ตอนที่ 12 ความลับในบ้านเก่า
*****ไม่อนุญาตให้นำนิยายไปดัดแปลงหรือเผยแพร่ช่องทางอื่นทุกกรณีนะครับ*****
นับั้แ่ที่เกิดเื่ขึ้นเมอร์ลินไม่เคยกลับไปที่หมู่บ้านไวท์ริเวอร์อีกเลย เพราะกลัวคนในหมู่บ้านจำเขาได้
หากไม่เกิดสถานการณ์บีบบังคับเช่นนี้ไม่แน่ว่าเขาอาจจะไม่กลับไปที่นั่นอีกเลย
ครั้งนี้เมอร์ลินแต่งตัวมิดชิดและเตรียมการเป็อย่างดี
ก่อนหน้านั้นเขาเคยเดินทางมาที่นี่กับจอร์นโดยใช้เวลาทั้งคืน แต่สภาพอากาศในตอนนั้นก็ไม่ได้ดีนัก เขาจึงใช้เวลาเดินทางนานขนาดนั้น ทั้งๆ ที่มันเป็หมู่บ้านข้างเคียงกัน
ตอนนี้เมอร์ลินอายุสิบขวบแล้ว เขามีพละกำลังในการเดินทางที่มากกว่าเดิม อีกทั้งก่อนหน้านี้เขายังได้รับเวทรักษาจากบาทหลวงอามอร์ธ นั่นจึงทำให้สภาพร่างกายของเขาสมบูรณ์
เมอร์ลินใช้เส้นทางเดิมในการเดินทาง ซึ่งนั่นไม่ใช่เส้นทางหลักที่ผู้คนมักจะเดินทางกัน
แม้จะผ่านไปสามปีแล้ว เขาก็ยังกลัวคนในหมู่บ้านไวท์ริเวอร์จะจำเขาได้
เขาได้ลัดเลาะเส้นทางเดินป่าตามที่จอร์นเคยพามา
ต้องรู้ไว้ว่าเมอร์ลินเป็เด็กที่มีความจำดีมากอย่างน่าอัศจรรย์ ทุกสิ่งที่เขาเคยเห็นผ่านตาจะไม่มีวันลืม แม้ว่าเวลาจะผ่านมานานแล้วก็ตาม ความสามารถเช่นนี้ราวกับเป็พร์ที่พระเ้าประธานมาให้
ร่างเล็กย่ำเท้าในเส้นทางเล็กๆ กลางป่า โชคดีที่วันนี้อากาศดีท้องฟ้าปลอดโปร่ง ทำให้แสงแดดไม่ถูกเมฆบัง นั่นจึงทำให้เมอร์ลินสามารถเดินทางได้รวดเร็วกว่าตอนนั้นมาก
เนื่องจากป่าแถวนี้เป็พื้นที่ที่มีมนุษย์อาศัยอยู่ มันจึงไม่มีสัตว์ป่าอยู่ที่นี่มากนัก เด็กน้อยจึงไม่ได้ถูกพวกมันรบกวนในการเดินทาง
จนในที่สุดเมอร์ลินก็มาถึงเนินเขาที่มองเห็นบ้านเดิมของเขา เขาไม่ลังเลที่จะตรงไปที่นั่นทันที
“มันเป็แบบนี้ไปแล้ว ...” เมอร์ลินแทบจะกลั้นน้ำตาไว้ไม่อยู่เมื่อได้เห็นสภาพบ้านของเขาในตอนนี้
ภาพที่เขาเห็นมันคือกองซากไม้ที่ถูกเผาไหม้
ซากบ้านหลังนี้ไม่ได้ถูกเผาจนหมด แน่นอนว่าย่อมเป็เพราะสายฝนและอากาศชื้นในคืนนั้น
อย่างไรก็ตามชาวบ้านก็ไม่ได้สนใจที่จะจัดการมันด้วย แทบจะเรียกได้ว่าหลังจากเกิดเหตุการณ์ในคืนนั้นก็ไม่มีใครกล้ามาที่นี่อีกเลย
นั่นเพราะที่นี่คือบ้านของแม่มด พวกเขาหวาดกลัวในคำสาป
มันถึงกับมีเื่เล่ามากมายที่บอกกล่าวเกี่ยวกับคำสาปแค้นที่อยู่บริเวณบ้านของแม่มด
แน่นอนว่าเมอร์ลินไม่สนใจเื่เ่าั้ เขาเดินไปที่กองซากเศษไม้
“ไม่น่าเชื่อว่าบ้านของเราจะเปลี่ยนไปขนาดนี้” เขากล่าวออกมาด้วยน้ำเสียงที่เศร้าสร้อย
เด็กน้อยเดินเข้าไปพลิกเศษไม้ที่ทับถมกัน เขานั้นหวังที่จะพบกับอะไรที่เกี่ยวกับเวทมนตร์ของเจน
แม้ว่าความหวังที่จะเจอจะมีโอกาสที่น้อยมากก็ตาม
แต่ถึงอย่างนั้นเขาก็ไม่ได้ละความพยายาม
“มันต้องมีสิ มันต้องอยู่ที่ไหนสักแห่ง” เมอร์ลินพูดออกมาด้วยน้ำเสียงที่เหนื่อยหอบ มือน้อยยังคงยกเศษไม้เ่าั้ขึ้นมา
หลายครั้งที่เขาพบกับข้าวของที่ไม่ถูกเปลวเพลิงเผาไหม้ไปจนหมด มันยังมีหลายอย่างที่อยู่ในความทรงจำของเขา
เมอร์ลินเหลือบไปเห็นหุ่นม้าไม้ชิ้นหนึ่งที่ตกอยู่
“เ้านี่ ... มันเป็ของเล่นชิ้นแรกที่พ่อทำให้ฉัน” เมอร์ลินยิ้มออกมาอย่างเศร้าสร้อย
เขาค้นไปค้นมายังเจอสิ่งของในความทรงจำของเขาหลายชิ้น
จนกระทั่ง ...
ตึก!
เมอร์ลินสังเกตเห็นถึงบางอย่างใต้พื้น หากจำไม่ผิดพื้นที่บริเวณนี้มันอยู่ตรงครัวของบ้าน สถานที่ที่แม่ของเขาใช้งานอยู่บ่อยๆ
“หรือว่ามัน ...”
เขาไม่ลังเลที่จะยกซากไม้ต่างๆ ที่มีสภาพเป็ตอตะโกออกไปจากที่นั่น
มือน้อยแทบจะดำเมื่อม และปรากฏาแจากการัั
อย่างไรการกระทำเช่นนี้ก็ไม่ได้เหมาะกับเด็กน้อยวัยสิบขวบเลย แต่ถึงอย่างนั้นเขาก็ยังไม่ละความพยายาม
หากใครมาเห็นพวกเขาจะต้องไม่เชื่อแน่ว่าเด็กน้อยคนหนึ่งสามารถยกซากไม้พวกนี้ออกไปได้
ไม่นานเมอร์ลินก็พบกระดานไม้ที่กระดกออก เผยให้เห็นช่องว่างที่อยู่ด้านใต้
“บ้านของเรามีห้องลับจริงๆ หรอ?”
ฮึบ!
เด็กน้อยใช้ความพยายามเป็อย่างมากในการยกแผ่นไม้นั้นขึ้นมา ยังไงซะตลอดเวลาที่ผ่านมา เขาที่อาศัยอยู่กับอีริกที่เป็คนตัดฟืน ย่อมมีทักษะและพละกำลังอยู่บ้าง
เมอร์ลินในตอนนี้แม้จะร่างเล็กแต่ก็แข็งแกร่งกว่าเด็กทั่วไปเลยด้วยซ้ำ
เขายกแผ่นไม้นั้นออกจนเผยให้เห็นหลุมลึกข้างใต้โดยมีบันไดไม้เล็กๆ พาดอยู่
หัวใจของเมอร์ลินเต้นโครมคราม
มันปฏิเสธไม่ได้ว่าเขาไม่เชื่อว่าแม่ของเขาจะเป็แม่มดจริงๆ แต่เมื่อความลับที่เขาไม่เคยรู้ปรากฏอยู่ข้างหน้า มันก็ปฏิเสธไม่ได้ว่าหัวใจของเขาในตอนนี้รู้สึกหวั่นไหวเพียงใด
ก่อนที่เขาจะออกมาจากบ้านของอีริก เมอร์ลินได้เตรียมการทุกอย่างไว้ครบ ไม่ว่าจะเป็อาหารหรือตะเกียงในการเดินทาง
เมอร์ลินนำตะเกียงออกมาจากสัมภาระ ก่อนจะจุดมันแล้วค่อยๆ ปีนลงไปในหลุมด้วยหัวใจที่เต้นระส่ำ
แสงสว่างของตะเกียงค่อยๆ กวาดผ่านหลุมที่มืดมิด เผยให้เห็นถึงสถานที่ที่เป็ความลับของเจน
เมอร์ลินไม่รู้ว่าทอมผู้เป็พ่อของเขาจะรู้เื่นี้หรือไม่
เมื่อเด็กน้อยลงไปข้างล่างได้สำเร็จเขาก็พบกับสมุนไพรและสัญลักษณ์มากมายที่เขียนติดอยู่บนผนัง
“เธอเป็แม่มดจริงๆ” เมอร์ลินนั้นอดที่จะสะท้านในใจไม่ได้ เมื่อได้เผชิญหน้ากับความจริง
เขาผู้ศรัทธาต่อโบสถ์มาั้แ่เล็กๆ ย่อมรู้ความหมายของการเวทมนตร์ดี
อย่างไรก็ตามจุดประสงค์ที่เขามาที่นี่ก็เพราะ้าช่วยเหลืออีริก
เมื่อทุกอย่างนั้นเป็ความจริงนั่นก็หมายความว่าเขาได้เข้าใกล้เป้าหมายแล้ว
“ฉันต้องหาตำราเวทมนตร์และเรียนรู้มันให้ได้”
เมอร์ลินเดินไปรอบๆ แล้วค้นหาตำราอะไรสักอย่าง แต่ไม่ว่าเขาจะค้นหาอย่างไรเขาก็ไม่พบตำราเวทมนตร์ที่ว่านั้น
นอกจากสมุนไพรแห้งๆ ที่ดูหมดอายุแล้ว มันก็มีแต่อุปกรณ์ในการปรุงยาและแผ่นกระดาษมากมายที่กระจัดกระจาย ซึ่งข้างในนั้นไม่ได้เขียนเป็ตัวหนังสือที่อ่านออก แต่มันเต็มไปด้วยสัญลักษณ์ที่เขาไม่สามารถเข้าใจได้
“หรือว่าพวกนี้จะเป็ตำราเวทมนตร์ แต่ทำไมมันถึงกระจัดกระจายแล้วดูไม่เหมือนเรียงต่อกันเป็เื่ราว ... ที่สำคัญฉันจะอ่านสัญลักษณ์พวกนี้ออกได้ยังไง?”
ภายในหัวของเมอร์ลินนั้นมีแต่คำถาม
ดูเหมือนว่าการเรียนรู้เวทมนตร์นั้นจะไม่ง่ายเหมือนที่เขาคิดไว้
อย่างไรก็ตามเขานั้นได้เหลือบไปเห็นเศษกระดาษที่ดูเก่าแผ่นหนึ่ง ซึ่งมันดูเหมือนจะเป็ ...
แผนที่