เมื่อได้ยินเช่นนั้นลู่เหย่ก็ยิ่งรู้สึกอัดอั้นตันใจ หากเธอไม่ได้ชอบไช่เหวินเจี๋ยแล้วทำไมก่อนหน้านี้ถึงตามพัวพันไม่เลิกรานั่นก็หมายความว่าเธอคงพึงใจในฐานะอันร่ำรวยของครอบครัวฝ่ายชายเป็แน่
ลู่เหย่สะบัดหน้าเดินกลับเข้าบ้านไปทันที
ชีชีรู้สึกมึนงงอยู่บ้างรักก็ไม่ได้ ไม่รักก็ไม่ได้หรืออย่างไร?
ใจบุรุษนั้นช่างล้ำลึกยากแท้หยั่งถึงจริงๆ
ชีชีเดินตามกลับเข้าบ้านตั้งใจว่าจะเจรจากับลู่เหย่ให้เข้าใจเสียหน่อยเพราะอย่างไรเสียในอนาคตเธอก็ต้องตามเขาไปใช้ชีวิตในเขตพำนักทหารการกระชับความสัมพันธ์ให้ดีจึงเป็เื่สำคัญ
ทว่าลู่เหย่กลับเดินเข้าห้องแล้วปิดประตูใส่หน้าเสียงดัง‘ปัง!’ บานประตูเกือบจะกระแทกจมูกเธอเข้าให้
ชีชีพลันเดือดดาลขึ้นมาทันควันยังไม่ทันจะแต่งงานก็ริอ่านสะบัดสีหน้าใส่เสียแล้ว งานแต่งนี้–
ทันใดนั้นประตูก็เปิดออกอีกครั้งลู่เหย่ยื่นซองจดหมายซองหนึ่งให้ชีชี น้ำเสียงของเขาทั้งเ็าและแข็งกระด้าง“เอาไปใช้ก่อนเถอะ”
ไม่ว่าชีชีจะเป็พวกฝักใฝ่ในลาภยศเงินทองหรือไม่ในเมื่อเขาต้องรับผิดชอบชีวิตเธอ เขาก็ควรจะเป็คนที่เติมเต็มสิ่งที่เธอ้า
ชีชีเปิดซองจดหมายออกดวงตาคู่สวยพลันเบิกกว้างประดุจระฆังทองเหลือง!
ข้างในนั้นมีธนบัตรใบละสิบหยวนรวมแล้วถึงสามสิบใบเชียว!
นี่คือเงินสามร้อยหยวนในยุค70เชียวนะ!
บทจะให้เงินก็ให้ง่ายๆเช่นนี้ แน่นอนว่าเธอรับได้อยู่แล้ว!
งานแต่งนี้...แต่งได้ไม่มีปัญหา
ชีชีเงยหน้ามองประตูห้องที่ปิดลงอีกครั้งคราวนี้เธอกลับรู้สึกว่าบานประตูนี้ดูงดงามขึ้นกว่าเดิมมากทีเดียว
เช้าวันรุ่งขึ้นชีเจี้ยนกั๋วและเหมียวหงออกไปทำงานส่วนลู่เหย่ไปโทรศัพท์แจ้งทางกองทัพเพื่อยื่นรายงานขออนุมัติแต่งงาน
ชีชีนอนห้องเดียวกับชีิเยว่ั้แ่เช้าตรู่ชีิเยว่ก็ยิ้มระรื่นพลางหยิบเงินหนึ่งหยวนออกมาจากกระเป๋า“ชีชี เื่เมื่อวานฉันพูดไม่ดีเอง เธออย่าโกรธเลยนะเอาเงินหนึ่งหยวนนี่ไปซื้อของสำหรับงานแต่งเถอะ”
นี่คิดจะดูิ่ใครกัน?แม้เงินหนึ่งหยวนในยุคนี้จะมีอำนาจการซื้อที่น่าทึ่งแต่หากจะใช้ซื้อของแต่งงานย่อมไม่พอแน่
ชีชีเกือบจะปาเงินใส่หน้าหล่อนไปแล้วแต่ก็นึกขึ้นได้ว่าชีิเยว่ไม่มีทางหวังดีเช่นนี้แน่
ที่หล่อนจงใจเอาเงินออกมาให้ย่อมต้องมีเจตนาจะไล่เธอออกไปพ้นทางเป็แน่ ยัยเด็กนี่คิดจะทำอะไรกัน?
ชีชีรับเงินมาอย่างสงบเสงี่ยมแล้วแสร้งทำตามน้ำเดินออกจากบ้านไป
ตระกูลชีอาศัยอยู่ในหอพักโรงงานรีดเหล็กภายในลานบ้านขนาดใหญ่มีผู้คนอาศัยอยู่ร่วมกันนับสิบครัวเรือนเมื่อถึงเวลาเข้างานลานบ้านจึงไร้ผู้คน
ตอนนี้ชีชีก็ออกจากบ้านไปแล้วในลานบ้านจึงเหลือเพียงชีิเยว่คนเดียว
หากบอกว่าหล่อนไม่ได้คิดจะทำเื่พิเรนทร์อะไรผีก็คงไม่เชื่อ ชีชีกล้าพนันด้วยการยืนกลับหัวสระผมเลยทีเดียว
เธอจึงลอบปีนกำแพงขึ้นไปดูก็เห็นชีิเยว่แบกจอบมุ่งหน้าไปยังบ่อน้ำร้างหลังเขตบ้านพัก
เนื่องจากน้ำในบ่อนั้นเหือดแห้งไปนานแล้วปกติจึงไม่มีใครย่างกรายมาที่นี่ หญ้ารกชัฏขึ้นสูงจนเกือบมิดหัว
ชีิเยว่หยิบเชือกป่านออกมาปลายข้างหนึ่งผูกติดกับขอบบ่อ ส่วนอีกข้างผูกไว้ที่เอวก่อนจะหย่อนตัวลงไปในบ่อนั้นจริงๆ
ชีชีหรี่ตาลง“หรือว่าในบ่อจะมีสมบัติ?”
อย่างไรก็ตามชีชีไม่ได้รีบร้อน ชีิเยว่มีพื้นที่มิติอยู่ในตัวหากมีของดีหล่อนย่อมต้องเก็บไว้ในนั้นแน่
ทว่ามิตินั้นอีกไม่นานก็จะกลายเป็ของเธอแล้วถึงตอนนั้นค่อยๆ สำรวจก็ยังไม่สาย
เพียงครู่เดียวชีิเยว่ก็ปีนขึ้นมาจากบ่อน้ำด้วยสีหน้าอิ่มเอมใจเห็นได้ชัดว่าได้ของตาม้าแล้ว
แต่เธอก็ยังไม่รู้ว่าสิ่งนั้นคืออะไรชีชีรู้สึกกระวนกระวายใจด้วยความอยากรู้เสียจริง
ขณะที่กำลังจะผละจากไปเธอก็เห็นชีิเยว่เดินเข้าไปในห้องของชีเจี้ยนกั๋ว
เนื่องจากไม่ได้ปิดผ้าม่านชีชีจึงมองเห็นได้ถนัดตาหล่อนกำลังรื้อค้นอยู่ใต้เตียงและหลังตู้เสื้อผ้าขนาดใหญ่อย่างขะมักเขม้น
ชีชีหัวเราะจนตัวแทบสั่นนี่กะจะขนสมบัติของชีเจี้ยนกั๋วไปจนเกลี้ยงเลยสินะ?
หากเขารู้ว่าตัวเองเลี้ยงลูกอกตัญญูไว้เช่นนี้ไม่รู้ว่าจะกระอักเืตายไปเลยหรือไม่
ชีชีพอะโลงจากกำแพงก็เห็นลู่เหย่เดินมาแต่ไกล
“บ่ายนี้เราไปจดทะเบียนกัน”
“เร็วขนาดนี้เลยหรือคะ? ไม่ต้องมีการตรวจสอบประวัติทางการเมืองก่อนหรือ?”ชีชีเบิกตากว้างด้วยความประหลาดใจ
“มะรืนนี้ผมต้องกลับเข้ากองทัพแล้ว ทางเบื้องบนจึงอนุมัติเป็กรณีพิเศษน่ะ”
ชีชี“...”
คราวนี้ยุ่งแน่วันนี้เธอจะออกไปไหนไม่ได้เด็ดขาด ต้องคอยจับตาดูชีิเยว่เอาไว้เพราะพื้นที่มิติน้ำพุิญญายังไม่ตกมาถึงมือ จะให้มาล้มเหลวตอนสุดท้ายไม่ได้
“พรุ่งนี้เถอะค่ะ”
“ได้ งั้นก็พรุ่งนี้”
ทั้งคู่เดินเข้าลานบ้านมาพร้อมกันเห็นชีิเยว่กำลังสาละวนทำอาหารอยู่ในครัวพลางฮัมเพลงเบาๆ อย่างอารมณ์ดี
ชีชีเบะปากอารมณ์ดีนักนะ แต่อีกไม่นานหรอก คงได้หัวเราะไม่ออกแน่
ลู่เหย่เลี่ยงเข้าไปเก็บสัมภาระในห้อง
เมื่อชีิเยว่เห็นทั้งสองเดินกลับมาด้วยกันมุมปากของหล่อนก็หยักโค้งเป็รอยยิ้มเย้ยหยัน พลางปรายตามองชีชี“แหม่ ดูท่าทางพวกเธอจะรักกันปานจะกลืนกินเลยนะ”
“ทำไมหรือจ๊ะ เธออิจฉาหรือไง?” ชีชีไม่ได้โอนอ่อนตามย้อนกลับไปอย่างเผ็ดร้อนทันที
“ฉันมีอะไรให้ต้องอิจฉากัน? พี่เหวินเจี๋ยเป็ลูกชายคนเดียวของผู้อำนวยการโรงงานบ้านก็มี รถก็มี ฉันแต่งเข้าไปก็มีเงินทองให้ใช้ไม่หวาดไม่ไหวชีวิตมีแต่ความสุขสบาย จำเป็ต้องอิจฉาเธอด้วยหรือ?”
“หึหึ งั้นก็ขอให้รักกันตราบนานเท่านานนะ”
“ขอบใจสำหรับคำอวยพร ฉันต้องมีชีวิตที่ดีกว่าเธอแน่นอน” ความลำพองใจในดวงตาของชีิเยว่ฉายชัดจนปิดไม่มิด
ทว่าชีชีกลับแค่นยิ้มในใจงั้นก็รอดูต่อไปเถอะ
หลังจากกินมื้อเที่ยงเสร็จชีิเยว่ก็แต่งตัวสวยสะพรั่งก่อนจะออกจากบ้านไป
ชีชีแอบกลอกตาใส่ยัยนี่จะอยู่นิ่งๆ ที่บ้านบ้างไม่ได้หรือไง ช่างน่ารำคาญเสียจริง
ถึงจะบ่นไปอย่างนั้นแต่เธอก็ยังต้องแอบสะกดรอยตามไปอยู่ดี
เป็ไปตามคาดชีิเยว่ไปหาไช่เหวินเจี๋ย และทั้งคู่ก็พากันเข้าไปในป่าละเมาะอีกครั้ง
ในใจชีชีแทบจะร่ำไห้ออกมาเป็สายเืนี่คือสิ่งที่เธอต้องทนรับหรือ? ชีวิตนี้ช่างอยู่ยากเหลือเกินรีบพังๆ ไปสักทีเถอะ!
จะว่าไปทั้งสองคนนี้ก็ช่างขยันขันแข็งกันเสียจริงจนฟ้าใกล้จะมืดแล้วก็ยังไม่มีทีท่าว่าจะเลิกรา
ชีชีกัดฟันกรอด“ไอ้ไช่เหวินเจี๋ยบ้ากามนี่จริงๆ เลย ไม่กลัวจะเสียสุขภาพบ้างหรือไง”
“ทำไมยังไม่ครบยี่สิบสี่ชั่วโมงอีกเนี่ย!!”
ขณะที่ความอดทนของเธอกำลังจะขาดสะบั้นเสียงระบบที่คุ้นเคยก็ดังขึ้นอีกครั้ง
“เริ่มนับถอยหลังโปรแกรมชิงพื้นที่มิติน้ำพุิญญาเสร็จสิ้นขอเชิญโฮสต์ตรวจสอบ”
“เยี่ยม! สำเร็จแล้วใช่ไหม?”
ชีชีเหวี่ยงแขนด้วยความดีใจหากไม่มีคนอยู่แถวนี้ เธอคงจะะเิเสียงหัวเราะดังๆ ออกมาแล้ว
เธอรีบเข้าสู่มิติเพื่อสำรวจทันที
พื้นที่ในมิตินั้นกว้างขวางไม่น้อยภายในมีบ้านทรงจีนโบราณที่มีลานตรงกลาง มีห้องหับถึงสิบสองห้องกำแพงขาวหลังคาสีเทาดำ ดูเรียบหรูและเงียบสงบเป็อย่างยิ่ง
ใจกลางลานบ้านมีบ่อน้ำเก่าแก่ใบหนึ่งซึ่งคงจะเป็น้ำพุิญญาตามที่ระบบบอก ชีชีอดใจไม่ไหวตักน้ำขึ้นมาดื่มคำใหญ่รสชาติน้ำนั้นดีเยี่ยม หวานฉ่ำและสดชื่นไปถึงทรวง
ซ้ำยังรู้สึกถึงความอบอุ่นที่แผ่ซ่านไปทั่วร่างรู้สึกสบายตัวอย่างบอกไม่ถูก
ข้างบ่อน้ำเก่าแก่คือแปลงผักพืชพรรณนานาชนิดกำลังเติบโตงอกงาม
ฟักทองผลใหญ่เท่าหัวพริกหยวกขนาดเท่ากำปั้น ผักกาดเขียวขจี มะเขือยาวเกือบฟุต และอีกมากมาย
ผักชนิดใดที่มีขายในตลาดที่นี่แทบจะมีครบถ้วนทุกประการ
บนต้นท้อหลายต้นยังมีลูกท้อฉ่ำน้ำห้อยระย้าดูน่ารับประทานยิ่งนัก
ที่น่ายินดีที่สุดคือในสระน้ำมีปลาหลี่ว่ายเวียนไปมา แต่ละตัวมีน้ำหนักไม่ต่ำกว่าหนึ่งกิโลกรัมครึ่ง
หลังจากเดินวนรอบลานบ้านแล้วชีชีก็ก้าวเข้าไปในตัวบ้าน
ไม่ดูก็ไม่รู้จริงๆพอได้ดูถึงกับต้องสะดุ้งโหยง
ห้องทั้งสิบสองห้องนอกจากจะเป็ห้องนอนหนึ่งห้อง ห้องรับแขกหนึ่งห้อง และห้องครัวหนึ่งห้องแล้วที่เหลือนั้นล้วนเป็คลังเก็บของทั้งสิ้น
ภายในนั้นอัดแน่นไปด้วยข้าวสารแป้ง น้ำมัน ธัญพืช รวมถึงเนื้อไก่ เนื้อเป็ด เนื้อปลา และอื่นๆ อีกมากมาย
ถึงขั้นมีขนมขบเคี้ยวเครื่องดื่ม และอาหารสำเร็จรูปจากโลกอนาคตด้วย
ไม่รู้จริงๆว่าชีิเยว่ไปสรรหามาได้อย่างไร
ชีชีไม่มีเวลามานั่งครุ่นคิดจิติญญาดวงน้อยในร่างเธอพากันเริงร่าโยกย้ายส่ายสะโพกด้วยความปรีดา
“รวยแล้ว! รวยแล้ว! รวยมหาศาลเลยคราวนี้!”
บนโต๊ะข้างเตียงยังมีเงินสดอีกสองพันหยวนพร้อมกับปึกตั๋วต่างๆทั้งตั๋วอาหาร ตั๋วผ้า ตั๋วถ่านหิน ตลอดจนตั๋วอุตสาหกรรมสำหรับซื้อนาฬิกา จักรยานและจักรเย็บผ้า
เงินและตั๋วเหล่านี้น่าจะเป็ทรัพย์สินทั้งหมดของชีเจี้ยนกั๋วแน่ๆชีิเยว่นี่ช่างร้ายกาจเสียจริง
เพียงแต่ว่าหากหล่อนพบว่ามิติหายไปแล้วและสิ่งที่หล่อนทำมาทั้งหมดเป็เพียงการถวายพานให้ผู้อื่นไม่รู้ว่าหล่อนจะร้องไห้จนตายไปเลยหรือไม่
“ิเยว่ ิเยว่คุณเป็อะไรไป? อย่าทำให้ผมใสิผมไม่ทำแล้ว รีบตื่นขึ้นมาสิ ตื่นขึ้นมาเดี๋ยวนี้!”
การที่ชีิเยว่จู่ๆก็สลบไสลไป ทำให้ไช่เหวินเจี๋ยขวัญเสียไม่น้อย เมื่อครู่ยังปึ๋งปั๋งอยู่เลยแท้ๆตอนนี้กลับหมดอารมณ์ไปจนสิ้น
เมื่อเห็นไช่เหวินเจี๋ยอุ้มชีิเยว่ในสภาพเสื้อผ้าหลุดลุ่ยวิ่งผ่านหน้าไปชีชีก็อดไม่ได้ที่จะเดาะลิ้น “ไม่รู้ว่าหลังจากนี้จะยังใช้งานได้อยู่หรือเปล่านะ”
เมื่อชีชีเดินทอดน่องกลับถึงบ้านเหมียวหงก็นั่งร้องไห้ฟูมฟายอยู่กลางลานบ้าน “ไอ้คนชั่วที่ไหนมันทำแบบนี้?นี่กะจะบีบคั้นให้ครอบครัวเราตายกันไปข้างหนึ่งเลยหรือไง?”
ขณะที่ชีเจี้ยนกั๋วกำลังร่ายยาวพร้อมทำท่าทางประกอบให้เ้าหน้าที่ตำรวจฟังสีหน้าท่าทางกังวลใจอย่างปิดไม่มิด
จะมีก็แต่ลู่เหย่ที่ยืนนิ่งอยู่ด้านข้างด้วยแววตาเย็นเยียบไม่ปริปากพูดแม้แต่คำเดียว
ครั้นเห็นชีชีกลับมาเหมียวหงก็โผเข้าหาหมายจะลงไม้ลงมือกับเธอทันที “นังตัวดีหล่อนใช่ไหมที่ขโมยเงินที่บ้านไป? เอาออกมาเดี๋ยวนี้นะฉันจะตีหล่อนให้ตาย นังเด็กสารเลว เดี๋ยวนี้ใจกล้าถึงขั้นกล้าขโมยเงินเชียวหรือ?”
ตำรวจสอบถามอยู่นานก็ไม่ได้เบาะแสอะไรเมื่อเห็นเหมียวหงปักใจเชื่อเช่นนั้น จึงรี่เข้าไปหาชีชีทันที
“คุณเป็ใคร? มีความสัมพันธ์อย่างไรกับครอบครัวนี้?”
“คุณตำรวจคะ ฉันชื่อชีชี เป็ลูกสาวแท้ๆ ของบ้านนี้ค่ะ” ชีชีจงใจเน้นคำว่า ‘แท้ๆ’ ด้วยน้ำเสียงหนักแน่น“แต่ติดตรงที่ว่าพวกเขาทั้งสองคนรักลูกบุญธรรมมากกว่าเื่นี้คนในลานบ้านเขารู้กันทั่วค่ะ”
“ถ้าอย่างนั้นบอกมาซิ ตลอดบ่ายที่ผ่านมา คุณไปทำอะไรมาบ้าง?”
“ฉันไม่อยู่บ้านทั้งบ่ายเลยค่ะ เงินหายไปตอนไหนฉันยังไม่รู้เลย
อีกอย่างห้องของเธอก็ลงกลอนไว้อยู่ตลอดั้แ่ฉันกลับมาที่บ้านนี้ยังไม่เคยได้ย่างกรายเข้าไปสักครั้งแล้วฉันจะไปรู้ได้ยังไงคะว่าเธอซ่อนเงินไว้ที่ไหน?”
จู่ๆตำรวจก็นึกขึ้นได้ว่ากลอนประตูไม่มีร่องรอยการงัดแงะหน้าต่างก็ยังคงใส่สลักจากด้านใน คนนอกย่อมไม่มีทางเข้าไปได้แน่นอน
ตำรวจจึงถามเหมียวหงด้วยน้ำเสียงจริงจัง“กุญแจห้องนี้มีกี่ดอก?”
เหมียวหงชะงักไปครู่หนึ่ง“สาม... สามดอกค่ะ ฉันกับเจี้ยนกั๋วถือไว้คนละดอกแล้วก็มีที่ิเยว่อีกดอกหนึ่ง”
“ิเยว่คือใคร?”
“เป็... เป็ลูกสาวฉันเองค่ะ”
“งั้นก็ไปถามลูกสาวคนที่ถือกุญแจคนนั้นเถอะครับการแจ้งความเท็จมีความผิดตามกฎหมายนะครับ”
“เป็ไปไม่ได้ ิเยว่จะเอาเงินที่บ้านไปได้ยังไงกัน?” เหมียวหงแย้งขึ้นตามสัญชาตญาณ
ตำรวจขมวดคิ้วปรายตามองหล่อนครั้งหนึ่งแล้วเตรียมจะผละจากไป
ทว่าในตอนนั้นเองซ่งฮุ่ย ภรรยาของผู้อำนวยการโรงงานรีดเหล็ก ซึ่งก็คือแม่ของไช่เหวินเจี๋ยก็ปรากฏตัวขึ้น หล่อนไม่ได้ใส่ใจเลยว่าขณะนั้นเป็สถานการณ์เช่นไรกลับโพล่งออกมาตรงๆ ว่า
“บ้านตระกูลชี ฉันมาเพื่อขอถอนหมั้น ลูกสาวบ้านเธอประพฤติตัวไม่เหมาะสมตระกูลไช่จึงไม่อาจสู่ขอได้!”
‘ตึง!’
เหมียวหงรู้สึกหน้ามืดตามัวจนโลกหมุนคว้างเกือบจะทรุดฮวบลงไปกองกับพื้นในทันที