บทที่ 15 ทำสัญญาพันธนาการและองค์หญิงจักรพรรดิ
หลังจากที่ไป๋เสี่ยวหรูนึกถึงระดับพลังของฉินเทียน นางก็รู้สึกว่าการตกลงรับสัญญาครั้งนี้ไม่ใช่เื่ที่เป็ไปไม่ได้ ขอเพียงนางขยันบำเพ็ญเพียร อีกไม่นานก็น่าจะก้าวข้ามระดับพลังของเขาได้
แม้ว่าเื่นี้จะกลายเป็ความอัปยศไปตลอดชีวิตของนาง แต่เพื่อรักษาชีวิต นางทำได้เพียงอดทนแบกรับความอัปยศนี้ไว้
"ข้าตกลง แต่ท่านต้องรับรองว่าหลังจากผ่านไปหนึ่งร้อยปี หรือเมื่อระดับพลังของข้าเหนือกว่าท่าน ท่านจะยกเลิกสัญญา"
ฉินเทียนย่อมรู้ความคิดของนาง มุมปากจึงยกยิ้มขึ้นเล็กน้อย "ข้ารับรอง"
จากนั้นฉินเทียนก็เริ่มวาดค่ายกลสัญญาที่ระบบถ่ายทอดให้แก่เขา ไม่นานนัก ค่ายกลก็วาดเสร็จสมบูรณ์ บนนั้นเต็มไปด้วยอักขระลึกลับมากมาย
ฉินเทียนกรีดนิ้วของตน แล้วหยดแก่นโลหิตบริสุทธิ์ลงไปหนึ่งหยด
ทันใดนั้นค่ายกลก็เปล่งแสงเจิดจ้า แต่ขนาดของค่ายกลกลับหดเล็กลง เมื่อย่อขนาดจนเหลือเท่ากำปั้น มันก็พุ่งตรงไปยังหน้าผากของไป๋เสี่ยวหรู
ฉินเทียนเตือน "อย่าขัดขืน"
ไป๋เสี่ยวหรูกัดฟันปล่อยให้ค่ายกลเข้าไปในห้วงจิต ตอนนั้นเอง นางรู้สึกว่าตนเองมีความเชื่อมโยงลึกลับบางอย่างกับฉินเทียน อีกทั้งเจตจำนงของฉินเทียนยังสามารถกดข่มนางได้
ติ๊ง!
[ภารกิจทำสัญญานายบ่าวกับองค์หญิงแห่งชิงชิวเสร็จสิ้น]
[รางวัล เคล็ดวิชาระดับจื้อจุน เคล็ดราชันย์จิ้งจอก์]
[รางวัล สมบัติจักรพรรดิขั้นสุดยอด ไข่มุกจิ้งจอก์ สามารถเพิ่มความเร็วในการบำเพ็ญเพียรของเผ่าจิ้งจอก และเพิ่มพลังโจมตีทางเวทมนตร์ของเผ่าจิ้งจอกเป็สองเท่า]
[รางวัล ทักษะยุทธ์ทั้งหมดที่เรียนรู้เพิ่มขึ้นหนึ่งขั้น]
ในพริบตาที่สัญญาเสร็จสมบูรณ์ ฉินเทียนก็ได้รับรางวัล สองรายการแรกน่าจะเป็สิ่งที่เตรียมไว้ให้ไป๋เสี่ยวหรู
ส่วนการเพิ่มระดับทักษะยุทธ์นั้น สำหรับเขาก็ถือว่ายอดเยี่ยมมาก ทักษะยุทธ์ที่เขาใช้ภายในกรงเล็บจู่หลง น่าจะกลายเป็ขั้นหนึ่งแล้ว
น่าเสียดายที่เคล็ดวิชาของเขาอย่างเคล็ดวิชาเนรมิตอิสระ รวมถึงวิชาฝึกกาย กายานิรันดร์า ไม่ได้รับการเพิ่มระดับ เพราะทั้งสองอย่างนี้จัดอยู่ในระบบเคล็ดวิชาบำเพ็ญเพียร ไม่ใช่ทักษะยุทธ์
เมื่อมองดูรางวัลที่เตรียมไว้ให้ไป๋เสี่ยวหรู ฉินเทียนก็นำเคล็ดวิชาระดับจื้อจุน ‘เคล็ดราชันย์จิ้งจอก์’ ออกมายื่นให้ไป๋เสี่ยวหรู "ต่อไปเ้าจงฝึกฝนเคล็ดวิชาเล่มนี้เถอะ รับรองว่าดีกว่าเคล็ดวิชาของเผ่าจิ้งจอกของเ้าแน่นอน"
"ดีกว่าเคล็ดวิชาเผ่าจิ้งจอกของข้าอีกหรือ?" ไป๋เสี่ยวหรูมีสีหน้าไม่เชื่อถือ
"คัมภีร์์เก้าหางของเผ่าจิ้งจอกข้า เป็หนึ่งในเคล็ดวิชาระดับจักรพรรดิที่ยอดเยี่ยมที่สุด ในโลกนี้มีเคล็ดวิชากี่อย่างที่จะเทียบเคียงกับของเผ่าจิ้งจอกข้าได้ ยิ่งไม่ต้องพูดถึงการเหนือกว่าเลย"
อันเมี่ยวหลิงที่กำลังเก็บกวาดโต๊ะอยู่แอบยิ้มออกมา นึกถึงตอนนั้นที่นางเองก็ถูกตบหน้าแบบนี้เหมือนกัน
ฉินเทียนเตือน "เ้าลองดูเองก็รู้แล้ว"
ไป๋เสี่ยวหรูเริ่มเปิดอ่านเคล็ดราชันย์จิ้งจอก์ด้วยความเชื่อครึ่งไม่เชื่อครึ่ง แต่ยิ่งอ่าน ดวงตาของนางก็ยิ่งเบิกกว้างขึ้น นี่คือเคล็ดวิชาที่สร้างมาเพื่อเผ่าจิ้งจอกของพวกนางโดยเฉพาะ
เคล็ดวิชานี้ถึงกับสามารถฝึกฝนจนกลายเป็จิ้งจอก์ได้ ในประวัติศาสตร์หลายแสนปีของเผ่าจิ้งจอก มีเพียงผู้เดียวเท่านั้นที่บรรลุเป็จิ้งจอก์
และจิ้งจอก์ท่านนั้นก็อาศัยโชคชะตาและใช้สมบัติวิเศษจาก์จึงสามารถทะลวงผ่านได้ ดังนั้นจึงไม่มีเคล็ดวิชาสืบทอดต่อกันมา
ความสงสัยค่อย ๆ เปลี่ยนเป็ความตื่นเต้นยินดีที่ไม่อาจปกปิดได้ในดวงตาของนาง หากฝึกจนเป็จิ้งจอก์ การล้างแค้นก็จะเป็เื่ง่ายดายเพียงพลิกฝ่ามือ ถึงเวลานั้นนางก็จะสามารถกลับไปยังชิงชิวได้
ไม่รู้ว่าอ่านอยู่นานเท่าใด เมื่อนางได้สติและคิดจะถามฉินเทียนว่าเคล็ดวิชานี้มาจากที่ใด กลับพบว่าภายในห้องไม่มีใครอยู่แล้ว ค่ายกลกักขังก็หายไป ข้างกายเหลือเพียงเหล้าและเนื้อหนึ่งชาม
นางมองไปรอบ ๆ เมื่อเห็นว่าไม่มีใครอยู่ จึงคาบเนื้อชิ้นหนึ่งขึ้นมากิน หลังจากกินเสร็จ นางก็พบด้วยความใว่านี่คือเนื้อาาอสูร จากนั้นนางจึงดื่มเหล้าตามลงไป
เมื่อกินและดื่มเสร็จ นางก็เริ่มรู้สึกไม่ถูกต้อง ดูเหมือนนางจะถูกหลอกเข้าให้แล้ว! คนที่กินเนื้อาาอสูรและดื่มสุราวานร จะเป็เพียงระดับจิติญญาเคลื่อนไหวจริง ๆ หรือ?
ในตอนกลางคืน นางแอบไปที่ห้องของฉินเทียนเพื่อลอบมอง ฉินเทียนที่กำลังอ่านหนังสืออยู่พบเห็นไป๋เสี่ยวหรูในทันที
เขาสะบัดมือวูบหนึ่ง ประตูเปิดออก และไป๋เสี่ยวหรูที่อยู่หน้าประตูก็ถูกดึงเข้ามาอยู่ในอ้อมกอดของเขา เขาคิดว่าการอ่านหนังสือไปพร้อมกับลูบจิ้งจอกไปด้วยก็ไม่เลว อย่างน้อยััก็ดีกว่าลูบแมว
เขาลูบได้เพียงสองสามครั้ง ไป๋เสี่ยวหรูก็ไม่ยอม "ต่อให้ท่านเป็เ้านายของข้า แต่ก็ไม่อาจหยามเกียรติข้าเช่นนี้ได้นะ!"
นางพยายามขัดขืนอย่างสุดกำลัง แต่ก็ไร้ผล
จากการลูบคลำไม่กี่ครั้ง ฉินเทียนพบว่าบนร่างของจิ้งจอกน้อยตัวนี้ยังมีาแ และไม่ใช่แผลเล็กน้อยด้วย น่าจะเป็ผลจากการถูกทุบตี และการถูกสังเวยหางครั้งแล้วครั้งเล่า หากปล่อยทิ้งไว้โดยไม่รักษา จะกลายเป็ผลเสียเรื้อรัง
"เฮ้อ ข้านี่มันเกิดมาเพื่อตรากตรำจริง ๆ เลย" พูดจบฉินเทียนก็ปล่อยไป๋เสี่ยวหรู แล้วลุกขึ้นมุ่งหน้าไปยังเทือกเขาหมันฮวง
เนื่องจากทักษะยุทธ์ของเขาเพิ่มขึ้นหนึ่งขั้น ครั้งนี้ฉินเทียนจึงดุดันยิ่งขึ้น เพียงกระบวนท่าเดียวก็สามารถตีจนจักรพรรดิอสูรหมดสภาพจนช่วยเหลือตัวเองไม่ได้ ไม่ถึงครึ่งวัน เขาก็เก็บรวบรวมแก่นโลหิตบริสุทธิ์ของจักรพรรดิอสูรได้สามตน
หลังจากฉินเทียนจากไป จักรพรรดิอสูรหลายตนได้นัดพบกัน และตัดสินใจย้ายที่อยู่อาศัย เพื่อรอจนกว่าท่านปราชญ์อสูรจะออกจากด่านบำเพ็ญ แล้วขอให้ท่านล้างแค้นให้
เมื่อฉินเทียนกลับมาถึงยอดเขาฉางเจี้ยน ท้องฟ้าก็สว่างแล้ว ครั้งนี้เขาไม่คิดจะกลั่นยา เพราะตอนนี้ไป๋เสี่ยวหรูอ่อนแอเกินไป
นางเหลือเพียงหางเดียว ซึ่งหางเดียวเทียบเท่ากับระดับสลัดคราบปุถุชน ซึ่งเป็ขั้นแรกของผู้บำเพ็ญ ระดับนี้ไม่สามารถดูดซับพลังงานมหาศาลขนาดนั้นได้ ดังนั้นเขาจึงตัดสินใจสร้างสระยาขึ้นมา
แม้ว่าผลลัพธ์จะด้อยกว่าเล็กน้อย แต่มีความอ่อนโยนและสามารถแช่ได้หลายครั้ง
เขาเริ่มจากขุดสระเล็ก ๆ จากนั้นเติมน้ำิญญา เืจักรพรรดิอสูร และสมุนไพริญญาล้ำค่าบางส่วนลงไป หลังจากเติมครบ เขาก็เริ่มร่ายเวทเพื่อปรับสมดุล ให้ร่างกายดูดซับได้ง่ายขึ้น
เมื่อทุกอย่างพร้อม เขาก็ไปจับตัวไป๋เสี่ยวหรูมา "มาเถิด! เ้านายจะช่วยเ้าอาบ... แช่สระยาแล้ว าแของเ้าจะหายดีในไม่ช้า"
ทันทีที่ไป๋เสี่ยวหรูเห็นสระยา นางก็ััได้ถึงพลังยามหาศาลภายในนั้น แต่เมื่อเห็นฉินเทียนอยู่ข้าง ๆ นางก็เกิดความเขินอาย "ข้าแช่เอง ท่านออกไปก่อนเ้าค่ะ"
"เ้าได้รับาเ็ ระดับพลังต่ำเกินไป หากแช่เองเกรงว่าจะเป็อันตราย" ฉินเทียนพูดด้วยสีหน้าจริงจัง แต่ไป๋เสี่ยวหรูกลับรู้สึกว่าเขาไม่ได้หวังดี
ในขณะที่ไป๋เสี่ยวหรูกำลังลังเล อันเมี่ยวหลิงก็เดินมา "ข้าจะช่วยนางเอง"
"เ้าช่วยนางแช่ยา น่าจะสะดวกกว่าจริง ๆ" เมื่อได้ยินดังนั้นฉินเทียนก็ไม่ดึงดัน หันหลังเดินจากไป
แต่เดินไปได้ไม่ไกลเขาก็หยุดลง และมองกลับไปยังสระยา ตอนนี้อันเมี่ยวหลิงถอดเสื้อผ้าออกจนเหลือเพียงชุดตัวใน เส้นผมสีดำขลับสยายลงบนบ่าทั้งสองข้าง
จมูกโด่งสวย ริมฝีปากแดงเย้ายวน ลำคอขาวนวลราวกับเฟิ่งหวง ทุกอย่างช่างงดงามยิ่งนัก และเมื่อมองต่ำลงไปคือทรวงอกที่อวบอิ่มและเรียวขาที่ยาวระหง
ฉินเทียนรู้สึกว่าจมูกเริ่มร้อนขึ้นมาอีกครั้ง
"ท่านอาจารย์ รีบกลับไปพักผ่อนได้แล้วเ้าค่ะ!"
ฉินเทียนยิ้มอย่างขัดเขินแล้วเดินกลับเข้าห้องของตน ในปากพึมพำว่า "วันหลังควรจัดกิจกรรมแช่น้ำยาให้เหมาะสม จะได้ช่วยในการบำเพ็ญ ระดับพลังของข้าเองก็ควรจะขยับขึ้นบ้างแล้ว"
เขาคิดเช่นนั้น แต่เมื่อเขากลับไปยังเทือกเขาหมันฮวงในภายหลัง กลับไม่พบจักรพรรดิอสูรอีกเลย
หลังจากแช่น้ำยาได้ไม่กี่วัน าแของไป๋เสี่ยวหรูก็หายดี ระดับพลังฟื้นฟูกลับมาเป็จิ้งจอกสามหาง หลังจากนี้เพียงนางฝึกฝนเคล็ดราชันย์จิ้งจอก์ตามขั้นตอนก็เพียงพอแล้ว
ห้าปีต่อมา ฉินเทียน อันเมี่ยวหลิง และไป๋เสี่ยวหรู ใช้ชีวิตบำเพ็ญเพียรอยู่ที่ยอดเขาฉางเจี้ยน โดยไม่ได้ออกไปข้างนอกเลย
ในห้าปีนี้ ระดับพลังของฉินเทียนไม่มีการเปลี่ยนแปลง เพราะยิ่งระดับพลังสูงขึ้น เวลาที่ต้องใช้ก็ยิ่งมากขึ้นตามไปด้วย
อันเมี่ยวหลิงกินยาระดับ์ไปไม่น้อย ประกอบกับสายเืระดับจักรพรรดิของนาง จึงสามารถทะลวงเข้าสู่ระดับสรรค์สร้างขั้นสองได้อย่างราบรื่น
ส่วนไป๋เสี่ยวหรู นางสามารถฟื้นฟูพลังกลับมาเป็จิ้งจอกเจ็ดหางได้สำเร็จ ซึ่งก็เทียบเท่าระดับกึ่งปราชญ์
การที่สามารถฟื้นฟูได้รวดเร็วเช่นนี้ เป็เพราะรากฐานเดิมของไป๋เสี่ยวหรูยังคงอยู่ ไม่เหมือนกับอันเมี่ยวหลิงที่เป็การกลับชาติมาเกิดเพื่อบำเพ็ญใหม่ ซึ่งทุกอย่างต้องเริ่มนับหนึ่งใหม่ทั้งหมด
นอกจากนี้ยังมีเนื้อาาอสูรและสมุนไพริญญาจำนวนมากที่ช่วยส่งเสริมอีกด้วย