เวลาหมุนเวียนวนมาวันแห่งการเริ่มต้นสัปดาห์ใหม่อีกครั้ง เด็กสาวร่างอวบอ้วนรีบตื่นนอนก่อนเสียงนาฬิกาปลุกจะดังตามเวลาที่ได้กำหนดเอาไว้ก่อนนอนเสียด้วยซ้ำเพื่อรีบแต่งตัวไปโรงเรียน นั่นก็เพราะวันนี้จะได้มีโอกาสแอบมองดวงหน้าคมคายของชายผู้ได้หัวใจดวงน้อยอย่างลับ ๆ และนำมันมาเป็แรงบันดาลใจในการตั้งใจเรียนหรือทำกิจกรรมต่าง ๆ หรือจะพูดง่าย ๆ ก็คือว่าวิกรานต์เสมือนเป็ส่วนหนึ่งในชีวิตและเป็ลมหายใจของนลัทให้สามารถหยัดยืนต่อสู้กับทุกสิ่งบนโลกใบนี้ได้เลยทีเดียว
แต่ก็นั่นแหละ...คำพูดของน้ำหวานที่ยังตราตรึงอยู่เต็มหัวใจตลอดเวลาก็คอยวนเวียนมาตอกย้ำให้นลัทรู้สึกเศร้าใจพาลน้ำตาจะไหลลงมาเสียให้ได้จนต้องก้มหน้าหลีกเลี่ยงสายตาของเพื่อน ๆ ทุกคนในห้องอยู่บ่อยครั้ง หรือบางทีก็แสร้งทำเป็นั่งอ่านการ์ตูนพยายามฝืนความเศร้าที่มันถาโถมโจมตีเข้ามาใส่หัวใจดวงน้อยอย่างหนักั้แ่วันอาทิตย์ให้กลับมาสดใสดั่งเดิม
ระหว่างรออาจารย์หนุ่มหล่อประจำวิชาคณิตศาสตร์ที่เพิ่งสอบบรรจุได้เข้าเป็ข้าราชการครูปีนี้เป็ปีแรกเดินเข้ามาสอนตามปกติ เด็ก ๆ ม.1/1 จึงได้โอกาสวิ่งเล่นไล่จับกันไปรอบห้อง บ้างก็ลากโต๊ะเก้าอี้มาตั้งเป็วงกลมเพื่อที่จะได้จับกลุ่มคุยโวโอ้อวดเื่โน้นเื่นี้กันไปตามประสา บ้างก็นั่งก้มหน้าก้มตาทำการบ้านวิชาถัดไปอย่างขยันขันแข็ง บ้างก็แย่งสมุดการบ้านของนักเรียนดีเด่นประจำห้องมานั่งลอกอย่างรีบร้อนชนิดที่ว่าเขียนตัวหนังสือพยัญชนะแทบจะอ่านไม่ออกกันเลยทีเดียว บรรยากาศภายในห้องเรียนเวลานี้จึงเสียงดังและดูวุ่นวายมากพอสมควร
ซึ่งวันนี้น้ำหวานก็จัดอยู่ในกลุ่มที่ต้องนั่งลอกการบ้านวิชาคณิตศาสตร์ของเพื่อนคนอื่น ๆ ด้วยสีหน้าหวานที่บ่งบอกถึงอารมณ์เคร่งเครียดอยู่พอตัว เมื่อดวงตาสีดำขลับของเตโชที่นั่งล้อมวงคุยเล่นกับเพื่อนรักทั้งสองบังเอิญหันมาเห็นน้ำหวานเข้าอย่างไม่ตั้งใจ จึงััได้ถึงความเศร้าหมองที่มันแฝงอยู่บนใบหน้าหวานกับดวงตาคู่งามเข้าพอดิบพอดีเช่นกัน ริมฝีปากนิ่มเลยไม่รีรอรีบเผยอเปล่งเสียงถามคำถามที่มันจะทำให้เพื่อนสาวร่วมห้องหายจากอาการตึงเครียดนี้ไปเสียด้วยความรู้สึกหวังดีอยู่ลึก ๆ ในใจ
“ หวาน...แอบชอบไอแน็คมันอยู่ใช่ไหม นัทเห็นหวานหันมองไอแน็คตลอดเลย ”
“ นัทเอาสมองส่วนไหนมาคิดยะ ฉันไม่มีวันไปชอบผู้ชายอย่างแน็คให้เปลืองความรู้สึกหรอกนะ มันทั้งเ้าชู้แถมเรียนหนังสือหนังหาก็ไม่เอาไหน ปากล่ะก็เสียอย่างกับบ่อขยะเหม็นเน่า ส่วนเื่หน้าตาก็งั้น ๆ ไม่มีเสน่ห์ดึงดูดเพศตรงข้ามได้เลยด้วยซ้ำ ” พอได้ยินคำถามบาดหัวใจใบหน้าหวานก็รีบเงยจากสมุดการบ้านทั้งที่ยังเขียนไม่เสร็จ ก่อนจะเอ่ยปากพรั่งพรูคำพูดออกมาแทบไม่เว้นจังหวะให้หายใจหายคอด้วยความหงุดหงิดอย่างบอกไม่ถูก หรืออาจะเป็เพราะเตโชไม่ใช่คนแรกที่ถามคำถามทำนองนี้กับตัวเอง
ซึ่งข่าวลือไม่มีมูลความจริงพวกนี้สร้างความโกรธเคืองให้กับน้ำหวานมากพอสมควรแล้วยิ่งตอนนี้เด็กสาวกำลังมีเื่ให้ต้องคิดหนักบวกกับปัญหาของครอบครัวหลาย ๆ เื่ถาโถมเข้ามาไม่หยุดหย่อน เมื่อเปรียบปัญหาต่าง ๆ กับ่อายุในตอนนี้แล้วก็ถือว่าหนักหนาเอาการอยู่เหมือนกันสำหรับเด็กผู้หญิงอายุเพียงแค่ 13 ปีเท่านั้น ซึ่งมันคงไม่ได้สร้างความสุขให้กับคนฟังแน่ ๆ ทางด้านคนถามแค่มองแววตาคู่งามที่มองมาก็รู้สึกผิดขึ้นมาฉับพลันเลยกล่าวเสียงอ่อนออกไปทันที
“ ไม่ชอบก็ไม่เห็นต้องขึ้นเสียงเลย ”
“ แหม ๆ....แม่น้ำหวานปานน้ำผึ้ง แม่คนสวยเลิศเลอหาที่ติไม่ได้ วันไหนหันมาชอบพี่ขึ้นมาพี่จะเล่นตัวเสียให้เข็ดหลาบ เอาให้ต้องมาคุกเข่าขอร้องอ้อนวอนขอความรักจากพี่กันเลยคอยดู ” ภุชงค์ที่นั่งฟังคำพูดดูถูกแคลนของน้ำหวานอยู่นานและเห็นท่าทางรังเกียจเดียดฉันท์ก็อดที่จะพ้นคำพูดทำนองเหยียดอีกฝ่ายออกมาตามแบบฉบับของตัวเองไม่ได้เช่นกัน แต่ยังไม่ทันที่คนถูกเหยียดจะทำตามความคิดหรือพ่นคำด่าทอออกมากุสุมาที่เลือกนั่งโต๊ะนักเรียนติดกันก็พูดสวนขึ้นมาทันทีทันใด
“ พวกนายหยุดว่าหวานได้แล้วนะ ”
ดวงตาคู่งามรีบหันขวับมามองใบหน้าเฉี่ยวคมด้วยแววตาของความซาบซึ้งน้ำใจเหลือเกินที่กุสุมาพูดออกโรงปกป้องตัวเองแบบนี้ทั้งที่เพิ่งจะสนิทสนมกันได้ไม่นาน แต่คนพูดกลับไม่ได้คิดจะสนใจหรือปลื้มปลิ่มกับการกระทำของตัวเองที่เพื่อนสาวข้างกายกำลังรู้สึกอยู่ในตอนนี้เลยแม้แต่น้อย นั่นก็เพราะความสนใจทั้งหมดที่มีพุ่งเป้าไปยังเด็กหนุ่มร่างสูงโปร่งที่กำลังนั่งเคียงข้างภุชงค์
“ เพราะฉันไม่รู้หรอกว่าใครชอบใครกันแน่ แต่ที่ฉันรู้คือต้นหลิวชอบไบร์ทแน่นอนฉันกล้าการันต์ตีได้เลย ”
แล้วทุกสรรพสิ่งภายในห้องเรียนก็ต้องหยุดชะงักอย่างพร้อมเพรียงกันประหนึ่งประโยคคำพูดของกุสุมาเป็เวทมนต์เสกให้บรรยากาศรอบตัวหยุดหมุน ทุกเสียงที่ดังลั่นค่อย ๆ เงียบลงพร้อมกับที่สายตาทุกคู่มองมายังร่างอวบอ้วนที่แสร้งทำทีเป็ก้มอ่านหนังสือการ์ตูนโดยไม่สนใจผู้ใดอยู่ั้แ่ต้น พอนลัทััได้ถึงสายตาของทุกคนใบหน้าหมองคล้ำก็เริ่มแปรเปลี่ยนเป็สีซีดอย่างเห็นได้ชัดเนื่องจากความจริงที่พยายามปิดบังมาตลอดได้เปิดเผยให้กับเพื่อน ๆ ในห้องได้รับรู้ด้วยน้ำมือของกุสุมา
แต่เมื่อลองคิดกลับกันอีกด้านหนึ่ง ทุกอย่างมันมาไกลถึงขั้นนี้แล้วและไม่สามารถแก้ไขอะไรได้อีกแล้วเช่นกัน ร่างอวบอ้วนจึงเลือกสูดอากาศเข้าปอดลึก ๆ เพื่อตั้งสติก่อนจะตัดสินใจเงยหน้าขึ้นมา ซึ่งจุดมุ่งหมายที่ดวงตากลมโตหันมองเป็อันดับแรกก็คือบริเวณที่ร่างสูงโปร่งนั่งอยู่ ในใจลึก ๆ คาดหวังว่าให้เขาหันมองมาทางนี้ด้วยเหมือนกัน หรือไม่ก็แสดงบางสิ่งบางอย่างว่ามีความรู้สึกตรงกันกับตัวเองบ้างสักนิดก็ยังดี แต่สุดท้ายเด็กสาวก็ต้องพบเจอกับความผิดหวังและเศร้าเสียใจอย่างสุดซึ้งเพราะใบหน้าคมคายเอาแต่เบี่ยงหน้าหลบมองออกไปนอกหน้าต่างตามเดิม สีหน้าแววตายังคงเรียบเฉยไม่มีแววความรู้สึกรู้สากับเื่ที่เพิ่งได้ยินเลยแม้แต่น้อย บางครั้งก็หันมาหัวเราะต่อกระซิกกับภุชงค์และเตโชผู้เป็เพื่อนรักราวกับว่าเื่ที่เพิ่งได้ยินมานี้มันเป็เื่น่าตลกเสียเต็มประดา