บู้ม~!
การดูดซับพิษทั้งหมดจบลงได้ทันระยะเวลาที่ตงฟางคาดการณ์เอาไว้ ตลอด 7 วันที่เขาอาศัยอยู่ในหอประมูลสวรรค์เก้าชั้นฟ้า พี่ซิงเยียนนำพิษระดับ 3 มาให้เขามากมายแล้วมันก็เป็นพิษระดับ 3 ทุกชนิดที่หอประมูลสวรรค์เก้าชั้นฟ้ามี
ตงฟางจึงกลืนกินมันเพื่อจะดูดซับมาเรื่อยๆตามความสามารถในการดื่มกินของเขา พร้อมกับหลอมยาระดับ 5 ควบคู่กับการใช้ยันต์มาเรื่อยๆเพื่อหาทางปรับเปลี่ยนให้มันมีคุณภาพสูงที่สุดเท่าที่จะทำได้ จนตอนนี้สิ่งที่เขาฝันถึงก็สำเร็จนอกจากเขาจะกลายเป็นระดับก่อตั้งวิญญาณขั้น 6 เขายังสามารถหลอมยาระดับ 5 คุณภาพ 8 ส่วนได้ แม้มันจะน้อยเขากลับคิดว่าเพียงเท่านี้น่าจะทำให้เขาชนะคู่ต่อสู้ได้อย่างแน่นอน
ก็อกก็อก
“ตงฟาง เช้าแล้วนะ ออกไปกินข้าวเช้ากันแล้วเราจะเดินทางไปยังใจกลางเมือง ”
“ครับพี่ซิงเยียน ผมเสร็จแล้ว”
ตงฟางใช้พลังจิตจัดเก็บข้าวของภายในห้องที่กระจัดกระจายให้กลับมาเป็นระเบียบ ส่วนยาระดับ 5 เขาจะไม่ให้พี่ซิงเยียนนำมันไปขายหน้าร้านเพราะมีคุณภาพไม่ถึง 10 แต่เขาคิดว่าเส้นสายของพี่ซิงเยียนคงจะมีความสามารถนำมันไปขายใต้ดิน เพื่อหาเงินจากมันมาทดแทนสมุนไพรที่เขาใช้หลอม
“เป็นยังไงบ้างพร้อมไหม”
“ครับ ตอนนี้พลังวิญญาณก็เพิ่มมากขึ้นจากเดิม ทำให้หลอมยาได้นานขึ้นนิดหน่อย ส่วนนี่ครับ ผมคืนพี่ซิงเยียน”
ลูกบาศก์หินสี่เหลี่ยมเต็มไปด้วยลวดลายยันต์แตกหักยื่นกลับไปให้พี่ซิงเยียน ในวันแรกที่เขาอาศัยอยู่ในหอประมูลสวรรค์เก้าชั้นฟ้า เขาได้ขออาวุธหรืออะไรก็ได้มาใช้ฝึกพลังจิต การยกของหนักสำหรับเขาดูจะเป็นการฝึกที่ล้าหลังไปแล้วเพราะพลังจิตของเขาแทบไม่มีการเคลื่อนไหวมุ่งหน้าสู่ระดับถัดไปเลยสักนิด
แต่ด้วยความช่วยเหลือของลูกบาศก์ที่พี่ซิงเยียนมอบให้ แล้วบอกกับเขาว่ามันเป็นอาวุธระดับ 9 มาก่อน แต่การผ่านสงครามทำให้มันเสียหายจนระดับลดลงมาเหลือเพียงแค่ระดับ 4 เธอจึงเก็บไว้ในหอประมูล ด้วยสิ่งนี้เองมันดึงจิตของเขาไปในโลกวิญญาณเพื่อฝึกฝน ด้วยการถูกถอดจิตออกไปนั้น ทำให้ตงฟางสามารถฝึกพลังจิตของเขาได้รวดเร็วอย่างน่าตกใจในโลกของวิญญาณ
ทุกครั้งที่เขาเข้าไปในลูกบาศก์หิน จิตของเขาจะก่อรูปขึ้นมาเป็นร่างจิต เขาจึงควบแน่นพลังจิตของตัวเองเป็นมีดบินได้อย่างอิสระ ต่างจากโลกภายนอก ด้วยการใช้พลังจิตสร้างอาวุธออกมาโจมตีอากาศเพื่อฝึกร่างจิต ทำให้จิตของเขาก้าวหน้าเร็วมากๆ แต่เขากลับเสียใจหลังจากร่างจิตถูกดีดออกมาจากลูกบาศก์หินจากการที่พลังวิญญาณในลูกบาศก์หมดลงไป เขาเหลือเพียงแค่ก้าวเดียวเท่านั้น ที่จะก้าวไปเป็นผู้ใช้พลังจิตเลเวล 4
“ วันนี้กินอ่อนๆรองท้องก่อนนะ พี่กลัวตงฟางจะปวดท้องตอนแข่ง”
“ครับ ผมคิดว่าดีเหมือนกัน”
ตงฟางมองข้าวต้มและของจุกจิกเล็กน้อยบนโต๊ะอาหารที่มีเพียงแค่เขาและพี่ซิงเยียนเท่านั้น
“พี่ซิงเยียน ไหนๆผมก็เขียนสูตรยาออกมาแล้ว เรามาตกลงทำอะไรกันหน่อยไหม”
“หืม อยากจะขายแล้วเหรอ” ซิงเยียนหลับตาปริบๆมองตงฟางด้วยความตื่นเต้น
“ใช่ครับ ผมคิดว่าจะขายสูตรยาทั้ง 3 แล้ว แต่ผมจะไม่รับเงินนะครับ จะให้ข้อเสนอแทน”
“ข้อเสนอเหรอ เอาสิ ถ้าน้องตงฟางว่าดีพี่ก็คิดว่ามันดี”
“ผมอยากจะขอส่วนแบ่ง 30 % แต่พี่ต้องส่งยาให้คนของผมไปขายในสถาบันด้วย”
“คนของตงฟาง แล้วยาส่วนนั้นจะคิดยังไง”
“ยายังคงเป็นของพี่ซิงเยียนเช่นเดิม พวกเขาเป็นเพียงพ่อค้าเท่านั้น พี่สาวเพียงแค่จ่ายค่าจ้างให้พวกเขาก็พอ”
“หืม ฉลาดดีนี่ สร้างร้านยาของตัวเองแต่ไม่ต้องหลอมยาเอง แค่รับจากพี่สาวไปขาย แม้ตงฟางจะไม่อยู่ร้านก็ขายยาได้ตลอดไป แต่ถ้าพวกเขาถูกเล่นงานจนยาเสียหายล่ะ ตงฟางจะรับมือยังไง”
“หักจากส่วนแบ่งของผมเลย พี่ซิงเยียนคงไม่ว่าใช่ไหม”
“จ้า เอาแบบนั้นก็ได้ ยังไงพี่ก็มองเหมือนเปิดสาขาในการขาย มีหน้าร้านเยอะๆดีเช่นกัน แล้วก็เป็นโอกาสดีด้วยที่จะทำเงินในสถาบันเฟยเทียน”
“แต่พี่ซิงเยียนอย่าพึ่งส่งยาระดับ 2 ไปนะ ส่งไปแค่ยายี่จงก็พอแล้วเพราะผมยังไม่ได้สอบเป็นผู้หลอมยา หากมียาระดับ 2 ขายอาจจะถูกเล่นงานได้ แล้วก็นี่ ผมมีบางอย่างอยากจะมอบให้พี่ซิงเยียน”
“อะไรเหรอ” ซิงเยียนมองกระดาษปึกหนึ่งถูกเย็บเข้าด้วยกันจนกลายเป็นหนังสือ
“ในตอนที่ผมเข้าไปในลูกบาศก์หินที่พี่ซิงเยียนมอบให้ ผมไปเจอสิ่งๆหนึ่งบรรจุอยู่ข้างใน น่าจะเป็นวิญญาณเจ้าของลูกบาศก์”
“หือ” ซิงเยียนเบิกตากว้าง
“ผมจึงทำการดูดซับมันดู ปรากฎว่าสิ่งที่ได้เป็นทักษะเนตรดาราระดับ 10 แต่ผมฝึกมันไม่ได้ จึงคิดว่าให้พี่ซิงเยียนน่าจะดีกว่า ตอบแทนที่ดูแลผมมาตลอด”
“พี่รับไม่ได้ ตงฟางรู้ไหมว่าสิ่งนี้มีค่ามากๆ ที่เมืองหลวงถึงขั้นฆ่ากันเพื่อแย่งชิงทักษะระดับนี้เลยนะ” ท่าทางตื่นกลัวแสดงออกมาจากพี่ซิงเยียน
“งั้นผมจะทำให้มันเหลือแค่ระดับ 6 พี่ซิงเยียนว่าไง หากฝึกถึงระดับ 6 แล้วผมจะให้ระดับต่อไป”
“ถ้าอย่างนั้นพี่สาวจะรับไว้ เอาล่ะพี่สาวอิ่มแล้ว ตงฟางอิ่มยัง” ตงฟางฉีกหนังสือหน้าที่เขียนวิธีฝึกทักษะเนตรดาราในส่วนสุดท้ายออกไป จนคิดว่ามันน่าจะเป็นทักษะระดับ 6 เพียงเท่านั้น ก่อนจะยื่นมันให้พี่ซิงเยียนไปฝึก
“อิ่มแล้วครับ”
“งั้นไปกันเถอะ รถม้าพร้อมแล้ว ทุกคนน่าจะรออยู่หน้าร้านได้เวลาเดินทางไปแข่งขันแล้ว ส่วนแผนการตงฟางจะให้พี่สาวทำแบบนั้นจริงๆใช่ไหม”
“ครับ ทำตามที่ผมเล่าให้ฟังเลย อีกฝ่ายเป็นนักหลอมยาระดับ 5 พลังของเขาน่าจะเป็นระดับจารึกวิญญาณ ถ้าปะทะตรงๆเราแพ้แน่ หากการหลอมยามีการโจมตีกันเกิดขึ้นเหมือนที่พี่ซิงเยียนเล่าให้ผมฟัง”
“จ้ะ พี่เชื่อแผนของตงฟาง”
แม้ทักษะเนตรดาราตงฟางจะไม่สามารถฝึกใช้งานมันได้เหมือนคนทั่วๆไป แต่ความเข้าใจของเขาที่มีต่อทักษะเนตรดารากลับส่งผลกับพลังแคลร์วอยเอน หรือก็คือตาทิพย์ของเขา ด้วยสิ่งที่เข้าใจแล้วนำมาปรับใช้งานกับตาทิพย์ ทำให้เขามองเห็นได้ละเอียดมากยิ่งขึ้น มีการมองที่รวดเร็วขึ้น แม้ระยะจะเท่าเดิม แต่คุณภาพการมองของเขาที่มีต่อวัตถุทั้งหยุดนิ่งหรือเคลื่อนที่ กลับดีกว่าเดิมหลายเท่าตัว
—----------------------------
“ศิษย์พี่จงชาง! ศิษย์พี่จงชาง! มีข่าวใหญ่! ข้ามีข่าวใหญ่จะมาบอกท่าน”
เสียงร้องตะโกนโวยวายดังขึ้นในช่วงเช้าภายในบ้านพักของจงชาง ทันทีที่คนของมันคาบข่าวบางอย่างมาบอกในช่วงเช้ามันก็บอกให้คนของมันเงียบเสียงเพราะตอนนี้ไม่จำเป็นต้องรายงานแล้ว คนที่มันคาบเรื่องมารายงานยืนอยู่ด้านหลังของมันแล้วจึงไม่ต้องทำอะไรอีก
“ศิษย์พี่จงหู ไม่เจอกัน 3 เดือน ท่านเลื่อนระดับเป็นจารึกวิญญาณขั้น 5 แล้วสินะ”
“ใช่แล้วจงชาง แต่ข้าก็เสียใจที่มาได้เพียงเท่านี้ ต่างจากศิษย์สายตรงคนอื่นๆที่ก้าวหน้ากว่าข้า เพราะข้ามัวยุ่งกับการหลอมยา มีอะไรเกิดขึ้นบ้างระหว่างที่ข้าตามติดอาจารย์เก็บตัวฝึกฝน”
“มีหลายอย่างเกิดขึ้น”
จงชางเริ่มเปลี่ยนสีหน้าไปเป็นโกรธแค้น แล้วเริ่มเล่าเรื่องที่เกิดขึ้นกับน้องทั้ง 3 ของมันให้ศิษย์พี่ได้รับฟัง ทันทีที่การเล่าเรื่องจบลงไปนั้นระดับจารึกวิญญาณก็ได้ระเบิดไปทั่วบ้าน สร้างความตกใจให้ศิษย์สายในไม่น้อย เพราะระดับจารึกวิญญาณไม่ใช่ระดับที่ศิษย์สายในจะก้าวไปถึง หากไม่ใช่ศิษย์สายตรงที่ได้รับการชี้แนะจากอาจารย์สถาบัน ไม่มีทางเป็นระดับจารึกได้
“ข้าจะฆ่ามัน”
“แต่ท่านต้องรอก่อน ข้าวางแผนจะฆ่ามันในประตูเทพธิดา นอกจากมันจะตายแล้วอาจารย์ก็ไม่มีสิทธิลงโทษเรา”
“ได้ ข้าจะรอจนกว่าจะถึงตอนนั้น”
—-------------------------------
“ดูนั่น รถม้าของหอประมูลสวรรค์เก้าชั้นฟ้า เห็นบอกว่าพวกเขาได้รับการช่วยเหลือจากนักหลอมยานิรนามเพื่อเป็นตัวแทนแข่งให้กับพวกเขา”
“ใครเหรอนักหลอมยานิรนาม” ชาวบ้านที่อยู่รอบๆสวนสาธารณะที่ถูกจัดเป็นสถานที่แข่งขันหลอมยา พากันเงี่ยหูฟังความสามารถของผู้ที่จะเข้าแข่งขัน
“เห็นคุณหนูซิงเยียนเคยบอกว่าเขาเป็นผู้ที่หลอมยายี่จง ยาทงเทียน ยาเสวียนอู่ให้กับหอประมูลสวรรค์เก้าชั้นฟ้า โดยพวกมันมีคุณภาพถึง 10 ส่วนเลย”
“เขาเองเหรอที่เป็นผู้หลอมยาทั้ง 3 ชนิด ไม่อยากจะเชื่อ”
“ไม่เพียงแค่นั้นนะ” ตงฟางรู้สึกตื่นเต้นกับผู้คนมากมายที่เหมือนจะมามุงดูการแข่งขั้นกันทั้งเมืองหลงไห่ ตอนนี้พวกเขาก็อยู่ในช่วงนำความสามารถของผู้เข้าแข่งขันมาพูดคุยกันเพื่อหาผู้ชนะ สร้างความรู้สึกตื่นเต้นให้ตงฟางไม่น้อย
“รอบๆรถม้าที่มีคนขี่สัตว์อสูรระดับ 3 พวกนั้นจะเป็นตัวแทนของหอประมูลสวรรค์เก้าชั้นฟ้าด้วยเช่นกัน ทั้ง 9 คนเป็นถึงนักหลอมยาระดับ 4 ของหอประมูลสวรรค์เก้าชั้นฟ้า”
“โห แบบนี้หอประมูลสวรรค์เก้าชั้นฟ้าก็มีโอกาสชนะสูงสิ”
“ไม่แน่หรอก ดูนั่นหอประมูลโคมกระจ่างก็เดินทางมาแล้วเช่นกัน เหล่าคนที่อยู่รอบๆรถม้าพวกเขาเป็นนักหลอมยาระดับ 4 เช่นเดียวกันกับทางหอประมูลสวรรค์เก้าชั้นฟ้าเลย ไม่เพียงเท่านั้นนะ คนที่อยู่ในรถม้ายังเป็นถึงนักหลอมยาระดับ 5 แล้วเขาก็มาจากเมืองหลวงด้วย”
“เฮ่ย แล้วแบบนี้ใครจะชนะกัน”
“ดูนั่น ครั้งนี้ตระกูลจงก็เข้าร่วมด้วย พวกเขาส่งผู้นำตระกูลมาเลย ได้ยินมาว่าเขาเป็นนักหลอมยาระดับ 5 แล้วด้วย แบบนี้สนุกแน่”
“แต่คนที่มากับเขาเป็นแค่นักหลอมยาระดับ 3 เท่านั้นนะ มีระดับ 4 แค่ 2 คนเอง หากสู้กันจริงยังไงเขาก็มีโอกาสแพ้สูง”
“ดูนั่น มาอีกแล้ว”
เสียงของชาวบ้านร้องตะโกนด้วยความตื่นเต้นดีใจกับการปรากฎตัวของผู้เข้าแข่งขัน ตงฟางที่นั่งอยู่บนรถม้าฟังคำอธิบายต่างๆจากพี่ซิงเยียน เขาก็เข้าใจได้ในทันทีเลยว่าทำไมการแข่งหลอมยาในครั้งนี้มันดูยิ่งใหญ่
คำตอบของเขาที่ได้จากความสงสัยคือ ทุกคนที่เข้าแข่งขันล้วนแล้วอยากได้สูตรยาเสวียนอู่ของตงฟาง ด้วยการหลอมยาคุณภาพ 10 ส่วนออกมาเป็นปริมาณมาก ทำให้พวกเขาอยากจะได้สูตรยามาครอบครอง หวังเชิดหน้าชูตาชื่อเสียงการหลอมยาของพวกเขา
“ตงฟางคิดว่ารับมือไหวไหมจ๊ะ”
“ไม่เกินกว่าที่ผมคาดการณ์ไว้ ตอนนี้มีเพียงแค่ตัวแทนหอประมูลโคมกระจ่างและผู้นำตระกูลจงที่คิดว่าน่าจะเป็นปัญหา ส่วนกลุ่มผู้เข้าแข่งขันอื่นๆผมคิดว่าน่าจะตกรอบไปเอง”
กลุ่มผู้เข้าแข่งขันมีทั้งหมด 12 กลุ่มด้วยกัน โดยคนที่เข้าแข่งขันของแต่ละกลุ่มจะมีด้วยกัน 10 คน สาเหตุที่มีจำนวนกลุ่มเข้าร่วมเพียงแค่ 12 เป็นเพราะพวกเขาแข่งขันกันมาก่อนแล้วรอบหนึ่ง เพียงแต่ว่าหอประมูลสวรรค์เก้าชั้นฟ้าและหอประมูลโคมกระจ่างได้รับสิทธิพิเศษ พวกเขาจึงเข้าร่วมรอบสุดท้ายที่จัดขึ้นในวันนี้โดยไม่ต้องแข่งรายการย่อยที่จัดขึ้นแบบลับๆโดยเจ้าเมือง
“มี 2 กลุ่มใช้นักหลอมยาระดับ 5 ส่วนที่เหลือเป็นแค่ระดับ 4”
ตงฟางสำรวจทุกๆคนบนรถม้าคันอื่นที่ห่างออกไปไกล สำหรับกลุ่มผู้เข้าแข่งขันทั้ง 12 กลุ่มรวมเขาด้วย มีเพียงแค่ 2 กลุ่มที่มีนักหลอมยาระดับ 5 ได้แก่ตระกูลจงและหอประมูลโคมกระจ่าง ส่วนกลุ่มอื่นมีนักหลอมยาระดับ 4 เป็นตัวแทน ตงฟางจึงไม่นับเพราะเขาคิดว่าการหลอมยาคนที่ได้เปรียบก็คือนักหลอมยาระดับ 5 แม้นักหลอมยาระดับ 4 จะมีทักษะลับสำหรับหลอมยาประจำตระกูลก็ตาม ยังไงพวกเขาก็จะถูกเขี่ยทิ้งอย่างแน่นอน เพราะการหลอมยาไม่ได้แข่งหลอม ยังแข็งพลังวิญญาณอีกด้วยถ้าไม่ระวังจะถูกโจมตีจนออกจากสนามไป