“แก แกว่าฉันไม่มีมารยาทเรอะ!!”
“ผมไม่ได้พูดแบบนั้นนะครับ”
“ใช่ ต้นกล้า นายก็ทำตัวให้เหมาะสมกับรุ่นพี่หน่อยสิ”
กึก!
ต้นกล้าทำได้เพียงแต่กัดฟันแน่น ยิ่งรุ่นพี่เอมี่เข้าข้างเด็กใหม่แบบนี้เขายิ่งมีน้ำโห
‘ทำไมพี่เอมี่ถึงได้เข้าข้างมันนะ’
ทันใดนั้นก็ได้มีคนพูดอยู่ประตูทางเข้า เป็จ๋า เ้าของบ้านนักแสดงหลังนี้
“มีปัญหาอะไรกันรึเปล่า”
‘หือ ทำไมพี่จ๋าต้องมาเวลานี้ด้วย ฝากไว้ก่อนเถอะ!’
“ไม่มีอะไรครับพี่จ๋า แค่ทักทายกันเล็กน้อยเท่านั้นครับ” ต้นกล้ารีบแก้ต่าง แล้วปลีกตัวไปตักอาหารทันที
ปรเมศวร์ยิ้มให้กับจ๋าอีกรอบ เมื่อสบตากัน
จ๋าสังเกตเห็นเช่นนั้นก็ตรงมาที่นี่ทันที
“เป็ยังไงบ้างเรา”
“ก็ดีครับ ผมทานอาหารเสร็จแล้ว ขอตัวก่อนนะครับ” ปรเมศวร์เดินไปเก็บจาน ทว่าก่อนที่เขาจะออกจากห้องไป จ๋าก็ได้บอกบางอย่างแก่เขา
“เธอเริ่มฝึกอบรมวันพรุ่งนี้ วันนี้พักผ่อนให้เต็มที่ล่ะ”
“ครับ!” ปรเมศวร์พยักหน้ารับอย่างหนักแน่น เขารู้ดีว่าต่อจากนี้มีงานหนักรออยู่
พอปรเมศวร์ลับสายตาไป จ๋าก็หันมาสบตากับเอมี่
“ร้ายนักนะเรา”
“หนูไม่เห็นเข้าใจว่าพี่หมายความว่าอย่างไร”
“ไม่ต้องทำเป็ไขสือ แต่ว่านะเด็กใหม่คนนี้หน้าตาใช้ได้เลยนะ เปลี่ยนไปจากเมื่อเช้าไม่น้อย”
“ใช่ไหม หนูบอกแล้ว..” พูดถึงตรงนี้ เอมี่รีบเงียบปากทันที
ทว่าจ๋าย่อมจับสังเกตได้
“หึ! ยังจะบอกว่าไม่มีอะไร”
“…”
“เฮ้อ รู้บ้างไหม่ที่เธอพักไป บางคนเริ่มที่จะเข้ามาแทนที่เธอ”
“ใครหรือคะ”
“จะใครอีกล่ะ ก็เป็พวกสองค่ายที่เหลือนั่นแหละ เธอคิดดีแล้วเหรอว่าจะพัก”
“ค่ะ” เอมี่พยักหน้าอย่างหนักแน่น
“ไม่กลัวว่าคะแนนความนิยมจะลดลงเหรอ?”
“ลดลงแล้วอย่างไร หนูสามารถทำให้เป็ที่นิยมใหม่ได้ค่ะ”
“ฉันก็เชื่อแบบนั้นถึงได้ให้เธอพัก เอาเถอะฉันขอไปตักข้าวก่อน”
“งั้นหนูขอตัวนะคะ”
..
ทันใดนั้นก็มีชายมาดเข้มวัยกลางคนเดินเข้ามาที่ห้องอาหาร เขาตักอาหารแล้วมานั่งที่โต๊ะของจ๋า
“สองค่ายั์ใหญ่ะโโลดเต้นดีใจกันอย่างมาก ที่อยู่ดีๆ ดาราระดับเอมี่ก็พักรับงาน”
“ฉันรู้”
“แล้วเธอจะปล่อยไปง่ายๆ แบบนี้เหรอ?”
“จะทำอย่างไรได้ ในค่ายของเราไม่มีนักแสดงระดับเอมี่เป็คนที่สอง”
“เธอก็รู้ว่าถ้าปล่อยให้คนพวกนั้นข้ามเส้นเข้ามา..”
“ฉันรู้ ฉันพยายามคิดหาหนทางอยู่ ฉันไม่ปล่อยให้ศัตรูอาศัย่เวลานี้ชิงดีชิงเด่นแค่คนเดียวหรอก”
“ได้ยินว่ารับหน้าใหม่เข้ามา เขามีฝีมืออย่างไรบ้าง”
“ยังไม่รู้แน่ชัด เพราะยังไม่เห็นกับตา พรุ่งนี้คงรู้กัน”
ไม่ไกลจากทั้งสอง ต้นกล้าที่ฟังมาั้แ่ต้นจนจบกลับมีใบหน้าที่ฉงนสงสัย เพราะไม่เข้าใจว่าทั้งสองพูดอะไรกันแน่
..
ที่ห้องของปรเมศวร์ เวลานี้เขากำลังนอนคิดบนเตียง
‘ถ้าเราจำไม่ผิด ่นี้เอมี่จะหยุดรับงานไปหนึ่งถึงสองเดือน เพราะมีปัญหาส่วนตัว ซึ่งเวลานี้เอง ทำให้นักแสดงหญิงจากสองค่ายใหญ่ที่เหลือเร่งทำผลงานขึ้นมา’
‘เอาเถอะ านอกจอของเหล่านักแสดงเราไม่ค่อยอยากไปยุ่งเท่าไหร่ มันเป็เื่ของต้นสังกัด มาให้ความสำคัญกับตนเองดีกว่า..’
ทันใดนั้นปรเมศวร์ก็เรียกหน้าต่างสถานะขึ้นมาชมอีกรอบ ก่อนที่จะแสยะยิ้มออกมา
‘หึ! หึ! เรามีทักษะการแสดงระดับกลางอยู่แล้ว ไม่เห็นต้องกลัวอะไรเลย พรุ่งนี้ฉันจะทำให้พวกเขาทั้งหลายต้องตกตะลึง’
..
เวลาผ่านไปอย่างรวดเร็ว จนถึงคลาสเรียนแรกที่ปรเมศวร์ต้องเข้าเรียน
ซึ่งนักเรียนในห้องนี้มีไม่มาก มีแค่สามคนเท่านั้น หลังจากที่รวมกับปรเมศวร์แล้ว
ทันใดนั้นอาจารย์สอนการแสดงก็เดินเข้ามาในห้อง จ้องมองมาที่ปรเมศวร์ที่เป็นักเรียนคนใหม่
“นักเรียนคนใหม่ แนะนำตัวคร่าวๆ หน่อยสิจ๊ะ”
ปรเมศวร์ใช้แขนแกร่งค้ำยันพื้นเพื่อลุกขึ้นยืน ท่วงท่าของเขาแสดงออกมาดูดีเป็อย่างมาก
“สวัสดีครับทุกคน ผมชื่อปรเมศวร์ ติณณภพ อายุ 23 ปี”
‘บ้าเอ๊ย! ทำไมไอ้เด็กนี่มันดูดีจังวะ!’ ความมั่นใจของต้นกล้าลดฮวบลงทันใด หลังจากที่สังเกตเห็นปรเมศวร์ในวันนี้
‘พี่เขาดูหล่อจัง’ กนกพิชญ์แอบชื่นชมคนที่มาใหม่ในใจ
“นักเรียนคนใหม่ก็แนะนำตัวแล้ว ทีนี้ถึงทีพวกเธอแล้วล่ะ”
เป็กนกพิชญ์ที่รีบแนะนำตัว
"ดิฉันชื่อกนกพิชญ์ อายุ 22ปี ยินดีที่ได้รู้จักค่ะ"
‘คนนี้นะเหรอ กนกพิชญ์ นางเอกของเื่ ดูแล้วความสวยสู้รุ่นพี่เอมี่ไม่ได้ด้วยซ้ำ แต่ก็นะตอนนี้เธออายุยังน้อย โตขึ้นอีกหน่อยอาจสวยกว่านี้ก็ได้’ ปรเมศวร์คิดในใจ
'ในนิยายกล่าวไว้ว่า จ๋าดึงเธอมาเซ็นสัญญาเมื่อเดือนที่แล้ว ซึ่งประวัติเธอคนนี้ไม่ธรรมดา เพราะเธอคือดาวมหาลัย ที่สำคัญกว่านั้นเธอยังเรียนเอกการแสดง หน้าตาดียังไม่พอ เธอค่อนข้างที่จะเก่งพอตัว'
ต่อมาต้นกล้าก็ลุกขึ้นแนะนำตัวอย่างไม่สบอารมณ์นัก
"ฉันชื่อต้นกล้า อายุ 25ปี"
เหมือนเดิม ปรเมศวร์ก็วิเคราะห์ต้นกล้าภายในใจ
'คนห่วยประจำค่าย ต้นกล้าที่ได้รับฉายานี้เพราะเขายังไม่จบหลักสูตรเบื้องต้นสักที ทั้งที่ฝึกอบรมมาสองปีแล้ว พร์ของเขาเรียกได้ว่าต่ำตมสุดๆ ถ้าไม่ใช่เพราะมีเส้นสายและสัญญา เขาคงโดนเตะออกจากบ้านนักแสดงนานแล้ว'
"ทีนี้ทุกคนก็แนะนำตัวกันเสร็จแล้ว เอาล่ะ ต้นกล้า เอากระดาษไปแจกเพื่อนๆ"
"ครับ"