ยามนี้ฉินเทียนนั้นไม่มีเวลาคิดแล้วว่า!!!ไอ้หลี่เจียอี้ อดีตมหาเทวะปรมัตถ์ [บัญญัติเจ็ดหางแห่งความตาย] มันสอนอะไรให้บุตรธิดาตัวน้อยของมัน เพราะตอนนี้เหล่าผู้ใช้อิทธิฤทธิ์ทั้งหลายต่างโกรธเกรี้ยวแล้ว
"เดรัจฉานรนหาที่ตายแล้ว"
ผู้บำเพ็ญผู้หนึ่งพูดกล่าวก่อนร่ายมหาอิทธิฤทธิ์ของตัวมัน เมฆเมฆาทั้งหลายก็แปรปรวนทันที ไม่ช้าในกลุ่มมวลเมฆานั้นก็ปรากฏมังกรอัสนีออกมา มันแล่นพุ่งมาทิศทางที่ฉินเทียนยืนอยู่ หากแต่ฉินเทียนก็ยังไม่ทันได้ขยับตัวนั่นเพราะ...
ฉินจวิ้นเสียงดังสนั่นเจ้าบุตรล่ำบึกของมันได้ปาง้าวของตัวมันพุ่งเข้าไปรับอัสนีแทน พร้อมปากกล่าววาจาร้องตะโกนเสียงดัง
"มารดาเอ็งเถอะ ไอ้ลูกสำส่อน"
!!!ตูมมมมมมมมมม
เสียงระเบิดดังสนั่น เหล่าผู้บำเพ็ญทั้งหลายต่างตกตะลึง นั่นเพราะตรงกลางหน้าผากของฉินจวิ้นเจี๋ยนั้นมีตราสัญลักษณ์วิญญาณที่แสดงระดับบำเพ็ญเพียงแค่สีเหลืองอ่อนห้าจุดแต้มเท่านั้น หากแต่ทำไมฤทธาแห่งมันถึงแก่กล้าพอกำราบผู้เป็นถึงกึ่งตำนานได้
เหอซือห้าวบุรุษผู้มีนัยน์ตาข้างเดียว มันรีบขบคิดพร้อมสังเกตการณ์ ในใจมันมีความประหลาดใจอยู่มากหลายนัก จากนั้นมันก็เหลียวมองไปยังผู้ชรานามย่ำฟ้า ตอนนี้มันมีความนัยใจมากล้นเหลือเกิน นอกจากนั้นมันไม่คิดเลยผู้ชรานี้จะยังรักษาทีท่าสงบเยือกเย็นในเวลาเช่นนี้ได้มากถึงเพียงนี้
หากแต่ในความเยือกเย็นนี้ของผู้ชรากลับ...
แอบซ่อนความรุ่มร้อนเกินจะกล่าว ฉินเทียนห่างตากระตุกมองไปยังเจ้าล่ำบึ๊ก บุตรชายวัยเยาว์ร่างใหญ่หน้าแก่ของตัวมัน
'ฉินจวิ้นเจี๋ยเจ้าบุตรล่ำบึ้กของบิดา ใครสอนเอ็งกล่าววาจาหยาบคายเช่นนี้ อย่าบอกนะว่าไอ้เทวะราชันย์สวรรค์มันสอนเอ็งมาแบบนี้' ฉินเทียนคล้ายน้ำตาตกในอีกครั้ง นี้คงเป็นเพราะตัวมันห่างเหินครอบครัวมากเกินไป การปล่อยให้ผู้อื่นเลี้ยงดูบุตร ป้อนข้อมูลผิดๆ ให้เด็กน้อย ฉินจวิ้นเจี๋ยแม้มันจะดูเป็นผู้ใหญ่หากแต่อายุจริงของเอ็งอายุเพียง 13 ขวบปีเท่านั้น เอ็งรู้รึว่าลูกสำส่อนหมายความว่าอย่างไร หากแต่ตอนนี้ฉินเทียนก็ยังกล่าวกับตัวเอง อย่างน้อยสิ่งนี้ก็ยังพอทน มันยังมิได้กล่าวว่าแม่เย็ดออกมา
หากแต่ในไม่ช้า...
"ไอ้แม่เย็ด แน่จริงกล้าออกมาสู้กับข้าตัวต่อตัว เจ้ากล้ารึเปล่า ไอ้สวะจัญไร"
ฉินเทียนแทบกรีดร้อง 'ฉินจวิ้นเจี๋ยบุตรของบิดาเอ็งจะห้าวไปไหน และคำพูดคำจานั่นใครมันสอนเอ็งมา!!!' เมื่อมันคิดดังนี้มันก็มองไปยังสตรีตัวน้อย มันปรารถนาเหลือเกินว่าคำพูดคำจาเช่นนี้จะไม่ออกจากปากของนาง
ไม่ช้าฉินเทียนก็เห็นนางขยับปาก พร้อมชี้ไปที่ผู้บำเพ็ญผู้หนึ่งที่เปิดปากกล่าววาจาสุนัขด่าว่าฉินเทียนก่อนหน้านี้
สายตาของฉินเทียนจดจ้องไปที่ริมฝีปากของเจ้าสตรีตัวน้อยของมัน
อักษรแต่ละตัว คำแต่ละคำที่กำลังจะออกจากปากของนางราวกับภาพซูเปอร์สโลโมชั่นสำหรับมัน
"ไ...อ....อ้....แ...ม่...เ....ย"
ไม่ช้าฉินผิงสตรีตัวน้อยก็พบว่ามีมือข้างหนึ่งของบิดาได้ปิดปากของนางไว้ ฉินเทียนเกือบมีน้ำตาไหลออกมา บุตรชายของมันกล่าววาจาหยาบกระด้างมันยังพอทำใจทนหากแต่... หากแต่เมื่อเป็นสตรีตัวน้อย... หัวใจแห่งบิดาของมันรู้สึกเกินทน เกินทนจริงๆ
ฉินเทียนอุ้มฉินผิงขึ้นพร้อมเอามือปิดปากนางไว้
พร้อมกับมีเสียงของผู้บำเพ็ญระดับกึ่งตำนานร้องตะโกน "แค่สวะต่ำต้อยผู้เดินดิน!!!ได้ ข้ารับคำท้าของเจ้า หากแต่ถ้าเจ้าสามารถโบยบินมาได้ละนะ ฮะฮา..." หัวเราะได้เพียงครู่เดียวสิ่งไม่คาดคิดก็เกิดขึ้น
ตูมมมมมมมมมมม เสียงระเบิดอากาศดังฉินจวิ้นเจี๋ยร่ายอิทธิฤทธิ์ปกคลุมตัวเองรอบหนึ่ง ก่อนจะกลายร่างเป็นเพลิงสีทอง ก่อนจะพุ่งตัวด้วยความเร็วเหนือเสียงปล่อยหมัดซัดเข้าใส่ใบหน้าของผู้บำเพ็ญกึ่งตำนาน ภาพนี้สร้างความตกตะลึงให้ทุกผู้คน
"ไอ้พวกลูกสำส่อนใครจะเป็นคนต่อไป เข้ามา!!! เข้าสู้กับบิดา บิดาจะอัดปากสามหาวของเจ้าทุกผู้ตน ให้มันได้รู้กันไปว่าจะมีใครกล้าสามหาวเปิดปากสุนัขอย่างไม่คิดอีก"
เหล่าผู้บำเพ็ญได้ยินเช่นนี้ก็คล้ายโกรธแค้น เลือดขึ้นหน้ากันเป็นทิวแถว สบสายตากันสองสามที ก็มีผู้ร่ายฤทธิ์วูบวาบ พร้อมกลายร่างเป็นสัตว์วิญญาณเข้าห่ำหันกับเด็กน้อยฉินจวิ้นเจี๋ย
"!!!ดี เข้ามาไอ้แม่เย็ด ไอ้พวกลูกสำส่อนทั้งหลาย"
ตอนนี้เสียงอิทธิฤทธิ์ดังก้องท้องนภาครั้งแล้วครั้งเล่า หนึ่งสัตว์วิญญาณ ปะทะหนึ่งร่างบุรุษผู้มีเพลิงทองคำเป็นอาวุธ ทั้งสองฝ่ายพุ่งปะทะสัประยุทธ์กันด้วยฤทธาไม่หยุด ฉินจวิ้นเจี๋ยยิ่งสู้ยิ่งคึก ฟาดง้าวห้ำหั่นสะใจเป็นที่สุด ราวกับว่ามีความแค้นมิอาจจะอยู่ร่วมโลกกับพวกมัน และด้วยเพราะมีเกราะระดับเทวะของชาวสวรรค์ การต่อสู้นี้ตัวมันจึงไม่เสียเปรียบมากนัก
ในตอนนี้ผู้เป็นหัวหน้าแห่งผู้บำเพ็ญคล้ายสังเกตเห็นอะไรบางอย่าง ในที่สุดมันก็รู้ตัว
"ไอ้ตัวโง่งม เจ้าอย่าได้ประมาณมัน ไอ้บุรุษผู้นี้มันสวมใส่สมบัติวิเศษอยู่" กล่าวจบมันก็ส่งเสียงจิต เวลานี้มิใช่เวลามาเล่นกัน ไม่ช้าผู้บำเพ็ญครึ่งร้อยก็มิกล้าทำเป็นเล่นอีก
ต่างพากันแยกตัวเข้าล้อม สิบคนที่อยู่ใกล้กับฉินจวิ้นเจี๋ยเจ้าบุตรล่ำบึ้กของฉินเทียนในที่สุดต่างก็พร้อมใจกันร่ายฤทธา แสดงอิทธิฤทธิ์หมายสังหาร
หากแต่ตัวมันฉินจวิ้นเจี๋ยกลับมิเกรงกลัวแม้แต่น้อย มันร้อง!!!หึ คำหนึ่ง ด้านหลังของมันก็คล้ายปรากฏเป็นง้าวยักษ์ขนาด 50 จั้ง มันแย้มยิ้มก่อนฟาดง้าวนี้ปะทะกับผู้ร่ายอิทธิฤทธิ์ทั้งสิบคน
!!!ตูมมมมมมมมมมมมมมม
เสียงระเบิดราวกับวันสิ้นโลก แสงสีทอง และแสงอิทธิฤทธิ์นับสิบสายปะทะกัน ร่างของฉินจวิ้นเจี๋ยกระเด็น ก่อนลอยกลับมาทางฉินเทียน เกลือกกลิ้งอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะยันกายขึ้น หมอกควันเพลิงจากอิทธิฤทธิ์ยังติดตัวส่งกลิ่นเหม็นไหม้มาอยู่เลย ฉินจวิ้นเจี๋ยมันไอออกมาสองสามที ก่อนหันมามองหน้าของฉินเทียน
"ท่านพ่อจวิ้นเจี๋ยสู้พวกมันไม่ได้แล้วขอรับ จวิ้นเจี๋ยหมดแรงแล้ว และก็หิวมากๆ ด้วยขอรับท่านพ่อ ท่านพ่อมีอะไรให้จวิ้นเจี๋ยกินสักหน่อยไหมขอรับ"
ฉินเทียนมิอยากพูดจามันพลิกมือให้เจ้าบุตรชายตัวดีซาลาเปาสวรรค์ก็ปรากฏตรงหน้ามัน
ฉินเทียนมองชุดเกราะรบของเจ้าบุตรชาย นับว่าแต้มบุญที่มันเสียไปนั้นช่างคุ้มค่า เหล่าอิทธิฤทธิ์ 8 สาย จาก 10 สายที่ทะลุผ่านซึ่งอานุภาพแห่งง้าวฤทธาของเจ้าบุตรชายวัยเยาว์ของมันมาได้นั้น ต่างถูกเกราะรบสลายอำนาจแห่งฤทธาไปได้เกือบหมด ความเจ็บปวดของเจ้าตัวน้อยวัยเยาว์จึงมีแค่อาการแน่นหน้าอกจางๆ เท่านั้น
ฟิว...........
เส้นพลังอิทธิฤทธิ์สายหนึ่งพุ่งเข้ามา มันรวดเร็วยิ่ง หากแต่กลับมองเห็นได้ยากนัก เพราะมันเล็กเท่าเพียงเข็มเย็บผ้าเท่านั้น หากแต่อานุภาพของมันกับมากพอสังหารผู้บำเพ็ญระดับกึ่งตำนานได้เกือบจะในทันทีที่แทงทะลุเนื้อหนัง นั่นเพราะ...
ฉินเทียนย่างก้าวพริบตาไปอยู่ด้านหลังฉินจวิ้นเจี๋ยเจ้าบุตรชายตัวดี ก่อนจะใช้นิ้วคีบสมบัติวิเศษที่ร่ายฤทธาควบคุมเอาไว้อยู่ ปลายหัวของมันมีกลิ่นเหม็นของพิษแผ่พุ่งออกมาสัมผัสได้อย่างเด่นชัด ฉินเทียนเหลียวมองไปยังผู้บำเพ็ญที่กระทำ...
จิตสังหารแผ่พุ่ง
มีบางสิ่งบางอย่างที่ตัวมันมิยอมให้ใครมาแตะต้องได้
มันปล่อยให้บุตรตัวน้อยเล่นสนุกมานาน ส่วนหนึ่งก็เพราะอยากเห็นผลลัพธ์ของการฝึกฝนของทั้งสอง หากมิมีอันตราย มันย่อมมิกังวล หากแต่เข็มพิษนี้... มันกลับทำให้ตัวมันโกรธเกรี้ยวแล้วจริง
ติ ตึก ติ ตึก แผ่นดินราวกับกำลังแตกออกอย่างช้าๆ เศษก้อนหินดินหญ้าทั้งหลาย ในชั่วครู่คล้ายกับไร้น้ำหนัก ลอยเหนือพื้นดินราวคืบวาเสมือนหนึ่งว่า ณ ตอนนี้โลกหล้าไร้ซึ่งแรงโน้มถ่วงใดๆ
กาลเวลาโดยรอบคล้ายเชื่องช้า
เหล่าผู้บำเพ็ญทั้งห้าสิบตอนนี้ ราวกับว่ามันได้พบกับพญามัจจุราช
จะสั่นกลัวก็ดูจะช้าเกินไป
จะหลีกหนีก็คล้ายจะไม่ทันการ
ฉินเทียนยกมือที่ปิดปากเจ้าตัวน้อยฉินผิงขึ้น ปิดนัยน์ตาของเจ้าตัวน้อยเอาไว้
ส่วนเจ้าบุตรชายล่ำบึ้กนั้นตอนนี้ยังหันหลังให้เหล่าผู้บำเพ็ญอยู่
!!ดังสนั่นกึก นิ้ว ของหัวหน้าผู้บำเพ็ญผู้ใช้ฤทธาบังคับเข็มพิษถูกบิดขาด ทั้งสิบนิ้วในทัน
!!ดังสนั่นกึก ข้อเท้า ข้อมือ ถูกบีบหันหั่นขาดสิ้น โลหิตก็โพยพุ่ง
หากแต่หยาดโลหิตยังไม่ทันได้กระเซ็นดี
!!!กึก กึก ข้อเข่า ข้อศอก ก็ถูกบิดหัน ความเจ็บปวดเหล่านี้เกินจะกล่าว
!!!กึก กึก กึก กึก กึก กึก และในอีกเสี้ยววินาทีต่อมา ส่วนที่เหลือทั้งหลายก็ถูกบิดม้วน เสียงบดขยี้เนื้อหนังและกระดูกดังก้องไปทั่ว
ศีรษะของหัวหน้าผู้บำเพ็ญลอยเคว้งกลางอากาศทุกอย่างช่างเกิดขึ้นเร็วจนเกินบรรยาย
หากแต่สำหรับผู้บำเพ็ญทั้งหลายภาพเหล่านี้ช่างแจ่มชัด
ร่างวิญญาณของหัวหน้าผู้บำเพ็ญคล้ายหวาดกลัว ตอนนี้มันยังไม่ตกตายอย่างแท้จริง มันอยากหนีให้ไกลจากที่แห่งนี้เหลือเกิน หากแต่ตัวมันยังไม่ทันได้หนี มันก็เห็นว่ารอบร่างวิญญาณของมันคล้ายมีเส้นไหมเกาะกุมอยู่ ไม่ช้าก็มีเสียงบุรุษชราที่น่าหวาดกลัวดังมาแต่ไกล
"ในเมื่อไม่รับเมตตาจากเราผู้ชรา เช่นนั้นก็รับโทสะจากเราเสียเถอะ"
.
.
.
ไม่ช้าเสียงกรีดร้องจากหนึ่งดวงวิญญาณของผู้บำเพ็ญก็กรีดร้องดัง ความทรมานนี้มากเสียยิ่งกว่าตาย
"อ๊าาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาา ขอท่าาาาาาาน อาาาาวุโส โปรดเมตตา อ๊าาาาาาาาา"
ดวงวิญญาณของมันบิดเบี้ยวไปมา พร้อมสั่นสะท้าน ขดตัวหงิกงอไปมาไม่หยุด ไม่ว่าใครเห็นก็รู้ว่าตอนนี้มันผู้นี้ทรมานแค่ไหน
ฉินจวิ้นเจี๋ยได้ยินเสียงก็คล้ายอยากจะหันกลับมาดู
หากแต่ไม่ช้าฉินเทียนก็พูดกล่าว พร้อมใช้เคล็ดวิชา [หุ่นเชิดวิญญาณ] ตรึงร่างของบุตรชายวัยเยาว์ของมันไว้
"ลูกจวิ้นเจี๋ยเจ้ายังเด็กเกินไปสำหรับการเห็นภาพเช่นนี้ ให้บิดาเป็นผู้กระทำคนเดียวเถอะ"
ฉินจวิ้นเจี๋ยเมื่อมันได้ยินเช่นนี้มันก็ได้แต่พยักหน้า พร้อมเชื่อฟังผู้เป็นบิดา
.
.
.
ในตอนนี้เหล่าผู้บำเพ็ญทั้งหลายพลันได้สติ เมื่อขบคิดดีๆ ก็จะพบว่า กลางมหาสมุทรอันกว้างใหญ่ ในดินแดนที่ห่างไกลผู้คนเช่นนี้ กับมีสถานที่ที่ราวกับเทวสถาน มีหมอกเซียนอันวิเศษรายล้อม มีสตรีงดงามราวนางสวรรค์เป็นผู้รับใช้ใกล้ตัว
ผู้ที่อยู่ในสถานที่แบบนี้จะเป็นคนธรรมดาได้หรือ
หากเหล่าผู้บำเพ็ญปรารถนาจะสร้างหมอกเซียน ดวงแก้วแห่งแรงศรัทธากี่แสน กี่ล้านลูกจึงมากพอให้เอามาใช้สร้างหมอกเซียนแบบนี้
และผู้ทำแบบนี้ได้ในโลกใบนี้จะต้องเป็นตัวตนแบบไหน
ไม่ช้าเหล่าผู้บำเพ็ญทั้งหลายที่ได้สติ แม้มือสั่น เท้าสั่นจากจิตตานุภาพเมื่อครู่ของบุรุษชรา มันก็พยายามบังคับร่างและปากให้พูดกล่าว
"ขะ ขะ ขอ ท่าน ผู้..อาาา...อาวุโสเมตตา"
.
.
.
ฉินเทียนจดจ้องไปที่เหล่าผู้บำเพ็ญทั้งหลาย
ไม่ช้ามันก็กล่าววาจา
"มีบางเรื่องที่เราย่ำฟ้ามิอาจจะให้อภัย หากแต่พวกเจ้าก็ได้ละเมิดมันไปเรียบร้อยแล้ว"
"บุตรของข้าย่ำฟ้า มิว่ามันเป็นผู้ใด หากมันผู้ใดกล้าคิดร้าย ชีวิตของมันผู้นั้น จำต้องดับสูญ ไม่มีข้อยกเว้น!!!"
.
.
.
!!!กึก กึก กึก กึก กึก กึก ซ่าาาาาาาาาาา
ร่างกายโบกสะบัดบิดเบี้ยว
"อ๊าาาาาาาาาาาาาาาาาา"
เสียงกรีดร้องดังสนั่น
ไม่ช้าเสียงบิดหักกระดูกก็ดังไปทั่ว เสียงกรีดร้องก็ดังระงม
49 ผู้บำเพ็ญที่เหลือตอนนี้ต่างต้องตกตาย มีสภาพน่าอดสู่กันทุกผู้คน
.
.
.
และเพราะภาพเหล่านี้มันน่าอดสู่จนเกินไป ฉินเทียนจึงใช้ฤทธาแห่งมันสร้างเปลวอัคคีเผาทั้งหมดเสีย ไม่ว่าจะเสื้อผ้าหรือเลือดเนื้อ
หากแต่ครั้งนี้มันมิลืมปล้นชิง
กำไลสมบัติทั้งหลายถูกร่ายฤทธิ์ไอน้ำบริสุทธิ์ไม่ช้าก็ปกคลุม ชำระคราบเลือดและโลหิตจนหมดสิ้น
.
.
.
ตึง ตึง ตึง ตึง ตึง
ไม่ช้าเสียงของระบบศาลเทพสวรรค์ก็ร้องเตือน ภารกิจ ปราบเหล่าผู้ต่ำทรามสำเร็จอีกครั้ง แต้มบุญในครั้งนี้คือ 59 ล้านแต้มบุญ หากแต่ช่างน่าเสียดาย เพราะแต้มบุญทั้งหลายถูกระบุเป็น [แต้มบุญที่ใช้เพื่อผู้อื่น] ทั้งหมด เหตุผลก็เพราะอานุภาพแห่งอิทธิฤทธิ์ที่ใช้ ได้มาจากศาลเทพสวรรค์ขยายอานุภาพแห่งตัวมันเข้าสู่ระดับชาวสวรรค์
[ยินดีด้วยท่านทำภารกิจสังหารผู้เข้าสู่วิถีมารสำเร็จ ท่านได้รับ 59 ล้านแต้มบุญ โปรดยืนยันพร้อมกดปุ่มรับ]
.
.
.
เหอซือห้าวผู้ได้เห็นเหตุการณ์ทั้งหมด ตอนนี้แม้มีปากมันก็มิรู้ว่าจะพูดกล่าวอะไร
ท่านย่ำฟ้าผู้นี้น่าหวาดกลัวจนเกินไป
ภาพลักษณ์แย้มยิ้มและกล่าววาจามีเมตตาเมื่อครู่ คล้ายถูกแทนด้วยภาพมหามัจจุราช ภาพนี้มันได้ย้อมในจิตใจของเหอซือห้าวและคนของมันจนหมดสิ้นแล้ว
.
.
.
ฉินเทียนกลับมามีใบหน้ายิ้มแย้มกำไลวิเศษ 50 ชิ้น ลอยอยู่ตรงหน้ามัน
หากแต่มันก็รู้สิ่งเหล่านี้มันมิอาจจะเป็นเจ้าของได้ และเพราะแบบนั้น
"บุรุษผู้บำเพ็ญจากแดนไกล ในเมื่อได้พบกันแล้วก็นับว่าเป็นวาสนานัก ที่นี่ตอนนี้ก็มีเพียงตัวข้าย่ำฟ้าผู้ชราอยู่อาศัยกับบุตรตัวน้อยและผู้อื่นอีกจำนวนหนึ่ง พ่อบ้านดูแลยังมิมี คนปัดกวาดเช็ดถูก็มิมี นับว่าขาดคนใช้สอยยิ่งนัก..." เมื่อฉินเทียนพูดกล่าวถึงตรงนี้ มันก็ยื่นหน้าแย้มยิ้มไปทางเหอซือห้าว และเหลียวมองไปยังคนทั้งหลาย
ที่ต่างเป็นผู้บำเพ็ญระดับสูงมีทั้งเหนือตำนานและกึ่งตำนาน
ไม่ช้าเหอซือห้าวก็รีบพูดกล่าว "ท่านผู้อาวุโสช่างเมตตาเหอซือห้าวนั้นชำนาญด้านการดูแลบ้านเรือนนัก ปกติอยู่ตำหนักของตัวเองมีบริวารหนึ่งหมื่น ผู้ศรัทธาอีกล้านกว่า เหอซือห้าวผู้นี้เป็นผู้จัดการด้วยตัวเองทั้งนั้น ไม่คิดเลยวันนี้ความรู้ที่สะสมจะได้พบเจอหน้าที่ในฝันที่อยู่ในใจมาแสนนาน ตำแหน่งพ่อบ้านดูแลเหอซือห้าวผู้นี้ขออาสาได้หรือไม่ ยามวัยเด็กก็ตั้งใจบำเพ็ญหวังว่าโตขึ้นจะได้เป็นพ่อบ้านดูแลบ้านเรือนให้ผู้อื่น พร้อมรับใช้อย่างซื่อสัตย์ วันนี้ความฝันของเหอซือห้าวนับว่าสำเร็จแล้ว"
ฉินเทียนหัวเราะสองสามทีก่อนพยักหน้ารับ
ไม่ช้าในที่ใกล้ๆ กัน ก็มีหนึ่งผู้บำเพ็ญอีกคนก้าวเท้ามาข้างหน้า คุกเข่าพร้อมพูดกล่าวขึ้น
"พอดีเลยเช่นกันขอรับข้าเหอซีจือบำเพ็ญตบะชำนาญฤทธาวิเศษด้านควบคุมสายฝน น้ำ ลำธาร นอกจากนั้นศาสตร์แห่งพฤกษานานาพันก็รอบรู้ยิ่ง ตำหนักใหญ่โตของผู้อาวุโสมีตำแหน่งในฝันของข้าน้อยเช่นกันงานชำระเช็ดถูทำความสะอาดนี้ ข้าเหอซีจือตามหางานที่เหมาะสมกับตัวมานานแล้ว ยามเด็กใฝ่ฝัน เมื่อเป็นยอดผู้บำเพ็ญหวังมีตำหนักใหญ่โตให้ได้ใช้ฤทธาเช็ดถูกทุกวี่วัน ไม่คิดวันนี้จะได้ดังหวัง เหอซีจือขอถือโอกาสหวังว่าท่านผู้อาวุโสจะเมตตาให้ข้าได้เป็นบ่าวผู้เช็ดถูกให้แก่ท่านด้วยเถอะ"
ไม่ช้า จูๆ ศาลเทพสวรรค์แห่งนี้ ก็มีเหล่าข้ารับใช้ นอกจากนั้นยังมีพ่อบ้านอีกด้วย แต่ละคนระดับการบำเพ็ญไม่ธรรมดาเลย
ฉินเทียนหัวเราะขบขัน
ไอ้พวกเวรตะไลนี้ช่างรู้จักสอพลอ พวกเอ็งคงกลัวตายกันมากใช่ไหม อยู่ดีๆ ก็มีความฝันในอาชีพแปลกประหลาดทั้งหลายกันอย่างพร้อมเพรียง
คิก คิก คิก ฉินเทียนหัวเราะในใจ ตลกกับท่าทางและสีหน้าของพวกมันแต่ละคนยามขอรับตำแหน่งงานที่มันพูดกล่าวออกมาเล่นๆ
หากแต่ไม่ช้าอยู่ๆ ระบบศาลเทพสวรรค์ก็ร้องเตือน...