บ้านหลังขนาดกลางสไตล์โมเดิร์น ด้านนอกเป็สีขาวและสีน้ำตาลอ่อนโทนอบอุ่นที่มองแล้วสบายตา ตัวบ้านมีสองชั้น พร้อมทั้งยังมีสวนขนาดย่อมอยู่ข้าง ๆ รายล้อมด้วยต้นไม้ใหญ่สี่ห้าต้นให้ความร่มเย็น ในสวนมีดอกไม้ใบหญ้าหลายชนิดที่เป็ไม้ประดับตกแต่งบ้านให้ดูมีสีสันน่าอยู่
ขณะนี้มีหญิงสาวหน้าตาน่ารัก ผิวขาวผ่องใสกำลังยืดรดน้ำต้นไม้ พลางมองดูดอกดาวเรืองสีเหลืองสดใสในกระถางที่วางเรียงอยู่ข้างโต๊ะเหล็กดัดสีขาวใต้เงาต้นไม้ใหญ่ เมื่อมีเวลาว่างเธอก็มักจะมารดน้ำและตกแต่งสวนนี้อยู่เสมอ
‘เคียงรัก บุญมี’ อายุยี่สิบสองปี หญิงสาวมีโครงหน้ารูปทรงไข่ ดวงตากลมโตประดับด้วยแพขนตายาวงอน ริมฝีปากอวบอิ่มชวนมอง ผิวขาวอมชมพูดูมีเืฝาด เธอมีสัดส่วนที่ดูสมวัย แต่ขนาดหน้าอกกลับใหญ่โตเสียจนทำให้เ้าตัวมักหาซื้อเสื้อที่ตัวใหญ่กว่าตัวมาใส่ เนื่องจากไม่มีความมั่นใจในรูปร่างตัวเอง
เคียงรักเป็คุณหนูของที่นี่ เป็ที่รักที่เอ็นดูของใครหลายคน ใครรู้จักแล้วก็ต่างหลงเธอกันทั้งนั้น
“คุณหนูส้มคะ คุณเขาเรียกไปทานข้าวเช้าแล้วค่ะ เดี๋ยวป้ารดน้ำต่อให้เอง” อรสา แม่บ้านของที่นี่เดินมาเรียกคุณหนูของตนที่ดูแลมาั้แ่หญิงสาวย้ายมาที่นี่ในวัยสิบสองขวบ
“ค่ะ ฝากด้วยนะคะป้าสา” เคียงรักส่งยิ้มให้และยื่นสายยางที่ถืออยู่ส่งให้แม่บ้านแทน จากนั้นจึงรีบก้าวขาเรียวเล็กเข้าไปยังในบ้านทันที เพราะไม่อยากให้คุณเขาที่ป้าสาเอ่ยถึงนั้นรอนาน
“ปะป๊าขา~” เมื่อเดินเข้าไปในห้องกินข้าว เคียงรักเห็นคนที่นั่งรออยู่หัวโต๊ะก็ร้องเรียกหาเสียงใสในทันที พลางรีบก้าวขาฉับ ๆ ไปนั่งลงบนเก้าอี้ตัวข้าง ๆ
่นี้ปะป๊าทำงานหนักเสียจนไม่ยอมกลับบ้านกลับช่อง โทรคุยไม่ถึงห้านาทีก็จำต้องวางสายแล้ว ยังไม่ทันได้หายคิดถึง
“เรียกป๊าเสียงหวานเชียว ส้มมีอะไรหรือเปล่าครับ” คนที่โดนเรียกวางแก้วกาแฟที่จิบอยู่ลงบนโต๊ะ ก่อนจะหันมายิ้มตอบและเอ่ยถามลูกเลี้ยงสาวด้วยน้ำเสียงอบอุ่น
‘พิธา ชัยยะนันท์’ ชายหนุ่มอายุย่างก้าวสามสิบปีเมื่อไม่นานนี้ รูปร่างกำยำ แม้จะแตะเลขสามแล้ว แต่ใบหน้าหล่อเหลาที่ผสมผสานกับความน่ารักได้อย่างลงตัวทำให้ดูเหมือนยังยี่สิบต้น ๆ คิ้วดกดำเป็เส้นตรงรับกับดวงตาเรียวคมดุจเหยี่ยว ริมฝีปากหนาได้รูปชวนมองมักยกยิ้มให้หญิงสาวตรงหน้าเสมอ ทั้งใบหน้าที่เรียวเล็กคล้ายผู้หญิงและเครื่องหน้าที่ลงตัวชวนให้ลุ่มหลง ทำเอาเด็กสาวน้อยใหญ่มักจับจ้องเขาอยู่เสมอ
แต่ถึงจะหล่อเหลาขนาดไหนก็ยังคงถือครองสถานะโสด ไม่ผูกมัดกับใคร หาก้าปลดปล่อยก็เพียงแค่ซื้อกิน พิธามักใช้เวลาส่วนใหญ่อยู่แต่กับงานและดูแลลูกเลี้ยงที่ทั้งรักทั้งหวงแหน
“หนูคิดถึงปะป๊าค่ะ ่นี้ไม่ค่อยอยู่บ้าน ทำงานหนักทุกวันเลยนะคะ” เคียงรักตอบด้วยน้ำเสียงเง้างอน และจ้องมองใบหน้าหล่อ ๆ ของคนที่เธอเรียกปะป๊า
“ปะป๊ามีงานสร้างผับแห่งใหม่ครับ ่นี้เลยยุ่ง ๆ แต่อีกไม่นานทุกอย่างก็จะลงตัวแล้ว หนูทนอีกหน่อยได้ไหมครับ”
“ได้สิคะ ขอแค่ปะป๊าไม่ทิ้งส้มคนนี้ก็พอ” เคียงรักพยักหน้าหงึกหงัก ก่อนจะลุกขึ้นเดินไปนั่งที่ตักแกร่งของชายหนุ่ม
“ปะป๊าไม่เคยคิด และไม่แม้แต่จะคิดทิ้งหนูเลยครับ เพราะงั้นไม่ต้องกลัวนะ” เขามองดูคนตัวเล็กบนตัก พลางลูบหัวของเธอเบา ๆ เป็การปลอบโยน
“ค่ะ หนูจะไม่กลัว เพราะปะป๊าไม่มีทางทิ้งหนูไปไหนแน่ ๆ เพราะปะป๊ารักหนูใช่ไหมคะ”
“ใช่ครับ ปะป๊ารักหนูมาก ๆ เลยครับ" พิธาตอบลูกเลี้ยงทันที ทั้งชีวิตกว่าสิบปีที่อยู่ดูแลหญิงสาวมา เขาไม่เคยมีความคิดที่จะทิ้งเธอเลยสักครั้ง
มีแต่กลัวว่าตัวของหญิงสาว เคียงรักของเขาจะจากเขาไปเมื่อไหร่ จะช้าหรือเร็วที่เธอนั้นจะมีคนรัก
“หนูก็รักปะป๊าค่ะ รักมาก ๆ เลย รักที่สุดในโลก” เคียงรักโผเข้ากอดพิธา ปะป๊าที่หญิงสาวรักที่สุดในชีวิต ั้แ่ที่แม่ไม่แท้ของเธอทิ้งไป เคียงรักก็ไม่เคยคิดที่จะรักใครอีกเลย นอกจากปะป๊าพิธาที่เธอนั้นกอดอยู่
"ครับ ปะ หนูไปนั่งที่เก้าอี้ดี ๆ นะครับ จะได้ทานข้าวกัน" พิธาที่ปล่อยให้คนตัวเล็กนั้นกอดจนน่าจะพอใจแล้ว ก็เอ่ยบอกกับเธออย่างอ่อนโยน ซึ่งหญิงสาวเองก็เชื่อฟังแล้วยอมกลับไปนั่งยังเก้าอี้ประจำแต่โดยดี
เคียงรักที่ชายหนุ่มนั้นเรียกเป็เด็กที่เรียบร้อย น่ารัก ไม่ดื้อไม่ซน ขี้อ้อน และเชื่อฟังเขาเป็ที่สุด ไม่เคยเรียกร้องอยากได้อะไร ยกเว้นแต่ความรัก