ตอนที่2
ในถ้ำแห่งหนึ่งในหุบเขามรณะยามนี้ได้มีหนึ่งร่างของเด็กหญิงที่นอนนิ่งและยังมีจิ้งจอกอีกสองตัวสีขาวและสีดำนอนจำศีลเฝ้าร่างกายของเด็กหญิงไว้อยู่ไม่ห่างไปไหน มันเป็เช่นนี้มานานกว่าสองปีแล้วนับั้แ่ที่จิ้งจอกทั้งสองตัวนำร่างเด็กหญิงกลับมาด้วย
เนื่องด้วยทั้งสองนั้นรู้ดีว่ากว่าที่เด็กน้อยตรงหน้าของพวกมันจะตื่นขึ้นมาอีกครั้งก็คงนานนับปี และที่พวกมันต้องนำร่างเด็กตรงหน้ามาเฝ้าดูแลรักษาไว้ก็เป็เพราะเด็กคนนี้คือเ้านายของมันนั่นเอง หากมีใครสงสัยว่าพวกมันนั้นได้เด็กน้อยไปเป็เ้านายตอนไหนก็บอกได้เลยว่าก็นับั้แ่เด็กน้อยลืมตาขึ้นมาเจอพวกมันอย่างไรเล่า ด้วยสัญญาเดิมที่มีมาทำให้พวกมันเฝ้ารอเด็กหญิงมาตลอดเมื่อเ้านายกลับมาพวกมันก็จำเป็ต้องกลับมารับใช้นางอีกครั้งนั่นเอง
กรร กรร~~~~~
บัดนี้ก็เป็เวลาที่สมควรแล้วจิ้งจอกทั้งสองจึงส่งเสียงร้องคำรามออกมาเมื่อตื่นจากการจำศีลเพื่อบ่มเพาะพลังของตน และอีกไม่นานเด็กน้อยที่พวกมันเฝ้ารอคอยก็กำลังจะตื่นขึ้นมาแล้วเช่นกัน
“เฮยเซ่อ ข้าว่าเ้าควรออกไปหาผลไม้กับน้ำมาไว้ให้นางได้แล้วนะ เพราะว่าอีกไม่เกินชั่วยาม(2ชั่วโมง)นางคงตื่นขึ้นมาแล้ว ส่วนข้าจะเฝ้านางไว้เองอย่างไรแล้วข้ายังคงต้องใช้พลังในการฟื้นฟูและช่วยพยุงร่างกายนี้เอาไว้ไม่สามารถออกไปไกลๆจากตัวนางได้เ้าก็ช่วยออกไปทำแทนข้าที”จิ้งจอกสีขาวกล่าวกับจิ้งจอกสีดำหรือเฮยเซ่อขึ้นทันทีที่พวกมันออกจากการจำศีลแล้ว
“ข้าเข้าใจแล้ว อย่างไรเ้าก็อย่าได้ทำให้นางตระหนกอีกเล่า”เฮยเซ่อกล่าวขึ้นแล้วจากไปทันที
“เป็เ้าต่างหากหาใช่ข้าไม่”ไป๋เซ่อหรือจิ้งจอกขาวบ่นเบาๆแล้วนอนลงข้างๆร่างของเด็กน้อยอีกครั้งและจับจ้องร่างกายเล็กๆนั้นไม่วางตา
ไม่ว่าเวลาจะผ่านไปนานแค่ไหนไป๋เซ่อยังคงจับจ้องไปที่ร่างเล็กไม่วางตาจนกระทั่งร่างเล็กๆนั้นมีปฏิกิริยาขึ้นมาบ้างแล้ว เริ่มจากขยับนิ้ว ขยับมือไปปิดที่ดวงตาก่อนที่นางจะค่อยๆลุกขึ้นนั่งช้าๆด้วยความยากลำบากแต่สุดท้ายก็ไม่สำเร็จเพราะร่างกายนี้ไม่ได้ใช้งานมาเป็แรมปี ซึ่งนั่นก็คือร่างกายของเด็กน้อยไม่ต่างอะไรจากคนพิการเลยสักนิดจึงทำให้ร่างเล็กๆกลับลงไปนอนนิ่งๆอีกครั้งโดยที่มีเ้าไป๋เซ่อจ้องมองทุกการกระทำอยู่ตลอดเวลา
ฟางข้าวหลังจากถูกส่งกลับมายังร่างกายใหม่ของนาง นางก็ได้หลอมรวมดวงจิตเข้ากับร่างใหม่นี้ทำให้รับรู้เื่ราว ภาษาที่ใช้ในโลกนี้มากขึ้นในทันที แต่พอนางมีสติกลับมาอีกครั้งปฏิกิริยาตอบสนองของร่างกายกลับมีปัญหาเพราะนางพยายามลุกขึ้นหรือขยับแต่มันกลับไม่มีเรี่ยวแรงและก็ลำบากมากในการขยับตัวอีกทั้งยามนี้นางนั้นทั้งกระหายและหิวข้าวมากๆเช่นกันแต่กลับทำสิ่งใดไม่ได้สักอย่างตามที่ใจตน้า
ฟางข้าวได้แต่นอนนิ่งๆแล้วกรอกตาไปมาเพื่อมองไปรอบๆตัวเพื่อหาตัวช่วยที่ท่านตาคนนั้นได้บอกเอาไว้ก่อนหน้า จนกระทั่งสายตาของนางมองไปยังปลายเท้าของตนเองก็เห็นเพียงก้อนขนสีขาวเล็กๆกำลังเดินเข้ามาหานาง มันทั้งน่ารักน่ากอดในสายตาของฟางข้าวเพราะมันเป็เหมือนลูกสุนัขสีขาวขนฟูดวงตามีสีน้ำเงินประกาย และหากมองดูดีๆจะรู้ว่ามันเป็มิตรกับนางแค่ไหนเพราะมันเดินส่ายหาง ‘ดุ๊กดิ๊ก’ ไปมาแล้วเดินตรงมายังที่นางอยู่ก่อนจะนอนลงข้างๆเสียอย่างนั้น
ฟางข้าวนั้นไม่มีเสียงพอที่จะเอ่ยกลับมันได้เพราะนางรู้สึกว่าลำคอของตนนั้นแหบแห้งไปหมด นางจึงทำได้เพียงพยายามยกมือขึ้นไปลูบหัวของมันเบาๆโดยที่มันเองก็ไม่ขัดขืนเลยสักนิดและเ้าหมาน้อยสีขาวที่ฟางข้าวเห็นนั้นหาใช่สัตว์ตัวใดแต่เป็เ้าไป๋เซ่อนั่นเอง
ไป๋เซ่อนั้นเมื่อได้เห็นว่าร่างเล็กเริ่มขยับและได้สติตัวมันจึงกลัวว่าจะทำให้เด็กน้อยใอีกมันจึงย่อขนาดของตัวเองลงให้มีขนาดเล็กเท่ากับลูกสุนัขทั่วไป แล้วมันยังทำตัวให้น่ารักและเป็ที่เอ็นดูให้มากที่สุดเท่าทีจะทำได้ เมื่อไป๋เซ่อที่กำลังนอนให้ฟางข้าวลูบหัวเล่นอยู่นั้นััได้ถึงเฮยเซ่อที่กำลังใกล้เข้ามาจึงส่งกระแสจิตไปบอกกล่าวเื่ที่นายของพวกตนฟื้นขึ้นมาแล้วเพื่อให้เฮยเซ่อพลางตัวไว้เช่นมัน
“เฮยเซ่อนางฟื้นแล้ว เ้าก็ทำตัวให้น่ารักน่าเอ็นดูด้วยเล่าประเดี๋ยวนางจะใเ้าอีกคราคราวนี้อาจจะหายไปอีกนานเป็แน่…”
“ข้ารู้แล้วน่า เ้ามิต้องมาบอกข้าหรอกว่าแต่นางเป็เช่นไรบ้าง?”เฮยเซ่อกล่าวตอบ
“เ้าเข้ามาดูเองเถิด ข้าว่าพวกเราคงได้แต่รีบเร่งทำให้นางร่างกายแข็งแรงโดยเร็วแล้ว เพราะตอนนี้แม้แต่จะเอ่ยสิ่งใดนางยังทำได้ได้เลย…”
“อือ ประเดี๋ยวข้าจะรีบเข้าไป แต่ตอนนี้ขอข้าไปเอาน้ำนม์บนยอดเขา้าถ้ำก่อนแล้วกันมันอาจจะช่วยเื่ร่างกายและเสียงของนางได้”เฮยเซ่อเมื่อกล่าวจบมันก็เปลี่ยนทิศทางไปยังบนยอดเขาก่อนแทนที่จะเข้ามาในถ้ำอย่างเช่นที่คิดจะทำในตอนแรก
เวลาผ่านไปอีก 1 เค่อ(15นาที)ก็ได้มีเสียงฝีเท้าเดินย่ำเข้ามาภายในถ้ำ ฟางข้าวที่ได้ยินก็พยายามหันไปมองก็เห็นลูกสุนัขสีดำตัวเล็กเท่ากับเ้าสีขาวที่นอนอยู่ข้างๆนางก็ได้แต่โล่งใจเพราะมันไม่ใช่สัตว์ร้ายที่หลงเข้ามา และด้วยเพราะเวลาผ่านไปพอสมควรจึงทำให้นางได้มีเวลาขบคิดทบทวนเื่ราวต่างๆและฟางข้าวเองก็มั่นใจว่าลูกสุนัขที่อยู่ข้างๆนางนั้นคงจะเป็ผู้ช่วยนอกมิติที่ท่านตาผู้นั้นบอกเป็แน่ เพราะนางยังจำได้ดีว่าท่านตาผู้นั้นได้กล่าวไว้ว่าเมื่อกลับเข้าร่างจะเจอผู้ช่วยของนางภายนอกมิติและไม่ให้นางหวาดกลัวมัน
ตึก ตึก คืด คืด~~~~
นี่มันเป็เสียงที่เ้าตัวเล็กสีดำเดินมาพร้อมทั้งตัวของมันลากตะกร้าเถาวัลย์มาด้วย ซึ่งภายในนั้นได้มีของที่ใส่ไว้ด้านในด้วยก่อนที่มันจะมาหยุดอยู่ด้านหน้าของนางพร้อมกับหันหลังก้มไปคาบกระบอกไม้ไผ่มาให้นางอีกด้วย ทว่าก่อนที่ฟางข้าวจะทันได้สงสัยสิ่งใดก็มีเสียงดังขึ้นให้หัวของนางขึ้นเสียก่อน
“ท่านดื่มน้ำในกระบอกไม้ไผ่ที่เ้าเฮยเซ่อนำมาให้ก่อนนะจะได้แข็งแรงขึ้น”ฟางข้าวนั้นใอยู่บ้างที่ได้ยินเสียงในหัวของนางแต่ตอนนี้นางเองก็กระหายน้ำมากเหมือนกันจึงค่อยๆยกมือไปรับกระบอกน้ำมาแต่มันก็ช่างลำบากยิ่งนัก
จิ้งจอกทั้งสองที่เห็นเช่นนั้นจึงจัดการช่วยเหลือนางอย่างช่วยไม่ได้ โดยที่เ้าขาวเดินไปช่วยดัน่คอและหัวของนางให้สูงขึ้นก่อนที่เ้าดำจะนำกระบอกน้ำไปจ่อที่ปากของนาง ฟางข้าวที่พอรู้ว่าตนถูกช่วยจากสัตว์ตัวน้อยแต่แรงมหาสารก็รู้สึกอับอายเล็กน้อยทว่ายามนี้ความหิวนั้นมันมีมากกว่าจึงทำให้นางรีบดื่มน้ำลงไปอย่างเอาเป็เอาตาย
อึก อึก แค่กๆๆๆ
เพราะรีบกินเร็วเกินไปจึงทำให้นางสำลักน้ำที่กินลงไปแต่ก็เพียงชั่วครู่เท่านั้น เพราะเพียงเวลาไม่นานฟางข้าวก็รู้สึกถึงการเปลี่ยนแปลงของร่างกายตนเอง จากที่คราแรกนั้นไม่มีแม้แต่แรงจะขยับปากพูดคุยแต่ตอนนี้นั้นต่างออกไป ทั้งมือ แขน ขาและร่างกายของนางกลับมามีเรี่ยวมีแรงอีกครั้งอีกทั้งยังรู้สึกสดชื่นอย่างที่ไม่เคยเป็มาก่อนอีกด้วย
“หายแล้ว ร่างกายของเรากลับมาเป็ปกติแล้ว นี่มันโลกแฟนตาซีชัดๆ!”ฟางข้าวกล่าวออกมาอย่างดีใจและแปลกใจในเวลาเดียวกัน
แม้ว่าฟางข้าวจะเข้าใจในหลายสิ่งหลายอย่างภายในโลกนี้บ้างแล้ว แต่สิ่งต่างๆของที่นี่ก็แปลกใหม่สำหรับเธอที่มาจากโลกธรรมดาๆที่เต็มไปด้วยเทคโนโลยีอยู่ดี ส่วนโลกที่เต็มไปด้วยสิ่งเหนือสามัญสำนึกของเธอนั้นมีเพียงแต่ในจินตนาการที่เคยวาดฝันในวัยเด็กเท่านั้นแหละ
“เอาล่ะ ต่อแต่นี้เป็ต้นไปเราจะเป็ฟางหลิงหรงไม่ใช่ฟางข้าวที่มาจากยุคสมัยที่เต็มไปด้วยเทคโนโลยีล้ำหน้าอีกต่อไป แต่ตอนนี้เราต้องจัดการเื่ตรงหน้านี้เสียก่อนสินะ”หลิงหรงเอ่ยกับตัวเองก่อนจะลุกขึ้นนั่งและกล่าวออกมา
“นี่เ้าขนปุยเราต้องขอบใจเ้าทั้งสองมากเลยนะที่ช่วยเหลือเราเอาไว้ เ้าเข้าใจที่ข้า้าจะสื่อสารใช่หรือไม่ เพราะข้ามั่นใจว่าเสียงที่ข้าได้ยินนั้นต้องเป็เสียงของพวกเ้าแน่นอน…”หลิงหรงเอ่ยด้วยน้ำเสียงอ่อนโยนและนางก็เอ็นดูจิ้งจอกทั้งสองตัวมากเช่นกันด้วยขนที่ฟูและสลวยของมันช่างถูกใจคนรักของน่ารักเช่นนางที่สุดเลยล่ะ
“ท่านไม่ใกลัวพวกเราหรือที่พวกเราพูดได้”เฮยเซ่อเอ่ยขึ้น
“ใช่! ทั้งๆที่ในตอนแรกท่านยังใพวกเราเพียงเพราะเห็นแค่ดวงตาของเราเท่านั้น อุ๊ป!…”ไป๋เซ่อกล่าวออกมาอย่างสงสัยและลืมตัวว่าไม่ควรเอ่ยออกไป
“นะ นั้นเป็ดวงตาของพวกเ้ารึ?!…หะ เหตุใดตอนนั้นถึงได้ใหญ่โตนักเล่า”หลิงหรงเอ่ยออกมาติดๆขัดๆ เพราะหากเป็เช่นที่นางคิดแสดงว่าเ้าขนปุยตรงหน้าทั้งสองของนางคงจะมิได้ตัวเล็กเช่นที่นางเห็นเสียแล้ว นั่นจึงทำให้มีอาการหวาดกลัวเกิดขึ้นมาบ้างแต่เพราะไม่รู้ทำไมใจความรู้สึกของนางถึงได้บอกเตือนว่าไม่ต้องกลัวพวกมันเสียอย่างนั้น
“เอ่อ ก็คงใช่นะถ้าท่านหมายถึงดวงตาสีฟ้าคู่ใหญ่คู่นั้น พอดีข้าจะมารอรับท่านแต่ลืมขบคิดไปว่าท่านอาจจะใหรือไม่ พวกข้านั้นหาได้้าทำให้ท่านตระหนกหรอกนะขอรับเพียงแค่ไม่ทันคิดเท่านั้นและก็ไม่ได้มีเจตนาไม่ดีอีกด้วย”เฮยเซ่อเอ่ยอธิบายให้หลิงหรงฟัง
หลิงหรงที่ได้ฟังเช่นนั้นก็คิดตามและก็คิดได้ว่าตนนั้นตื่นตระหนกไปเองทั้งที่ยังไม่มีเื่ใดเกิดขึ้นเลย รวมทั้งคำบอกกล่าวของท่านเทพชราท่านนั้นที่เอ่ยบอกก่อนนางกลับเข้าร่างนั่นอีก เื่นี้จึงทำให้นางรู้สึกเขินอายเล็กน้อยที่ทำตัวเป็กระต่ายตื่นตูมไปเอง หลิงหรงจึงได้หัวเราะแห้งๆพร้อมทั้งยกมือขึ้นมาลูบท้ายทอยตนเองเล็กน้อยก่อนจะกล่าวตอบกลับไป
“แหะๆ เป็ข้าเองที่ตื่นตูมไปเองหาใช่ความผิดของพวกเ้าหรอกนะ เอาล่ะถ้าพวกเ้าบอกว่ามารอรับข้าแสดงว่าพวกเ้ารับรู้เื่ราวเกี่ยวกับข้ามาบ้างแล้วใช่หรือไม่ พวกเ้าพอบอกได้ไหมว่าพวกเ้ารู้เื่ใดบ้าง”
“พวกข้ารู้ทุกเื่ขอรับเพียงแต่เอ่ยบอกไม่ได้เท่านั้น ท่านไม่ต้องกังวลไปหรอกนะขอรับในเมื่อท่านกลับมาแล้วชีวิตนี้อย่างไรก็เป็ของท่าน ท่านจะทำสิ่งใดใช้ชีวิตเยี่ยงไรนั่นก็เื่ของท่านหาได้มีใครมาบงการได้ไม่ และท่านจะมีพวกเราคอยให้คำแนะนำและช่วยเหลือทุกอย่างในการใช้ชีวิต ณ ที่แห่งนี้ให้ดีที่สุดขอรับ”เฮยเซ่อตอบกลับอีกครั้ง
“ใช่แล้วขอรับ พวกข้าทั้งสองจะอยู่กับท่านตลอดเวลา แต่อย่างไรแล้วตอนนี้ท่านควรที่จะทำให้ร่างกายนี้ให้แข็งแรงให้มากขึ้นเสียก่อนนะขอรับ ส่วนเื่จะออกไปใช้ชีวิตอย่างไรนั้นค่อยคิดกันอีกทีเพราะโลกใบนี้คนแข็งแกร่งเท่านั้นที่มีอำนาจ ส่วนคนอ่อนแอและธรรมดาก็เป็ได้เพียงแรงงานและทาสรับใช้เพียงเท่านั้นละขอรับ”ไป๋เซ่อเอ่ยสมทบอีกที
หลิงหรงนั้นพอเข้าใจอยู่บ้างว่าโลกนี้นั้นโหดร้ายเพียงใดปลาใหญ่กินปลาน้อยล้วนเป็สัจธรรมของชีวิต แต่หากเลือกได้นางก็อยากไปอยู่ในโลกที่มีแต่ความเท่าเทียมและความสงบ ทว่ามันก็เป็เพียงได้แค่ความฝันในห่วงของความคิดหนึ่งของนางเท่านั้น
เพราะอย่างไรแล้วไม่ว่าจะที่ไหนๆก็เป็เช่นเดียวกันหมด ไม่มีหรอกความเท่าเทียม ไม่มีหรอกพื้นที่ให้ยืนสำหรับคนไร้อำนาจ ยศ ศักดิ์ ไม่ว่าจะที่นี่หรือที่ที่นางจากมาก็มีการแบ่งชนชั้นทั้งนั้น ทุกๆที่ล้วนมีแต่เพียงวาจาเท่านั้นที่หวานหูส่วนความเป็จริงนั้นมันไม่ต่างจากคำพูดอาบยาพิษดีๆทั้งนั้น และชีวิตนี้หลินหรงคิดไว้แล้วว่าจะไม่ยอมเป็ปลาเล็กให้ใครไล่ล่าได้อีกนางจะต้องแข็งแกร่งขึ้น มีอำนาจในมือตนเองบ้างแต่อย่างไรแล้วหลิงหรงก็คิดได้ว่าต่อจะให้มีความแข็งแกร่งและอำนาจมากเท่าใดก็ตามนางจะไม่ยอมรังแกหรือเอาเปรียบความอ่อนแอกว่าแน่นอนเพราะนางรู้ดีว่าความรู้สึกถูกเอาเปรียบนั้นมันรู้สึกอย่างไรและความสิ้นหวังเป็เช่นไร
“แล้วถ้าข้าอยากแข็งแกร่งขึ้นและมีอำนาจในมือไว้บ้างข้าต้องทำเช่นไรเ้าดำเ้าขาว”เมื่อหลุดจากความคิดของตัวเองหลิงหรงก็ถามเ้าจิ้งจอกขึ้น
“เื่นั้นหาใช่เื่ที่ท่านต้องกังวล พวกเราจะให้คำแนะนำท่านทุกอย่างเพียงแต่ พวกข้าหาได้ชื่อเ้าดำเ้าขาวไม่ ข้ามีชื่อว่าเฮยเซ่อ และเ้าตัวขาวนั่นชื่อว่าไป๋เซ่อท่านอย่างเรียกพวกข้าว่าดำขาวเลยมันฟังแล้วน่าขัดใจยิ่งนัก…”เฮยเซ่อเอ่ยออกมาอย่างขัดใจเล็กน้อยเพราะมันไม่ชอบชื่อที่นางเรียกมันเลย
“อ่า ข้าขอโทษ เช่นนั้นต่อไปข้าจะเรียกพวกเ้าว่าเฮยน้อยกับไป๋น้อยก็แล้วกัน”
“นี่ท่าน เฮ้อ…เอาที่ท่านสบายใจเถิด เช่นนั้นพวกเราเข้าไปในมิติของท่านก่อนเถิดยามนี้ภายในนั้นภูติน้อยคงจะรอท่านนานแล้ว และอีกอย่างหากท่าน้าที่จะแข็งแกร่งขึ้นคงมีแต่ในมิติของท่านเท่านั้นที่ทำให้ท่านแข็งแกร่งขึ้นได้โดยใช้เวลาไม่นาน”เฮยเซ่อเอ่ยอย่างจนใจ ส่วนไป๋เซ่อนั้นสะบัดหน้าหนีไปั้แ่ได้ยินหลิงหรงเรียนมันแล้ว
“คิก คิก พวกเ้าช่างน่ารักยิ่ง เช่นนั้นพวกเราเข้าไปกันเถิดแล้วพวกเ้าเข้าไปในมิติของข้าได้หรือไม่หรือต้องให้ข้าทำเช่นไร?”หลิงหรงกล่าวถามด้วยความสงสัย เพราะนางยังจำได้ว่ามิตินี้มีเพียงนางเท่านั้นที่เข้าไปได้
“แน่นอนว่าพวกข้าเข้าไปได้ เพราะพวกเราทั้งสองเป็สัตว์ในพันธะสัญญาของท่าน”เฮยเซ่อเอ่ยอย่างภูมิใจ
“เอ๊ะ? ข้าไปทำพันธะกับพวกเ้าตอนไหน? แต่ช่างมันเถอะอย่างไรมันก็เป็ผลดีกับข้าทั้งนั้น เช่นนั้นพวกเราเข้าไปกันเถอะว่าแต่มันจะเข้าไปอย่างไรเล่า?”หลิงหรงเอ่ยออกมาอีกทั้งยังทำหน้าตลกๆออกมาในตอนท้ายประโยคอีกด้วย
“เฮ้อ…ไปขอรับ”ไป๋เซ่อที่ทนเห็นไม่ได้จึงได้แต่จัดการเองทว่าก็ไม่วายส่งเสียงผ่านความคิดไปหาเฮยเซ่ออย่างอ่อนใจ
“ข้าบอกเ้าแล้วว่านางจะทำตัวประหลาดและทำให้พวกเราลำบากอีกครั้ง เป็อย่างไรผิดที่ไหนนางนั้นเป็สตรีประหลาดอย่างแท้จริง”ไป๋เซ่อแม้จะกล่าวเช่นนั้นออกมาแต่ในใจของมันเฮยเซ่อรู้ดีว่ามันนั้นรักและเคารพหลิงหรงมากเพียงใด มิเช่นนั้นแล้วจิ้งจอกที่เอาแต่ใจและจอมหยิ่งยโสจะยอมทำสัญญานิรันดร์กับสตรีอารมณ์แปรปรวนนางนี้ได้เช่นไร และมันก็รู้สึกรักและเอ็นดูหลิงหรงไม่ต่างจากไป๋เซ่อเช่นกันแต่ตัวมันนั้นกลับชินชาเสียแล้วกับตัวตนของนาง
“หึหึ นางก็เป็สตรีประหลาดเช่นนี้มากก็แต่นมนานเ้ายังมิชินอีกหรือไร ยอมรับเถิดว่าเพราะนางเป็เช่นนี้เ้าถึงได้ยอมรับนาง เพราะนางแตกต่างแต่จริงใจเ้ากับข้าถึงได้ยินยอมอยู่ข้างกายนางมาจนถึงวันนี้…”เฮยเซ่อเอ่ยไปขำไป
“ฮึ…”ไป๋เซ่อตอบเพียงเท่านั้นก็จัดการพาหมดเข้ามิติเพื่อหลีกหนีคำพูดแทงใจดำของเฮยเซ่อที่จริงทุกประการ เพราะนางเป็สตรีประหลาดจริงๆนั่นแหละมันถึงยอมอยู่ด้วย เพราะจะมีใครเล่าจะยอมทิ้งทุกอย่างที่มีในชีวิตเพียงเพื่อช่วยชีวิตสัตว์เดรัจฉานเช่นพวกมันและยังทำให้พวกมันที่เป็เพียงสัตว์ธรรมดากลายเป็สัตว์เทพอย่างเช่นทุกวันนี้และสิ่งที่นางแลกมาก็รวมถึงชีวิตของนางด้วยเช่นกัน……
วาร์ป~~~~~~~~~