: เจ็บไม่จำ
“ต้องเงี่xนเบอร์ไหนวะ ถึงใจกล้าหน้าด้านมายืนทำข้างถนน อุบาท!!”
“ไอ้ถิงอย่า!”
ฉันรีบขวางร่างของเพื่อนรักที่ทำท่าจะเดินเข้าไปหาเื่ฉลามกับผู้หญิงของเขาเพราะหากปล่อยให้เกิดเื่ขึ้นคงได้วุ่นวายกันน่าดู เวลาฉลามมีแฟนใหม่ ๆ มันหวงยิ่งกว่าจงอางหวงไข่ส่วนถิงถิงเองก็เป็คนจำพวกไม่ยอมใคร
“มึงจะห้ามทำไมเนี้ย” ถิงถิงขมวดคิ้วเอียงคอถาม
“กูไม่อยากมีเื่ ไม่อยากให้มึงมีด้วย ไปเซ็นทรัมกันดีกว่า”
ถิงถิงถอนหายใจพลางมองหน้าฉันอย่างไม่พอใจฉันรู้ดีว่าเธอกำลังหงุดหงิด คงเห็นว่าฉันเอาแต่ยอมอยู่ตลอด นั่นเพราะมันคือเื่ที่ฉันกับเพื่อนไม่ควรจะเข้าไปยุ่งย่ามแม้ฉลามจะผิดที่กระทำเื่อนาจารอย่างโจ่งแจ้ง แต่สิ่งที่ควรจัดการมากที่สุดคือความรู้สึกของตัวฉันเองต่างหาก
“ไปเถอะน่า” ฉันรั้งแขนเพื่อนให้เดินตามไปอีกทาง
“เออ เออ เออ”
@เซ็นทรัมเวิลด์
โรงหนัง เมเจอร์ ซินีฟิกซ์ ชั้น 7 เวลา 19.40 น.
บนหน้าจอสี่เหลี่ยมผืนผ้าขนาดใหญ่ คือหนังตลกคอมเมดี้ที่ปล่อยฉากฮา ๆ ออกมาเรียกเสียงขำขันจากคนในโรงได้เป็ระยะๆ ฉันนั่งนิ่งทอดสายตามองภาพเคลื่อนไหวบนจอภาพผ่านบรรยากาศมืดสลัวของโรงหนังขนาดใหญ่ราวกับว่ากำลังจดจ่อกับหนังตรงหน้าแต่ความจริงฉันไม่ได้สนใจมันเลยแม้แต่น้อย ในหัวมันเอาแต่คิดเื่ของฉลามกับผู้หญิงคนนั้นไม่หยุดป่านนี้พวกเขาจะทำอะไรกันอยู่ คงไปเดท แล้วก็กินข้าว ดูหนัง หรือ..รวบรัดไปถึงขั้นขึ้นเตียงกันแล้ว
“ผัก”
“อือ?”
“มึงร้องไห้ทำไมวะ หนังเศร้าเหรอ?”
คำถามของถิงถิงทำเอาฉันสะดุ้ง ก่อนจะรีบยกมือขึ้นปาดน้ำตาที่ไหลลงมาอาบสองแก้มอย่างไม่รู้ตัว
บ้าเอ๊ยเผลอร้องไห้กับเื่แค่นี้เนี้ยนะ... ฉันเดินออกมาจากโรงหนังพร้อมผู้คนที่หลั่งไหลไปตามเส้นทางของใครของมันหลังหนังจบลง
“ยังไม่อยากลับเลยว่ะ เราไปกินข้าวกันต่อไหม”
“ไม่ดีกว่า กูว่าจะกลับเลยอ่ะ”
“มึงโอเคไหมเนี้ย” ถิงถิงทำเสียงเข้ม
“อือ โอเคดิ อยากกลับไปนอน มึงก็รู้กูนอนเยอะจะตาย”
“เออ ๆ งั้นเจอกันมีไรโทรหากูนะเว้ย”
ฉันพยักหน้าให้เพื่อนรักก่อนที่เราทั้งคู่จะแยกย้ายกันไป ใช้เวลาเดินทางด้วยรถไฟฟ้าต่อวินมอเตอร์ไซค์หน้าซอยเข้ามา ไม่นานก็ถึงดึกสงัดคอนโดพอเข้าห้องมาได้สิ่งแรกที่ทำเป็ประจำก็คือการโยนกระเป๋าทิ้งไว้บนโซฟาก่อนจะถอดเสื้อผ้าตัวนอกตามไปเป็วิถีของคนี้เี ทั้งเสื้อและกระโปรงนักศึกษากองเป็หย่อม ๆ ตามทางเดินมาจนถึงหน้าห้องนอนเหมือนการทำสัญลักษณ์เพื่อไม่ให้หลงทาง
พึ่บ ฉันทิ้งตัวลงบนเตียงนุ่มเต็มแรงด้วยความเหนื่อยอ่อนก่อนจะหลับตาลงแล้วงีบหลับไปทั้งที่ยังไม่ได้อาบน้ำ
โครกกก..ความหิวปลุกฉันให้ต้องลืมตาขึ้นมาอีกครั้ง
“ตู้เย็นจ๋า...”
แสงสว่างปรากฏขึ้นเมื่อฉันเอื้อมมือไปเปิดตู้เย็นที่ตั้งอยู่ภายในครัวเล็กๆ แต่ก็ต้องผิดหวังเมื่อแสงจ้าหายไปกลับพบว่าในนั้นไม่มีอาหารที่พอจะทำให้อิ่มท้องได้
“สงสัยต้องพึ่งพี่เว่นอีกละ”
ฉันพึมพำกับตัวเองแล้วจึงเดินกลับเข้าห้องนอนไปหยิบเสื้อยืดกับกางเกงขาสั้นมาสวมใส่
แก๊ก
แก๊ก
เสียงเปิดประตูของห้องที่อยู่ฝั่งตรงข้ามดังขึ้นพร้อมกันโดยไม่ได้นัดหมายถ้ารู้ว่าจะเปิดประตูมาเจอฉลามฉันจะแต่งตัวให้ดีกว่านี้สักหน่อย
ร่างสูงยืนอยู่ตรงนั้น เขาสวมเพียงบ๊อกเซอร์ขาสั้นสีชมพูลายแครอทฉันกลืนน้ำลายดังเอื้อกก่อนจะไล่สายตาจากล่างขึ้นบน พ่อเ้าแม่เ้าลูกเ้าโว้ย..ซิกแพ็คค่ะพี่น้อง ซิกแพ็คของแทร่กล้ามเนื้อหน้าท้องของคนตรงหน้าเรียงกันสลอนล่อตาล่อใจจนอยากจะเข้าไปััลูบไล้มันดูสักทีให้เป็กุศลแก่ชีวิต
“อ้าว จะไปไหน”
“จะลงไปเซเว่น”
“จริงดิ งั้นฉลามฝากซื้อของหน่อยได้ป่ะ นะค้าบเพื่อน นะ นะ”
ร่างสูงฉีกยิ้มกว้างก่อนจะสาวเท้าเดินเข้ามาใกล้ ผมเรือนของเขาชื้นแฉะมีหยดน้ำเกาะพราวอยู่ทั่วลำตัว บ่งบอกว่าฉลามพึ่งอาบน้ำเสร็จ เซ็กซี่ชะมัดเลยว่ะ.. ไม่อยากกินแล้วข้าว อยากกินคนตรงหน้าแทน
“อะไรล่ะ จะฝ..ฝากซื้ออะไร-///-?”
“ถุงยาง” เขาก้มลงกระซิบกระซาบข้างหูฉันอย่างแ่เบา
“…”
“เอาของดูเล็กนะ ไซส์กู…มึงรู้อยู่แล้วใช่ป่ะ”
“ไม่รู้ กูจะไปรู้ไซส์มึงได้ไง”
“เอ้า มึงไม่รู้ได้ไงวะ เคยจับล่ะนี่ หรือว่ามึงลืม? งั้น…ลองจับดูอีกสักรอบไหมเผื่อมึงจะจำได้”
ฉันรู้ดีว่านั้นเป็เพียงประโยคหยอกล้อตามประสาคนจัญไรแบบไอ้ฉลาม แต่มันดันทำให้นึกถึงเื่ราวในอดีตเื่แย่ ๆ ที่อยากจะลืมแต่ก็ลืมไม่ได้สักทีเพราะไอ้ตัวดีมันชอบเอามาล้อเล่นไม่เลิก
“เฮ้ย! จะฝากไม่ฝาก ไม่ฝากกูจะไปละเสียเวลา”
“โอ๋ ฝากค้าบฝาก เพื่อนแค่ล้อเล่นนิดเดียวเอง ไม่งอนน้าา”
“งอนป้ามึงดิ เร็ว ๆ เลย”
“ของดูเล็กไซส์ห้าหก ถ้าเป็ไปได้ขอกลิ่นสตอร์เบอรี่ด้วยนะเพื่อน”
ฉลามยื่นหน้าเข้ามาใกล้พร้อมทั้งบอกขนาดน้องชายของตัวเองด้วยสีหน้าภูมิใจสุดขีดยิ่งเวลามันยิ้มกริ่มแล้วยักคิ้วลิ่วตายิ่งน่าหมั่นไส้ แต่ทำไงได้ในเมื่อมันกำเนิดมาเป็คนหน้าตาโคตรดีไม่ว่าจะทำอะไรก็ดูดีไปหมดเลยนะไอ้เวร
“น้องฉลามยังไม่ลงไปซื้ออีกเหรอคะ?”
เสียงหวานของใครบางคนดังแว่วออกมาจากในห้องของฉลามไม่นานเ้าของเสียงก็เดินเข้ามากอดเอวร่างสูงที่กำลังยืนคุยกับฉันอยู่หน้าประตูจากทางด้านหลังเธอคือผู้หญิงคนเดียวกับที่ฉันเห็นฉลามยืนนัวเนียด้วยเมื่อ่เย็น นุ่งผ้าเช็ดตัวผืนเดียวออกมาแถมยังตัวเปียก...
อย่าบอกนะว่าพวกเขาพึ่งจะอาบน้ำด้วยกันมา
“ทำไมชักช้าจังล่ะ พี่อยากทำต่อจะแย่แล้วนะคะ”
“ไม่ต้องห่วงครับ พรุ่งนี้ผมไม่มีเรียนว่างทำกับพี่ทั้งวัน”
ฉลามหันกลับไปพูดกับผู้หญิงคนนั้นพลางลูบไล้มือหนากับเรียวแขนที่กอดรัดเอวสอบของตนอยู่ตามวิสัยคนหื่น
“แล้วคนนั้นใครอ่ะคะน้องฉลาม?” เธอละใบหน้ามองมาที่ฉัน
“อ่อเพื่อนผมเองครับ อยู่ห้องตรงข้ามกันนี่เอง”
“เหรอ” ดวงตาเฉี่ยวคมช้อนมองฉันั้แ่หัวจรดเท้า ไม่รู้ว่าเป็ฉันที่คิดไปเองไหมแต่รอยยิ้มของผู้หญิงคนนี้เหมือนกำลังเยาะเย้ยฉันยังไงชอบกล
“งั้นเรา…กลับเข้าห้องไปทำอย่างอื่นรอกันดีไหมคะ?”
เธอกลับช้อนสายตามองมาที่ฉัน แทนที่จะเป็คนที่กำลังคุยด้วย ใช่จริง ๆสินะ เธอกำลังยิ้มเยาะฉันอยู่ ฉันเข้าใจสิ่งที่เขามักจะเรียกกันว่าเซ้นส์ของผู้หญิงก็วันนี้นี่เอง
“ดีสิครับ”
“นี่เงิน เอามาหลาย ๆ กล่องนะพอดีกูต้องใช้ทั้งคืนว่ะแล้วก็รีบไปรีบมาด้วยนะเว้ย อย่ามัวไปโอ้เอ้ที่ไหน”
ปัง! พอยัดแบงก์พันใส่มือฉันเสร็จมันก็รีบปิดประตูเข้าห้องไปกับผู้หญิงคนนั้นทันทีแม่งเห็นกูเป็คนใช้ของมึงหรือไงไอ้สัส...