21 2-2
ตอนที่28 ล้วนแต่ประณีตบรรจง
คุ้มค่าแล้วที่คราวนี้เป็แม่ทัพจางเจิ้งกั๋วออกโรงมาเองอะไรหลายสิ่งอย่างจะได้ง่ายขึ้นไปอีก เซียถงพยักหน้าแก่ตนเองลับๆ
“เสนาบดีเซี่ย รูปโฉมของบุตรสาวของข้านั้นสำคัญยิ่งกว่าชีวิตนางเสียอีกทว่าบุตรสาวของท่านกลับสร้างรอยเชือดคมมีดถึงสองแผลฉกรรจ์บนใบหน้าบุตรสาวข้าไหนเลยจิตวจบุตรสาวของท่านถึงได้เหี้ยมโหดปานนี้?”
แม่ทัพจางเจิ้งกั๋วจ้องเซี่ยอี้เฉินที่ออกโรงมารับหน้าตาเขม็งสีหน้าเต็มเปี่ยมความอาฆาต แม้จางเสวี่ยหรงจะมิใช่ผลกำเนิดจากภรรยาเอกแต่ด้วยพร์ความสามารถ จึงทำให้นางกลายมาเป็บุตรวสาวคนโปรดปรานได้ไม่ยาก
เมื่อไม่กี่วันก่อนพอได้เห็นแผลสดเป็รอยคมมีดกรีดลึกบนใบหน้าของบุตรสาว เพลิงโทสะในใจปะทุเดือดดาลหากแต่เป็เพราะ เสวี่ยหรงได้รับาเ็ระหว่างการประลองเขาจึงไม่สามารถหาข้อโต้แย้งเอาผิดอะไรได้แต่ก็ยังคิดหาวิธีแก้แค้นพวกจวนเสนาบดีอย่างลับๆ เช่นกัน พอมาวันนี้ไป๋หลี่เย่เดินทางมาเยี่ยมเยือนเขาถึงจวนแม่ทัพทั้งยังกล่าวยั่วยุเพิ่มชนวนไฟต่างๆ นาๆ และยังมีทิ้งท้ายอีกว่า หากเกิดเื่อะไรขึ้นหลังจากนี้ในฐานะองค์รัชทยาท เขาจะให้ความช่วยเหลือแม่ทัพจางเจิ้งกั๋วอย่างเต็มที่ ส่งผลให้แม่ทัพจางเจิ้งกั๋วนำกำลังทัพเข้าพบเซี่ยอี้เฉิน เพื่อชำระหนี้แค้นนี้โดยเฉพาะ
“แม่ทัพจางรุ่มร้อนไปจะมีประโยชน์อันใด? เชิญเข้ามาพูดคุยปรับความเข้าใจกันก่อนดีกว่านี่คือชาชั้นเยี่ยม! ข้ารินมาเตรียมให้ท่านแล้ว เชิญดื่ม! เชิญดื่ม!”
เซี่ยอี้เฉินรีบหยิบชาถ้วยหนึ่งที่เพิ่งชงเสร็จสดๆร้อนๆ มามอบให้แก่แม่ทัพจางเจ้งกั๋วตรงหน้าพร้อมรอยยิ้มกว้างแสนเป็มิตรอากัปกิริยาเปี่ยมล้นความสุภาพนอบน้อม
แม่ทัพจางเจิ้งกั๋วหยิบชาถ้วยนั้นขึ้นมาและจู่ๆ ก็ยกขึ้นสาดใส่หน้าเซี่ยอี้เฉินที่กำลังยิ้มแย้มทั้งแบบนั้นก่นเสียงเย็นขานตอบวาจาแข็งกระด้างยิ่งว่า
“ข้าไม่ได้มาที่นี่เพื่อริมจิบชา!แต่ข้ามาที่นี่เพื่อมอบสองทางเลือก! จะลากบุตรสาวของท่านออกมาเองให้ข้าสั่งสอนหรือจะให้ข้าทำลายจวนของเ้าให้มอดไหม้!”
ถูกชาร้อนสาดใส่หน้าเข้าเต็มเป้าเซี่ยอี้เฉินรีบยกแขนเสื้อขึ้นมาปัดป้อง ปาดเช็ดล้างใบหน้า ช่างแสบสันยิ่งแล้ว
ลดแขนเสื้อลงคราวนี้สีหน้าการแสดงออกของเซี่ยอี้เฉินแปรเปลี่ยนไปจากก่อนหน้าโดยสิ้นเชิงเสมือนถูกชาร้อนล้างความเป็มิตร ถูกแทนที่ด้วยความโกรธพิโรธ แต่จะอย่างไรต่อหน้าเขาที่ต้องเผชิญเป็ถึงแม่ทัพใหญ่แห่งจักรวรรดิ รู้สึกไม่พอใจเพียงใดสุดท้ายจำใจต้องระงับความโกรธเกรี้ยวทั้งหมดลง พยายามปั้นยิ้มฝืนคลี่ออกมากล่าวว่า
“แม่ทัพจางข้าจะลงโทษลูกสาวของข้าเอง และขอสัญญาเลยว่าจะไม่มีการลำเอียงใดๆ แต่ท่านก็พึงทราบด้วยเช่นกันคมดาบกลับไม่มีตา ทุกอย่างที่เกิดขึ้นบนสนามประลองล้วนเป็อุบัติเหตุทั้งสิ้น”
“หื้ม? แต่ข้าได้ยินมาว่า บุตรสาวของท่านมีโฉมหน้าอัปลักษณ์และนางก็อิจฉาในรูปลักษณ์ความงามของบุตรสาวข้ามาโดยตลอด พอมีโอกาสข้าเชื่ออย่างยิ่งว่า บุตรสาวของท่านกระทำลงไปล้วนด้วยความจงใจ เอาล่ะหากเ้ายังไม่ส่งตัวบุตรสาวของท่านมาเช่นนั้นข้าแม่ทัพผู้นี้ขอวิสาสะบุกเข้าจวนเสนาบดีแล้ว”
เสียงลมหายใจพ่นดังออกจากโพล่งจมูกดังฮึมฮัมโบกฝ่ามือหนาั์เป็สัญญาณให้นายทหารนับหลายสิบนายที่เตรียมพร้อมอยู่ด้านหลังเตรียมเคลื่อนพลบุก
ภาพฉากที่นายทหารทั้งหมดชักดาบคมกระบี่ออกมาโดยพร้อมเพรียงมันได้สร้างแรงกดดันอันหนักอึ้ง กดทับลงบนหัวใจของทุกคนในจวนเสนาบดี
ผู้คนทั้งหลายในจวนเสนาบดีเผยสีหน้าซีดเผือด หวาดกลัวสุดขีด เพียงกระพือปีกยกมือสั่งการครั้งเดียวเหล่าทหารใต้บัญชาทั้งมวลก็สามารถสังหารผู้ใดที่เข้าขวางได้ในพริบตา
เซี่ยอี้เฉินเห็นว่าสถานการณ์เริ่มไม่ดีแล้วเขาหันขวับจับจ้องแม่ทัพจางเจิ้งกั๋วตาเขม็ง คำรามลั่นปลายเสียงสั่นเทาว่า
“เ้า...นี่เ้ากล้า?!ข้าเป็ถึงหนึ่งในเสนาบดีที่ฝ่าาทรงวางพระทัยเลือกสรรเข้าราชสำนัก!หรือเ้าจะไม่เกรงกลัวฝ่าาเรียกเข้าเฝ้าตำหนิติเตียน?”
“เซี่ยถงทำให้บุตรสาวของท่านแม่ทัพใหญ่เสียโฉมยังไงเสียเื่นี้ ท่านพ่อของข้าก็ควรต้องทราบเช่นกัน เพียงแต่พอถึงตอนนั้น เกรงว่ากลับเป็เสนาบดีเซี่ยเองมากกว่าที่โดนติเตียนขนาดลูกตัวเองยังสอนไม่รู้จักฟังแล้วท่านจะไปให้คำแนะนำอะไรฝ่าาเพื่อใช้ในการบริหารจักรวรรดิเราได้?”
ในเวลานั้นเองไป๋หลี่เย่ที่ยืนเงียบอยู่ข้างกายแม่ทัพจางเจิ้งกั๋วมาโดยตลอด ก็ลุกขึ้นฮือชี้หน้าคำรามลั่นกึกก้อง ทั้งยังกล่าวประชดประชันทิ้งท้ายอีกว่า
“เกรงว่าตำแหน่งเสนาบดีคงถึงวาระต้องเปลี่ยนแล้วกระมัง?”
ภาพจินตนาการที่เซี่ยอี้เฉินกำลังสวมชุดอัครเสนาบดีพังทลายลงในพริบตาเมื่อได้ยินที่ไป๋หลี่เย่กล่าวออกไปแบบนั้น ในเหตุการณ์ครั้งนี้นับว่าหนักหนาสาหัสกระทั่งองค์รัชทยาทยังยืนกราน ออกหน้าแทนแม่ทัพจางเจิ้งกั๋วปานนี้หากเขายังไม่ส่งตัวเซียถงไปให้ เกรงว่าผลลัพธ์คงมีแต่จุดจบอันน่าสยดสยอง!
พอคิดได้เช่นนั้นเสื้อผ้าทั่วทั้งร่างของเซี่ยอี้เฉินพลันเปียกชุ่มไปด้วยเหงื่อเย็นชโลมเขารีบหันขวับ ้าเรียกใครสักคนเพื่อให้ไปตามเซียถงมาที่นี่โดยทันที
แต่ทันทีที่เขาหันศีรษะเหลียวหลังมองออกไปก็พลันสบกับสายตาอันเย็นะเืคู่หนึ่งเสมือนธารนูเาน้ำแข็งเซี่ยถงยืนพิงอยู่ตรงมุมประตูโถงใหญ่รออยู่แล้ว
เหตุผลที่นางไม่คิดจะปรากฏตัวออกมาั้แ่แรกเป็เพราะนางอยากจะเห็นว่า เซี่ยอี้เฉินจะตัดสินใจกับเื่นี้อย่างไร?
“นางอยู่นั่น!นางอยู่นั้น!”
ฮูหยินรองเฉิงที่ก่อนหน้านี้แอบไปหลบอยู่มุมเสาด้วยความหวาดกลัว ทันทีทันใดก็รีบชี้นิ้วใส่เซียถงแหกปากะโเสียงดังลั่นเซียถงมิอยากจะเหลือบหางตามองสตรีขี้ขลาดนางนี้เท่าไหร่นัก เพียงวางสายตาลงบนาแบนคออีกฝ่ายเล็กน้อยมันก็เพียงพอแล้วที่จะทำให้ ฮูหยินรองเฉิงรีบหดหัวขดตัวกลับไปอยู่มุมเสาที่เดิม
“ข้าเองที่ทำให้จางเสวี่ยหรงเสียโฉมทุกคมมีดที่กรีดแทงลงไป ข้าล้วนแต่ประณีตบรรจงและตั้งใจเป็อย่างยิ่ง”
เซี่ยถงย่างสามขุมตรงเข้ามาหยุดอยู่ใจกลางสถานที่เกิดเหตุสายตาเฉี่ยวคมประดุจวิหคเพลิงสาดตรงเข้าใส่แม่ทัพจางเจิ้งกั๋วดูลึกล้ำปราศจากความเกรงกลัวใด เปล่งเสียงดังฟังชัดปราศจากความประหม่าหวาดหวั่น
“แต่ทั้งหมดมีเหตุเกิดจากที่บุตรสาวของท่านมีเจตนาจะสังหารข้าก่อน”
“หากบุตรสาวของข้าสังหารเ้าทิ้งได้แล้วใบหน้าของนางจะถูกเ้าทำลายจนเสียโฉมเช่นนี้หรือไม่?”
แม่ทัพจางเจิ้นกั๋วหรี่ตาจับจ้องเซียถงคู่คิ้วขมวดถักหนา แววความรังเกียจและเกลียดชังยิ่งปรากฏชัดขึ้นเรื่อยๆบนใบหน้าของเขา
“เพียงเพราะว่าใบหน้าตนเองอัปลักษณ์จึงคิดอิจฉาหญิงสาวนางอื่นไปทั่ว? ช่างน่าสมเพชสิ้นดี!”
ใช่แล้วไม่เพียงแค่ใบหน้าของหญิงสาวนางนี้เท่านั้นที่อัปลักษณ์แต่จิตใจของนางก็ยังน่าสมเพชอย่างยิ่ง! ทั้งที่รู้ว่า สำหรับสตรีเพศแล้วใบหน้าสำคัญเพียงใด แต่ก็ยังเลือกที่จะฆ่ากันทั้งเป็โดยทำให้เสียโฉม
“ดูเหมือนว่าท่านแม่ทัพคงอยากเอาชีวิตข้ามากเลยกระมัง?”
เซี่ยถงเชิดหน้าเงยขึ้นสบตากับแม่ทัพจางเจิ้นกั๋วร่องรอยความเยียบเย็นสาดสะท้อนผ่านแววตาของนาง
หากเ้า้าเอาชีวิตข้าเช่นนั้นแล้วก็อย่าตำหนิเสียแล้วกันว่าข้าไม่สุภาพ
แม่ทัพสาดประกายตาเข้าเผชิญหน้ากับอีกฝ่ายโดยไม่เกรงกลัวแต่จู่ๆ คล้ายบังเกิดความเหน็บหนาวจับขั้วกระดูกผ่านอณูิัลามไปถึงหนังศีรษะจนลุกซู่ว เฉพาะเวลานี้เท่านั้นเขาตระหนักได้ทันทีว่า หาใช่เพราะใบหน้าที่น่าเกลียดที่ทำให้เขาหวั่นเกรงแต่เป็สายตาคู่เย็นะเืนั่นต่างหาก ที่ทำให้ผู้คนสั่นสะท้านขวัญเสีย
“แม่ทัพจางสำหรับสตรีเดรัจฉานตัวนี้ ข้าขอแนะนำให้ท่านพาตัวนางกลับไปยังวังหลวงเพื่อนำไปไต่สวนต่อไปโดยละเอียด”
แม่ทัพจางเจิ้งกั๋วยังไม่ทันได้พูดอะไรกลับกลายเป็ไป๋หลี่เย่ที่อยู่เคียงข้าง ก้าวย่างออกมา ขณะแผดเสียงวาจาออกมาสายตาของเขาที่จับจ้องเซียถง มันเปี่ยมล้นไปด้วยแววความเย่อหยิ่งและภาคภูมิใจดั่งคนชั้นฟ้าที่เหลือบสายตามองสัตว์เดินดิน