เวลาผ่านไปนานเท่าใดไม่อาจรู้ได้ เย่ฉวนค่อย ๆ ลืมตาขึ้นอย่างเชื่องช้า ดูเหมือนว่าเขาััได้ถึงอะไรบางอย่าง เขาผุดลุกขึ้นนั่งอย่างกระทันหันและคิดอย่างไม่น่าเชื่อว่า "นี่ข้าทะลวงขั้นที่หกผสานลมปราณได้แล้วงั้นเหรอ?"
พลังขั้นที่หก ผสานลมปราณ!
เพราะในขณะนี้เขารู้สึกว่าพลังลมปราณได้ไหลเวียนไปทั่วทั้งร่าง ไม่สิ นั่นไม่ใช่ลมปราณที่ไหลเวียนอยู่ แต่เป็กระบี่แห่งลมปราณต่างหาก! ไม่เพียงเท่านั้น เขายังรู้สึกได้ว่ามีกระบี่สีเงินเล่มเล็กอยู่ในจุดตันเถียนภายในร่างอีกด้วย
ในเวลานี้ เสียงของหญิงลึกลับก็พลันดังขึ้น "เ้าได้บรรลุพลังขั้นที่หกผสานลมปราณแล้ว"
"ข้าสามารถผสานลมปราณเข้าด้วยกันได้แล้วจริง ๆ!"
เย่ฉวนกำหมัดแน่น ร่างกายสั่นไปทั่วสรรพางค์ ไม่ใช่เพราะความโกรธหากแต่เป็เพราะความตื่นเต้น ตอนนี้มันเหมือนกับเขาได้เห็นแสงสว่างท่ามกลางความมืดมิด มองเห็นความหวังในสถานการณ์ที่สิ้นหวัง เมื่อทุกอย่างเป็เช่นนี้แล้วจะไม่ให้เขาตื่นเต้นได้อย่างไรกัน?
สิ่งที่สำคัญที่สุดคือเขามีโอกาสที่จะทะลวงขึ้นไปได้ถึงขั้นหลอมรวมลมปราณ และจากนั้นก็สามารถมาเย่หลิงมุ่งหน้าไปที่วิทยาลัยชางมู่ที่เมืองหลวงของจักรวรรดิเพื่อขอคำแนะนำในการรักษาได้
"เ้าตื่นเต้นเื่อันใดกัน!"
เสียงหญิงลึกลับพูดสวนขึ้นในทันใด "นี่ยังเป็เพียงจุดเริ่มต้นเท่านั้น"
เย่ฉวนคลี่ยิ้มอย่างเชื่องช้า "อย่าหัวเราะเยาะข้าสิ ท่านผู้าุโ"
ทว่าเสียงหญิงลึกลับนั้นยังกล่าวต่อไป "การเอากระบี่เข้ามาแทนที่จุดตันเถียน นั่นก็เพราะว่าเ้าได้เสียจุดตันเถียนที่มีอยู่แต่เดิมไปแล้ว แต่ทั้งนี้มันก็ยังมีผลเสียเช่นกัน กระบี่สามารถแบ่งออกเป็ กระบี่ทั่วไป กระบี่ิญญา กระบี่แสง กระบี่แท้จริง กระบี่์ กระบี่เต๋า และกระบี่ะ กระบี่ซึ่งเคยอยู่ในร่างเ้า ครั้งหนึ่งนั้นเป็กระบี่แท้จริง แต่หลังจากเวลาล่วงเลยผ่านไปนานนับพันสองร้อยปี ความเป็แก่นแท้แต่ดั้งเดิมของมันก็ได้เสื่อมหายไป ไม่เพียง 'แก่นแท้' เท่านั้นที่กระจัดกระจาย แม้แต่ 'ความสว่าง' ในหัวใจแห่งกระบี่ก็ยังหายไปด้วย ตอนนี้มันจึงเป็เพียงกระบี่ิญญาเท่านั้น"
เมื่อมาถึงตรงนี้ เสียงหญิงลึกลับก็หยุดกล่าวเล็กน้อย ก่อนจะเสริมต่อ "ิญญาของกระบี่จะต้องหายไปในวันใดวันหนึ่ง และเมื่อนั้น หากมันหายไปกระบี่ก็จะถูกทำลาย เ้าจะได้ตายเป็คนแรก!"
เย่ฉวนนิ่งงัน
"เ้ามีทางเลือกอยู่สองทาง ประการแรกคือเ้าต้องมองหากระบี่ิญญาใหม่อีกหนึ่งเล่มเพื่อที่จะดูดซับมันเข้าไป หลังจากนั้นแล้ว กระบี่ิญญาไม่เพียงแต่จะยกระดับตัวเองเท่านั้น แต่ยังให้ความแข็งแกร่งทางิญญากระบี่ภายในร่างกายเ้าด้วยเช่นกัน ประการที่สอง คือเ้าต้องหากระบี่เล่มใหม่เพื่อเอามาแทนที่กระบี่ที่อยู่ในร่างของเ้าตอนนี้ เมื่อได้กระบี่เล่มใหม่ที่ดีกว่า จุดตันเถียนของเ้าจะดีขึ้นตามธรรมชาติ แบบนั้นเ้าก็จะแข็งแกร่งขึ้นอย่างแน่นอน เห็นได้ชัดว่าเ้าเป็ที่คนที่น่าสงสารและยากจนเพียงใด ข้าเกรงว่าเ้าจะไม่มีแม้แต่จะหากระบี่ธรรมดาทั่วไปเสียด้วยซ้ำ!"
เย่ฉวนนึกอะไรบางอย่างขึ้นมาได้ เขารีบร้อนถาม "มีกระบี่อยู่สามเล่มข้างบนยอดหอคอยใช่หรือไม่? กระบี่พวกนั้นอยู่ในระดับใด?"
เสียงหญิงลึกลับพูดอย่างเฉยเมย "ไร้ระดับ"
เย่ฉวนพูดไม่ออก...
เสียงหญิงลึกลับพูดขึ้นอีกครั้ง "เด็กน้อย ข้าขอแนะนำเ้าว่าอย่าหวาดระแวงไปหน่อยเลย หากไม่ใช่เพราะว่ามีกระบี่สามเล่มนั้นอยู่แล้วละก็ เกรงว่าโลกของเ้าคงจบสิ้น และแตกเป็เสี่ยง ๆ เสียนานแล้ว เ้าไม่จำเป็ต้องกังวลเกี่ยวกับกระบี่นั้น กระบี่ในร่างของเ้าน่าจะมีอายุได้หนึ่งปี ตอนนี้สิ่งที่เ้าควรจะทำมากที่สุดก็คือฝึกฝนกระบี่"
"ฝึกกระบี่!"
เย่ฉวนถามทันที "ข้าควรฝึกอย่างไร?"
"ฝึกเพื่อสังหาร" เสียงหญิงลึกลับตอบกลับมาเช่นนั้น
เย่ฉวนสิ้นคำพูด
หญิงลึกลับกล่าวต่อว่า "กระบี่เป็อาวุธมีคมที่ถูกออกแบบมาเพื่อการสังหาร มีเพียงการฆ่าฟันเท่านั้นที่จะทำให้เ้าััได้ถึงความงดงามของกระบี่อย่างแท้จริง แน่นอน ่เริ่มต้นเ้าควรจะฝึกความเร็วและความแข็งแกร่งของเ้าต่อไป จงใช้วิชากระบี่ที่ข้าสอนปลุกกระบี่ในกายเ้าให้ตื่นขึ้น!"
เย่ฉวนตะลึงงันไปเล็กน้อย เขาปิดค่อย ๆ ปิดเปลือกตาลง เกือบจะในทันทีทันใด มีแสงแห่งกระบี่พุ่งออกมาเมื่อฝ่ามือของเขาแผ่ออก ตามด้วยกระบี่ที่วางอยู่บนฝ่ามือหนานั้น
มันก็คือกระบี่เงินหลิงเซี่ยวที่อยู่ภายในร่าง!
เย่ฉวนตกตะลึง "ท่านผู้าุโ กระบี่เล่มนี้สามารถถูกเรียกออกมาเมื่อใดก็ได้อย่างนั้นหรือ"
เสียงหญิงลึกลับกล่าวตอบ "ใช่ แต่เ้าไม่ควรใช้กระบี่เล่มนี้ในการต่อสู้ เพราะเมื่อกระบี่ถูกทำลายเ้าก็จะตายทันทีเ้าช่างมีความคิดตื้นเขินนัก ข้าเพิ่งเคยพบเห็นนี้แหละ!"
หญิงลึกลับพลันเงียบเสียงไป ตรงหน้าเย่ฉวนมีเงาลวงตาปรากฏขึ้น
หญิงลึกลับกล่าวต่อ "เงาลวงที่อยู่ตรงหน้าเ้านั้นอยู่ในลำดับขั้นที่หก ผสานลมปราณเช่นเดียวกันกับเ้า จงเริ่มได้!"
สิ้นเสียงหญิงลึกลับ เงาลวงที่อยู่ตรงหน้าเย่ฉวนฉับพลันก็หายไป!
ลูกศิษย์หน้าใหม่อย่างเย่ฉวนรีบก้มลงหลบเพราะศัตรูชิงโจมตีเข้ามาก่อนด้วยความเร็วมาก สัญชาตญาณพาเย่ฉวนหลบไปด้านข้าง แต่กระนั้นอีกฝ่ายก็ดูจะเดาทางของเขาออก เพราะมันเปลี่ยนเส้นทางการโจมตีทันทีที่เขาทำอย่างนั้น
ปลายเท้าของเย่ฉวนเพิ่งจะแตะพื้น ไม่ทันไรก็ถูกกระบี่เล่มนั้นแทงเข้าที่อกโดยตรง!
เืสด ๆ ไหลทะลัก!
เย่ฉวนเบิกตากว้าง "ท่านผู้าุโ นี่เราไม่ได้กำลังฝึกฝนวิชากระบี่กันหรือไง? ไยจริงจังนักเล่า? แล้วก่อนหน้านี้ท่านก็ยังไม่ได้สอนข้าเื่ทักษะกระบี่หรือว่าการเคลื่อนที่ของกระบี่ด้วยเสียหน่อย!"
หญิงลึกลับทำเสียงต่ำลง "ฝึกฝนวิชากระบี่? การเรียนรู้ทักษะการสังหารที่สัมฤทธิ์ผลมากที่สุดของเซียนกระบี่ไม่ใช่การฝึกฝนแต่เป็การฆ่า เงาร่างเสมือนที่อยู่ต่อหน้าเ้านั้นก็คือศัตรู ในขณะเดียวกันก็เป็อาจารย์ด้วย หากเ้าเป็คนฉลาด เขาจะสอนวิชากระบี่พื้นฐานให้ การาเ็เป็ครูที่ดีที่สุดเ้าเข้าใจหรือไม่? ส่วนทักษะเชิงกระบี่และการเคลื่อนไหวของมันเ้าไม่ต้องไปสนใจ จงอย่ากังวล สิ่งสำคัญคือเ้าต้องมีรากฐานที่ดีให้ได้เสียก่อน!"
เย่ฉวนไตร่ตรองอยู่สักครู่ สุดท้ายก็พยักหน้ารับ "ข้าเข้าใจแล้ว"
หลังจากนั้น เท้าขวาของเขากระแทกพื้น และร่างกายก็พุ่งออกไปข้างหน้า
ภายในหอคอย เย่ฉวนได้รับาเ็มากขึ้นเรื่อย ๆ เช่นเดียวกันกับความเก่งกล้าของเขาที่เพิ่มขึ้นเช่นกัน
การต่อสู้น่ะหรือ?
เย่ฉวน เขาไม่เคยกลัวที่จะต่อสู้ เขาเคยเป็ถึงผู้สืบทอดทายาทสายตรงแห่งตระกูลเย่ เพื่อผลประโยชน์ของตระกูลแล้ว บ่อยครั้งที่เขามักจะได้เป็ตัวแทนในการเข้าประลองฝีมือแบบชี้เป็ชี้ตาย นี่คือเหตุผลที่เขาสามารถเข้าประมือกับผู้เฒ่าตระกูลเย่ได้โดยไม่ตกเป็รอง แม้ว่าเขาจะเป็เพียงผู้ฝึกยุทธ์ขั้นที่ห้าแสวงหาก็ตาม
เขาประสบความสำเร็จขนาดนี้ได้ไม่ใช่ด้วยการฝึกฝน แต่เป็การฆ่า
ในที่สุด เย่ฉวนก็เริ่มอ่านทางกระบี่ของศัตรูเงาลวงออก ไม่เพียงเท่านั้น แต่ทุกครั้งที่เขาได้รับาเ็ เขาจะเริ่มตระหนักว่าเป็เพราะเหตุใด เพราะคนอย่างเขาจะไม่มีวันยอมาเ็ที่เดิมซ้ำสองแน่!
ดังนั้น เมื่อผ่านไปได้สามวันของการฝึกฝน ความพยายามอย่างหนักทำให้อาการาเ็ของเย่ฉวนค่อย ๆ ลดลง
แน่นอนว่าเขายังไม่ได้เรียนรู้กระบวนท่ากระบี่แต่อย่างใด แต่เขาเรียนรู้ว่าเมื่อใดที่ควรตวัดกระบี่และเมื่อใดที่ไม่ต้อง เมื่อใดควรป้องกัน เมื่อใดควรหลบหลีก... อย่างไรก็ตาม ค่าวิชาความรู้ทั้งหมดนี้ต่างแลกมาด้วยหยดเืหยาดเหงื่อของเขาทั้งสิ้น
การฝึกฝนแบบนี้เป็วิธีที่โหดร้าย แต่ก็มีประสิทธิภาพมากที่สุด