ตอน 10 ต่อให้สำนึกก็ไม่ทัน
ชางเฟยขึ้นควบม้าหน้าจวน มุ่งตรงไปยังวังหลวงสิ่งเดียวที่ชางเฟยคิดคือ ฉีหนิงน่าจะพานางเข้าวังไม่ได้นึกถึงแต่อย่างใดว่าฉีหนิงอาจจะพาอี้หรานไปส่งที่จวนอี้
ชางเฟยควบม้าเร็ววิ่งผ่านหน้าจวนอี้.....
เมื่อถึงประตูวัง ทหารกักตัวชางเฟยเอาไว้.... วินาทีนี้ไม่ว่าใครหน้าไหนก็ไม่สามารถขัดขว้างความพยายามของชางเฟยได้เขาดึงตราท่านแม่ทัพหัวเสือออกมายืนยันต่อทหารเฝ้าประตูวังว่ามีเหตุด่วนต้องเข้าวังในเวลานี้ไห้ได้
"ท่านแม่ทัพ ต่อให้ท่านมีตราใดมาแสดงกับพวกข้าพวกข้าเหล่าพี่น้องก็ไม่สามารถยินยอมให้ท่านผ่านไปได้ บัดนี้ท่านเป็บุคคลต้องห้ามถูกสั่งห้ามให้เข้าวังหลวงในฐานะแม่ทัพชั่วคราว "
"แล้วข้าต้องเข้าวังหลวงในฐานะอะไรจึงจะผ่านพ้นประตูไปได้"
"คำสั่งเด้ดขาดจากฝ่าา คือต้อนรับท่านในฐานะผู้รับโทษ หรือนักโทษนั่นเอง"
เมื่อได้ยินคำนั้น ชางเฟยรู้สึกเหมือนคนทั้งแคว้นหยามเกียรติประณามตราหน้าว่าเป็บุรุษที่ไร้ความสามารถ ชางเฟยเงยหน้าขึ้นมองท้องฟ้าเพื่อกลั้นน้ำตาลูกผู้ชายเอาไว้ แต่แล้วกลั้นยังไงก็กลั้นเอาไว้ไม่อยู่น้ำตาไหลอาบแก้ม
"ได้ ได้ หากเป็เช่นนั้น คืนนี้ข้ายินยอมเป็ผู้รับโทษตามที่ฝ่าา้า"
ทหารเวรยาม และทหารเฝ้าประตู ควบคุมชางเฟยอดีตท่านแม่ทัพไปยังคุกหลวงที่แสนเหน็บหนาว
ฉีหนิงเฝ้าแลตามองด้วยหางตาอยู่บนกำแพงเมือง....ด้วยสายตาเหยียดหยามสะใจ
ชางเฟยพึมพำ
"ดี ดีนี่ ทำกับข้าไว้มากมายเช่นนี้ ฉีหนิงท่านเป็ไท่จื่อแล้วอย่างไร คิดว่าจะเที่ยวยุ่งเื่ในจวนผู้ใดก็ได้อย่างนั้นหรือนางแต่งกับข้า เข้าจวนเสิ่น ย่อมเป็คนสกุลเสิ่น แม้ข้าจะสั่งสอนนางเจียนตายท่านก็ไม่ควรยื่นมือเข้ามาจุ้นจ้าน"
"เขาทำเช่นนี้ อย่าคิดว่าข้าไม่รู้ว่าไท่จื่อคิดไม่ซื่อกับภรรยาของข้า"
ฉีหนิงพึมพำ
"อีกไม่นาน ข้าก็จะได้รับอำนาจต่อจากท่านพ่อถึงเวลานั้น ข้าจะไล่บี้เ้าให้แหลก ทวงคืนจ้าวิให้สาสมกับเวลาที่นางเสียไปที่ทนอยู่ในจวนรูหนูของเ้า!!"
"พี่น้องทหาร ถือว่าฟังคำขอร้องจากข้าเป็ด้วยเถอะเห็นแก่มิตรภาพที่เราเคยออกรบร่วมเป็ร่วมตายด้วยกัน"
"พาข้าไปพบ แม่นางอี้จ้าวิก่อนเถอะแล้วข้าจะยินยอมถุกขังในคุกหลวงแต่โดยดี"
"ท่านแม่ทัพ ท่านไม่รู้หรอกหรือว่าองค์ไท่จื่อพาแม่นางไปรักษาตัวที่จวนอี้ มิได้พานางเข้าวัง"
"ห่ะ ว่าไงนะ นี่ข้าโง่มาผิดที่เองหรือนี่"
"ท่านทำใจเสียเถอะ ครั้งนี้ท่านจะไม่มีทางได้พบนางอีกแล้ว ท่านทำกับนางสภาพปางตายขนาดนั้นฝ่าาคงมิอาจอภัยให้ท่านได้"
ชางเฟยรู้สึกผิด ทอดถอนใจในโชคชะตา เขาทำได้แค่ภาวนาในใจ
"ทวยเทพเอ๋ย พวกท่านเล่นตลกอะไรกับข้านักหนาเหตุใดถึงใจดำ ทำให้ข้าผิดหวังซ้ำแล้วซ้ำอีก"
"หากข้าไม่ได้ขอโทษนางเกรงว่าปล่อยให้ข้ามีชีวิตอยู่ ก็คงมิต่างอะไรกับตายทั้งเป็ชาวเมืองตราหน้าว่าไร้คุณธรรม ลงมือได้แม้กระทั่งกับฮูหยินของตนเหล่าพี่น้องทหารใต้บัญชา ต่างหัวเราะเยาะในความโง่เขลาของข้ามีหรือที่ข้าจะอยู่ต่อได้อีก"
ณ คุกหลวง
ชางเฟยถูกขังลือไว้ในนั้น... ไม่มีแม้กระทั่งเศษฟางให้ปูนอน ไม่มีข้าวไม่มีน้ำ ไม่มีแม้กระทั่งแสงเทียน.... วันแล้ววันเล่าผ่านไปแผลที่หัวเข่าที่ชางเฟยคุกเข่าในจวน เกิดอักเสบขึ้นมา ตีพิษ ชางเฟยล้มป่วยหนักไร้ผู้เหลียวแล...
ชางเฟยผู้องอาจ เคยยิ่งใหญ่ในสนามรบตอนนี้ไม่ต่างอะไรกับแมลงสาบข้างถนน หายใจรวยริน หวังพึ่งสิ่งศักดิ์สิทธิ์
ชางเฟยไม่ได้เห็นแม้กระทั่งแสงเดือนแสงตะวัน
"ทวยเทพทั้งหลายโปรดฟังคำอ้อนวอนของข้ายามที่ข้าได้รับเกียรติ ข้ากลับเย่อหยิ่ง ผยอง ทะนงตนไม่มีความเห็นอกเห็นใจให้ผู้ใด หลังจากท่านพ่อตายข้าจำเป็ต้องโเี้ต่อหน้าผู้คน เพื่อให้ได้รับความยำเกรงเป็เสาร์หลักให้ท่านแม่และน้องรองของข้า... หากขาดข้าไปพวกเขาจะยืนหยัดต่อไปอย่างไร ท่านโปรดฟังข้า ขอให้ข้ารอดชีวิตออกไป ครั้งนี้ข้าสำนึกผิดแล้วข้าจะกลับตัวสำนึกตน คิดดีปฏิบัติดี หวนคืนแห่งความชอบธรรม"
อธิษฐานไป น้ำตาก้ไหลอาบแก้มไป กระทั่งชางเฟยหมดสติไป...
ทหารกรมสอบสวน และเสนาบดีกรมลงทันอี้หลิวเสียน(พ่อนางเอก)มารับตัวเสิ่นชางเฟยจากห้องขังด้วยตนเอง
"ทหาร !! ไปลากตัวชางเฟยออกจากห้องขังขึ้นแท่นปะาซะ"
"ท่านเสนาบดีอี้แต่ว่ายังไม่ถึงเวลาปะานะขอรับ"
"ยังไม่ถึงเวลาปะาแล้วอย่างไรในเมื่อยังไงฝ่าาก็สั่งลงโทษปะาแล้ว"
"ข้าเพียงแค่้าอยากให้เสิ่นชางเฟยขายหน้ามากที่สุด"
"ลากเขาออกไปแขวนประจานรอที่หน้าแท่นปะาให้ชาวเมืองที่ผ่านไปผ่านมาได้พบเห็นและตราหน้า"
"ท่านเสนาบดีอี้ทำเช่นนั้นมิถือว่าโเี้เกินไปหรือ"
"แล้วที่เจาทำกับบุตรีของข้ามิได้โเี้หรอกหรือ!!!!ลูกข้าเป็หญิงมียศสูงศักดิ์มิไได้เป็สตรีไร้หัวนอนปลายเท้าที่จะยินยอมให้สามีหยามเกียรติขนาดนั้น"
"ขุนนางอย่างพวกเรา การถูกประจารณ์ตราหน้าต่อหน้าเหล่่าฝุงชน นับว่าเป็เื่ที่น่าอับอายมากที่สุด"
-----------------------------------------------------------------------------------------------------------
ณ จวนสกุลเสิ่น
ฮูหยินใหญ่ ร้องไห้โศกเศร้าเสียใจมาก ทำใจยอมรับโทษจากฝ่าาแม้ว่าจะไปขอร้องอ้อนวอนอย่างไรก็ไม่ได้รับการอภัยโทษ อีกทั้งฮูหยินใหญ่ยังถูกฝ่าาตำหนิว่าเลี้ยงดูบุตรบกพร่อง
ไม่ว่าจะออกไปไหนก็ถูกชาวเมืองนินทาขับไล่
เสิ่นปู้เถียว เห็นความทุกข์ของแม่ แม้ตัวเองจะโศกเศร้าไม่แพ้กัน แต่ก็ต้องทำตัวเข้มแข็ง เป็ที่พึ่งให้แม่
"ท่านแม่ ท่านอย่าโศกเศร้าเกินไปสุขภาพของท่านก็สำคัญ อย่างไรเราก็ต้องยอมรับโทษจากฝ่าา มิอาจขัดขืนได้"
"เ้ามันเนรคุณ พี่ใหญ่ของเ้าดีกับเ้าทุกอย่างบัดนี้ บัดที่พี่ของเ้ากำลังจะสิ้น เ้ากลับพูดจาจองหองไร้เยี่อใย ผิดที่ข้าเองที่คลอดลูกเช่นเ้าออกมามิสู้ข้าเลี้ยงดูแค่พี่ใหญ่ของเ้าคนเดียวก็จบเื่"
"ปู้เถียวได้ยินคำพูดของแม่ทำร้ายหัวใจครั้งแล้วครั้งเล่าจากที่ปู้เถียวเป็เด็กร่าเริง รักอิสระ อารมณ์ดี ชื่นชอบในงานศิลปะบทกวี"
เขาก็เริ่มเปลี่ยนเป็คนที่เงียบขรึม บนใบหน้ารอยยิ้มลดลงเรื่อยๆจนมิหลงเหลืออยู่เขาเฝ้าฝึกซ้อมวิชายุทธอย่างหนัก มาเป็เวลานาน เพื่อหวังปกป้องดูแลค้ำจุนสกุลเสิ่นเอาไว้ให้ได้ หากวันไหนไม่มีพี่ใหญ่
ปู้เถียว เดินหนี แอบออกไปร้องไห้หลังจวน
พึมพำคนเดียว
"ท่านแม่ มิใช่ว่าข้าเนรคุรท่านกับพี่ใหญ่มิใช่ว่าข้านิ่งเฉย ข้าพยายามมาตลาดเพื่อท่าน เพียงแต่ท่านมิเคยแยแสมัน "
ปู้เถียวยิ้มทั้งน้ำตา
"แต่มิเป็ไร ข้ามิเป็ไรยังคงเป็ท่านแม่กับท่านพี่ที่ดีกับข้าที่สุด แม้ท่านแม่จะเข้าใจปู้เถียวผิดไปบ้างก็ไม่เป็ไร"
"สักวันหนึ่งข้าจะเป็ให้ได้อย่างพี่ใหญ่เป็นักรบ สู้เคียงบ่าเคียงไหล่ท่านพี่ในสนามรบ คอยปกป้องท่านพี่จากอันตรายข้าจะต้องเป็อย่างนั้นให้ได้"
"ข้ายอมละทิ้งความฝัน มิเป็นักกวีฝึกดาบก็เพื่อให้ท่านแม่ยอมรับในตัวข้าบ้าง"
"ท่านแม่....หวังว่าสักวันท่านจะมองเห็นความดีของข้า"
ตงเผยแอบเห็นคุณชายรองปู้เถียวเสียน้ำตา เขาเองก็เห็นใจมากแต่มิอาจเข้าไปปลอบใจได้ เพราะเขาเข้าใจว่าชายหนุ่ม มิ้าให้ผู้ใดเห็นใจยิ่งตอนที่อ่อนแอยิ่งมิ้าให้ผู้ใดเห็นน้ำตา
ณ จวนสกุลอี้
ั้แ่อี้หรานรักษาตัวจนหาย เพื่อให้ตัวเองผ่อนคลายอี้หรานเที่ยวเล่นอย่างอิสระ โดนอี้หลิวเสียนตามใจหนักมาก
"ลูกข้า เป็พ่อที่ผิดต่อเ้า ต่อไปนี้เ้าอยากทำอะไร อยากไปแห่งหนใด พ่อตามใจเ้า ถือว่าชดเชยให้เ้า"
"โว้วจะว่าไปอยู่ในร่างยัยคนนี้ก็ไม่ได้เจอเื่แย่เสมอไปนะ อย่างน้อยก็ยังมีพ่อที่ดีจะว่าไปทำไมแันคิดถึงพ่อจัง อยากกลับไปใช้ชีวิตแบบลัคชูวววลี่แล้วอ่า.... ติดแหง็กอยู่นี่นานละเบื่อชะมัด"
"งั้นวันนี้ ไปเที่ยวตลาดดีกว่าครั้งก่อนยังเที่ยวไม่หนำใจเลย"
"อืม... เที่ยวคนเดียวก็เบื่อนะถ้ามีเ้าฉีหนิงนั่นมาเป็เพื่อนคงสนุกแน่ล่ะ"
ณ ตลาดหลวง กลางลานปะา