“สำแดง” “สำแดง” “สำแดง!!”
เสียงของไอรีนดังขึ้นอย่างต่อเนื่องสลับกับการปะทุพลังของยันต์ที่ปลิวว่อนไปทั่วพื้นที่ เพื่อถ่วงเวลาและดึงความสนใจของอีกฝ่ายไอรีนจำเป็ต้องยอมใช้ยันต์ที่มีอยู่ในตัวแทบทั้งหมดไปกับการต่อสู้ครั้งนี้
บารอนตะขาบที่้ากินเหยื่อที่มีพลังเวทมนตร์หนาแน่นบัดนี้ได้ถูกความโกรธครอบงำโดยสมบูรณ์ แม้การโจมตีของอีกฝ่ายจะไม่ได้สร้างาแรุนแรงให้กับมันแต่ก็ทำให้มันรำคาญจนเกินจะทนรับไหว ในตอนนี้มันจึงหันเป้ามาที่ไอรีนแทน
‘เกราะของมันแข็งเกินไป ด้วยยันต์พวกนี้คงสร้างความเสียหายไม่ได้ ต่อให้เป็ยันต์สายฟ้าฟาดก็เถอะ’ ไอรีนมีความคิดที่จะหนีแต่เธอก็รู้ดีว่ามันไม่ใช่เื่ง่ายต่อให้เป็ตัวเธอเองก็ตาม ส่วนหนึ่งก็เป็เพราะการถ่วงเวลาให้ดรีมก่อนหน้านี้เธอใช้ยันต์กระบี่ลมปราณออกไปเกือบทั้งหมด
และถ้าหากเธอคิดจะหนีอีกฝ่ายทางพื้นดินเป็เส้นตรง เธอมั่นใจว่าตนเองคงถูกฉีกร่างออกเป็ชิ้นๆเสียก่อนอย่างแน่นอน
ดังนั้นหนทางที่เธอจะหนีรอดอย่างน้อยก็ต้องทำให้อีกฝ่ายาเ็มากพอจนไม่กล้าไล่ตามหรือไม่ก็บังคับให้มันเป็ฝ่ายหลบหนีไปเอง
แม้ว่ามันจะไม่ง่ายแต่ไอรีนเชื่อว่าเธอยังพอมีโอกาสอยู่บ้าง
บารอนตะขาบส่งเสียงกรีดร้องและพุ่งตัวเข้าหาไอรีนอีกครั้ง ทว่าในตอนนี้มันได้เรียนรู้แล้วว่าการโจมตีของมันไม่สามารถเข้าถึงตัวอีกฝ่ายดังนั้นมันจึงเปลี่ยนวิธีในการโจมตีไปเล็กน้อย
ไอรีนที่ใช้งานสกิล Extra Sense รับรู้ถึงกระแสพลังเวทที่อยู่บนพื้นดิน มันเป็พลังเวทแบบตอนที่อีกฝ่ายใช้ลอบโจมตีดรีมโดยไม่ทันตั้งตัว ทว่าในแง่ของประสาทััแล้วไอรีนยังเหนือกว่าดรีมมาก ไม่เพียงแค่ญาณของผู้ฝึกตนแต่ยังสกิลสายตรวจจับที่มีขีดจำกัดระดับ S อีกหนึ่งสกิล
ตูม! พื้นดินะเิออกอย่างรุนแรงด้วยพลังเวทที่บ้าคลั่งของบารอนตะขาบ การโจมตีของมันในครั้งนี้บ้าคลั่งยิ่งกว่าตอนที่โจมตีใส่ดรีมหลายเท่า เพราะเป้าหมายแรกของมันก็คือการกินผู้พลังเวทหนาแน่นอย่างดรีมเพื่อเพิ่มพูนพลังของตนเอง แต่สำหรับไอรีนนั้นแตกต่างออกไป เธอไม่ได้มีพลังเวทมนตร์ในร่างมากมายนักเพราะแหล่งพลังงานหลักของเธอก็คือพลังฟ้าดิน ด้วยปริมาณพลังในร่างของหญิงสาวมันไม่เพียงพอแม้แต่จะใช้เป็อาหารว่างเสียด้วยซ้ำ
ดังนั้นมันจึงคิดจะสังหารอีกฝ่ายทิ้งโดยไม่สนใจว่าจะเหลือเศษซากให้มันได้กลืนกินหรือไม่
แม้สกิลเวทมนตร์ของบารอนตะขาบจะทรงพลัง แต่เมื่อไอรีนรู้ตัวล่วงหน้าเธอก็สามารถฉีกตัวหลบออกมาได้ทันท่วงที แผ่นยันต์หนึ่งใบปรากฏขึ้นบนมือของหญิงสาว ไอรีนทะยานร่างหลบการพุ่งชนของอีกฝ่ายและไต่ไปตามลำตัวของมันอย่างรวดเร็ว
เพราะการเคลื่อนที่ของเธอทำให้บารอนตะขาบม้วนตัวกลับมาและพยายามไล่ตามอย่างบ้าคลั่ง เวลาผ่านไปนานกว่าสิบนาทีการเคลื่อนไหวของบารอนตะขาบหยุดชะงักลงไม่ใช่เพราะมันไม่อยากไล่ตามแต่เป็เพราะมันพบว่าร่างของตนเองพันทับไปกันมาโดยที่มันไม่ทันรู้ตัว
“เ้าตัวยาวหน้าโง่” ไอรีนยิ้มเยาะต่อหน้าอีกฝ่าย นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่เธอต้องเจอกับสัตว์ั์ที่มีรูปร่างหน้าตาลักษณะนี้ อันที่จริงหนึ่งในศัตรูที่เธอเคยเผชิญหน้าและต้องแลกด้วยไพ่ทั้งหมดที่มีก็คือเจียว สัตว์อสูรที่วิวัฒนาการจนเกือบจะเลื่อนขั้นกลายเป็ัได้สำเร็จ แม้มันจะไม่ใช่สัตว์เทพอย่างัที่แท้จริงทว่าความแข็งแกร่งของเจียวนั้นก็มากพอที่จะทำให้ผู้ฝึกตนจำนวนมากต้องขวัญผวาได้อย่างง่ายดาย
มองดูบารอนตะขาบที่พยายามดิ้นรนเพื่อคลายปมจากร่างที่พันกันไปมา ไอรีนอดไม่ได้ที่จะนึกย้อนไปยังภาพของเจียวที่ตกอยู่ในสถานการณ์อันน่าอับอายเช่นเดียวกันนี้ จำได้ว่าในตอนนั้นมันคำรามและสาปแช่งเธออย่างบ้าคลั่งแต่สุดท้ายชะตากรรมของมันก็คือตกตายภายใต้กระบี่ของศิษย์พี่ใหญ่ไปอย่างไร้ทางต่อต้าน
“สำหรับแกเ้านี่อาจจะไม่เจ็บถึงตาย แต่มันก็น่าจะทำให้แกกินอะไรไม่ลงไปพักใหญ่เลยละนะ” ไอรีนเอ่ยด้วยรอยยิ้มหยันและซัดขว้างแผ่นยันต์เข้าไปในปากของมัน
แผ่นยันต์พุ่งตรงราวกับะุปืน เมื่อเข้าสู่ร่างของบารอนตะขาบมันก็เปล่งแสงสว่างวาบขึ้น
“สำแดง!”
กี๊ส!! เสียงเสียดหูดังขึ้นพร้อมกับร่างของบารอนตะขาบที่ชักดิ้นไปมา ควันสีเทาและกลิ่นเนื้อที่เหม็นไหม้ลอยออกมาจากปากของมันอย่างต่อเนื่อง ยันต์สายฟ้าฟาดของไอรีนทำงานได้อย่างดีเยี่ยม แม้จะถูกประยุกต์ให้ปลดปล่อยพลังสายฟ้าออกมาจากตัวแผ่นยันต์แทนการดึงเอาพลังฟ้าดินก่อให้เกิดวิถีแห่งสายฟ้าตามธรรมชาติจนพลังลดทอนลงไป แต่พลังอำนาจของสายฟ้าก็ยังคงรุนแรงพอที่จะเผาไหม้อวัยวะภายในของมันอย่างโเี้
ไอรีนรู้ดีว่าการโจมตีแค่นี้ไม่สามารถฆ่ามันได้ เธอจึงส่งยันต์อัคคีเข้าไปอีกนับสิบแผ่นเรียกได้ว่าใช้ออกจนหมดหน้าตัก เสียงะเิดังขึ้นพร้อมกับร่างที่ดิ้นทุรนทุรายอย่างเ็ปทรมาน บารอนตะขาบโกรธแค้นมากถึงขีดสุด พลังเวทอันมหาศาลของมันไหลไปทั่วพื้นดินโดยรอบและกลายเป็หนามดินอันน่าสะพรึงกลัวแทงทะลุขึ้นมาจนไม่เหลือพื้นที่ว่างเลยแม้แต่น้อย
ไอรีนที่ดีดตัวลอยขึ้นบนฟ้าทิ้งตัวลงมาและหยั่งเท้าลงบนปลายแหลมของหนามดินเ่าั้อย่างเยือกเย็น
การโจมตีของเธอได้ผลลัพธ์ดีเกินคาด เมื่ออวัยวะภายในของบารอนตะขาบถูกเล่นงานดูเหมือนว่าอาการของมันจะสาหัสเป็อย่างมาก เธอััได้อย่างชัดเจนว่าพลังชีวิตของมันอ่อนลงจนแทบจะจางหายไปเต็มที
ปัญหาก็คือยันต์ของเธอนั้นได้ถูกใช้ไปจนหมดแล้ว ดังนั้นเธอจึงทำได้เพียงอาศัยการกลั่นพลังิญญาของตนเองเพื่อทำการโจมตีครั้งสุดท้าย แม้การฆ่าบารอนตะขาบจะไม่ได้อยู่ในแผนของเธอั้แ่ต้น แต่เธอก็อดไม่ได้ที่จะสงสัยว่าการฆ่าเ้าตัวนี้จะทำให้เธอได้รับอะไรมาบ้าง
“ซากของมอนสเตอร์ระดับนี้คงขายได้แพงแน่ๆ” ไอรีนเลียริมฝีปากก่อนจะประกบฝ่ามือเข้าหากัน
บารอนตะขาบไม่ยอมแพ้โดยง่าย เมื่อตระหนักได้ถึงอันตรายมันก็รีบใช้เรี่ยวแรงที่เหลือเพื่อขุดพื้นดินลงไปอย่างรวดเร็ว นับว่ามันโชคดีไม่น้อยเพราะการดิ้นรนเมื่อครู่ทำให้ร่างของมันที่รัดพันกันสามารถคลายออกได้สำเร็จอย่างไม่น่าเชื่อ
ไอรีนสบถลั่น “อย่าหนีนะเ้าก้อนเงิน”
“จากเหนือสู่ตะวันออก สัญจรใต้จวบตะวันตก กาลผกผันสายน้ำไหลริน” หญิงสาวร่ายบทสวดพร้อมกับขับเอาพลังิญญาของตนเองเพื่อผสมผสานเข้ากับพลังฟ้าดินโดยรอบ
“ธรรมชาติแห่งธาตุทั้งห้าก่อเกิด ทำลายเพื่อกำเนิดใหม่ เพลิงผลาญไม้กำเนิดเถ้าสู่ผืนดิน หล่อหลอมดินด้วยเพลิงก่อเกิดทอง หล่อหลอมทองด้วยเพลิงแปรสู่น้ำ น้ำหล่อเลี้ยงกำเนิดไม้ ไม้จักกลายเป็เชื้อแห่งเปลวเพลิง”
หญิงสาวสูดหายใจเข้าลึกก่อนจะวางฝ่ามือทั้งสองลงบนผืนดิน
“ข่ายอาคมเพลิงเบญจทิศ”
“กี๊ส!!!” บารอนตะขาบกรีดร้องด้วยความเ็ปและผุดขึ้นมาจากผืนดินอีกหนึ่งครั้งเพราะมันไม่อาจทนความร้อนที่เกิดขึ้นอย่างกะทันหันใต้ผืนดินได้ แต่ถึงมันจะหลบหนีออกมาจากใต้พื้นดินแล้วความร้อนนั้นก็ยังคงอยู่และเผาผลาญร่างของมันทั้งจากภายนอกและภายใน
ใบหน้าของไอรีนปรากฏเหงื่อไหลรินราวกับสายน้ำหลาก การฝืนใช้ข่ายอาคมเพลิงเบญจทิศทั้งที่ิญญายังาเ็และไม่สมบูรณ์ก็ไม่ต่างจากเปลี่ยนตัวเองให้เป็เชื้อเพลิงเพื่อฝืนใช้พลังอันยิ่งใหญ่เกินตัว เชื่อได้เลยว่าหลังจากนี้เธอคงตกอยู่ในสภาวะาเ็หนักกว่าเดิมจนไม่สามารถใช้พลังอย่างเต็มที่ได้อีกพักใหญ่ ทว่าขอเพียงสังหารบารอนตะขาบได้สำเร็จ ซากของมันก็น่าจะเพียงพอให้เธอนำไปใช้ซื้อสิ่งที่้าได้มากพอ ไม่เพียงซื้อบ้านให้กับครอบครัวแต่ยังมีวัตถุดิบที่จำเป็อีกหลายชนิดเพื่อใช้ในการต่อสู้และใช้ฟื้นฟูอาการาเ็ของตนเอง
“ตายๆไปซะ” ไอรีนเอ่ยเสียงดังก้อง
ก่อนที่พลังิญญาจะถูกรีดเค้นจนหมดสิ้น ในที่สุดบารอนตะขาบก็หยุดดิ้นและทิ้งร่างอันใหญ่โตของมันลงบนพื้นอย่างแน่นิ่ง ไอรีนหอบหายใจอย่างอ่อนแรง สายตาพร่าเบลอแต่ก็ไม่อาจปล่อยให้ตนเองหมดสติไปโดยง่าย
หญิงสาวเรียกหน้าต่างระบบของตนเองก่อนจะทำการออกคำสั่งให้มันบรรจุซากของบารอนตะขาบเข้าไป ทว่าไม่ทันจะได้รู้สึกโล่งอกหญิงสาวพลันรู้สึกขนลุกวาบไปทั่วร่างเพราะจิตสังหารอันแหลมคมและแรงคุกคามที่ดุดันยิ่งกว่าก่อนหน้านี้หลายเท่าตัว
ซากของบารอนตะขาบที่ถูกเก็บเข้าไปก่อนหน้านี้กลับเป็เพียงซากร่างที่ผ่านการลอกคราบด้วยสกิล ‘Molt’ หนึ่งในสกิลที่น่ารำคาญมากที่สุดของมอนสเตอร์เผ่าแมลง
ด้วยการลอกคราบในครั้งนั้น อาการาเ็ทั้งหมดของบารอนตะขาบได้สูญหายไปและมันยังแข็งแกร่งมากขึ้นไปอีกหนึ่งขั้น นี่ก็คือความน่ากลัวของเผ่าแมลง แม้ว่ามันจะมีจุดอ่อนคือหลังจากการลอกคราบหนึ่งครั้งพวกมันจะไม่สามารถใช้สกิลนี้ได้อีกยาวนานนับสิบหรืออาจถึงร้อยปี แต่หลังจากที่มันลอกคราบแล้วมันจะกลายเป็หายนะอย่างแท้จริงสำหรับศัตรูที่กำลังเผชิญหน้าด้วย
เช่นเดียวกับบารอนตะขาบที่เคยทำให้ประเทศหนึ่งในทวีปยุโรปถูกกวาดล้างจนไม่สามารถฟื้นฟูได้
“บ้า… เอ้ย” ไอรีนตระหนักได้ว่าตนเองพลาดไปแล้ว เธอโลภมากเกินไปที่อยากสังหารอีกฝ่ายโดยที่เธอไม่ได้รู้จักมอนสเตอร์เหล่านี้ดีพอ ถ้าหากเธอตัดสินใจที่จะหนีทันทีที่โจมตีสำเร็จ…
น่าเสียดายที่โลกนี้ไม่มีคำว่าถ้าหาก
ร่างของบารอนตะขาบที่แปรเปลี่ยนเป็สีขาวสนิทและเต็มไปด้วยเมือกเหนียวขยับเข้าหาไอรีนอย่างไม่รีบร้อนและจ้องมองเหยื่อของมันราวกับ้าเย้ยหยันอีกฝ่ายที่กล้าท้าทายนักล่าผู้ยิ่งใหญ่อย่างตนเอง
ด้วยพลังที่เหลืออยู่ ไอรีนย่อมไม่สามารถเผชิญหน้ากับมันได้ และยิ่งไม่มีทางหลบหนีไปได้
แม้จะขัดใจกับพลังเวทมนตร์อันน้อยนิดแต่บารอนตะขาบก็ยังเลือกที่จะอ้าปากของมันเพื่อกลืนกินเหยื่อตัวจ้อยที่บีบคั้นให้มันต้องใช้สกิลไพ่ตายเพื่อรักษาชีวิตเอาไว้
ไอรีนทำได้เพียงหลับตาลงด้วยความรู้สึกเสียใจและรู้สึกผิดต่อครอบครัวของเธอ
“ขอโทษนะคะพ่อ แม่ รัน” น้ำตาหยดหนึ่งไหลออกจากดวงตาของหญิงสาว ชีวิตที่ผ่านมาถึงสามร้อยปีไม่คิดเลยว่าสุดท้ายแล้วเธอจะต้องมาสิ้นสุดอยู่ที่จุดนี้ เป็เพราะเธอเชื่อมั่นในตนเองมากเกินไป ประมาทโลกใบนี้มากเกินไป
สติของไอรีนดับวูบไปโดยไม่รู้ตัว
ทว่าสิ่งที่เกิดขึ้นหลังจากนั้นหากมีใครได้มีโอกาสพบเห็นก็คงต้องรู้สึกตกตะลึงกับภาพที่เกิดขึ้น
น่าเสียดายที่ตรงจุดนั้นไม่เหลือใครอยู่อีกแล้ว ไม่สิ ภายในดันเจี้ยนแห่งนี้ไม่มีผู้ใดเหลืออยู่อีก นักล่าบางส่วนหลบหนีไปได้ บางส่วนก็ตกตายเพราะหลุมั์และบางส่วนถูกสังหารจากบารอนตะขาบ
ไม่ว่าจะเป็เพราะเหตุใด แต่ก็ถือได้ว่าไม่มีใครได้มีโอกาสเป็สักขีพยานของภาพที่น่าตกตะลึงนี้
“สิ่งมีชีวิตชั้นต่ำที่คอยกัดกินโลกของผู้อื่นเช่นเ้า เห็นกี่ครั้งก็ยังทำให้ข้าขยะแขยงไม่เปลี่ยน” ไอสีดำทองแผ่ออกจากร่างของหญิงสาวและเพียงพริบตาเดียวมันก็กลืนกินพื้นที่โดยรอบเข้าไปจนหมดสิ้น แม้แต่บารอนตะขาบก็ยังตัวสั่นด้วยความหวาดกลัวเมื่อเผชิญหน้ากับไอสีดำทองเหล่านี้
ร่างของบารอนตะขาบแข็งทื่อ มันไม่กล้าเดินหน้าต่อและไม่กล้าที่จะถอยหนี ราวกับว่ามันกำลังเผชิญเทพเ้าแห่งความตายที่สามารถกำหนดโชคชะตาของมันได้ด้วยเพียงแค่เอ่ยคำพูดออกมา
ถ้าหากไอรีนได้เห็นไอสีดำทองนี้เธอคงรู้สึกตกตะลึง
เพราะไอสีดำในโลกของผู้บำเพ็ญตนคือสัญลักษณ์ของผู้ฝึกมาร
ทว่าไอสีดำทองที่ทั้งน่าขนลุกและสง่างามนี้กลับมีอยู่เพียงตัวตนเดียวที่เป็ผู้มัน
นั่นก็คือจอมอสูรราชันย์ ผู้ยืนอยู่บนจุดสูงสุดของเหล่ามารอสูร และยังเป็ผู้ที่สังหารเธอจนทำให้ิญญาของเธอย้อนกลับมาสู่โลกใบนี้อีกหนึ่งครั้ง
บัดนี้ร่างของไอรีนอาบไปด้วยไอสีดำทอง ดวงตาและเส้นผมที่เคยเป็สีดำสนิทแปรเปลี่ยนไปโดยเส้นผมกลายเป็สีเงินแผ่สยาย ดวงตาสีทองอันลึกล้ำจ้องมองบารอนตะขาบอย่างเ็า
“สูญสลาย” ริมฝีปากบางขยับออกและเอ่ยออกมาเพียงสองคำ ทันใดนั้นร่างของบารอนตะขาบที่แข็งแกร่งขึ้นจากการลอกคราบก็พลันสลายกลายเป็เถ้าถ่าน
“ช่างเป็สาวน้อยที่โง่งมเสียจริง นับว่าเป็โชคดีของเ้า เพราะเ้าคือกุญแจแห่งโชคชะตาของข้า” ไอรีนที่แปรเปลี่ยนไปเอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงเฉยชาและเหนื่อยหน่าย