ยี่ยี่มองคุณหนูหลังจากย้ายออกมานั่งเล่นใต้ต้นท้อ เธอกำลังนั่งกุมขมับราวกับคิดบางอย่างด้วยตัวคนเดียว เป็เื่แปลกประหลาดมาก นับั้แ่ตระกูลม่อสูญเสียคนสำคัญ คุณหนูของเธอรู้สึกเ็ามากยิ่งขึ้น ตลอด 1 เดือนที่ผ่านมาเธอไม่เคยได้ยินเสียงพูดของคุณหนูเลย
มาวันนี้กลับต่างออกไป หลังจากที่คุณหนูถามถึงเื่การลอบสังหารแล้วยังชวนเธอและแม่นมนั่งกินข้าวพร้อมกัน ภาษาที่ใช้ยังแปลกประหลาด บางครั้งแทนตนเองว่าหนู บางครั้งแทนตนเองว่าฉัน
ในระหว่างนั้นยังถามถึงหลายสิ่งหลายอย่างของตระกูลม่อ เธอไม่ค่อยเข้าใจหลายอย่าง แต่จากที่ฟังแม่นมหลิงเล่า ตระกูลม่อใน่เวลานี้ยากลำบากเป็อย่างมาก
เงินภายในตระกูลถูกปล้นออกไปทั้งหมด ทรัพย์สมบัติที่เก็บเอาไว้ถูกนำออกไปไม่มีเหลือจากฝีมือของผู้ที่แยกตัวออกจากตระกูล นับว่าโชคดีที่ยังเหลือร้านค้าภายในเมืองพอให้ขายประทังชีวิตไปได้อีก 2 - 3 ปี เธอไม่รู้เช่นกันว่าหลังจากผ่าน่เวลานั้นไปแล้วคุณหนูจะใช้ชีวิตเช่นไรอีก
ฟ้ายอมรับว่าตนเองเป็ม่อเสวี่ยหรง เธอกำลังก้มหน้าก้มตาคิดเกี่ยวกับวิธีที่จะรอดชีวิตจากการถูกสังหาร การพูดคุยกับแม่นมหลิงทำให้เธอรู้ว่าตนเองมีเงินเก็บอยู่ก้อนหนึ่งนั่นก็คือร้านค้าของตระกูลม่อ ที่เคยเป็ดั่งศูนย์รวมร้านขายของวัตถุวิเศษจำพวกยันต์
ตระกูลม่อคือผู้เชี่ยวชาญด้านการใช้ยันต์และค่ายกล จึงเป็ผลทำให้พวกเขาต้องกลายเป็ปราการต่อสู้กับปีศาจทางทิศใต้มาหลายชั่วอายุคน
ถึงแม้ว่าภายในร้านตระกูลม่อจะไม่เหลือยันต์เลยสักแผ่น เธอสามารถขายร้านให้กับพ่อค้าคนกลางแล้วนำเงินก้อนนั้นไปลงทุนอย่างอื่นได้
ต่อให้เธอมีความคิดว่าจะขายบ้านตระกูลม่อก็ตาม คงไม่มีผู้ใดคิดจะซื้อตระกูลนี้ที่มีการสังหารหมู่เกิดขึ้น
ตอนนี้เธอจึงคิดว่าจะทำเช่นไรดีเพื่อให้ตนเองรอด โดยเธอได้เลือกมาแล้วหนึ่งเส้นทาง
เธอมีร้านค้าตระกูลม่อสามารถขายทำเงินได้ หากเธอขายมันแล้วเดินทางไปใช้ชีวิตในเมืองใหม่จากนั้นก็ใช้ความรู้จากอนาคตสร้างบางสิ่งขึ้นมาขายชีวิตของเธอจะสุขสบายเหมือนตัวเอกในนิยายหลายๆเื่
การย้ายที่อยู่ใหม่จะทำให้เธอห่างไกลจากพลังมารและความวุ่นวายที่กำลังจะเกิดขึ้นกับทิศใต้แห่งนี้ด้วยเช่นกัน เธอที่ควรจะกลายเป็บอสจะมีชีวิตไม่ต่างจากคนธรรมดาทั่วไป
เพียงแต่ว่าเธอไม่กล้ามีความสุขกับความคิดนี้เลย การย้ายที่อยู่อาจจะเป็หนึ่งในเส้นทางที่ทำให้เธอตาย ต่อให้เธอจะไม่ได้เป็บอส ผู้คนที่หักหลังตระกูลม่อและรู้ข่าวว่าเธอได้รับเงินก้อนหนึ่งจากการขายร้านค้าตระกูลจะต้องเล่นงานเธอเพื่อเงินก้อนนั้นอย่างแน่นอน
กำลังของลุงหานที่เป็ผู้ฝึกยุทธ์คงไม่สามารถต้านทานคนหนุ่มสาวได้แน่นอน ด้วยอายุที่มากแล้ว เขาจึงเป็หนึ่งในคนที่ถูกปล่อยทิ้งไว้ในวันที่ตระกูลม่อเกิดการกวาดล้างขึ้นเพราะอ่อนแอเกินกว่าจะสร้างปัญหาให้ได้
“ เช่นนั้นเหลือทางเดียวแล้วสินะ ข้าจะต้องดิ้นรนเอาชีวิตรอดในฐานะคนของตระกูลม่อต่อไป โดยมีข้อแม้ว่าข้าจะต้องไม่ยุ่งเกี่ยวกับพลังมาร ”
ยี่ยี่มองคุณหนูของเธอที่เงยหน้ามองฟ้า เธอเห็นประกายเจิดจ้าที่แสดงผ่านั์ตาราวกับว่าคุณหนูคิดบางสิ่งที่ยิ่งใหญ่ขึ้นมาได้ ต่อให้จะสงสัยเกี่ยวกับบุคลิกที่เปลี่ยนไป ยี่ยี่กลับไม่ใส่ใจเพราะเช่นไรอีกฝ่ายเป็ถึงคุณหนูของเธอ
ก่อนที่ตระกูลม่อจะพบเจอกับเหตุการณ์น่าหดหู่ คุณหนูของเธอเป็คนที่ร่าเริงเป็อย่างมาก ใช้ชีวิตด้วยการแกล้งทุกคนภายในตระกูลจนทำให้เต็มไปด้วยเสียงหัวเราะ
แต่เมื่อเกิดเหตุการณ์กวาดล้าง บุคลิกและท่าทางของคุณหนูก็เปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง เธอกลายเป็คนเ็า อาหารที่กินเยอะเป็พิเศษเหลือไม่กี่คำ มาวันนี้คุณหนูเปลี่ยนไปอีกครั้ง ข้าวกินเยอะขึ้น อารมณ์ดีขึ้นแล้วยังมีการใช้คำพูดแปลกๆตามมา
“ คุณหนูทำสิ่งใดอยู่เช่นนั้นหรือเ้าคะ ”
“ ยี่ยี่ ข้ากำลังจะตาย ”
ยี่ยี่แสดงท่าทางใออกมา จากนั้นเธอก็ร้องไห้แล้ววิ่งไปกอดต้นขาของคุณหนู อาการแปลกในวันนี้เหมือนที่เธอเคยได้ยินแม่นมหลิงเล่าให้ฟัง ในตระกูลเคยมีสาวใช้คนหนึ่งเธอบุคลิกเปลี่ยนไปเยอะจนคล้ายกับคุณหนูในตอนนี้
หลังจากแสดงท่าทางเ็าราวกับปลาตาย สาวใช้คนนั้นก็เปลี่ยนมาเป็คนละคนพร้อมกับกินอาหารเยอะขึ้น แต่สุดท้ายเธอก็ต้องตาย หลายคนบอกว่าเธอคงรู้ตัวแล้วว่าตนเองไม่รอดจึงหาความสุขให้กับตนเองในวันสุดท้ายด้วยการกินอาหารที่อยากกิน
“ คุณหนู ไม่นะเ้าคะ คุณหนูจะทิ้งยี่ยี่เอาไว้คนเดียวเช่นนั้นหรือเ้าคะ คุณหนูอย่าทิ้งยี่ยี่ไปเลยนะเ้าคะ ”
ม่อเสวี่ยหรงมองสาวใช้ที่กำลังเกาะขาร้องไห้ มันเป็การแสดงที่ส่งออกมาจากใจจริง ดูเหมือนว่าสิ่งที่เธอพูดเมื่อครู่จะทำให้ยี่ยี่เข้าใจผิดคิดว่าเธอจะตายจากโรคร้ายในเร็วๆนี้
“ ยี่ยี่เ้าหยุดร้องไห้เสียก่อน ”
“คุณหนู ฮือ คุณหนูอย่าทิ้งยี่ยี่ไปเลยนะเ้าคะ ฮือ… ”
“ ข้ายังไม่ตายเสียหน่อย ข้าไม่ได้ป่วยเช่นกัน ”
“ แล้วเหตุใดเมื่อครู่คุณหนูบอกว่าตัวเองจะตายล่ะเ้าคะ ฮือ.. ”
ม่อเสวี่ยหรงใช้แรงแกะมือของยี่ยี่ออกจากขาเพราะน้ำมูกกำลังจะเปื้อนเสื้อของเธอแล้ว
“ ข้าตายแน่ถ้ายังทำตัวเช่นเดิม ”
“ แล้วคุณหนูจะทำเช่นไรให้ตนเองไม่ตายหรือเ้าคะ ” ยี่ยี่นำผ้าเช็ดหน้าออกมาเช็ดน้ำตาและสิ่งเปรอะเปื้อนบนใบหน้าจนไม่เหลือสิ่งใดอยู่
“ ก่อนอื่นข้าจะต้องดูก่อนว่าตระกูลม่อทำสิ่งใดได้บ้าง หลังจากนั้นก็ฟื้นฟูตระกูลนี้ขึ้นมาใหม่ เอาล่ะข้าเสียเวลามามากพอแล้ว ”
ยี่ยี่มองคุณหนูที่ลุกพรวดออกจากม้าหินอ่อนเดินตรงไปยังเรือนหลังใหญ่ เธอจึงรีบวิ่งตามไปให้ไว ถึงจะไม่เข้าใจสิ่งที่คุณหนู้าทำ เธอกลับรู้สึกมีความหวังว่าตระกูลจะกลับมารุ่งเรืองอีกครั้ง จนกระทั่งวิ่งตามคุณหนูมาถึงหอตำราที่อยู่ด้านข้างเรือนหลัก มันถูกเผาไฟทิ้งทั้งหลังจนไม่เหลือตำราอยู่สักเล่ม องค์ความรู้ทั้งหมดของตระกูลม่อถูกเผาไปพร้อมกับมัน ส่วนที่เหลือถูกนำออกไปจากฝีมือกลุ่มคนที่เคยเข้าร่วมกับตระกูลม่อ
“ คุณหนูจะทำสิ่งใดเช่นนั้นหรือเ้าคะ หอตำราถูกเผาทิ้งแล้ว พ่อบ้านหวางลองตรวจสอบดูแล้ว มันไม่เหลือสิ่งใดอยู่เลยเ้าค่ะ ”
ตำรา 1 เล่มของตระกูลม่อสามารถขายทำเงินได้ พ่อบ้านหวางจึงสำรวจตระกูลเพื่อรวบรวมของมีค่าที่สามารถแปลงให้เป็เงิน ตำราทุกเล่มกลับถูกเผาไฟไปทั้งหมด สิ่งที่เหลืออยู่ด้านข้างเรือนหลักจึงเป็เสาไม้สีดำพร้อมกับเศษถ่านจำนวนมาก
ยี่ยี่ยังไม่ได้รับคำตอบจากคุณหนู เธอเห็นอีกฝ่ายก้าวเท้าเดินจึงรีบวิ่งตามไปอีกครั้งจนมาถึงด้านหน้าตระกูล ลุงหานเห็นว่าคุณหนูจะเข้าไปในเมืองจึงหยิบดาบแล้วเดินตามไปด้วยเผื่อจะมีการลอบโจมตีเกิดขึ้น
“ คุณหนูจะไปที่ใดเช่นนั้นหรือ ” ลุงหานถามยี่ยี่ที่กำลังสาวเท้าเดินอยู่ด้านข้างตน ในระหว่างรอคำตอบเขารู้สึกแปลกใจไม่น้อยเพราะการก้าวเท้าของคุณหนูดูมั่นคงและยาวกว่าที่เคยเห็น ความเร็วที่แสดงออกมาจากการก้าวเดินไม่ต่างจากคนวิ่งจนทำให้สาวใช้หอบหายใจเหนื่อย
“ ข้าก็ไม่รู้เช่นกันเ้าค่ะ ” ลุงหานทำได้เพียงแค่เดินตามไปด้วยความเร็ว เขาเป็ผู้ฝึกยุทธจึงไม่ได้รู้สึกว่าตนเองเดินช้าแม้แต่น้อย จนกระทั่งทั้ง 3 เดินผ่านตรอกซอกซอยและบ้านเรือนมากมายมาถึงร้านค้าขนาดใหญ่ของตระกูลม่อ
ยี่ยี่หยุดวิ่งพลางสูดหายใจให้ได้มากที่สุด เธอยังไม่เข้าใจ เหตุใดคุณหนูจึงเดินทางมายังร้านค้าของตระกูล ั้แ่มีเหตุการณ์สังหารหมู่เกิดขึ้น ที่นี่จึงปิดทำการในทันทีเนื่องจากของทุกอย่างถูกปล้นออกไปทั้งหมด หน้าต่างประตูล้วนถูกทำลายทิ้งจนกลายเป็บ้านโทรมๆหลังใหญ่ตั้งอยู่ภายในเมือง
ม่อเสวี่ยหลงเดินตรงเข้าไปในร้านแล้วสำรวจสิ่งต่างๆ หลายตำแหน่งมีร่องรอยการลากวัตถุออกไปจนทำให้ทิ้งรอยเอาไว้บนพื้น บางแห่งมีการจุดไฟเผาเพื่อทำลาย นับว่าร้านนี้ไม่สามารถเปิดทำการต่อไปได้ หากไม่ซ่อมบำรุง
“ ไปกันเถอะ ”
“ คุณหนูจะไปที่ใดอีกเช่นนั้นหรือเ้าคะ ” ยี่ยี่วิ่งตามคุณหนูไปอีกครั้ง เธอยังไม่ได้รับคำตอบแต่อย่างใด ภายในใจเต็มไปด้วยความสงสัย ผ่านมาแล้วหนึ่งชั่วยามที่ออกมาจากตระกูล คุณหนูของเธอที่ก้าวเดินอย่างเร็วไวกลับยังไม่แสดงท่าทีเหน็ดเหนื่อยออกมา ทั้งๆที่ไม่เคยฝึกวรยุทธ์มาก่อน จนกระทั่งมาถึงประตูทางทิศใต้ของเมือง
ยี่ยี่จำได้ว่าทุกคนในตระกูลสั่งห้ามไม่ให้เธอเดินทางออกจากประตูทิศใต้ เนื่องจากมันติดอยู่กับชายฝั่ง แม้ที่นี่จะมีทหารยามของเมืองคอยรักษาการ อันตรายจากทะเลสามารถเกิดขึ้นได้ทุกเมื่อ
“ คุณหนู นายท่านเคยห้ามไม่ให้ข้าออกจากประตูทางทิศใต้ ”
“ ข้าไปไม่ไกล ” ม่อเสวี่ยหรงเห็นความกังวลภายในดวงตาของสาวใช้
“ คุณหนูจะไปที่ใดเช่นนั้นหรือเ้าคะ ”
“ ไปดูโรงเกลือิญญาของตระกูลว่ายังอยู่ดีหรือไม่ ข้าจะต้องรู้ก่อนว่ามีสิ่งใดที่สามารถทำเงินให้เราได้บ้างในสถานการณ์เช่นนี้ ”.