๒๕
ดาวพฤหัสบดี
มนุษย์ต่างดาว แม้จักเป็สิ่งที่ยังพิสูจน์ไม่ได้ว่ามีจริงฤาไม่ทว่าในความฝัน มนุษย์ต่างดาวนั้นกลับถูกเนรมิตให้มีจริงขึ้นมาและพวกเขาอยู่ในดาวพฤหัสบดี แม้จักไกลแสนไกลจากโลกมนุษย์เราก็จริงทว่าพวกเขากลับมีนวัตกรรมที่สามารถเชื่อมต่อระหว่างโลกของเรากับดวงดาวของพวกเขาเป็หลักการอันคล้ายๆกับ “ประตูไปที่ไหนก็ได้”ซึ่งเป็ของวิเศษของโดราเอม่อนเพียงแต่มันเชื่อมต่อกันโดยมีทะเลอ่าวไทยขวางกั้น ณชายหาดลับแห่งหนึ่งในจังหวัดจันทบุรี
ฝันในครั้งนี้ของข้าพเ้าเกิดขึ้นเมื่อเช้าตรู่ของวันที่๑๑ สิงหาคม ๒๕๖๘ ม่านแห่งความฝันครั้งนี้เปิดขึ้นที่บ้านของน้าอ้อยน้าสาวของข้าพเ้า บ้านหลังนั้นเป็บ้านจัดสรร ๒ ชั้นอันตั้งตระหง่านอยู่ไม่ไกลจากที่ว่าการอำเภอบางบัวทองจังหวัดนนทบุรี การเดินทางไปยังหมู่บ้านแห่งนี้นับว่าลำเค็ญนักเพราะรถตู้โดยสารสายที่เข้าหมู่บ้านมีอยู่ไม่กี่คัน มิหนำซ้ำยังไม่ถี่การมีรถส่วนตัวหรือโดยสาร TAXI ดูจักเป็หนทางที่สะดวกที่สุดในเพลานี้เว้นเสียแต่ว่าจักมีรถไฟฟ้าจากสถานีคลองบางไผ่ต่อขยายแล้วมาพาดผ่านหน้าหมู่บ้าน
บ้านจัดสรรสีขาวตระหง่านในพื้นที่ไม่กี่ตารางวา เนื่องจากเป็บ้านหลังสุดท้ายในซอยยังผลให้มีพื้นที่ใช้สอยมากกว่าบ้านอื่นๆในละแวกเดียวกัน บ้านปูนสีขาวสองชั้นหลังคาหน้าจั่วมีรั้วรอบกั้นทั้ง๔ ทิศ ทั้งยังมีประตูเหล็กเลื่อนเพื่อให้นำรถเข้าจอดได้ ๒-๓ คันสำหรับพื้นที่ใช้สอยดังที่กล่าวมาแล้วข้างต้นนั้นมีไม้ดอกไม้ประดับแลไม้ผลกินได้หลายชนิดที่น้าอ้อยแลคนอื่นๆปลูกไว้บางต้นคงมีมาั้แ่สมัยที่ยังไม่ซื้อบ้าน เช่น ลั่นทมบางต้นไม่น้าอ้อยก็น้าคนอื่นๆนำมาปลูกไว้ มีแก้ว กล้วย หม่อน เป็อาทิ
ประตูทางเข้าตัวบ้านทางด้านหน้าเป็ประตูกระจกบานเลื่อนประตูบานอื่นๆในบ้านเป็ประตูไม้สังเคราะห์เกือบทุกบาน เว้นเสียแต่ประตูห้องน้ำ ๒ห้องที่อยู่ชั้นละห้องนั้นเป็ประตูพลาสติก
...
มันเป็เพลา ๑๒ นาฬิกาเศษข้าพเ้ากำลังนั่งคุยกับพ่อเฒ่า (แปลว่าคุณตาในภาษากลาง) แลน้อยน้องชายของข้าพเ้า ท่านผู้อ่านคงจักคุ้นเคยกับ ๒ ตัวละครนี้มาบ้างแล้ว ข้าพเ้าคงมิต้องอธิบายอันใดให้ยืดยาวเปลืองหน้ากระดาษ
ข้าพเ้าสวมใส่กางเกงขาสั้นสีแดงแลเสื้อยืดสีฟ้าน้อยสวมกางเกงสามส่วนสีดำมีลายเส้นเป็สีขาว สวมเสื้อยืดสีเทาทางด้านพ่อเฒ่าสวมเสื้อยืดสีฟ้าแลกางเกงวอร์มสีเทาสภาพเท้าของพวกเราทั้งสามคนเปลือยเปล่า มิได้ใส่ถุงเท้าแต่ประการใด
เครื่องปรับอากาศยี่ห้อ SINGERที่ถูกเปิดอยู่นั้นมิได้เย็นฉ่ำมาก อันเนื่องมาจาก BTU ที่ไม่เหมาะสมกับพื้นที่ชั้น ๑ ของบ้าน มันเป็โถงกว้าง มีห้องน้ำห้องครัว แลบันไดไม้เพื่อก้าวเท้าขึ้นชั้น ๒ทั้งนี้ห้องครัวเองก็มิได้มีประตูเป็กิจจะลักษณะ มันเชื่อมต่อกับโถงชั้น ๑เสมือนเป็ห้องเดียวกัน ความจริงควรเรียก “มุมครัว” จึงจักถูกต้อง อนึ่งบ้านหลังนี้ทาสีขาวถ้วนทั่วทั้งภายในแลภายนอก
ท่านผู้อ่านคงต้องคิดเหมือนกับข้าพเ้าเทียวว่าจากการที่ข้าพเ้าจาระไนพื้นที่ชั้น ๑ ของตัวบ้านนั้นแม้จักไม่ละเอียดนักท่านคงใช้สามัญสำนึกคิดได้ว่า เครื่องปรับอากาศที่ BTU ไม่เหมาะสมคงจักทำงานหนักพอสมควรเนื่องจากต้องปล่อยลมสู่พื้นที่ครัว ห้องโถง ห้องน้ำ (ถ้าเปิดประตูไว้) แลบันไดโดยลมอาจจักขึ้นไปที่ชั้น ๒ ได้เนื่องจากไร้ประตูกั้นขวาง
พื้นที่โถงชั้น ๑ บริเวณมุมครัวมีเครื่องครัวสารพัด ทั้งช้อนส้อมถ้วยจานชาม แก๊สแลเตาแก๊ส สารพัดหม้อ(หม้อแรงดันก็มีนะเออ)หม้อหุงข้าว กระติกน้ำร้อน เครื่องชงกาแฟ อ่างล้างจานถัดมาบริเวณใกล้บันไดจะมีตู้เย็น รวมทั้งที่เก็บเสื้อผ้าใต้บันไดส่วนบริเวณโถงจักมีโต๊ะทานข้าวแบบ ๖ คน เตารีด ชั้นวางของ เปียโนไฟฟ้ามือสองคอมพิวเตอร์ โทรทัศน์ เครื่องเสียง ตั้งเรียงรายจนรกบ้านไปเสียหมดนอกจากนี้ยังมีเตียงนอนที่พ่อเฒ่า-แม่เฒ่า(ภาษากลางแปลว่าคุณตากับคุณยาย)ใช้นอนหลับยามค่ำคืน ใกล้เคียงก็มีโซฟาเบดสีดำหรือโซฟาที่สามารถปรับเป็ที่นอนได้แลบริเวณโซฟานี่เองที่เราสามคนนั่งสนทนาพาทีกัน
“จริงเออะ[1]ที่จิ๊จ๊ะว่ามนุษย์ต่างดาวมีจริง?” น้อยเอ่ยขึ้นมา
“มีจริงดิเห็นมาแล้ว” ข้าพเ้ายืนกราน
“แล้วเห็นได้พรือ[2]” น้อยปุจฉาขึ้นมาอีก
“หาดลับไปเมืองจันท์มันมีพื้นที่ต่อไปยังดาวพฤหัสได้”ข้าพเ้าวิสัชนา
“เออะ! ขาดหุ้นหม้าย ถ้าอีไปดาวพฤหัสต้องนั่งยานอวกาศเหาะไปแหละมันอีมีรอยต่อกับจันทบุรีได้พรือ?[3]”น้อยพูดอย่างไม่เห็นด้วยกับข้าพเ้าอย่างยิ่ง
“มันเชื่อมต่อกันโดยมีอ่าวไทยคั่นกลางมีบ้านร้างอยู่หลังหนึ่งฝั่งไทย แล้วก็มีต้นมะพร้าวอยู่กลางอ่าวไทยที่ตรงนั้นน้ำตื้นที่สุดแล้ว สามารถเดินผ่านฝั่งไทยไปดาวพฤหัสได้
“ดาวพฤหัสหรือเขมรวะ”
“ดาวพฤหัสจริงๆสาบานได้”
“แล้วจิ๊จ๊ะได้ข้ามฝั่งไปแลหม้าย?[4]”
“ข้ามไปแหละ[5] ก็เดินขึ้นบ้านร้างแล้วก็ปีนออกทางหน้าต่าง”
“มึงขึ้นบ้านใครโฉ้เออะ![6]” จู่ๆพ่อเฒ่าก็พูดออกมา
“บ้านร้างหม้ายคนอยู่พ่อเฒ่า”[7]ข้าพเ้าบอกผู้เป็ตา
“แล้วยังไงต่อ?”น้อยถามขึ้นมา
ทีนี้ข้าพเ้าจึงเล่ายาวๆ
“บ้านร้างที่หาดลับในเมืองจันท์ด้านหน้ามีประตูเข้าไปก็จริง แต่ด้านหลังไม่มีประตูออกไปสู่ชายหาดเลยต้องปีนหน้าต่างลงไป จากนั้นก็เดินไปที่ชายหาด ให้สังเกตต้นพร้าว[8]ที่อยู่กลางเล[9] ที่ตรงนั้นน้ำตื้นหวาเพื่อน[10]ให้เดินลุยน้ำเลไปตรงต้นพร้าวนั่น ราวๆโลนึงได้ก็อีถึงดาวพฤหัสบดีแล้วแหละ[11] ทีนี้พอมาถึงอีกฝั่ง ก็มีเริน[12]ร้างเหมือนกัน อีไป[13]เที่ยวฝั่งนั้นได้นั้นต้องปีนหน้าต่างขึ้นไปยังบ้านร้าง จากนั้นก็เดินออกสู่ประตูและอีเห็น[14]ลานเบียร์เรียงรายพี่จ๊ะไปนั่งกินเบียร์มาแล้ว หรอย[15]ใช้ได้เลย เบียร์ของดาวพฤหัส”
“เอาะจ๊ะมึงกินเบียร์เออะกินเข้าไปไซรของมึนเมา?[16]” พ่อเฒ่าเอ็ดข้าพเ้า
ข้าพเ้าทำอันใดมิได้นอกเสียจากยิ้มแหยะๆให้พ่อเฒ่าด้วยความที่ท่านถือศีล๕ ท่านจึงไม่พอเ้าข้าพเ้าอย่างยิ่งเพราะท่านเคร่งครัดในเื่นี้ แลไม่สนับสนุนให้ลูกหลานดื่มสุราเมรัย
ก่อนที่บรรยากาศจักตึงเครียดยิ่งกว่านี้น้อยได้ถามขัดจังหวะเสียก่อน
“เลยลานเบียร์ไปบรรยากาศพรรค์พรือมั่ง?[17]”
“ไม่ได้ไปถึงตรงนั้นดื่มจนเมาแล้วก็กลับมาฝั่งไทยเลย ก็เดินเข้าประตูบ้านร้างฝั่งดาวพฤหัสจากนั้นก็ปีนหน้าต่าง แล้วก็เดินลุยเลมาทางต้นพร้าวเข้าเขตเมืองจันท์จากนั้นปีนหน้าต่างอีกรอบ แล้วเดินออกทางประตูหลบ[18]โรงแรม”
“เวร!”
“อยากลองไปพิสูจน์ไหมล่ะหน่อยน้อย?”
“เออไปก็ไป วันไหนล่ะ?”
“ตอเช้า[19]เลยไหม?”
“เออ”
หลังสิ้นเสียงของน้อย พ่อเฒ่าถึงกับส่ายหัวในแผนการของเราแต่ท่านก็มิได้ห้ามปรามแต่ประการใดคงเพราะพ่อเฒ่าคิดว่าที่ข้าพเ้ากล่าวไปนั้นเป็เื่แหกตาอำกันเล่นตามประสาเด็กแลหลานชายคนโตของพ่อเฒ่าคงจักเสพของมึนเมาจนหลอนคิดว่าได้ไปดาวพฤหัสเป็แน่ต่อให้พวกมันถ่อไปถึงจันทบุรีก็คงมิมีอะไรดอกกระมัง คงเป็การไปเที่ยวเฉยๆ
...
เราเดินทางด้วย GRAB จากหมู่บ้านในอำเภอบางบัวทอง สู่สถานีขนส่งหมอชิต ๒แล้วเดินเท้าต่อไปยังคิวรถตู้มุ่งหน้าสู่จังหวัดจันทบุรีเรานั่งอยู่ในรถตู้หลายชั่วโมงจนกระทั่งถึงจันทบุรี เมื่อลงรถตู้แล้วเราเรียก GRAB ให้พาไปส่งที่หาดลับดังกล่าว
หาดลับแห่งนี้มีบ้านไม้หลังเก่าตั้งตระหง่านอยู่มันสูง ๒ ชั้น เป็บ้านไม้ทั้งหลังทาด้วยสีน้ำตาลแดงหลังคาเป็ทรงหน้าจั่วสีขาวซึ่งบัดนี้กลายเป็สีดำด้วยคราบราประตูหน้าต่างเปิดอ้าซ่าราวพิพิธภัณฑ์โบราณที่คอยต้อนรับผู้มาเยือน
ข้าพเ้ากับน้อยเดินผ่านประตูเข้าไปในบ้านไม้ที่ไร้คนอยู่หลังนั้นข้าพเ้านำทางน้อยเพื่อไปยังหน้าต่างไม้ที่ถูกเปิดเอาไว้อย่างโจ่งแจ้งหน้าต่างบานที่จักพาเราไปสู่ชายหาด แลเดินข้ามทะเลสู่เขตของดาวพฤหัสบดี

แต่เท้าของข้าพเ้ายังไม่ทันที่จักย่างเข้าไปณ หน้าต่าง ก็เหมือนมีตัวอะไรมาตะปบที่ขาของข้าพเ้าแลน้องชาย
“แม้ววววววว!”
เสียงขู่ของสัตว์เลี้ยงยอดนิยมของมนุษย์คนไทยเรียกว่าแมว ซึ่งสันนิษฐานว่าเรียกตามเสียงร้องของมัน แมวเหล่านี้มีทั้งหมด ๕ตัว กอปรด้วย แมวลายเสือสีดำ ๑ ตัว แมวลายวัว ๑ ตัว แมวสามสี ๑ ตัว แมวดำ ๑ ตัวแลแมวลายสลิดสีส้ม อีก ๑ ตัว บัดนี้ทั้ง ๕ตัวได้ขู่คำรามทั้งข้าพเ้าแลน้อยอย่างไม่ลดละ
“แมวหรือหมาวะเนี่ย”น้อยอุทาน
“ขู่ใหญ่เลย”ข้าพเ้าพูดบ้าง
“แม้ววววว! ฟู่!ฟู่!”
ไม่ถึงนาทีเหล่าแมวก็ะโมากัดแลข่วนที่ลำตัวของข้าพเ้าแลน้อยเราสองคนใช้มือจับที่ต้นคอของแมวแล้วโยนมันไปให้ไกลที่สุดเท่าที่จักทำได้เ้าแมวลายสลิดสีส้มโดนโยนจนหลังมันไปกระแทกบันไดโดยที่ข้าพเ้าเป็คนโยนเองข้าพเ้าหวังลึกๆว่าเ้าเหมียวคงไม่เป็อะไรมาก ต่อมาน้อยก็โยนแมวลายวัวไปที่ประตูของห้องๆหนึ่งร่างของมันเมื่อถูกประตู มันก็ร้องครวญครางด้วยความเ็ป
“เมี้ยวววววว”
จากนั้นมันก็วิ่งหนีไปในลักษณะเดินขากะเผลกๆ
บัดนี้ร่างกายของข้าพเ้าแลน้อยมีทั้งรอยกัดแลรอยข่วนของแมวเต็มไปเสียหมดต่อมาไม่นานแมวสามสีถูกน้อยโยนไปที่อีกมุมหนึ่งของบ้านเมื่อร่างของแมวสามสีตัวนั้นลงพื้น มันส่ายหัวเล็กน้อยหนึ่งถึงสองทีจากนั้นก็วิ่งหนีไป
ตอนนี้แมวดำเกาะข้าพเ้าอย่างเต็มรักข้าพเ้าเอามันออกมิได้ เพราะแมวได้นำเล็บที่ตีนหน้าสองข้างของมันฝังไว้ที่หลังของข้าพเ้าเล่นเอาเสื้อยืดคอกลมสีฟ้าซึ่งข้าพเ้าใส่มาถึงกับขาดเป็รูพรุนขณะที่แมวลายเสือสีดำะโขึ้นบนบ่าของน้อยแลกัดเข้าที่หูข้างซ้ายอย่างจังมิหนำซ้ำมันยังกัดแบบจมฝังเขี้ยวไม่ปล่อยอีกด้วยบัดนี้ทั้งสองศรีพี่น้องต่างทนทุกข์ทรมานกับก้อนขนมีชีวิตสี่เท้าที่เป็สัตว์เลี้ยงยอดนิยมของมวลมนุษยชาติ
ใน่เพลาที่ข้าพเ้าแลน้อยต่างเ็ปจากของมีคมของแมวทั้งสองตัวข้างต้นร่างกายของเราเต็มไปด้วยแผลสดอันมีโลหิตไหลซิบๆทันใดนั้นเองข้าพเ้าก็มองเห็นห้องน้ำภายในบ้านข้าพเ้าจึงรีบวิ่งไปทั้งที่ไอ้แมวดำมันเกาะหลังของข้าพเ้าอยู่
ในห้องน้ำที่เป็ปูนเปลือยกอปรด้วยส้วมนั่งยองหรือส้วมคอห่านมีอ่างคอนกรีตเล็กๆแลขันสำหรับตักน้ำราดเพลาขับถ่าย ถัดไปเป็อ่างคอนกรีตขนาดใหญ่มีน้ำอยู่ครึ่งอ่างแลมีขันลอยอยู่ อ่างคอนกรีตใหญ่นี้มีไว้สำหรับตักน้ำอาบในสมัยโบราณแม้นในปรัตยุบันจักเปลี่ยนมาใช้ระบบฝักบัวกันเป็ส่วนใหญ่แล้วก็เถิด
น้ำในอ่างค่อนข้างเก่าเต็มไปด้วยฝุ่น ราดำ แลลูกน้ำยุงลาย เมื่อข้าพเ้าเข้าไปในห้องน้ำ ข้าพเ้ารีบคว้าขันที่ลอยอยู่บนอ่างคอนกรีตใหญ่แล้วรีบตักน้ำอย่างรวดเร็ว จากนั้นก็ราดมันลงไปที่หลังแมวดำเมื่อร่างก่ายของมันโดนน้ำ มันจึงเลิกเกาะหลังข้าพเ้าแล้วสะดุ้งโหยงหนึ่งทีร้องครวญคราง
“แม้วววววว!” ออกมาดังๆ
แล้ววิ่งหนีไปจากห้องน้ำอย่างรวดเร็วทันใดนั้นน้อยก็มาที่ห้องน้ำพอดีข้าพเ้าเลยรีบตักน้ำแล้วสาดใส่หน้าน้อยอย่างทันควันจนแมวลายเสือสีดำเลิกกัดหูน้อยร่างกายของมันสะดุ้งโหยงเพราะความหนาวเย็นของน้ำ มันร้องครวญคราง
“แม้ววววววว!”
แล้วจึงวิ่งหนีออกจากห้องน้ำตามหลังแมวดำไป
...
เมื่อเหตุการณ์สงบ สองพี่น้องจึงรีบล้างแผลล้างเืที่ปกคลุมทั่วร่างกายน่าแปลกที่น้ำจากก๊อกน้ำยังไหลรินในขณะที่ข้าพเ้าแลน้อยผลัดกันใช้ขันรองน้ำจากก๊อกเพื่อล้างแผลจากนั้นข้าพเ้ากับน้องชายจึงเดินสำรวจบ้านไม้เพื่อหาเสื้อผ้าสะอาดๆเปลี่ยนปรากฏว่าชั้นบนของบ้านมีตู้เสื้อผ้าที่มีกางเกงแลเสื้อหลายประเภทข้าพเ้าแลกับน้อยหยิบเสื้อผ้าที่เหมาะสมกับร่างกายของตนมา แต่ยังไม่สวมใส่ทันทีเราสองคนเดินสำรวจบ้านอีกครั้งโดยมุ่งไปที่ห้องครัว เห็นตู้เย็นแบบ ๑ประตูซึ่งมีฟังก์ชันละลายน้ำแข็งด้วยตัวเองตั้งตระหง่านอยู่ในครัวแต่ปลั๊กไฟไม่ได้ถูกเสียบ สายไฟถูกพาดไว้หลังตู้เย็นแลบริเวณหลังตู้เย็นนี่เองที่มีชุดปฐมพยาบาลอยู่เราจึงนำสำลีแลเบตาดีนทาบริเวณที่มีแผล จากนั้นจึงนำปลาสเตอร์ปิดแผลให้เสร็จสิ้นกระบวนความ
เมื่อจัดการกับแผลสดเรียบร้อยแล้วเราจึงเดินไปยังหน้าต่างบานที่สามารถปีนลงไปยังทะเลอ่าวไทย เดินไปตามแนวของต้นมะพร้าวที่ตระหง่านอยู่กลางทะเลในลักษณะเป็“เกาะขายหัวเราะ”แล้วเดินอ้อมต้นมะพร้าวไปเล็กน้อยจนถึงชายฝั่งของดาวพฤหัสบดีบัดนี้ข้าพเ้ากับน้อยลอดผ่านหน้าต่างแลเห็นต้นมะพร้าวแลชายฝั่งตรงข้ามอย่างชัดเจนดูเหมือนว่าดาวพฤหัสบดีจักอยู่ใกล้เราเพียงแค่กิโลเมตรเดียวเท่านั้นเอง
...
ชายฝั่งตรงข้ามเรามองเห็นต้นไม้สีเขียวปกคลุมพื้นที่สลับกับจานดาวเทียมมากมายเรียงรายกันทั่วชายฝั่งจนน้อยต้องอุทานออกมา
“ตายโหง! จานดาวเทียมเท่าๆจังหูเสียเหม็ด”[20]
“ไม่รู้ว่าชาวดาวพฤหัส้ามาทำไรบนโลก”
ข้าพเ้าเสริม
“แน่ใจนะว่าตรงนั้นเป็น่านน้ำไทยไม่ใช่น่านน้ำประเทศเพื่อนบ้าน” น้อยถาม
“ถ้าแค่โลเดียวก็หมันแหละ”[21]
“รัฐบาลไม่รู้เื่นี้เลยเออะ[22]?”
“คงรู้แหละแต่ปิดข่าว”ข้าพเ้าตอบคำถามน้อยพร้อมยิ้มอย่างมีเลศนัย
“มันไม่MakeSense เลย มนุษย์ต่างดาวพวกนี้ควรไปอเมริกามากหวา[23]นะจิ๊จ๊ะ”
“ถุย!!! นี่ไม่ใช่ในหนังนะ ไอ้บ้า!!!”
เมื่อเราจัดการเปลี่ยนเสื้อผ้าเรียบร้อยแล้วเราก็ปีนหน้าต่างออกมาที่ชายหาด จากนั้นก็เดินข้ามทะเลอ่าวไทยบริเวณที่เป็ระนาบเดียวกันกับต้นมะพร้าวกลางทะเล
ในพื้นที่ถนนลาดยางฤาถนนคอนกรีตการเดินบนพื้นที่ดังกล่าวในระยะทาง ๑ กิโลเมตรจักใช้เพลาประมาณ ๑๕ นาที หากแต่การเดินตะลุยน้ำทะเลระยะทาง๑ กิโลเมตรนั้นใช้เวลา ๓๐ นาทีขึ้นไปทำให้การเดินทางของข้าพเ้าแลน้องชายเป็ไปด้วยความยากลำบากลางครั้งเราก็ล้มคะมำไปเพราะคลื่นซัด น้ำทะเลแม้จักลึกเพียง ๑ เมตรแต่เมื่อล้มหัวคะมำ น้ำเข้าจมูกก็ทำให้สำลักเช่นเดียวกัน
ราว ๑๕ นาทีเราก็เดินมาถึงต้นมะพร้าวที่อยู่บนเกาะขายหัวเราะเราตัดสินใจเดินอ้อมเกาะมหาสนุกไปทางขวา แต่เื่อันไม่คาดฝันพลันอุบัติเพราะเราเดินอ้อมเกาะไกลเกินไปทำให้ระดับน้ำทะเลสูงขึ้นจากเดิม น้ำลึก ๑ เมตร ๕๐เิเ ยิ่งทำให้การเดินตะลุยน้ำของเรายิ่งยากขึ้นไปอีกจนข้าพเ้าอยากจักตัดสินใจว่ายน้ำไปแทน

แต่น้อยว่ายน้ำไม่เป็! กอปรกับน้ำยังไม่ลึกขนาดที่ท่วมตัวเราสองคนฉันนั้นข้าพเ้าจึงตัดสินใจเดินเป็เพื่อนน้อย
เมื่อเราเดินอ้อมต้นมะพร้าวแล้วกลับเข้าสู่แนวระนาบเดิมความลึกของน้ำก็ลดเหลือ ๑ เมตรเช่นเคย เราจึงเดินได้อย่างสะดวกโยธินเฉกเช่นเมื่อครั้งที่เริ่มเดินจากชายหาดฝั่งไทย แล้ว ๑๕ นาทีต่อมา เท้า ๒คู่ก็ได้ย่างเข้าพื้นที่ต่างดาว
ทั้งข้าพเ้าแลน้อยรีบปีนหน้าต่างบ้านไม้จากนั้นจึงเดินไปที่ประตูบ้านไม้สองชั้นหลังนั้นมีลักษณะเหมือนกับบ้านไม้ในหาดลับ ณ จันทบุรีซึ่งสองศรีพี่น้องเพิ่งจากมาเมื่อประมาณเกือบ ๑ ชั่วโมงที่แล้ว
เมื่อเราเดินออกจากประตูบ้านเราได้พบกับแก๊งอัฐสตรีซึ่งมีผู้หญิง ๘ คน เป็สตรีวัยมหาลัย ๒๐ ต้นๆ พวกเธอชื่ออร อุ๋ง อิ๋ง เอม เอ้ ออม อ้อม แลอ้อน
...
อร เป็สตรีวัย ๒๑หล่อนไว้ผมยาวถึงหลังโดยที่ไม่ผูดมัดรัดผมแต่ประการใด หล่อนมีผมสีน้ำตาลหยักศกสวยสวมชุดกระโปรงยาวสีแดงสดใส ทั้งยังมีหน้าผากกว้าง ใบหน้ารูปไข่ คิ้วทรงยาวปลายคิ้วชูขึ้นข้างบน คิ้วนั้นมีสีดำไม่ดกมาก ดวงตากลมโตสองชั้นเปลือกตาบนแลล่างโค้งเท่ากัน ลูกตาดำกลมโตประดุจเม็ดบัวลอยในขนมบัวลอยน้ำขิงจมูกสันเป็คมดั้งไม่หักจมูกนั้นเป็ทรงบาร์บี้หากแต่มีข้อติเล็กน้อยคือรูจมูกข้างซ้ายแลขวาไม่เท่ากันหนำซ้ำปีกจมูกด้านขวาก็ยาวกว่าด้านซ้ายเสียด้วยแต่ภาพรวมถือว่าเป็ผู้ที่มีจมูกเข้ารูปกับใบหน้า ไม่น่าเกลียดแต่ประการใดอนึ่งส่วนสูงของหล่อนมีเพียง ๑๖๕ เิเ หน้าอกคัพเอ ผิวขาวริมฝีปากบนหนากว่าริมฝีปากล่างเล็กน้อยหล่อนใส่รองเท้าผ้าใบสีขาวแลสวมถุงเท้าสีชมพู ขนตาอ่อนช้อยใบหูไม่ใหญ่แต่ก็ไม่จัดว่าเล็ก มีติ่งหูเล็กๆที่ดูเรียบง่าย หล่อนใส่ต่างหูแฟชั่นทั้งสองข้างหูไม่ได้กาง แต่มองไม่ชัดเนื่องจากเรือนผมของหล่อนบดบังใบหูเสียเกือบมิดอย่างไรก็ตาม ร่องจมูกของหล่อนก็ดูจักไม่ลึกจนเกินไป ส่วนฟันก็เรียงสวยประหนึ่งเม็ดข้าวโพดฟันนั้นขาววิ้งราวกับหล่อนไปฟอกสีฟันมา แต่ถ้าจักให้สันนิษฐานว่าหล่อนเคยจัดฟันฤาไม่นั้นตอบไม่ได้เช่นกัน บริเวณลิ้นข้าพเ้ามิทราบเพราะมิได้สังเกตถึงขั้นนั้นคงตอบมิได้ดอกว่าหล่อนเป็คนลิ้นสั้นฤาลิ้นยาวแต่พออนุมานได้ว่าลิ้นคงมีสีแดงอมชมพู หรือมีโทนเดียวกับสีปากของหล่อน ปะโธ่! ข้าพเ้าไม่เคยจุมพิตแลกลิ้นกับหล่อน ข้าพเ้าจักไปรู้รายละเอียดเื่ลิ้นหล่อนได้อย่างไรกัน
สำหรับคางของหล่อนนั้น จัดว่าเป็คนคางมนใบหน้าของหล่อนช่างสมบูรณ์แบบ ไม่มีตำหนิสิวฝ้ากระไฝปานแต่ประการใด
...
อุ๋ง เป็สตรีวัย ๒๐ หล่อนไว้ผมยาวถึงกลางหลังเรือนผมดำเหยียดตรงของหล่อนพิศดูแล้วงดงามนัก ใบหน้ายาว คางแหลมแบบ V Shapeหน้าผากค่อนข้างกว้าง คิ้วดำสีอ่อนแลค่อนข้างบางคิ้วทั้งสองข้างห่างกันมาก ห่างจากดวงตาด้วยเช่นกันคิ้วโค้งดุจสะพานโค้งที่ข้ามคูน้ำตามสวนสาธารณะ ปลายคิ้วบางกว่าส่วนอื่นๆของคิ้วเหมือนเส้นอักษรจีนซึ่งลงน้ำหนักพู่กันส่วนตอนต้นอย่างมากจนน้ำหมึกเข้มก่อนที่จักลากเส้นด้วยพู่กันให้ท้ายเส้นลงน้ำหนักเบาจนเกือบไม่มีลายน้ำหมึกประทับ
ดวงเนตรของอุ๋งจัดว่าหยี เป็ตาสองชั้นดวงตาสีดำ ลูกตาจัดว่าโตแต่เพราะหล่อนตาหยีดังกล่าวข้างต้นทำให้เป็ไปได้ยากที่ผู้คนจักมองเห็นความใหญ่โตของลูกตานั้นมันคงเหมือนกับรูปลูกฟุตบอลอันหลุดเฟรมไม่สามารถเห็นทรวดทรงกลมของลูกบอลได้อย่างชัดเจนนอกจากนี้ขนตาของหล่อนก็จัดว่าสั้นมากอีกด้วย ส่วนใบหูของหล่อนนั้นจัดว่ายาวและมีติ่งหูยานประหนึ่งหูพระพุทธรูป แลมันสามารถยานได้อีกด้วยต่างหูแฟชั่นของหล่อนซึ่งสวมใส่ไว้ทั้งสองข้างเป็คนที่หูไม่กาง
จมูกของหล่อนราวลูกชมพู่อันอวบอิ่ม รูจมูกใหญ่ปีกจมูกกว้าง จมูกไร้ดั้ง เป็คนจมูกแบนนั่นเองนอกจากนี้เ้าหล่อนยังเป็คนร่องจมูกตื้นชนิดที่ว่าแทบมองไม่เห็นร่องจมูกถ้าหากไม่ได้เข้าใกล้หล่อนในระยะประชิดริมฝีปากของอุ๋งบางทั้งบนแลล่าง มันเป็สีอมชมพูซึ่งตัดกับผิวขาวของสาวเ้าเป็อย่างดีฟันขาวเรียงสวยประดุจเม็ดข้าวโพด แต่มีข้อเสียอยู่บ้างตรงที่ฟันหน้าของหล่อน ๒ซี่้านั้นห่างจนบางทีข้าพเ้าก็อยากแนะนำหล่อนว่าควรไปพบทันตแพทย์เพื่อทำการอุดฟันห่างนั้นเสียเกลือกว่ายามหล่อนยิ้ม โลกจักดูสดใสกว่าที่เคยเป็ ลิ้นของหล่อนเป็อย่างไรข้าพเ้ามิอาจบรรยายได้หล่อนเป็คนคอยาว ใบหน้าของหล่อนจัดว่าไร้ตำหนิ สิว ฝ้า กระ ไฝ ปานไม่มีแม้เพียงน้อย หล่อนใส่เสื้อแขนกุดสีแดงกับสวมกางเกงยีนสีฟ้ามีส่วนสูงเพียง ๑๕๐ เิเใส่รองเท้าแตะที่ซื้อมาจากห้างสรรพสินค้าคู่ละไม่กี่ร้อยบาทสำหรับหน้าอกหน้าใจนั้น หากว่าอรเป็คัพเอ ของอุ๋งก็ยิ่งกว่าคัพเอเสียอีก
...
อิ๋ง สตรีสาวมั่นวัย ๒๐ ปี หล่อนคือเ้าแม่“ศัลยกรรม”ของแก๊งอัฐสตรีเลยก็ว่าได้เดิมทีหล่อนเกิดมาเป็ผู้หญิงที่หน้าผากสี่เหลี่ยม คางมน หน้ากลมแต่ต่อมาได้ไปศัลยกรรมให้หน้าเป็ V Shape คางแหลมใบหน้ารูปไข่ หน้าผากไม่เหลี่ยมเหมือนดังก่อนแต่ว่าโค้งแทน เป็คนผมตรงเรือนผมสีดำสลวยถึงกลางหลังถูกผูกรวบแลผูกมัดด้วยยางมัดผมสีสันสดใส ลักษณะคิ้วของสตรีผู้นี้นั้นหนาเข้มคิ้วสีดำยาวแลดก หางคิ้วตก คิ้วโค้งเล็กน้อย คิ้วไม่ได้ห่างจากดวงเนตรมากนอกจากนี้หล่อนยังเป็ผู้หญิงที่มีขนตายาว ตาโตโดยดวงตาสีดำนั้นกลมโตเหมือนกับขนมไข่เหี้ยที่ขายตามตลาดนัด หรือที่แม่ค้าบางคนหาบเร่ขายใบหูยาวแต่ติ่งหูค่อนข้างสั้น ติ่งหูบางหูกางเล็กน้อย มีต่างหูราคาแพงสวมใส่ที่หูทั้งสองข้าง จมูกมีดั้งชัดเจนเดิมจมูกค่อนข้างใหญ่แลมีปีกจมูกกว้างแต่หล่อนได้ไปทำจมูกมาใหม่ให้เข้ารูปแลเล็กลงจนเหมือนจมูกของดาราสาวที่เพิ่งผ่านการศัลยกรรม
เป็คนที่จัดว่าร่องจมูกตื้นเขิน ริมฝีปากของเ้าหล่อน้าบางส่วนด้านล่างหนา หนำซ้ำยังอวบอิ่มแลห้อยเล็กน้อยเมื่อเพลาหล่อนยิ้มจักเห็นฟันเรียงสวยประดุจเม็ดข้าวโพด หล่อนมีคางค่อนข้างแหลม เนื่องจากศัลยกรรมให้หน้าตาเป็ V Shapeสีผิวของหล่อนมีสีขาวเหมือนเด็กจากภาคเหนือ อีกทั้งหล่อนชอบแต่งกายด้วยชุดแปลกๆดังเช่นกางเกงสแล็ก รองเท้าส้นสูงแบบแบรนด์เนมกับเสื้อที่ออกแบบมาเหมือนกับพรมเช็ดเท้า อนึ่งหล่อนนั้นสูง ๑๖๕ เิเจัดว่าไม่น้อยเลยเทียวสำหรับนารีไทย หน้าอกคัพบีผิวขาวเนื่องจากมีภูมิลำเนาอยู่ที่จังหวัดเชียงใหม่ แต่โตที่กรุงเทพ มีคิ้วสีดำ ตาสองชั้นทั้งยังมีฐานะดีระดับลูกเศรษฐีเลยเทียว
...
เอม เป็สตรีวัย ๒๑ ปีผมหล่อนหยักศกยาวสลวยถึงกลางหลังสีผมน้ำตาลเข้มปานสีของเฟอร์นิเจอร์ไม้สักอันงามสง่าเสื้อผ้าที่เอมสวมเป็เสื้อยืดคอกลมสีขาวสวมทับด้วยเสื้อยีนสีน้ำเงินส่วนกางเกงเป็ผ้าลินินสีเขียว สวมรองเท้าผ้าใบแบรนด์เนมสีแดงสำหรับหน้าผากของเ้าหล่อนนั้นสูงปานดอยสุเทพ ใบหน้ารูปไข่ มีคิ้วทรงยาวปลายคิ้วตก ความตกของคิ้วถือว่าไม่มาก แต่กระนั้นปลายคิ้วกลับบางกว่าส่วนอื่นคิ้วนั้นมีสีดำคล้ายสาหร่ายทะเลแห้งที่ใส่ในแกงจืดหรือซุปสำหรับดวงตาของสตรีวัยล่วงบรรลุนิติภาวะมา ๑ ปีนั้น จัดว่าเป็คนตาโตลูกตานั้นราวกับไข่มุก ตาสองชั้นสีน้ำตาลเข้ม
ถึงแม้ว่าส่วนปล้องจมูกของเ้าหล่อนเรียบตรงหากแต่ปีกจมูกด้านซ้ายกลับยาวกว่าด้านขวา จมูกมีดั้งชัดเจน สตรีผู้นี้มีความสูงถึง๑๗๐ เิเ มีหน้าอกคัพบี ผิวกายสีขาวราวยอดมะพร้าว ขนตายาวแลงอน หูเหลี่ยมใบหูยาวทว่าติ่งหูยานเพราะชอบใส่ต่างหู อนึ่งหูนั้นไม่กางร่องจมูกแทบมองไม่เห็นด้วยตาเปล่าฟันขาวเหมือนคนที่เพิ่งจักเสร็จจากการขูดหินปูนกับทันตแพทย์ ฟันเรียงสวยดุจกระเบื้องที่บรรจงปูอย่างวิจิตรบรรจงหากพิศดูริมฝีปากจักพบว่า ริมฝีปากบนบางกว่าริมฝีปากล่างปฏิเสธไม่ได้ว่าเอมเป็คนปากห้อย คางแหลมแบบ V Shape ผิวขาวนั้นเกลี้ยงเกลา ไร้สิวฝ้ากระไฝปาน
...
เอ้ เป็สตรีวัย ๒๑ ปี ความจริงจักเรียกเ้าหล่อนว่าสตรีคงเป็การเสียมรรยาทนักแล เหตุเพราะหล่อนมีบุคลิกเป็ทอมบอย อันเนื่องมาจากผมของหล่อนตัดสั้นอิงแฟชั่นแบบบุรุษเพศผมสีบลอนด์เขียว ทำให้ใบหน้าของหล่อนดูสว่างขึ้นสำหรับเสื้อผ้าที่สวมใส่ไม่ถึงกับแมนนัก ยังแลดูมีความก้ำกึ่งระหว่างชายหญิงดังที่คนแถวบ้านเกิดข้าพเ้ามักพูดว่า “หญิงครึ่งชายครึ่ง”เอ้สวมใส่เสื้อโปโลสีเทา มีเสื้อกันหนาวสีดำคลุมไว้ส่วนกางเกงของหล่อนเป็ยีนสีแดง เอ้สวมรองเท้าผ้าใบราคา ๑ พันบาทต้นๆซื้อมาจากร้าน SUPERSPORT
สำหรับหน้าผากของเ้าหล่อนจัดว่าเหลี่ยมใบหน้าก็เหลี่ยมด้วยเช่นกัน ส่วนคิ้วนั้นดำดกแลหนา ปลายคิ้วตวัดขึ้นข้างบนดวงเนตรเป็แบบที่เรียกกันว่าตาอัลมอนด์และดวงตานั้นเรียวทว่าถุงใต้ตาโตแลห้อยอนึ่งดวงเนตรของหล่อนคนนี้มี ๒ ชั้น ดวงตาสีดำ ปล้องจมูกเรียบตรง จมูกค่อนข้างใหญ่ปีกจมูกสองข้างกว้าง จมูกมีดั้งชัดเจน
สตรีทรงทอมบอยผู้นี้สูง ๑๖๘ เิเหน้าอกเล็กยิ่งกว่าคัพเอ ผิวขาวดุจขมิ้นขาว ขนตาค่อนข้างยาวแลงอนติ่งหูหนาแลอวบอิ่มทว่ายานเล็กน้อย เนื่องจากใส่ต่างหู หูนั้นไม่กางร่องจมูกลึกเพียงเล็กน้อย ฟันเรียงสวยเนื่องจากจัดฟัน หล่อนใส่รีเทนเนอร์สีดำริมฝีปากบนบางกว่าริมฝีปากล่าง ปากแดงดุจดอกกุหลาบ คางมนมีไฝที่จมูกด้านขวาแลบนแก้มขวาด้วย
...
ออม เป็สตรีวัย ๒๑ ปีเรือนผมสีน้ำตาลหยักศกถึงกลางหลัง แต่งกายด้วยเสื้อเชิ้ตคอวีสีส้ม กางเกงยีนขาสั้นขาบานสามส่วนสีน้ำเงิน รองเท้าแตะสีชมพู หน้าผากสูงปานภูกระดึงใบหน้ากลมเห็นโหนกแก้มชัด คิ้วบางสีดำนั้นยาว ปลายคิ้วตวัดขึ้นข้างบนลักษณะของดวงเนตรเรียกว่าตากวางมองเห็นลูกตาสีดำขลับได้ไม่เต็มลูกตาดุจสุริยุปราคาบางส่วน ตาชั้นเดียวนาสาเหมือนจมูกที่ถูกศัลยกรรมซึ่งหมู่ดาราชอบทำกัน เรียกว่าจมูกทรงเกาหลีนาสิกมีดั้งชัดเจน ทั้งนี้ออมสูง ๑๕๔ เิเ หน้าอกคัพเอ มีผิวสีน้ำผึ้งขนตายาวแลงอน ใบหูเล็ก ติ่งหูสั้นแลโค้งมนแต่ยานเนื่องจากสวมใส่ต่างหูโสตกางเล็กน้อย ร่องจมูกจัดว่าลึก ฟันเรียงสวยดั่งกระเบื้องที่ถูกปูอย่างประณีตหากแต่ฟันหน้ามีลักษณะเป็ฟันกระต่าย ส่วนริมฝีปากหนาทั้งบนแลล่างโดยริมฝีปากบนมีมุมปากโค้งเล็กน้อย ขณะที่ริมฝีปากล่างอวบอิ่มแลห้อยคางค่อนข้างแหลม ผิวสีน้ำผึ้งนั้นเกลี้ยงเกลา ไร้สิวฝ้ากระไฝปาน
...
อ้อม เป็สตรีวัย ๒๐ ปี สีผมดำเรือนผมเหยียดตรงยาวถึงต้นคอ ผูกผมไว้โดยยางมัดผมสีม่วงน่ารักหล่อนใส่เสื้อเชิ้ตคอกลมสีขาว มีเสื้อกันหนาวสีเทาคลุมไว้ สวมกางเกงยีนขายาวสีฟ้าแลรองเท้าแตะสีทองอ้อมจัดว่าเป็คนหน้าผากกว้าง ใบหน้ารูปไข่ คิ้วไม่บางไม่หนาปลายคิ้วตวัดขึ้นข้างบน ทรงคิ้วเรียวยาว คิ้วนั้นมีสีดำดวงตาไม่เท่ากันโดยตาซ้ายใหญ่กว่าตาขวา ลักษณะดวงเนตรเรียกว่าตาอัลมอนด์ตาสองชั้นสีน้ำตาลค่อนข้างเรียวยาว จมูกทรงหยดน้ำปีกนาสิกกว้างแต่ไม่ถึงกับน่าเกลียด นาสามีดั้งชัดเจน ทั้งนี้เ้าหล่อนมีส่วนสูง๑๖๐ เิเ หน้าอกคัพเอ ผิวขาว ขนตายาวแลงอน ใบหูยาวเรียว ติ่งโสตสั้นหูยานเล็กน้อยเนื่องจากใส่ต่างหู โสตนั้นไม่กาง ร่องจมูกลึกฟันขาวเรียงสวยดุจเม็ดข้าวโพด ปากเป็กระจับ ริมฝีปากล่างห้อยเล็กน้อย คางแหลมแบบ V Shape คอค่อนข้างยาว ไร้สิวฝ้ากระไฝปาน
...
แลคนสุดท้าย คือสตรีวัย ๒๐ ปีนามว่าอ้อนเ้าหล่อนมีผมสีน้ำตาลหยักศกยาวถึงกลางหลัง สวมชุดกระโปรงยาวลายดอกไม้สีชมพูสลับขาใส่รองเท้ากีฬาสีขาวมีริ้วเขียวบริเวณข้างๆ หน้าผากอ้อนค่อนข้างโหนกนูนใบหน้ารูปไข่ คิ้วค่อนข้างหนา ปลายคิ้วบางแลตวัดลง สีคิ้วเป็สีดำ ดวงตาสีน้ำตาลกลมโตราวขนมไข่หงส์ดวงเนตร ๒ ชั้น นาสิกทรงหยดน้ำ ปล้องจมูกตรง ปีกนาสากว้าง มีดั้งเพียงเล็กน้อยอ้อนมีส่วนสูง ๑๗๑ เิเ หน้าอกคัพเอ ผิวขาว ขนตายาวแลงอน ใบหูไม่ใหญ่ไม่เล็กติ่งโสตบางแลยานเนื่องจากใส่ต่างหู โสตนั้นกาง ร่องจมูกค่อนข้างตื้น ฟันขาว ฟันหน้ามีลักษณะเหมือนฟันกระต่ายแต่ฟันส่วนอื่นเรียงสวยอย่างไรก็ตามนับว่าอ้อนนั้นเป็คนฟีนเล็กเล็กเหมือนกระเบื้องสีขาวที่ถูกปูไว้ในบ้านโบราณริมฝีปากล่างหนาแลอวบอิ่มกว่าริมฝีปากบน สีปากนั้นคล้ายสีของดอกชวนชม มีมุมปากตกคางมน ไร้ซึ่งสิวฝ้ากระไฝปาน
...
สองศรีพี่น้องต่างตกตะลึงในความสวยของสาวงามทั้ง๘ คน ถึงแม้พวกเธอจักมิใช่สตรีประเภทอวบอึ๋มคัพซีแลดี เอว ๒๖ อก ๓๕ ก็ตามแต่จัดว่ามีเสน่ห์อยู่พอตัวในความคิดของข้าพเ้าผู้หญิงหน้าอกจักใหญ่หรือเล็กนั้นไม่สำคัญหรอก หน้าตาสำคัญกว่า(หัวเราะ)แต่ความจริงแล้วข้าพเ้าหลงใหลในเื่ของบุรุษเพศมากกว่า เอาเถิดข้าพเ้าคิดว่าข้าพเ้าคงออกทะเลไปไกลแล้วกระมังเข้าเื่ของข้าพเ้ากับน้อยแลสาวๆทั้ง ๘ ดีกว่า
...
เหล่าสตรีทั้ง ๘ล้วนใที่เห็นข้าพเ้ากับน้อยเช่นเดียวกัน ออมหนึ่งในอัฐสตรีก็เอ่ยถามเราสองคนในบัดดล
“พวกพี่เป็ใครคะ?”
น้อยรีบตอบ
“พวกพี่มาสำรวจดาวพฤหัสกันน่ะจ้ะ”
“อ้าวพวกหนูก็มาสำรวจเหมือนกัน” อุ๋งพูด
“พวกพี่มาจากไหนเหรอคะสำเนียงการพูดดูไม่ใช่คนที่นี่?” อรถาม
“พวกเรามาจากนครศรีธรรมราชน่ะ”ข้าพเ้าตอบ
สาวๆหลายคนร้องโหก่อนที่อิ๋งจักถามขึ้นมา
“ไกลอะพวกหนูมาจากกรุงเทพนี่เอง”
“พวกน้องรู้เื่ดาวพฤหัสกันได้ยังไงจ๊ะ?”
น้อยถามด้วยน้ำเสียงออกแนวชีกอนิดๆ
“จากพี่จงรุ่นพี่ที่คณะ พี่จงเป็คนจันท์ รู้จักที่นี่เป็อย่างดีแล้วพวกหนูสายเที่ยวอยู่แล้วด้วย ก็เลยอยากมา” เอ้ตอบ
ทั้งข้าพเ้าแลน้อยต่างพยักหน้าเมื่อได้ฟังเอ้พูดจบ
“แล้วพวกหนูเดินทางมาที่นี่ยังไงเหรอ”ข้าพเ้าปุจฉา
“พวกหนูนั่งรถตู้จากกรุงเทพมาถึงตัวเมืองแล้วก็เหมารถเข้ามาที่นี่” เอมวิสัชนา
“ว่าแต่พวกพี่ไปโดนอะไรมาทำไมมีปลาสเตอร์ติดทั้งตัว” ออมปุจฉา
“บ้านร้างฝั่งจันทบุรีมันมีแมวเหี้ยเฝ้าอยู่ด้วย”ข้าพเ้าวิสัชนา
สาวๆต่างพากันทำหน้าอึ้งก่อนที่อ้อนจักพูดขึ้นมา
“ทำไมตอนเรามาไม่เห็นเลย”
เมื่อข้าพเ้าแลน้อยได้ยินดังนั้นก็มองหน้ากันอย่างเลิกลั่กก่อนทีน้อยจักจำนรรจ์ไปด้วยน้ำเสียงชีกออีกรอบ
“เหรอจ๊ะน้องๆโชคดีจังเลยนะที่ไม่เจอแมวบ้าพวกนั้น”
“แล้วพวกพี่วางแผนจะไปไหนกันต่อคะ?”อรถามขึ้นมา
“พี่จะไปลานเบียร์ริมชายหาดที่อยู่แถวๆนี้อะจ้ะ”น้อยตอบด้วยเสียงสอง
“พวกหนูสนใจที่จะสำรวจพื้นที่ดาวพฤหัสทั้งหมดมันคงไกลน่าดู”
อุ๋งบอกพวกเราสองพี่น้องด้วยน้ำเสียงกระตือรือร้น
ในขณะที่พวกเรากำลังสนทนาอยู่นั้น มีชายปริศนาใส่ฮูดคนหนึ่งแอบฟังพวกเราอยู่นอกจากเสื้อฮูดที่เขาใส่แล้ว เขายังแต่งกายดูแปลกตาเป็กางเกงที่คล้ายกางเกงสแล็กสีดำ สวมรองเท้าที่คล้ายรองเท้าผ้าใบที่ไร้เชือกผูกรองเท้ามันเป็สีเทา ลายของรองเท้าคล้ายกับลายของแมวลายสลิด อ้อ ข้าพเ้าลืมบอกไปว่าเสื้อฮูดนั้นมีสีน้ำตาล
ในขณะที่อุ๋งพูดประโยคนั้นขึ้นมา
“พวกหนูสนใจที่จะสำรวจพื้นที่ดาวพฤหัสทั้งหมด”
ชายผู้นั้นก็ปรากฏกายขึ้นทันใด
“ช้าก่อน! ชาวโลก”ชายปริศนากล่าว
ทุกคนต่างใที่ชายสวมฮูดปรากฏตรงหน้าก่อนที่เอมจักจำนรรจาขึ้นมา
“คุณเป็ใครคะ?”
ทันใดนั้นชายลึกลับดังกล่าวก็เอาฮูดออกจากศีรษะเผยให้เห็นหน้าตาอันประหลาดจนทุกคนยกเว้นข้าพเ้าอุทานออกมาว่า
“เหี้ยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยย”
ชายผู้นี้ชื่อณัฐวรเป็มนุษย์ต่างดาวชาวพฤหัสบดี อายุอานาม ๒๘ ปี อาจจักดูน้อยแต่ทว่านานเนื่องจากดาวพฤหัสบดีโคจรรอบดวงอาทิตย์ ๑ ปี ใช้เพลา ๔,๓๓๓ วันฉันนั้นชายผู้นี้จึงมีความาุโกว่าข้าพเ้ามากเลยเทียว
ลักษณะหน้าตาประหลาดจนต้องร้องเหี้ยของมนุษย์ต่างดาวณัฐวรเป็ดังนี้: ผิวมีสีน้ำตาลประดุจสีของต้นตะเคียนใบหน้าคล้ายผลมะม่วง รูปทรงของใบหน้าไม่ตรงแต่เอียงขวา หูมีลักษณะคล้ายงวงช้างหน้าผากกว้างราวดอยคำ ดวงตามีลักษณะคล้ายดวงเนตรของมนุษย์แต่กว้างแลใหญ่กว่าปราศจากคิ้วแลขนตา ลูกตาสีเหลืองคล้ายขนมไข่เต่าอยู่บนพื้นหลังสีดำ หรือจักเรียกว่ามีตาสีดำแต่ลูกตาสีเหลืองก็ว่าได้ศีรษะล้านไร้ซึ่งเส้นผม มีเพียงผิวสีไม้ตะเคียนปรากฏอยู่นาสิกมีลักษณะเหมือนจมูกหมู ปากมีลักษณะเหมือนกับปากของ “เพนนีไวส์”ตัวตลกในนวนิยาย IT คือริมฝีปากบาง โอษฐ์กว้างฟันแหลมเรียงเป็ซี่ๆดังทนต์ปีศาจ ส่วนมือ ขา แลเท้าเหมือนกับมนุษย์ทุกประการ
...
หลังจากที่ทุกคนนอกเหนือข้าพเ้าอุทานเป็สัตว์เลี้อยคลานแล้วนั้นมนุษย์ต่างดาวณัฐวรก็แนะนำตัวเองให้พวกเราได้ฟังกันเป็ที่ประจักษ์
“ผมชื่อณัฐวรเป็ชาวดาวพฤหัสบดี หรือที่ๆพวกคุณเหยียบอยู่นั่นแหละ”
“แล้วคุณเข้ามาด้วยจุดประสงค์อันใดเหรอ”น้อยถาม
มนุษย์ต่างดาวณัฐวรถอนหายใจเฮือกหนึ่งแล้วจึงเล่ารายละเอียดให้พวกเราฟังพอสังเขป
“ราว ๕ ปีก่อน พวกเราได้นั่งยานอวกาศมาสำรวจดาวโลกโดยลงจอดที่จังหวัดจันทบุรีแห่งนี้ แลได้พบกับทรัพยากรล้ำค่าของดินแดนแห่งนี้เข้ามันคือใบชะมวงและต้นกระวาน ชาวดาวพฤหัสอย่างเราชื่นชอบพืช ๒ ชนิดนี้มากดังนั้นเราจึงกลับไปยังดาวของเรา แลนำพืชผลเหล่านี้ไปแจกจ่าย ทุกคนต่างชอบกันทั้งนั้นแม้แต่ท่านผู้นำตามประเทศต่างๆในดาวเราเนื่องจากการใช้ยานอวกาศไปดาวโลกเพื่อขนพืชผักไปนั้นค่อนข้างสิ้นเปลืองบรรดาผู้นำประเทศมหาอำนาจของดาวพฤหัสบดีจึงตัดสินใจใช้สุดยอดนวัตกรรมเพื่อเชื่อมโยงดาวโลกและดาวพฤหัสบดีเข้าด้วยกัน โดยใช้บ้านไม้สองแห่งเป็ทางเชื่อมแน่นอนว่าพวกคุณคงสงสัยว่าทำไมระยะห่างจากบ้านไม้มาถึงชายหาดถึงยาว ๑ กิโลเมตรก็เพราะเราไม่้าให้ประเจิดประเจ้อเกินไป”
“ไม่ประเจิดประเจ้อเนี่ยนะ?”อรแทรกขึ้น
“ระยะทาง๑ กิโลมันไม่ไกลเลยนะ คุณควรทำระยะห่างสัก ๒๕ กิโล เหมือนฝั่งดอนสักไปเกาะสมุย”
มนุษย์ต่างดาวณัฐวรทำหน้าอึ้งแล้วพาทีต่อ
“๒๕กิโลเมตร ทำให้เราขนพืชผลลำบาก”
“แต่คุณต้องเดินลุยน้ำทะเล๑ กิโลเพื่อขนใบชะมวงกับกระวานเนี่ยนะ” อุ๋งถามอย่างสงสัยสุดขีด
“ไม่ถึงขนาดนั้นพวกคุณคงรู้จักโมเสสอยู่แล้วใช่ไหม”
“รู้จักทำไมอะ คุณมีไม้เท้าแหวกน้ำทะเลแบบโมเสสรึไง?”
อ้อนถามแบบกระแทกกระทั้น
“ไม่ใช่แต่ก็ใกล้เคียง”
พูดจบมนุษย์ต่างดาวณัฐวรก็ทำท่าล้วงกระเป๋าเสื้อราวกับนักเลงในหนังฤาละครที่ล้วงกระเป๋าเสื้อเพื่อชักปืนยิงตัวละครเอกขณะที่เขาล้วงกระเป๋าเสื้อพวกเราต่างใอย่างสุดขีด กลัวว่ามนุษย์ต่างดาวผู้นี้จักคว้าอาวุธไฮเทคสุดล้ำมาประหัตถ์ปะาพวกเราทั้งสิบ
“เฮ้ย!ทำอะไรน่ะ”
ข้าพเ้าผู้เงียบงันมาสักพักโพล่งถามขึ้นด้วยอาการใจดีสู้เสือ
“นี่ไง”
มนุษย์ต่างด่าวณัฐวรคว้าของที่เหมือนกับรีโมตบังคับวิทยุรถแข่งซิ่งที่เป็ของเด็กเล่นไม่ช้าเขาก็กดปุ่มประหลาดๆบนรีโมตแปลกๆอันนั้น แล้วน้ำทะเลก็แหวกออกมีทางเดินพื้นทรายตรงกลาง
“โอ้โห! เหมือนไม้เท้าโมเสสเลย” เอมอุทาน
“ใช่แล้ว”
เมืุ่์ต่างดาวณัฐวรพูดจบก็กดปุ่มประหลาดๆบนรีโมตนั่นอีกครั้งแล้วทางเดินทรายก็ค่อยๆอันตรธานหายไปด้วยน้ำทะเลที่เอ่อท่วมจากสองฝั่งสถานการณ์กลับมาสู่ปกติวิสัยอีกครั้ง แล้วน้อยก็ถามขึ้นมาว่า
“แมวที่บ้านร้างเป็ฝีมือคุณใช่ไหม?”
“ถูกต้องผมนำมาปล่อยเอง เนื่องจากมีมนุษย์รุกล้ำเขตของเรามากเกินไปเรากลัวจะเป็เื่ใหญ่ระหว่าง ๒ ดาวแต่ทั้งนี้ทั้งนั้นเราได้ให้รัฐบาลปิดเื่นี้เอาไว้แล้วคงมีแต่ชาวบ้านละแวกจันทบุรีเท่านั้นแหละที่รับรู้แล้วไปพูดกันปากต่อปากจนพวกคุณถ่อมาถึงที่นี่”
“แล้วทำไมสาวๆพวกนี้ไม่เจอแมว”ข้าพเ้าถามบ้าง
“ก็ผมเพิ่งเอามาปล่อยตอนที่สาวๆพวกนี้เดินทางข้ามฟากไง”
ข้าพเ้าแลน้อยพยักหน้ากับคำตอบ
“แล้วคุณโผล่มาทำไมตอนนี้?”เอ้ถาม
“ผมแอบฟังพวกคุณอยู่ที่ต้นมะพร้าวตรงโน้นนานแล้วได้ยินว่าพวกคุณจะสำรวจดาวพฤหัสทั้งดาว ผมขอเตือนว่า “อันตราย”เนื่องจากยิ่งเข้าไปในพื้นที่ลึกๆของดาวแห่งนี้เท่าไรออกซิเจนก็จะยิ่งลดลงเท่านั้น พวกคุณอาจตายได้”
“ว้าอดสนุกเลย” อิ๋งอุทาน
“แปลว่าตรงลานเบียร์ใกล้ๆนี่ออกซิเจนยังมีอยู่เยอะสินะ เนื่องจากใกล้ดาวโลก” ข้าพเ้าพาที
“ชาวโลกผู้นี้พูดถูกแล้ว”มนุษย์ต่างดาวณัฐวรเงียบไปครู่หนึ่งแล้วจึงพูดต่อ
“แต่ถ้าพวกคุณอยากไปจริงๆผมสามารถหาหมวกออกซิเจนให้พวกคุณได้”
“วิเศษเลย”อ้อมอุทานขึ้นมาด้วยความดีใจ
ออมหันหน้ามาทางข้าพเ้าแลน้อยพร้อมถามขึ้นมาว่า
“พวกพี่ไปด้วยกันไหมคะ?”
น้อยจึงตอบออมว่า
“ไม่หรอกครับพวกพี่จะไปลานเบียร์ใกล้ๆนี่”
“โธ่!” สาวๆต่างอุทานด้วยความเศร้าใจ
...
ท้ายที่สุดนี้ เราได้แยกกันเป็ ๒ กลุ่มกลุ่มแรกคือข้าพเ้ากับน้อย ซึ่งจักมุ่งไปที่ลานเบียร์ กลุ่มที่สองคือสาวๆทั้ง๘คนพร้อมด้วยมนุษย์ต่างดาวณัฐวร จักมุ่งไปสำรวจดาวพฤหัสบดีทางทิศตะวันออกเราทั้งสองกลุ่มต่างโบกมือบ๊ายบายและโคำว่าลาก่อนจากนั้นแต่ละกลุ่มก็แยกย้ายกันไปตามปลายทางที่ปรารถนา ม่านแห่งความฝันพลันปิดลงมันคงไม่มีเสียงปรบมือเหมือนตอนม่านปิดในละครเวทีเมื่อความฝันจบลงสิ่งที่ตามมาคือการฟื้นขึ้นจากนิทรา ใน่สายของวันที่ ๑๒สิงหาคม ๒๕๖๘ เป็วันซึ่งข้าพเ้าดีใจเพราะมิต้องไปทำงานเนื่องจากเป็วันหยุดแต่ข้าพเ้าก็ดีใจเพียงไม่นาน ก่อนที่ข้าพเ้าจักโดนไล่ออกในวันที่ ๑ ตุลาคมปีเดียวกัน จนว่างงานหลายเดือน
จ๊ะ เสือไบ
๒๙ ตุลาคม ๒๕๖๘
[1] แปลว่า จริงหรือ
[2] แปลว่า แล้วเห็นได้อย่างไร
[3] แปลว่า เหอะปัญญาอ่อนรึเปล่า ถ้าจะไปดาวพฤหัสต้องนั่งยานอวกาศเหาะไปสิมันจะมีรอยต่อกับจันทบุรีได้ไง
[4] แปลว่าแล้วจิ๊จ๊ะได้ข้ามฝั่งไปดูรึเปล่า
[5] แปลว่า ข้ามไปสิ
[6] แปลว่ามึงขึ้นบ้านใครก็ไม่รู้เหรอ
[7] แปลว่า บ้านร้างไม่มีคนอยู่หรอกตา
[8] ต้นพร้าว แปลว่า ต้นมะพร้าว
[9] เล แปลว่า ทะเล
[10] ในที่นี้หมายถึงน้ำตื้นกว่าที่อื่น
[11] แปลว่าให้เดินตะลุยน้ำทะเลไปตรงต้นมะพร้าวนั้น ราวๆ ๑กิโลเมตรเห็นจะได้ก็จะถึงดาวพฤหัสแล้ว
[12] เรินแปลว่า บ้าน
[13] แปลว่าจะไป
[14] อีเห็นในที่นี่แปลว่าจะเห็น ไม่ใช่ตัวอีเห็นที่คล้ายกับชะมดแต่อย่างใด
[15] แปลว่าอร่อย
[16] แปลว่า หนอยแน่จ๊ะมึงกินเบียร์เหรอกินเข้าไปทำไมของมึนเมา
[17] แปลว่าบรรยากาศเป็อย่างไร
[18] หลบแปลว่า กลับ
[19] แปลว่าพรุ่งนี้
[20] แปลว่าจานดาวเทียมใหญ่ๆเยอะแยะ
[21] แปลว่าถ้าแค่กิโลเดียวก็ใช่สิ
[22] แปลว่ารัฐบาลไม่รู้เื่นี้เลยเหรอ
[23] มากหวาแปลว่า มากกว่า