บทที่ 6 คู่เดทออนไลน์สุดพิลึก
การทำนายดวงครั้งที่สาม หญิงสาวสุ่มเลือกคนดูคนหนึ่งเพื่อเชื่อมต่อ
คำถามในครั้งนี้ค่อนข้างง่าย เธอจึงตอบได้อย่างรวดเร็ว คนที่เข้ารับการดูดวงก็พอใจจึงให้รางวัลอย่างรวดเร็ว
แฟน ๆ ในห้องไลฟ์ ยังอยากแชทต่ออีกสองสามประโยค แต่ซางเฟยหว่านกลับบอกลาพวกเขาอย่างรวดเร็วและออฟไลน์ไป
เธอหิวมาสองวันแล้ว ไลฟ์สดมาทั้งคืน ถ้าไม่ใช่เพราะจิตใจที่เข้มแข็ง คงทนหิวไม่ไหว และไม่มีอารมณ์มานั่งคุยเล่นหรอก
หญิงสาวเปิดดูรายได้หลังบ้านอย่างใจจดใจจ่อ
การถ่ายทอดสดในคืนนี้ ได้รับวาฬโบยบินไปสามตัว บวกกับอมยิ้มเล็ก ๆ น้อย ๆ อีก คิดเป็มูลค่ารวม 6,280 หยวน
หลังบ้านของ Whale Live สามารถถอนเงินเข้าบัญชีได้โดยตรง แต่ระบบกลับแจ้งว่า
[เนื่องจากคุณยังไม่ได้เซ็นสัญญากับแพลตฟอร์ม ของขวัญทั้งหมดที่ถอนออกจะถูกหักค่าคอมมิชชั่น 50%]
[กรุณาคลิก ‘ฉัน้าเซ็นสัญญา’ เพื่อลดอัตราค่าคอมมิชชั่น!]
ซางเฟยหว่านสบถออกมาอย่างหงุดหงิด “เวรเอ๊ย!”
ในที่สุดเธอก็ได้รับเงินสดที่ถอนออกมา 3,140 หยวน อย่างน้อยก็พอประทังชีวิตไปได้สักพัก
หญิงสาวรีบคว้าโทรศัพท์มือถือที่เพิ่งถอนเงินเสร็จวิ่งออกไปซื้อของกินในทันที
เธอเช่าบ้านอยู่ในหมู่บ้านกลางเมือง แม้สภาพแวดล้อมจะไม่ค่อยดี แต่ใกล้ ๆ กันนั้น มีร้านแผงลอยมากมายที่รวมตัวกันเป็ถนนคนเดินยามค่ำคืน
ไม่นาน ซางเฟยหว่านก็ซื้อของกินเล่นกลับมาสารพัดอย่าง ทั้งเผือกทอด หมี่ทอด ไส้กรอกย่างถ่านูเาไฟ และขนมปังเนื้อ
จริง ๆ แล้วเธออยากลองชิมก๋วยเตี๋ยวหอยขมที่กำลังฮิตอยู่เหมือนกัน แต่ทนกลิ่นไม่ไหวเลยต้องรีบเผ่น
ต้องบอกเลยว่า ของกินเล่นในโลกนี้มันอร่อยจริง ๆ
เผือกทอดเหนียวนุ่ม รสชาติหวานมันกลมกล่อม หมี่ทอดก็หอมเตะจมูก ส่วนไส้กรอกย่าง แค่กัดคำเดียวน้ำมันหอม ๆ ก็กระจายเต็มปาก...
ทุกอย่างล้วนอร่อยกว่าอาหารในโลกที่เธอจากมามาก!
ในโลกแห่งการบำเพ็ญเซียน คนที่มีพร์ก็มัวแต่บำเพ็ญตน ส่วนคนธรรมดาก็ใช้ชีวิตไปวัน ๆ ไม่มีกะจิตกะใจมาสนใจเื่อาหารการกินเลย
อาหารที่นั่นจึงมีแค่น้ำต้มกับต้มผักรวมมิตร
ถ้าไม่ใช่เพราะรสชาติอาหารมันแย่เกินไป ซางเฟยหว่านคงไม่รีบร้อนฝึกฝนวิชาไร้ความหิวั้แ่ยังเด็กหรอก
เมื่ออิ่มหนำสำราญแล้ว เธอก็เริ่มนั่งขัดสมาธิฝึกฝน
ปราณิญญาของโลกนี้เบาบางเกินไป ไม่กี่วันที่ผ่านมาเธอได้ลองบำเพ็ญตน ดึงเอาแก่นแท้แห่งเดือนตะวันมาโคจรในร่างกายหลายสิบรอบ ก็ดูดซับปราณิญญาได้เพียงเล็กน้อยเท่านั้น
ด้วยความเร็วแค่นี้ เธอหวั่นเกรงว่าตัวเองคงจะแก่ตายก่อนที่จะฝึกถึงขั้นสร้างฐานได้
แต่วันนี้หลังจากไลฟ์สดเสร็จแล้ว เธอก็ได้ลองบำเพ็ญเพียรดู แล้วก็ต้องประหลาดใจที่พบว่า พลังศรัทธาจากแฟน ๆ บนอินเทอร์เน็ต กลับกลายเป็ปราณิญญาอันเข้มข้น ผลของการการบำเพ็ญเพียรจึงดีขึ้นมาหลายเท่า
ตอนนี้แฟน ๆ ยังมีไม่มาก ถ้ามีมากกว่านี้ การบำเพ็ญเพียรของเธอก็จะเป็ประโยชน์มากขึ้น!
โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ระดับการบำเพ็ญเพียรของเธอเคยไปถึงระดับสูงสุดมาก่อน วิชาต่าง ๆ ก็ฝึกฝนจนชำนาญแล้ว เพียงแค่ใช้พลังศรัทธาจากแฟน ๆ ให้ดี เธอก็จะสามารถกลับเข้าสู่เส้นทางแห่งการบำเพ็ญเพียรได้อีกครั้ง บางทีอีกไม่กี่ร้อยปีข้างหน้าอาจจะได้ขึ้น์อีกครั้งก็เป็ได้
ดูเหมือนว่า จะไม่ได้เลือกทางผิดที่ตัดสินใจมาไลฟ์สด
ส่วนทางด้านของจางเฉิงเย่ เขาเป็กังวลจนนอนไม่หลับมาทั้งคืน
วันต่อมา เขากลับพบว่าวิดีโอที่ซางเฟยหว่านไลฟ์สดทำนายดวงชะตากำลังถูกเผยแพร่ไปทั่ว Weibo แถมยังมีคนแท็กหาเขาตั้งมากมาย
เื่นี้ทำให้ผู้จัดการของบริษัทเรียกตัวเขาเข้าไปต่อว่าอย่างหนัก ก่อนจะทิ้งท้ายว่า “ถ้าเื่นี้ยังจบไม่สวยล่ะก็… บริษัทจะแบนนาย ส่วนค่าเสียหายจากการยกเลิกสัญญาโฆษณา นายก็ต้องรับผิดชอบเองทั้งหมด!”
“ผู้จัดการหลินนี่อารมณ์ร้อนจังเลยนะคะ จะแบนใครกันคะเนี่ย”
ประตูห้องทำงานถูกเปิดออกพร้อมกับเสียงหวานดังกังวาน ปรากฏเป็ร่างของหญิงสาวแสนสวยคนหนึ่ง
“พี่ซินเอ๋อร์!”
จากที่เคยทำได้เพียงยืนนิ่งฟังคำด่า ตอนนี้ดวงตาของเขากลับเป็ประกายด้วยความตื่นเต้น ก่อนจะรีบลุกขึ้นยืน
คั่งซินเอ๋อร์คือซุปเปอร์สตาร์อันดับหนึ่งของบริษัท Starlight Entertainment และยังเป็หลานสาวของเ้าของบริษัทอีกด้วย สถานะของเธอจึงถือว่าสูงส่งมาก
ไม่กี่วันที่ผ่านมา เธอเพิ่งกลับมาจากเทศกาลภาพยนตร์ที่ต่างประเทศ พอรู้เื่ของเขา เธอก็รีบตรงดิ่งกลับบริษัทในทันที
ก่อนหน้านี้ เขาเคยเป็นักแสดงประกอบให้กับเธอ ทั้งสองคนต่างก็รู้สึกถูกใจกัน จึงแอบคบกันอย่างลับ ๆ
การที่จางเฉิงเย่ได้คบกับคังซินเอ๋อร์ ทำให้เขาได้รับโอกาสในการแสดงเป็พระเอกในซีรีส์ทางอินเทอร์เน็ต
เพื่อที่จะได้คบกับคั่งซินเอ๋อร์อย่างราบรื่น จางเฉิงเย่จำเป็ต้องเลิกกับแฟนสาวคนนั้นก่อน แต่ใครจะรู้ว่า เื่ราวทั้งหมดจะกลับกลายเป็เื่ใหญ่โตเสียได้
ผู้จัดการหลินลุกขึ้นยืนแล้วพูดกับคั่งซินเอ๋อร์ว่า “เื่ครั้งนี้มันใหญ่โตมาก ทำลายภาพลักษณ์ที่บริษัทอุตส่าห์สร้างให้เขาจนพังทลาย ถ้าแก้ไขไม่ดี บริษัทอาจเสียชื่อเสียงไปด้วยนะครับ”
คั่งซินเอ๋อร์ทำสีหน้าเบื่อหน่ายแล้วพูดว่า “ถ้าอย่างนั้นก็แก้ไขให้เรียบร้อยสิ”
ผู้จัดการหลินลังเลอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะพูดว่า “วิธีที่ดีที่สุดคือให้ผู้หญิงคนนั้นออกมาประกาศเองว่าเป็แค่เพื่อนร่วมชั้นธรรมดากับจางเฉิงเย่”
“เื่นี้ฉันจัดการเอง” หญิงสาวโบกมือไล่ผู้จัดการหลินออกไปก่อน
เมื่อในห้องประชุมไม่มีคนนอกแล้ว จางเฉิงเย่ก็เดินเข้ามาหาดาราสาว เขา้าจะจับมือเธอเอาไว้
ทว่าหญิงสาวกลับสะบัดมือเขาออกอย่างไม่ไยดี แล้วนั่งลงด้วยความโกรธ
จางเฉิงเย่จึงพูดอย่างระมัดระวังว่า “เมื่อคืนผมพยายามติดต่อเธอแล้ว แต่เธอทั้งบล็อกเบอร์และวีแชทผม”
“นายไม่ต้องไปติดต่อผู้หญิงคนนั้นอีกนะ!” น้ำเสียงของเธอบ่งบอกชัดเจนว่ากำลังหึงหวง
เธอรู้สึกทั้งอิจฉาในความสัมพันธ์สิบปีระหว่างซางเฟยหว่านกับจางเฉิงเย่ และทั้งโกรธที่เธอเกือบทำลายผู้ชายที่ตัวเองอุตส่าห์ปั้นมากับมือ
“นังตัวร้าย! เสแสร้งทำเป็รักนายไปทำไมกัน ที่มาอาละวาดขนาดนั้น ก็แค่จะเกาะกระแสดังเท่านั้นแหละ เฉิงเย่ นายนี่มันจริง ๆ เลยนะ ปล่อยให้ตัวเองชอบผู้หญิงแบบนี้ได้ยังไง ตาบอดไปแล้วหรือไง!”
จางเฉิงเย่จึงตอบไป “ผมผิดเองที่ใสซื่อเกินไป และไม่ทันคน ผมมันตาบอดเองซินเอ๋อร์ ช่วยผมด้วย ผมจะไม่ยอมให้เธอมาทำลายชีวิตผมแบบนี้แล้ว”
คั่งซินเอ๋อร์หัวเราะเยาะหยัน “คนที่ฉันสร้างขึ้นมา ใครก็อย่าหวังจะทำลาย! ได้ยินมาว่า เธอกำลังทำอะไรนะ… อ้อ… ไลฟ์สดดูดวงงั้นเหรอ”
พอพูดถึงเื่นี้ จางเฉิงเย่ก็รู้สึกแปลกใจขึ้นมา “ไม่เคยได้ยินว่าเธอทำอะไรแบบนี้ได้ เธอคนนั้นน่ะเหรอ เป็แค่หนอนหนังสือ ไม่ทำอะไรเลยนอกจากอ่านหนังสือ ทำข้อสอบ แล้วก็รับทุน ไม่เอาไหนเลยสักอย่าง”
เื่ทุนของซางเฟยหว่านนั้น ใครเป็คนเอาไป เขาไม่มีทางปริปากพูดแน่นอน
“หมายความว่า เธอไม่ได้เก่งเื่ดูดวงอะไรนั่นเลยสักนิดเหรอ?” คั่งซินเอ๋อร์ จับใจความได้อย่างรวดเร็ว
“เธอทำได้ก็เหลือเชื่อสิ! เธอน้ำหนักเท่าไหร่ นิสัยยังไง ผมจะไม่รู้เลยหรือไง? ก็แค่มาเกาะกระแสของผม แล้วก็ทำตัวเป็หมอดูหลอกลวงคนอื่น ผมก็ดูคลิปที่เธอไลฟ์สดเมื่อคืนเหมือนกัน แค่หาคนมาเล่นละครตบตาคนดูเท่านั้นแหละ น่าขำจริง ๆ ดันมีคนโง่เชื่อเธอด้วย”
จางเฉิงเย่รู้ดีว่า คั่งซินเอ๋อร์เกลียดอดีตแฟนของเขามากแค่ไหน ดังนั้น เมื่อพูดถึง ซางเฟยหว่าน เขาก็เลยใส่สีแต่งเติมให้ดูแย่เข้าไปอีก
แน่นอนว่า ความโกรธของคั่งซินเอ๋อร์ก็ลดลงไปไม่น้อย
“ต่อให้จะหาเื่ ก็ไม่น่ามายุ่งกับผู้ชายของฉัน! อยากเป็เน็ตไอดอลนักใช่ไหม? ฉันจะทำให้เธออยู่ไม่ได้ในวงการไลฟ์สดเลยคอยดู!” แววตาของเธอเต็มไปด้วยความเคียดแค้นราวกับว่าซางเฟยหว่านเคยไปฆ่าคนในครอบครัวเธอไว้อย่างไรอย่างนั้น
คืนวันต่อมา ซางเฟยหว่านก็เปิดการไลฟ์อีกครั้ง
จากการไลฟ์ครั้งแรก ทำให้ตอนนี้เธอมีผู้ติดตามหลายพันคนแล้ว
ทันทีที่เปิดไลฟ์ คนดูจำนวนไม่น้อยที่เคยดูไลฟ์เมื่อวานก็แห่กันเข้ามา
ผู้ใช้งาน : ในที่สุดก็เปิดไลฟ์สักที! พอได้ดูไลฟ์ที่นี่แล้ว ไลฟ์ที่อื่นก็ไม่สนุกเลย
ผู้ใช้งาน : คุณหมอดู แต่ละวันคุณเปิดไลฟ์กี่โมงเนี่ย ผมนั่งรอนานมาก ั้แ่สองทุ่มจนตอนนี้ก็ห้าทุ่มกว่าแล้ว กว่าจะมาได้นะ
ผู้ใช้งาน : ฉันไม่ได้มาเพราะไลฟ์เธอสนุกหรอกนะ แต่ฉันมาแทนพี่เฉิงเย่ต่างหาก!
ผู้ใช้งาน : ฉันมาสอดส่องเธอยังไงล่ะ! ฮึ่ย! ยัยหมอดู หยุดเกาะกระแสพี่เฉิงเย่ดังเถอะ น่ารังเกียจ!
ผู้ใช้งาน : ติ่งสมองกลวงของจางเฉิงเย่ออกไปซะ! คุณหมอดูครับ ดูดวงให้ผมเถอะ คิดค่าครูให้ผมก่อน ผมเพิ่งได้เงินเดือน มีเงินดูดวงแล้ว!”
ผู้ใช้งาน : ขอผมดูคนแรก!
ผู้ใช้งาน : ฉันด้วย ฉันด้วย!
ทันทีที่เธอเริ่มไลฟ์สด จำนวนคนดูก็พุ่งไปที่สามหลักอย่างรวดเร็ว บวกกับระบบช่วยโปรโมต ยอดคนดูก็พุ่งขึ้นไปถึงสี่หลักในเวลาเพียงไม่นาน
คนดูยิ่งเยอะ คนที่อยากให้เธอดูดวงก็ยิ่งเพิ่มมากขึ้น
“หลังจากนี้ไป ฉันจะมาไลฟ์สดทุกคืนตอนสี่ทุ่ม และจะดูดวงให้แค่สามคนเหมือนเดิม เนื่องจากตอนนี้มีคนอยากให้ฉันดูดวงเยอะขึ้น ฉันเลยจะสุ่มเลือกคนที่โชคดีเท่านั้น”