั้งหกในตระกูลกู้รักใคร่ปกป้องน้องสาว น้องสาวของพวกเขาจะถูกต้องเสมอ หากมีใครคิดว่ามีอะไรผิดปกติ คนคนนั้นสามารถตกตายได้เลย
กู้ไป๋เหยี่ยยกโทรศัพท์ขึ้น หันกลับมาพร้อมกับประกายโทสะในดวงตาของเขา
แต่เมื่อสบตาเข้ากับฝูเสวี่ย ชายหนุ่มก็สูดลมหายใจเข้าลึกเพื่อระงับอารมณ์ของตนเอง
ด้วยท้ายที่สุดแล้วผู้หญิงคนนี้ก็เหมือนกับถูกสร้างขึ้นมาจากน้ำ เธอจะร้องไห้ขึ้นมาทันทีหากเสียใจ
กู้ไป๋เหยี่ยข่มเสียงของเขาแล้วพูด “เสวี่ยเอ๋อร์ เซี่ยงเว่ยยังเป็เด็ก ทำไมคุณถึงต้องตั้งแง่กับเธอด้วย? ”
ฝูเสวี่ยพูดไม่ออก
โทรศัพท์อยู่ในมือของกู้ไป๋เหยี่ยดังนั้นเธอจึงไม่สามารถพิมพ์และโต้เถียงกับเขาได้
ทันใดนั้นกลับมีเสียงหัวเราะมาจากเบาะหน้า
“ผู้หญิงคนนั้นอายุ 20 แล้วนะ” ชายคนนั้นพูดอย่างหยอกล้อ
เมื่อกู้ไป๋เหยี่ยได้ยินสิ่งนี้ เขาก็เตะที่ด้านหลังเบาะของเฉียวเหอแล้วพูด “นายน้อยรองเฉียว คุณเกลียดน้องสาวของผมมากเลยไม่ใช่เหรอ? ดังนั้นช่วยยกเลิกการหมั้นนี้ไปทีสิ ตัวคุณเองจะได้ไม่ต้องมาวุ่นวายกับอะไรทำนองนี้ไง”
เฉียวเหอเอนหลังพึงเบาะ หลับตาลงอย่างสงบ
“เผอิญว่าตระกูลกู้ของคุณร่ำรวยมากเกินไป ผมจึงไม่อาจปล่อยตัวเงินตัวทองนี้ไปได้ ในบรรดาสมบัติในมือของผม ไม่มีสมบัติใดทำเงินได้ดีเท่าน้องสาวของคุณแล้ว”
เฉียวเหอหัวเราะเบา ๆ
แต่มันก็ดังพอบาดหูกู้ไป๋เหยี่ยได้จริง ๆ
รถโรลส์-รอยซ์ค่อย ๆ จอดเทียบหน้าสถานีตำรวจ
ฝูเสวี่ยก้าวขาลงจากรถ
กู้ไป๋เหยี่ยตามเธอไป และไม่ยอมกลับออกมาจนกว่าเขาจะเห็นเธอถูกนำตัวเข้าไปในห้องสอบสวน
หลังจากส่งภรรยาเข้าห้องสอบสวนเป็ที่เรียบร้อยแล้ว เขาก็ตระหนักได้ว่าตนต้องกลับบ้านไปก่อน เพื่อหารือเื่คดีขโมยภาพวาดกับพี่ชายคนรอง
กู้ไป๋เหยี่ยกลับไปที่รถ เหลือบมองโม่เชียน ที่หน้าผากของเธอแทบจะแนบชิดติดไปกับหน้าต่างรถ มองผ่าน ๆ ไม่ต่างไปจากคำที่คนเขาว่ากันอย่าง ‘ยายหลิวเข้าอุทยานต้ากวน’*[1] เลย
ดูตลก แต่ในขณะเดียวกันก็แอบ... เศร้าอยู่นิดหน่อย
กู้ไป๋เหยี่ยนั่งลงบนเบาะ กระแอมออกมาก่อนจะพูดว่า
"ฉันสามารถพาเธอกลับบ้านของฉันได้ แต่พอไปถึงที่นั่นเธอต้องเชื่อฟัง ห้ามก่อปัญหาใด ๆ โดยเฉพาะอาคมนั่นของเธอ! มาอยู่ที่นี่เธอจะไม่ได้รับอนุญาตให้ใช้มัน! ทำได้หรือเปล่าล่ะ?"
"ไม่มีทาง"
โม่เชียนปฏิเสธอย่างรวดเร็ว แทบไม่ต้องเสียเวลาคิดซ้ำคิดซ้อนเลย
ใบหน้าของกู้ไป๋เหยี่ยเคร่งขรึมเคร่งลงทันตา
"ถ้าไม่อยากทำก็ลืมเื่นั้นซะ! "
โม่เชียนไม่เดือดร้อนใจ แม้ว่าอีกฝ่ายจะไม่ชอบใจแค่ไหนก็ตาม
เธอตบบ่าเขาจากด้านหลัง พูดออกไปว่า
"คุณหก คุณไม่รู้ตัวบ้างเหรอ น้องสาวตัวปลอมของคุณน่ะน่ารำคาญสุด ๆ ไปเลย"
กู้ไป๋เหยี่ย "..."
คำพูดของหญิงสาวตัวเหม็นคนนี้สร้างความคับข้องใจแก่ชายหนุ่มมากมาย ซึ่งเขาก็ไม่รู้ด้วยซ้ำว่าควรจะเริ่มด่าเธอจากเื่ไหนก่อนดี
ถ้าไม่บังเอิญว่าเธอเป็ผู้หญิงล่ะก็... ตอนนี้คงได้ไปนอนซดน้ำข้าวต้มอยู่ในโรงพยาบาล หมดโอกาสจะปริปากพูดออกมาแม้แต่ครึ่งคำไปแล้ว!
กู้ไป๋เหยี่ยกลอกตาไปมา ทอดมองออกไปนอกหน้าต่าง
ซึ่งสุดท้ายเขาก็ไม่ทำอะไรลงไปทั้งนั้น
กระทั่งคำสบถสาปแช่งก็ยังไม่หลุดออกจากปากแม้แต่คำเดียว
ทำให้ตัวเขาเองอดรู้สึกประหลาดใจไม่ได้
ทำไมถึงเคยชินไปกับคำพูดบ้า ๆ บอ ๆ ไร้แก่นสารของสาวน้อยน่าหงุดหงิดคนนี้ไปได้...
ยานพาหนะแล่นไปเรื่อย ๆ ก่อนจะหยุดลงหน้าคฤหาสน์ตระกูลกู้
พอถึงคฤหาสน์ กู้ไป๋เหยี่ยค่อยก้าวลงจากรถ ตามด้วยโม่เชียน
ร่างสูงหันกลับมา เตือนเธออีกครั้ง “สัญญาก่อนว่าเธอจะไม่ใช้เวทย์มนตร์พวกนั้น”
โม่เชียนเมินเฉย เดินผ่านเขาไปที่ประตูรั้วอันโอ่อ่าของคฤหาสน์ตระกูลกู้
เธอมองดูตรงนี้ที ตรงนั้นทีพลางใช้นิ้วนับ
หลังจากผ่านไปสักพักโม่เชียนก็ส่ายหัวด้วยความรังเกียจ
"หยางแข็งแกร่งแต่หยินกลับอ่อนแอ ที่นี่ไม่เหมาะสำหรับการบูชาป้ายิญญาบรรพจารย์ บรรพจารย์ทั้ง 17 รุ่นของฉันไม่สามารถกินและดื่มที่นี่ได้ ช่างโชคร้ายจริง ๆ"
กู้ไป๋เหยี่ยเกือบจะเตะเธอเมื่อได้ยินประโยคนี้ เขาจับศีรษะของโม่เชียนเอาไว้ และขอให้เธอมองดูคฤหาสน์ตรงหน้าอย่างละเอียดอีกครั้ง
“บ้านหลังนี้ถูกจัดตำแหน่งและออกแบบโดยผู้เชี่ยวชาญด้านฮวงจุ้ย เธอไม่เห็นหรือไง? "
ภาพตรงหน้าดูน่าทึ่งมาก เพราะตรงกึ่งกลางมีอาคารย้อนยุคสไตล์ยุโรปสีขาวนวลสามชั้น ดูคล้ายกับปราสาทในเทพนิยาย
ทั้งสองด้านของคฤหาสน์มีสนามล้อมรอบ และที่สนามหลังบ้านมีอาคารเล็ก ๆ สำหรับคนรับใช้กับบอดี้การ์ดของครอบครัว
ในฐานะที่เมืองปักกิ่งมีราคาที่ดินสุดแสนจะแพงลิบ ถ้าไม่มีความร่ำรวยมหาศาลอย่าว่าแต่ถามหาสนามหญ้าเลย แม้แต่บ้านคนรับใช้ที่อยู่ด้านหลังก็ไม่ใช่สิ่งที่คนรวยในระดับธรรมดาสามัญจะสามารถสรรหาซื้อมาได้
กู้ไป๋เหยี่ยไม่เคยได้ยินใครหน้าไหนพูดมาก่อนว่าบ้านของเขาฮวงจุ้ยไม่ดี
เขาผละมือออกจากหัวของโม่เชียน พูดด้วยความหงุดหงิด "อีกอย่างนะ บ้านใครบ้างที่จะสร้างให้เหมาะกับการตั้งป้ายิญญา! ฮวงจุ้ยของบ้านฉันสนับสนุนเฉพาะคนเป็ที่ยังหายใจอยู่เท่านั้น!"
"อ้อ" โม่เชียนเห็นด้วยแบบขอไปที
จากนั้นเธอก็พยักหน้า "ฮวงจุ้ยดีมากก็ได้ เหมาะสำหรับทำให้ลูกหลานโสดไปตลอดชีวิต"
กู้ไป๋เหยี่ยพูดไม่ออกเป็รอบที่ล้าน "..."
สาวน้อยคนนี้ยังไม่ทันก้าวเข้าบ้านก็ทำตัวงี่เง่าอีกแล้ว!
เขาสบถด้วยความโกรธในใจ
ทำไมเขาถึงต้องพาเด็กน่ารำคาญคนนี้กลับมาด้วยล่ะเนี่ย?
สมองของเขาต้องผิดปกติไปถึงขั้นไหนกัน!
กู้ไป๋เหยี่ยกำลังรู้สึกเสียใจและอยากจะชกกำแพงอย่างสุดซึ้ง แต่สำหรับโม่เชียน เธอทำราวกับว่าไม่มีอะไรเกิดขึ้น
หลังจากสำรวจหน้าประตูรั้วบ้านตระกูลกู้เสร็จแล้ว เธอก็เดินไปสำรวจพื้นที่รอบ ๆ ซึ่งจัดเป็บ้านของคนอื่นต่อ
ในละแวกย่านนี้ยังมีคฤหาสน์อยู่อีกหลายหลัง เดินไปอีกหน่อยจะมีทะเลสาบ ซึ่งพื้นที่ริมทะเลสาบก็มีคฤหาสน์ที่สร้างขึ้นอีกทั้งหมด 6 หลังล้อมรอบ
[1]ยายหลิวเข้าอุทยานต้ากวน เป็คำมาจากวรรณกรรมความฝันในหอแดง หมายถึงคนที่ไม่เคยพบเจอโลกภายนอกได้เข้าสู่สถานที่แปลกใหม่