ขณะนั้นเปาสิ้นซึ่งอยู่ในกองทัพอ้วนเสี้ยวจึงคิดว่าซุนเกี๋ยนเป็กองหน้ายกไปตีด่านเมืองหลวงนั้นถ้าได้ทีก็มีความชอบแต่ตัวซุนเกี๋ยน จึงแต่งให้เปาต๋งผู้น้องคุมทหารยกไปทางหนึ่งให้เร่งคิดเอาด่านเมืองหลวงให้ได้ก่อนความชอบจึงจะมีแก่เรา เปาต๋งก็รีบยกทัพไปครั้นถึงด่านแล้วก็ให้ทหารเข้าตีก่อนทัพซุนเกี๋ยน
ฝ่ายฮัวหยงเห็นดังนั้นก็คุมทหารห้าร้อยเปิดประตูด่านออกไป จึงร้องว่า “เปาต๋งนี้เป็พวกโจรมารบกูหรือ” เปาต๋งได้ยินดังนั้นก็แลไปดูเห็นฮัวหยงก็ใกลัวชักม้าบ่ายหน้ากลับไป ฮัวหยงขับม้าไล่ตาม แล้วเอาง้าวฟันถูกเปาต๋งตกม้าตายจับได้ทหารเป็อันมาก แล้วให้ตัดเอาศีรษะเปาต๋งใส่ถังบอกหนังสือส่งขึ้นไปให้ตั๋งโต๊ะ ตั๋งโต๊ะมีความยินดี จึงแต่งหนังสือลงมาปูนบำเหน็จให้ฮัวหยงเป็ที่ขุนนางผู้ใหญ่
ฝ่ายซุนเกี๋ยนนั้นมีทหารเอกไปด้วยสี่คนชื่อเทียเภาถือทวนหนึ่ง อุยกายถือกระบองเหล็กสี่เหลี่ยมหนึ่ง ฮันต๋งถือง้าวหนึ่งโจเมาถือกระบี่สองมือหนึ่ง ซุนเกี๋ยนแต่งตัวใส่เกราะแล้วถือง้าวใหญ่พาพวกทหารออกมาหน้าด่านแล้วร้องว่า
“อ้ายพวกขบถมึงเร่งเปิดประตูออกมาเข้าเกลี้ยกล่อมกูจงเร็วถ้าช้าอยู่กูจะหักเข้าไปตัดศีรษะเสียให้สิ้น”
โฮจิ้นได้ยินดังนั้นจึงว่าแก่ฮัวหยงว่าข้าพเ้าจะขอทหารห้าพันจะอาสาออกไปตี ฮัวหยงเห็นชอบด้วยก็จัดทหารให้โฮจิ้นโฮจิ้นก็ยกทหารเปิดประตูออกไป
ฝ่ายเทียเภาเห็นโฮจิ้นออกมาจึงขับม้ารำเพลงทวนออกไปรบด้วยโฮจิ้นได้เจ็ดเพลงเทียเภาเอาทวนแทงถูกคอโฮจิ้นตกม้าตายทหารทั้งปวงก็ไล่ฟันทหารโฮจิ้นเข้าไปจนถึงเชิงกำแพง
ฝ่ายฮัวหยงเห็นดังนั้นก็ให้ทหารบนหน้าที่เชิงเทินยิงเกาทัณฑ์ ทิ้งก้อนศิลาลงไปดังห่าฝนซุนเกี๋ยนเห็นจะเข้าหักเอายังมิได้ ก็ให้ถอยทหารมาตั้งค่ายอยู่ตำบลเลียงต๋งจึงแต่งหนังสือตามซึ่งได้รบพุ่งนั้นไปให้อ้วนเสี้ยวแจ้งแล้วบอกไปถึงอ้วนสุดว่าในกองทัพนี้ขาดเสบียงให้อ้วนสุดเร่งส่งลำเลียงมาให้จงได้
ขณะเมื่อหนังสือมานั้นทหารอ้วนสุดคนหนึ่งจึงว่าแก่อ้วนสุดว่า “ซุนเกี๋ยนคนนี้เมื่ออยู่ในเมืองกังตั๋งนั้นอุปมาดังเสือตัวหนึ่งแลตั๋งโต๊ะนั้นอุปมาดังหมี ครั้งนี้ซุนเกี๋ยนยกไปทำการเป็กองหน้าถ้าตีได้เมืองหลวงก็จะจับตั๋งโต๊ะฆ่าเสีย ซุนเกี๋ยนก็จะกำเริบขึ้นซึ่งจะฆ่าหมีเสียตัวหนึ่ง เสือจะร้ายขึ้นนั้นจะเห็นชอบข้างไหนข้าพเ้าคิดว่านิ่งเสียอย่างส่งเสบียงเลยทหารในกองทัพซุนเกี๋ยนก็จะอิดโรยระส่ำระสายลง เหมือนเสือหากำลังมิได้”อ้วนสุดเห็นชอบด้วยก็มิได้ส่งเสบียง แลในกองทัพซุนเกี๋ยนก็อดข้าวปลาอาหารทหารทั้งปวงก็อิดโรยไป
ฝ่ายคนสอดแนมครั้นรู้ดังนั้นก็เอาเนื้อความเข้าไปแจ้งแก่ลิซก ลิซกจึงไปบอกแก่ฮัวหยงว่า “บัดนี้ในกองทัพซุนเกี๋ยนนั้นทหารทั้งปวงอดข้าวปลาอาหารอิดโรยอยู่แล้วเวลาค่ำวันนี้ข้าพเ้าจะคุมทหารอ้อมไปเข้าข้างหลังค่ายซุนเกี๋ยนขอให้ท่านยกเข้าข้างหน้าค่าย จะตีกระหนาบเข้าไปปล้นเอาค่ายเห็นจะจับตัวซุนเกี๋ยนได้โดยง่าย” ฮัวหยงเห็นชอบด้วยจึงจัดแจงทหารเตรียมไว้เป็สองกองครั้นเวลาค่ำจึงเปิดประตูยกทหารออกไปเป็สองกองตามซึ่งคิดไว้นั้นขณะเมื่อยกไปถึงค่ายซุนเกี๋ยนนั้นเป็เวลาสองยามเศษฮัวหยงจึงให้ทหารตีกลองโห่ร้องเข้าปล้นเอาค่าย
ฝ่ายซุนเกี๋ยนใแต่งตัวใส่เกราะแล้วขึ้นม้าถือง้าวออกมารบกับฮัวหยงได้แปดเพลงแล้วซุนเกี๋ยนแลไปเห็นแสงเพลิงข้างหลังค่ายนั้นสว่างขึ้นแลทหารในค่ายแตกตื่นล้มตายเป็อันมาก แต่โจเมานั้นขี่ม้าตามซุนเกี๋ยนอยู่
ฝ่ายทหารฮัวหยงเข้าล้อมไว้ซุนเกี๋ยนกับโจเมาจึงฝ่าฟันทหารออกไปได้ ฮัวหยงควบม้าตาม ซุนเกี๋ยนยิงเกาทัณฑ์มาฮัวหยงรับลูกเกาทัณฑ์ได้ทั้งสองดอก แล้วซุนเกี๋ยนขึ้นเกาทัณฑ์จะยิงซ้ำคันเกาทัณฑ์หักซุนเกี๋ยนกับโจเมาก็ควบม้าหนีไป ฮัวหยงก็ขับม้าตามโจเมาจึงว่ากับซุนเกี๋ยนว่า หมวกซึ่งท่านใส่นั้นฝ่ายศัตรูจำได้ถนัด จงถอดมาเปลี่ยนให้ข้าพเ้าเสียเถิดซุนเกี๋ยนก็ถอดหมวกออกมาเปลี่ยนกันใส่ แล้วควบม้าแยกทางกันไป
ฝ่ายฮัวหยงกับทหารทั้งปวงควบม้าตามไปมิได้รู้ว่าซุนเกี๋ยนไปแห่งใด จำสำคัญได้แต่หมวกฮัวหยงคิดว่าซุนเกี๋ยนก็รีบควบม้าไล่โจเมาไป ฝ่ายโจเมาเห็นจวนตัวเข้า จึงถอดหมวกสวมตอไม้ไว้แล้วก็รีบควบม้าหนีเข้าป่า ขณะเมื่อฮัวหยงไล่ไปนั้นเป็เวลากลางคืนมิได้รู้กลโจเมาเห็นสำคัญแต่หมวกจึงให้ทหารเข้าล้อมตอไม้นั้นไว้แลทหารทั้งปวงก็เอาเกาทัณฑ์ยิงตอไม้อยู่เป็ช้านาน ครั้นเห็นไม่ไหวติงฮัวหยงจึงพาทหารเข้าไปดูก็เห็นหมวกสวมตอไม้อยู่
ฝ่ายโจเมาครั้นหนีเข้าอยู่ในป่าหยุดม้าดูเห็นฮัวหยงกับทหารหลงล้อมตอไม้ไว้ โจเมาจึงชักม้ากลับหลังจะฟันฮัวหยงฮัวหยงเหลือบเห็นจึงชักม้ากลับหน้ามาร้องตวาดแล้วเอาง้าวฟันถูกโจเมาตัวขาดออกสองท่อนตาย ครั้นเวลารุ่งเช้าฮัวหยงก็คุมทหารกลับเข้าไปด่านเมืองหลวง
ฝ่ายเทียเภา อุยกาย ฮันต๋งกับทหารทั้งปวงซึ่งเหลือแตกไปนั้นพบซุนเกี๋ยน ซุนเกี๋ยนจึงพากลับมาณ ค่ายเลียงต๋งแล้วบอกหนังสือไปถึงอ้วนเสี้ยวตามซึ่งได้รบพุ่งอ้วนเสี้ยวแจ้งในหนังสือนั้นมีความเศร้าหมองนัก จึงหาหัวเมืองมาปรึกษาว่าซุนเกี๋ยนนี้เป็ทหารกล้าแข็ง ซึ่งเสียทีแก่ฮัวหยงดังนี้จะคิดประการใดอนึ่งเปาสิ้นลอบใช้เปาต๋งไปชิงรบจนตัวตายแลเสียทหารไปเป็อันมาก นายทัพนายกองทั้งปวงยังมิได้ว่าประการใด

ขณะนั้นอ้วนเสี้ยวเห็นเล่าปี่ กวนอู เตียวหุยยืนอยู่ข้างหลังกองซุนจ้าน ทั้งสามคนนี้รูปร่างโตใหญ่เห็นกิริยาดังยิ้มเยาะ จึงถามกองซุนจ้านว่าสามคนซึ่งยืนอยู่ข้างหลังนั้นชื่อใด กองซุนจ้านจึงจูงมือเล่าปี่ออกไปยืนข้างหน้าแล้วบอกว่าคนนี้ชื่อเล่าปี่ เป็เพื่อนศิษย์เรียนหนังสือกับข้าพเ้ามาแต่ก่อนบัดนี้ได้เป็เ้าเมืองเพงงวนก๋วน
โจโฉจึงว่าเล่าปี่คนนี้ครั้งโจรโพกผ้าเหลืองนั้นก็ได้ไปช่วยรบ กองซุนจ้านจึงว่าอันเล่าปี่นี้เป็เชื้อพระวงศ์พระเ้าเหี้ยนเต้ มีความชอบต่อแผ่นดินมาหลายครั้งแล้วกองซุนจ้านให้เล่าปี่คำนับอ้วนเสี้ยว อ้วนเสี้ยวเชิญให้เล่าปี่มานั่งที่สมควรแลกวนอูกับเตียวหุยก็เข้าไปยืนอยู่หลังเล่าปี่
ฝ่ายฮัวหยงนั้นคุมทหารออกไปถึงหน้าค่ายอ้วนเสี้ยวจึงให้ทหารเอาไม้ยาวเสียบหมวกซุนเกี๋ยนแกว่งขึ้นร้องประกาศว่า “อ้ายเหล่าหัวเมืองซึ่งเป็ขบถแต่งให้ซุนเกี๋ยนยกไปรบนั้น กูก็ตีแตกฆ่าทหารเสียเป็อันมากแล้วบัดนี้ใครซึ่งเป็ตัวนายเร่งยกออกมารบกัน”
ม้าใช้ได้ยินดังนั้นก็เอาเนื้อความไปแจ้งแก่อ้วนเสี้ยวอ้วนเสี้ยวจึงปรึกษาแก่นายทัพนายกองว่า “ฮัวหยงออกมาทำดังนี้ ผู้ใดจะอาสาไปด้วยได้”ยูสิดทหารอ้วนสุดจึงรับว่า “ข้าพเ้าจะขออาสาออกไปรบด้วยฮัวหยง”อ้วนเสี้ยวได้ยินดังนั้นก็เกณฑ์ทหารให้ยูสิด ยูสิดยกทหารออกไปรบด้วยฮัวหยงได้สามเพลงฮัวหยงเอาง้าวฟันยูสิดตกม้าตาย ม้าใช้จึงเอาเนื้อความไปแจ้งแก่อ้วนเสี้ยวอ้วนเสี้ยวกับหัวเมืองทั้งปวงปรึกษากันว่า ครั้งนี้ใครจะอาสาออกไปรบด้วยฮัวหยงได้
ฝ่ายฮันฮกเ้าเมืองกิจิ๋วจึงว่าข้าพเ้ามีทหารเอกคนหนึ่งชื่อ พัวหอง จะขออาสาไปตัดเอาศีรษะฮัวหยงมาให้จงได้อ้วนเสี้ยวมีความยินดีจึงเกณฑ์ทหารให้พัวหองแต่งตัวใส่เกราะแล้วขี่ม้าถือขวานใหญ่เป็อาวุธยกทหารออกไปรบด้วยฮัวหยงสามเพลงฮัวหยงเอาง้าวฟันถูกพัวหองตกม้าตาย ม้าใช้ก็รีบเอาเนื้อความไปแจ้งแก่อ้วนเสี้ยวแลนายทัพนายกองทั้งปวงรู้ดังนั้นก็ใ อ้วนเสี้ยวจึงว่า “ทหารเอกของเราสองคนชื่อ งันเหลียงบุนทิว ก็ยังไม่เห็นมา ถ้ามาแล้วก็จะกลัวอะไรกับฮัวหยง ครั้งนี้จะได้ใครอาสาออกไป
ขณะนั้นกวนอูจึงว่าแก่อ้วนเสี้ยวว่าข้าพเ้าจะขออาสาไปตัดเอาศีรษะฮัวหยงมาให้ท่าน อ้วนเสี้ยวได้ยินดังนั้นจึงถามว่าซึ่งรับอาสานั้นเป็ทหารที่ตำแหน่งใด กองซุนจ้านจึงบอกว่าคนนี้ชื่อกวนอูผู้น้องเล่าปี่เป็ทหารม้าถือเกาทัณฑ์
ฝ่ายอ้วนเสี้ยวได้ยินกองซุนจ้านว่าดังนั้นก็โกรธจึงร้องตวาดว่า “กวนอูเป็แต่ทหารม้าเลว มาดูิ่นายทัพนายกองหัวเมืองทั้งปวงบังอาจเข้ารับอาสา แลทหารหัวเมืองทั้งปวงมีอยู่เป็อันมาก พอจะทำการศึกสืบไป”จึงให้ทหารขับกวนอูออกไปเสีย
โจโฉจึงห้ามอ้วนเสี้ยวว่า “ท่านอย่าเพ่อโกรธก่อนท่วงทีกวนอูนี้จะมีฝีมือกล้าหาญอยู่จึงขันอาสา ถ้าไม่สมดังปากว่าจึงจะเอาโทษถึงตาย”อ้วนเสี้ยวจึงว่า “กวนอูเป็ทหารเลว ครั้นจะให้ออกไปรบกับฮัวหยงฮัวหยงก็จะหัวเราะเย้ยเล่นว่าในกองทัพเรานี้ไม่มีทหารเอกแล้ว”โจโฉจึงว่า “ข้าพเ้าเห็นรูปร่างกวนอูนี้โตใหญ่คมสันอยู่ เห็นสมเป็ทหารเอกฮัวหยงจะไม่รู้ว่าทหารเลว กวนอูจึงว่า
”ข้าพเ้าจะอาสาออกไปครั้งนี้ถ้าไม่ได้ศีรษะฮัวหยงเข้ามา ขอท่านจงเอาศีรษะข้าพเ้าไว้แทนเถิด”
อ้วนเสี้ยวได้ยินดังนั้นก็มีความยินดีจึงเกณฑ์ทหารให้กวนอู โจโฉจึงให้อุ่นสุราแล้วรินใส่จอกยื่นให้กวนอูกวนอูคำนับแล้วว่า “ข้าพเ้าเป็แต่ทหารเลว ซึ่งท่านจะให้สุรากินนั้นขอให้ท่านงดไว้ก่อน เมื่อใดข้าพเ้าออกไปได้ศีรษะฮัวหยงมาแล้วข้าพเ้าจึงจะรับเอาสุราของท่านกิน” แล้วกวนอูขี่ม้าถือง้าวออกไปรบด้วยฮัวหยง
ฝ่ายหัวเมืองทั้งปวงซึ่งอยู่ในค่ายนั้นได้ยินเสียงกลองแลม้าล่ออื้ออึงก็ชวนกันออกไปดูกวนอูจะรบกับฮัวหยงครั้นออกไปถึงประตูค่ายก็เห็นกวนอูหิ้วเอาศีรษะฮัวหยงกลับเข้ามาทิ้งไว้ตรงหน้าค่ายนายทัพนายกองทั้งปวงเห็นก็ดีใจ จึงพากวนอูเข้าไปในค่าย โจโฉจึงเอาจอกสุรานั้นมาคำนับแล้วส่งให้กวนอู กวนอูคำนับตอบแล้วรับเอาจอกสุรานั้นมากิน
สุรานั้นยังอุ่นอยู่
ขณะนั้นเตียวหุยจึงว่าแก่นายทัพนายกองทั้งปวงว่ากวนอูพี่ข้าพเ้าได้อาสาตัดศีรษะฮัวหยงมาให้แล้วข้าพเ้าผู้น้องจะขออาสาตีเข้าไปในเมืองหลวงแล้วจะจับเอาตั๋งโต๊ะมาให้ท่าน อ้วนเสี้ยวได้ยินดังนั้นก็โกรธจึงร้องตวาดแล้วว่าบรรดานายทัพนายกองทั้งปวงมิได้ปรึกษาว่ากล่าวประการใด ตัวนี้เป็แต่ทหารเลวองอาจเข้ามาจะอาสาหักหน้าผู้ใหญ่ทั้งนี้ เห็นเป็คนหยาบช้านักให้ขับออกไปเสียนอกที่ชุมนุมขุนนาง
โจโฉจึงว่า “อันอย่างธรรมเนียมศึกนั้นถ้าผู้ใดมีความชอบในการา ก็จะปูนบำเหน็จตามสมควร ถ้าผู้ใดกระทำความผิดก็จะลงโทษซึ่งจะมาถืออิสริยยศในท่ามกลางศึกดังนี้ไม่สมควร” อ้วนเสี้ยวจึงตอบว่า “ถ้าจะนับถือทหารเลวเป็เอกฉะนี้ไซร้เราไม่ทำการสืบไปแล้ว จะยกทหารกลับไปเมือง” โจโฉจึงว่า “ขัดข้องกันแต่เนื้อความเพียงนี้จะละการใหญ่เสียนั้นไม่ควร”แล้วให้กองซุนจ้านพาเล่าปี่ กวนอู เตียวหุยกลับไป ณค่ายที่อยู่โจโฉจึงให้เอาสุราเป็ดไก่มอบให้กำนัลเล่าปี่ กวนอู เตียวหุย