ั้แ่เสี่ยวเทียนชกหมัดเดียวใส่ จางชง ก็ไม่มีใครหาญกล้าเข้ามาท้าสู้กับเสี่ยวเทียนอีกเลย ส่วนเสี่ยวเทียนก็เรียนการใช้หมัด โดยอาจารย์ลู่เอินใช้ให้เสี่ยวเทียนต่อยสายลม สายน้ำ ก้อนดิน ต้นไม้ เป็เวลาถึง 1 เดือน จากนั้นก็ฝึกใช้เท้าโดยการเตะสายลม ในน้ำ เตะต้นไม้ เตะหุ่นไม้ เป็เวลา 1 เดือน และยังฝึกการใช้เข่า
ศอก จนสามารถใช้ได้อย่างต่อเนื่อง จากนั้นก็มาฝึกใส่พลังปราณเข้าไปในหมัด ทำให้เกิดพลังหมัดที่รุนแรงมากกว่าเดิมถึงสามเท่า จนเวลาผ่านไป หนึ่งปี
มาวันนี้ อาจารย์ลู่เอิน จะทำการสอนวิธีการใช้พลังจิตให้กับเสี่ยวเทียนต่อ
“ การใช้พลังจิต ก็คือการนำพลังที่อยู่ในสมองส่วนที่ลึกลับที่สุดในศรีษะ นำมาใช้ให้เกิดประโยชน์มากที่สุด ซึ่งพลังจิตมีหลายประเภท โดยพลังจิตประเภทแรกคือการเคลื่อนไหววัตถุชิ้นเล็ก ไปจนถึง วัตถุขนาดใหญ่
ส่วนประเภทที่สองนั้น คือการควบคุมสมองของมนุษย์และเหล่าสัตว์อสูรให้ทำตามคำสั่ง และสามารถตรวจสอบความจำในสมองของมนุษย์ได้ด้วย
ส่วนประเภทที่สาม คือส่งพลังจิตบังคับทำลายสมองคนอื่นให้ะเิแตกตาย ซึ่งชนิดสุดท้ายนี้ต้องมีพลังจิตขั้นสูงสุด
ส่วนประเภทสุดท้าย คือพลังจิตขั้นพระเ้า ซึ่งถ้าฝึกถึงขั้นนี้ได้ เ้าก็คงไม่ใช่มนุษย์แล้วล่ะ
แต่ก่อนที่จะฝึกให้ได้ผลที่ดีตามมานั้น เ้าต้องกินยาสมุนไพรเพิ่มพลังให้จิติญญา ซึ่งที่ข้าััได้ถึงสมุนไพรจิติญญาระดับต้นที่อยู่ใกล้ที่สุด นั้นคือ ดอกบัวสีทองเก้ากลีบหมื่นปี อยู่ทางตอนเหนือของเมืองฉางอัน เ้าเตรียมตัวไว้พรุ่งนี้พวกเราจะเดินทางไปเอามากัน”
“ ขอรับอาจารย”
ณ สำนักเหมยซาน
“จริงรึ เขาอ้างว่าเป็ลูกศิษย์ของเ้าแม่กวนอิม” เ้าสำนักเหมยซานเอ่ยถามท่านแม่เฒ่าลั่ว ที่กำลังมากราบองค์พระแม่กวนอิมพันมือ ที่สำนักแห่งนี้
“ ใช่แล้ว ทีแรกข้าเองก็ไม่เชื่อนักหรอก แต่ว่า ข้าเฝ้าสวดภานาของให้เ้าแม่ประทานชีวิต ของ ลั่วเฉิน ให้ยืนยาว อย่างให้อายุสั้นเหมือนพี่ของเขาทั้งสามคนเลย มาตลอด หมอมากมายหมุนเวียนมารักษาเขาก็ไม่หาย แต่สุดท้าย จู่ๆ ก็มีเด็กน้อยวัยเพียง 5 ขวบ ก็เข้ามาในบ้าน บอกว่า เขาได้รับมอบหมายจากเ้าแม่ ให้มาช่วยปัดเป่า คราวคราะห์ลำดับที่ 5 ให้ แล้วเขาก็ทำสำเร็จ ลั่วเฉินกลับแข็งแรงเหมือนคนปกติอย่างน่าอัศจรรย์ แล้วยิ่งตะลึงไปกว่านั้น เขากลับใช้วิธีอัญเชิญเทพสุริยัน มาปัดเป่า สิ่งชั่วร้ายที่ปกคลุมบ้านตระกูลลั่ว จนหมดไป ั้แ่นั้นผ่านมาแล้วเกือบปี ที่ตระกูลของเรา ก็มีแต่สิ่งดีๆ มาตลอด เ้ารอง ก็ได้ลูกชายเพิ่ม ส่วนแม่ทัพก็รบชนะมาตลอด คนในบ้านก็แข็งแรง ไม่มีใครเกิดโรคภัยไข้เจ็บอีกเลย ข้าเลยต้องกราบขอบคุณพระแม่กวนอิมที่นี่อีกครั้ง” แม่เฒ่าลั่ว เอ่ยกับเ้าสำนักเอ้อเหมย นามว่า ซือไท่ไป๋อี้
“ หากเป็ความจริง ข้าก็อยากเชิญเขามาที่สำนัก ไม่ทราบว่า ท่านจะช่วยเชิญเขามาได้ไหม”
“ ไม่ทราบซือไท่ มีปัญหาอะไรหนักใจอะไรรึ?”
“ เฮ้อ พูดไปแล้ว ก็น่าอายนัก ใครจะรู้ว่าสำนักเอ้อเหมยของเรา ที่ผ่านมาทุกคนที่มาที่นี่ ก็ที่นี่เป็ดินแดนแห่งความบริสุทธิ์ มีเ้าแม่กวนอิม เป็ที่สักการะบูชา
ผู้คนทั้งแผ่นดินแห่มากราบไหว้ที่นี่ เป็จำนวนมากมาย แต่เมื่อสามเดือนก่อน
เกิดฟ้าฝนตกหนัก แผ่นดินถล่มลงมา ทำให้บนยอดเขา ปรากฏเทวรูปโลหะสีดำรูปคล้ายเ้าแม่กวนอิม 8 กรโผล่ออกมาจากแผ่นดิน ขนาดใหญ่กว่าคนทั่วไปสามเท่า พวกเราดีใจกันมาก จึงได้ทำการขุดดินออก แล้วทำความสะอาดรูปโลหะเ้าแม่กันใหม่ แล้วทำทางขึ้นลงใหม่ เพื่อเปิดโอกาสให้คนเข้าไป เคารพสักการะบูชา แต่ว่าหลังจากนั้นไม่นาน ก็มีคนงานที่เข้าไป ทำทางขึ้น เขา ล้วนตายแทบทุกวัน โดยไม่มีสาเหตุ เป็จำนวน สิบห้าคน พวกเราแจ้งทางการ ให้มาตรวจสอบ ก็บอกว่า พวกเขาน่าจะหัวใจวายตายเพราะเหน็ดเหนื่อยจากการทำงาน แต่ว่าคนงานที่เหลือ ต่างไม่มีใครเชื่อ เลยไม่มีใครกล้ามาทำงานนี้อีกเลย”
ซือไท่ไป๋อี้ ถอนหายใจอย่างไม่สบายใจ
“ เื่นี้ ข้าเองต้องไปปรึกษา เขาก่อน เพราะว่าเขายังเด็กแค่เพียง 6 ขวบเอง แล้วยังถูก พวกราชวงศ์จากพิภพที่สาม คอยตามจับตัวเขาอยู่ด้วย ไม่รู้ว่าจะมาได้หรือเปล่า” แม่เฒ่าลั่วก็เอ่ยออกมาด้วยความกังวลเช่นกัน
“ ข้าเข้าใจ แต่ว่าถ้าหากเขาสามารถติดต่อกับเ้าแม่กวนอิมได้ เขาน่าจะติดต่อกับเทวรูปโลหะองค์นี้ได้เช่นกัน พวกเราอยากรู้ว่าท่าน้าอะไร ทุกวันนี้ เวลาหลังเที่ยงคืน จะมีเสียงร้องโหยหวน ดังออกมาจากที่แห่งนั้น อยู่เป็พักๆ ทำให้ ศิษย์ในสำนักต่างไม่เป็อันกินอันนอน แต่ถ้าไม่ได้จริงๆ คงต้องจ้างพวกนักพรต หมอผี มาช่วยแล้ว” ซือไท่ไป๋อี้เอ่ยออกมา แบบไม่รู้จะทำอย่างไรต่อไป
แม่เฒ่าลั่วนึกสภาพ นักพรตมาปราบผี ในสำนักนางชี คงจะแปลกพิลึก !!
วันนี้เสี่ยวเทียนก็บอกกับแม่ว่าจะออกมาซื้อของ ที่ตลาดอีกครั้ง ซึ่งแม่ก็ไม่ห่วงอะไร เพราะรู้แล้วว่าเสี่ยวเทียนนั้นมีท่านเทพเซียนองค์หนึ่งคุ้มครองอยู่ จึงนั่งรถม้ามากับ ต้าเกินเหมือนเดิม
“ ตอนเหนือของเมืองตรงไหน ที่เ้าอยากไป” ต้าเกินถามเสี่ยวเทียนด้วยความสงสัย
“ ที่นั่นมีรูปปั้น เ้าแม่กวนอิมองค์ใหญ่อยู่” เสี่ยวเทียนเอ่ยตามที่อาจารย์บอก
“ อ๋อ สำนักเหมยซาน” ต้าเกินรู้จักเลยบอกให้คนขับรถม้าให้ไปที่ สำนักเหมยซานทันที ไม่นานเท่าไร ทั้งหมดก็มาถึง เชิงเขา ซึ่งทางเดินไปสำนักเหมยซานนั้นต้องเดินขึ้นเขาไป หรือถ้าคนขึ้นไม่ไหว ก็มีคนใช้แคร่หามกันขึ้นไป
“ ขึ้นไปไหว้พระแม่กวนอิม กันก่อน” เสี่ยวเทียนบอกกับต้าเกิน เพราะว่าอาจารย์บอกให้ขึ้นไปบนยอดเขาก่อน แล้ว อาจารย์ลู่เอินก็สำรวจูเาเพื่อหาพิกัด ของดอกบัวทองเก้ากลีบ แต่แล้วลู่เอินก็พบว่า แม่เฒ่าลั่ว กำลังสนทนากับเ้าสำนักเหมยซานอยู่พอดี ลู่เอินได้ยินทั้งสองพูดถึง เ้าแม่กวนอิมโลหะสีดำ เลยลอยส่งจิตััไปตรวจสอบ ก็พบว่าเ้าแม่กวนอิมโลหะสีดำนี้มีปัญหาจริง ๆ แล้วก็พบที่อยู่ของ ดอกบัวทองเก้ากลีบแล้วด้วย
“ ฮ้า แม่เฒ่าลั่วก็อยู่ที่นี่ด้วยรึ?”
“ ใช่แล้ว เ้าเข้าไปหาพวกเขา เ้าสำนักเหมยซานมีเื่ร้อนใจบางอย่าง เ้าบอกท่านไปว่า พระแม่กวนอิมส่งเ้ามาช่วยจัดการเื่นี้”
“ ฮ้า เอาอีกแล้วหรือท่านอาจารย์” เสี่ยวเทียนเอ่ยด้วยความใ
“ รีบเดินไป พอไปถึงก็ทำตามที่ข้าบอก”
เสี่ยวเทียนก็จับแขนของ ต้าเกิน แล้วพุ่งร่างขึ้นเขาไปอย่างรวดเร็ว สร้างความใให้กับ ต้าเกินยิ่งนักไม่คิดว่า เสี่ยวเทียนจะเคลื่อนไหวได้เร็วขนาดนี้
พอเคารพเ้าแม่กวนอิมองค์ใหญ่เสร็จ เสี่ยวเทียนก็เดินไปเข้าไปที่พำนักของเ้าสำนัก แล้วแจ้งชื่อของตนเองออกไป เพื่อขอพบเ้าสำนักเหมยซาน
พอเ้าสำนักรู้ว่า เสี่ยวเทียนมาก็ใยิ่งนัก
“ อะไรนะ เสี่ยวเทียนอยู่ที่นี่แล้วรึ รีบพาเขาเข้ามาเลย” ไท่ซือ ไป๋อี้เอ่ยอย่างดีใจ
“ เขามาได้ยังไงเนี่ย” แม่เฒ่าลั่วเอ่ยอย่างสงสัย
“ อาจเป็เพราะข้าสวดภาวนากับ เ้าแม่ ให้มาช่วยข้าในเื่นี้เช่นกัน” ไท่ซือ ไป๋อี้ รีบกล่าอย่างตื่นเต้น
เทียนกับ ต้าเกินเข้ามาก็คำนับ แม่เฒ่าลั่วกับ ไท่ซือไป๋อี้ทันที
“ เสี่ยวเทียนเ้ามาได้อย่างไรเนี่ย” แม่เฒ่าลั่วถามด้วยความสงสัย
“ เมื่อคืนเ้าแม่กวนอิม ให้ข้ามาหาท่านเ้าสำนักเหมยซาน เพื่อให้ข้ามาช่วยจัดการเื่ เทวรูปโลหะสีดำองค์หลังเขานั่น ขอรับ” เสี่ยวเทียนเอ่ยตามที่อาจารย์บอกทุกอย่าง
“ ฮ้า นี่เป็จริงหรือนี่?” ไท่ซือไป๋อี้ เอ่ยด้วยความตื่นเต้น
“ จริงๆ หรือ เ้าแม่กวนอิมไปบอกเ้าเมื่อคืน” แม่เฒ่าลั่วเอ่ยถามย้ำอย่างตื่นเต้นเช่นกัน
“ ขอรับ ข้าขอไปตรวจดูเทวรูปโลหะสีดำนั้นก่อนได้หรือไม่” เสี่ยวเทียนเอ่ยถามไท่ซือไป๋อี้
“ ได้เลย ข้าจะชี้ทางไปให้เ้าเอง” ไท่ซือกับแม่เฒ่าลั่วเดินออกมาด้านหลัง แล้วชี้บอกว่าอยู่ตรงไหน เสร็จแล้วเสี่ยวเทียนก็ให้ ต้าเกินรอที่นี่ จากนั้นเสี่ยวเทียนก็พุ่งร่างออกไปอย่างรวดเร็ว ไม่นานก็มายืนต่อหน้า เทวรูปแปดกรสีดำ
“ อาจารย์นี่คือ เทวรูปอะไร ข้ารู้สึกว่าแปลกๆ เหมือนมีไอความตาย อยู่ข้างใน”
“ ใช่แล้ว นี่คือเทวรูปปีศาจ ที่สร้างเลียนแบบ เ้าแม่กวนอิม ในเทวรูปนี้มีไอปีศาจอยู่ เ้าถึงััได้”
“ เราจะจัดการยังไงกับมันดีขอรับ”
“ ปีศาจพวกนี้อยู่ในรูปของิญญา ไม่มีร่างกาย วิธีจัดการกับพวกมันต้องใช้อาวุธิญญา ยันต์ คาถา ของวิเศษ หรือไม่ก็พลังแสงสุริยัน แต่พลังจิตของเ้ายังไม่เข้มแข็ง นัก ข้าจะเขียนยันต์ปราบปีศาจให้เ้าไปใช้ก่อน นำมือซ้ายเ้าออกมา” อาจารย์ลู่เอินเขียนอักขระยันต์แปดทิศอันเลื่องชื่อของเทพเจียงจื่อหยาให้ไว้ แล้วใส่อักขระเพิ่มเติมไปอีกหลายตัว
“ นี่คือยันต์ทำลายปีศาจ ข้าดัดแปลงมาจากเป็ยันต์แปดทิศของท่านเจียงจื่อหยา ซึ่งยันต์แปดทิศนั้นเน้นกักขังปีศาจ แต่ยันต์ที่ข้าเขียนให้เ้านั้น ข้าเพิ่มอักขระยันต์ทำลายล้างที่ข้าคิดค้นขึ้น ทำให้ เ้าแค่ใช้ฝ่ามือส่องเข้าไปในร่างของปีศาจ ร่างของพวกมันจะถูกทำลายโดยทันที วิธีใช้ยันต์ เ้าแค่ทำสมาธิ แล้วใส่พลังจิตของเ้า แล้วส่องไปที่ตัวปีศาจ เท่านี้ก็จบ”
“ อาจารย์ข้าจัดการมันเลยได้ไหม” เสี่ยวเทียนอยากลองจัดการกับเทวรูปปีศาจตนนี้
“ ไม่ได้หรอก เวลานี้มันเป็ตอนกลางวัน ไอปีศาจมันกระจายออกไปโดยรอบ รอให้มืดก่อน พอไอิญญามารวมกันที่เทวรูป เราถึงจะจัดการกับมันได้ผลดีที่สุดเวลานี้ พวกเราไป เอาดอกบัวทองเก้ากลีบก่อน มันอยู่ในถ้ำ ด้านทิศเหนือตรงนั้น”
เสี่ยวเทียนพุ่งร่างเข้าไปตำแหน่งที่อาจารย์บอกทันที แต่ว่าพอมายืนหน้าถ้ำแล้วกลับไม่มีทางเข้า
“ อาจารย์มันไม่มีทางเข้าเลย”
“ ด้านซ้ายมือมีก้อนหินสีดำ อยู่ติดผนัง เ้าออกแรกผลักมันเข้าไปประตูถ้ำจะเปิดออกเอง” เสี่ยวเทียนเดินตามไปดูก็เห็นหินสีดำติดอยู่บนผนักจริง ๆ เสี่ยวเทียนจึงดันหินสีดำเข้าไป ประตูถ้ำก็เปิดออกทันที
ข้างในถ้ำมืดมาก เสี่ยวเทียนต้องหาไม้มาทำคบไฟ แล้วค่อยเดินเข้าไป ระหว่างทาง ก็พบกับพวกสิ่งของเครื่องใช้โบราณหลายร้อยปี มีซากศพโบราณอยู่หลายศพ นอนเรียงราย อยู่ด้านใน เหมือนกับว่าพวกเขาาเ็แล้วมาเสียชีวิตที่นี่่ เสี่ยวเทียนเดินไปเรื่อย ก็เห็นผนังถ้ำแต่ละด้านมีรูปดอกบัวสีดำ เขียนอยู่เต็มไปหมด ยิ่งเดินเข้าด้านใน
กลับมีอากาศที่หายใจได้สะดวกยิ่งขึ้น ซึ่งผิดปกติจากถ้ำโดยทั่วไป แล้วไปถึงด้านในของถ้ำ ก็พบกับสระน้ำ ขนาดใหญ่ อยู่ด้านใน ตรงกลางสระมี ดอกบัวสีทองอยู่จริง ๆ ด้วย
“ พบแล้วอาจารย์ ข้าไปเอามาเลยได้ไหม”
“ หยุดก่อน มันมีตัวประหลาดคอยเฝ้าอยู่ อย่าเพิ่งเข้าไป เตรียมเหรียญเงินเอาไว้”
เสี่ยวเทียน นำเหรียญเงินออกมาถือไว้ทั้งสองมือ ขณะที่สำรวจรอบๆ สระน้ำแห่งนี้ แท่นพิธี ตั้งอยู่ด้านขวามือของ สระน้ำ บนแท่นพิธี มีกระบี่ไม้สีดำโบราณตั้งอยู่ บนแท่นมีลูกประคำสีดำวาว กับป้ายทองอีกหนึ่งอันเขียนว่า ลัทธิบัวทมิฬ วางอยู่บนพานอย่างดี
“ เข้าไปหยิบกระบี่ไม้โบราณ กับ ลูกประคำสีดำและป้ายทอง ออกมาจากแท่นบูชาเก็บไว้ก่อน”
เสี่ยวเทียนรีบวิ่งเข้าไปนำทั้งสามสิ่งออกมา ทันใดนั้น น้ำในสระก็ค่อยๆ เดือดปุด ๆ ไปทั่วสระ แล้วก็มี ดวงตาสัตว์น้ำปรากฏขึ้นทั่วสระน้ำ
“ อาจารย์พวกมันคือตัวอะไร”
“ จระเข้ นี่เ้าไม่รู้จักจระเข้หรือไง”
“ ไม่รู้ นี่เพิ่งเคยเห็นครั้งแรก แล้วเหรียญเงินพวกนี้ จะทำอะไรมันได้ ดูแล้วหนังมันหนา มากเลยนะ”
“ เดี๋ยวข้าทำให้บึงนี้กลายเป็น้ำแข็ง เ้าก็วิ่งไปเด็ดเอาบัวสีทองเก้ากลีบออกมาก็แล้วกัน”
“ ทำได้จริงๆ หรือขอรับ”
อาจารย์ลู่เอินไม่ตอบ แต่มีควันปล่อยออกมาจากแขนของเสี่ยวเทียน น้ำในสระก็ค่อยๆกลายเป็น้ำแข็งทันที เหล่าจระเข้ ทั้งหลายที่อยู่ในสระบัดนี้กลายเป็จระเข้น้ำแข็งไปหมดแล้ว
“ รีบไปเอา ก่อนที่ตัวแม่อีกตัวมันจะโผล่ขึ้นมา” อาจารย์รีบเตือน เสี่ยวเทียนเลยวิ่งขึ้นไปบนน้ำแข็ง พอถึงกลางสระ ก็ตัดบัวสีทองขึ้นมาเก็บในถุงมิติ แล้วก็วิ่งกลับอย่างรวดเร็ว ทันใดนั้นเองจระเข้ั์ก็โผล่ขึ้นมา น้ำในสระที่กลายเป็น้ำแข็งไปหมดแล้วแต่ก็ถูกร่างของมันทับบดละเอียดกลายเป็ทางน้ำ แล้วมันพุ่งร่างเข้าหาเสี่ยวเทียนอย่างรวดเร็ว คล้ายโมโหมากที่จู่ๆ ก็มาเอาของรักของหวงของมัน
“ อาจารย์ทำไงดี มันตามมาติดๆ แล้ว” เสี่ยวเทียนส่งเสียงร้องลั่น
“ เด็ดลูกประคำ ออกมา แล้วขว้างใส่มัน” อาจารย์ลู่เอินส่งเสียงบอกออกมา
เสี่ยวเทียนหยิบลูกประคำออกมา แล้ว โยนไปสี่ห้าเม็ด ลูกประคำลอยไปด้านหลัง
ปะทะเข้ากับร่าง จระเข้ กลายเป็ะเิ ตูม ! ตูม ! ตูม ! ตูม ! ตูม ! ร่างของจระเข้ั์ หยุดการเคลื่อนไหว ไปสักพัก แต่ไม่เป็อะไร มันยังเคลื่อนตัวตามเสี่ยวเทียนต่อ แต่ว่า เสี่ยวเทียนถอยออกมาไกลแล้ว รีบหนีออกไปทางหน้าถ้ำ
ส่วนเ้าจระเข้ก็ยังตามไม่ลดละ
“ ไม่ต้องหนีแล้ว หันหลังกลับไป ข้าจะจัดการกับมันเอง ไอ้จระเข้ตัวนี้ ไม่รู้หรือว่ากำลังเล่นอยู่กับใคร” เสี่ยวเทียนหยุดแล้วหันไปมอง จระเข้ ที่ยังคลานสี่ขา พุ่งเข้ามา อาจารย์ลู่เอินส่งเสียงออกมาทันทีว่า
“ ขว้างเหรียญไปทั้งหมดเลย” เสี่ยวเทียนถือถุงเหรียญมีเงินอยู่สี่ร้อยเหรียญ จึงขว้างออกไปทั้งถุง เหรียญกว่าสี่ร้อยเหรียญพุ่งทะลุ ถุงผ้าออกมารวมตัวกันกลายเป็ ดาบโค้งคล้ายวงพระจันทร์ แล้วพุ่งในแนวตรง จระเข้ั์เห็นก็พยายามหยุดตัวเอง แต่ไม่ทันแล้ว มันถูก เหรียญรูปทรงดาบวงพระจันทร์ผ่าเข้ากลางลำตัว ขาดครึ่งท่อน ตายอนาถ
“ โอ้โห อาจารย์ นี่มันพลังอะไรกันเนี่ย” เสี่ยวเทียนเห็นสภาพจระเข้ แล้วใ
“ ก็พลังจิตนั่นแหละ ” อาจารย์ลู่เอินก็ออกมาจาก แขนของเสี่ยวเทียน แล้วตั้งเตาหลอม แล้วใส่พลังไฟเข้าไป พอเตาร้อนได้ที่ จึงนำดอกบัวสีทองเก้ากลีบโยนใส่ แล้วใช้พลังจิต ของตนผสมเข้าไปในสมุนไพร เพื่อทำการหลอมรวม ในที่สุด ก็ปรากฏแสงสีทองอร่ามออกมา เม็ดยาสีทองก็ลอยขึ้นมาหนึ่งเม็ดใหญ่เท่าหัวเด็กน้อย
“ อาจารย์เม็ดยามันใหญ่ขนาดนี้ ข้าจะกินมันเข้าไปได้ยังไง”
“ ใครให้เ้ากินกัน เ้านำไปแตะไว้ที่หน้าผากของเ้า มันจะซึมเข้าไปหัวของเ้าเอง นี่คือยาเม็ดที่ข้าคิดค้นขึ้นเอง เม็ดยาิญญาเม็ดนี้ มีส่วนผสมของพลังจิตของข้าเข้าไปด้วย เ้าจะได้มีพลังจิตที่กล้าแข็งขึ้น รีบดูดซับมันไปซะ”
เสี่ยวเทียนรีบนำมาแตะไว้ที่หน้าผากตนทันที ฟึบ !!!.....