“โอ๊ย หลินซือเยว่ นี่หล่อนจะนอนกินบ้านกินเมืองไปถึงไหนหา ลุกขึ้นมาช่วยงานได้แล้ว”
ยังไม่ทันที่หลินเสวี่ยอวิ๋นจะหายมึนหัวจากแรงกระชากของระบบเวรที่โยนเธอเข้ามาในนิยาย เสียงแหลมสูงระดับทำลายโสตประสาท ก็พุ่งแหวกเข้ามาใส่หูอย่างจัง เล่นเอาเธอสะดุ้งหัวสั่น
ยังไม่จบแค่นั้น ร่างเธอถูกมือใครบางคนกระชากลงจากเตียงไม้เก่า ๆ จนก้นกระแทกพื้นเข้าอย่างจัง เจ็บจนโลกหมุน ถ้าเป็โลกเดิมคงได้ทุบรีวิว 1 ดาวให้เ้าระบบเรียบร้อยแล้ว
กลิ่นอับชื้นของห้องเล็ก ๆ ผสมกับกลิ่นธูปจาง ๆ ตีขึ้นจมูก ทั้งอบอ้าว ทั้งหดหู่ เหมือนถูกจับโยนมาอยู่ในโกดังเก่าแบบไม่มีการตกแต่ง
ภาพแรกที่เธอเห็นคือเพดานไม้สีเข้ม กำแพงดินฉาบปูนแบบผ่านมือช่างใจร้อน ของใช้ในห้องแทบไม่มีอะไรทันยุคทันสมัยแม้แต่นิดเดียว
‘...นี่เหรอชีวิตสงบสุขอย่างที่เ้าระบบว่า นี่มันชีวิตแม่บ้านติดบ่วงกรรมชัด ๆ’
หลินเสวี่ยอวิ๋นกัดฟันแน่น กำหมัดไว้กับพื้น ในใจสาปส่งระบบเวรที่ยังไม่โผล่หน้ามาให้เธอเตะ
‘ฉันโดนหลอกชัวร์... ไอ้ระบบบ้านี่มันไม่ใช่แค่ส่งฉันมาแก้แค้น...แต่มันส่งฉันมาชดใช้ชาติแทนใครก็ไม่รู้’
หลินเสวี่ยอวิ๋น… ไม่ใช่สิ ตอนนี้เธอคือหลินซือเยว่ พยุงตัวเองขึ้นนั่ง ชั่วขณะนั้นเอง สายตาพลันปะทะเข้ากับร่างของหญิงวัยกลางคนรูปร่างท้วม ผิวคล้ำ ใบหน้าหยาบกร้าน ดวงตาคู่นั้นจ้องมองมาที่เธอด้วยความขุ่นเคือง ไม่ต้องบอกก็รู้ว่านี่คือแม่สามีตัวจริงเสียงจริง
“ลุกขึ้นสิ แกจะนอนเป็หินไปถึงเมื่อไหร่ วันๆ เอาแต่กินๆ นอนๆ ไม่เคยช่วยงานบ้านเลย ลูกสะใภ้อะไรกัน ี้เีได้ขนาดนี้”
“แล้วดูสิ แกแต่งงานกับเ้าใหญ่มาตั้งนาน ยังไม่มีวี่แววจะมีลูกเลยสักคน แกมันเป็นางปีศาจจอมล้างผลาญชัดๆ”
คำด่าทอราวกับปืนกลดังไม่หยุดหย่อน หลินซือเยว่ในตอนนี้ มึนงงเล็กน้อยกับถ้อยคำหยาบคายของแม่สามี แต่โดยรวมแล้วก็พอจับใจความได้ว่าเธอถูกด่าเื่ความี้เี และการไม่มีบุตร… ก็แหงล่ะ ยัยซือเยว่คนเดิมน่ะี้เีตัวเป็ขน ส่วนเื่ลูกน่ะ…ใครจะไปมีได้ในเมื่อผัวตัวเองยังไม่ยอมแตะเนื้อต้องตัวเลยแม้แต่น้อย
พยายามตั้งสติ เธอสูดหายใจเข้าลึก แล้วลองทำในสิ่งที่ "หลินซือเยว่คนเดิม" ไม่มีวันทำ...
“แม่… แม่พูดอะไรนะคะ?” เธอเอ่ยด้วยน้ำเสียงที่นุ่มนวล ที่ฟังดูรู้สึกนอบน้อม
จ้าวซื่อที่เห็นท่าทางแปลกไปของผู้เป็ลูกสะใภ้ถึงเธอถึงกับชะงัก เธอหรี่ตาลงอย่างจับผิด
“แก… แกพูดอะไรของแก? ปกติแกจะเถียงฉันหน้าด้าน ๆ หรือไม่ก็ทำเป็หูทวนลมกลับไปนอน... หรือว่าแกเล่นละครตบตาฉันอีก?”
หลิวซือเยว่รีบยิ้มแห้ง “มะ...ไม่ค่ะแม่ หนูแค่... เอ่อ... รู้สึกไม่ค่อยสบายตัวนิดหน่อยค่ะ”
หญิงสาวพยายามหาข้ออ้างที่ฟังดูเป็ธรรมชาติที่สุด
แม่สามีจ้องตาเธอเขม็ง ราวกับจะค้นหาความจริงจากดวงตาของเธอ แต่สุดท้ายก็สะบัดหน้าหนีอย่างรำคาญใจ
“ไม่สบายงั้นเหรอ แกอย่ามาทำเป็สำออย ลุกขึ้นมา”
หลินซือเยว่กัดฟันแน่น เธอลุกขึ้นจากพื้นไม้ด้วยท่าทางสงบเสงี่ยมที่สุดเท่าที่คนอย่างเธอจะทำได้ แล้วกวาดสายตาสำรวจไปรอบห้อง
เตียงไม้เก่า หมอนบางจนแทบมองไม่เห็นเป็รูป กับตู้เสื้อผ้าหวายใบเดียวในห้อง
นี่คือบ้านของเว่ยหานเจิ้ง สามีที่เธอมาสวมร่างอยู่ในโลกนี้
จากสภาพรอบตัว และจากสิ่งที่เธอพอจำได้จากนิยาย ตอนนี้น่าจะเป็่เริ่มต้นของเื่ เว่ยหานเจิ้งยังเป็เพียงชายหนุ่มธรรมดา ยังไม่ได้เริ่มทำการค้า ฐานะยากจน มีเพียงบ้านเก่า ๆ กับครอบครัวที่ไม่ต้อนรับเธอสักคน
หลินซือเยว่เดินตามแม่สามีออกจากห้องอย่างเงียบ ๆ ขณะที่สายตาเหลือบมองไปยังประตูไม้ที่เธอเพิ่งก้าวผ่าน
นั่นคือห้องนอนของเธอ ในฐานะภรรยาในนามของเว่ยหานเจิ้ง ผู้ที่ไม่เคยถูกสามีแตะแม้แต่น้อย
ไม่ต้องพูดถึงการร่วมเตียงเขาเมินเธอทุกลมหายใจ และสำหรับเขา เธอก็คงเป็แค่ตราบาปที่ถูกยัดเยียดเข้ามาในชีวิตก็เท่านั้น
บ้านหลังนี้สร้างจากอิฐและไม้เก่าๆ มีลานกว้างหน้าบ้านที่เต็มไปด้วยไก่และพืชผักสวนครัวเล็กน้อย บรรยากาศดูเงียบสงบ แต่ก็แฝงไปด้วยความตึงเครียดบางอย่าง เมื่อเดินผ่านลานบ้านไป
หลินซือเยว่เดินผ่านลานบ้านมาเงียบ ๆ สายตาเหลือบไปเห็นร่างของหญิงชราที่กำลังนั่งคัดผักอยู่ใต้เงาไม้ มือเหี่ยวย่นขยับช้าไม่ต้องให้ใครแนะนำเธอก็รู้ได้ทันทีว่านี่คือ “คุณย่า” ของเว่ยหานเจิ้ง สายตาท่านไม่ได้มองมาที่เธอด้วยซ้ำ... แต่ก็ััได้ถึงแรงกดดันที่ส่งมาโดยไม่ต้องเอ่ยคำ
ห่างออกไปไม่ไกล หญิงสาวคนหนึ่งวัยราว ๆ 16 - 17 ปี กำลังซักผ้าอยู่ในถังไม้ ร่างเล็ก ท่าทางกระฉับกระเฉง และที่เด่นที่สุดน้ำเสียงแหลมแสบแก้วหู
“ตื่นแล้วเหรอพี่สะใภ้ นี่มันสายโด่งขนาดนี้แล้วนะ เพิ่งจะลุกจากเตียง? หรือว่าคิดว่าตัวเองเป็คุณนายหรืออย่างไร”
หล่อนหันหน้ามา พร้อมรอยยิ้มเหยียดอย่างชัดเจน
“ผักก็ยังไม่ได้เด็ด ข้าวก็ยังไม่หุง วัน ๆ เอาแต่นอนกิน ใช้เงินของพี่เจิ้ง ที่พี่เขาอุตส่าห์หามาด้วยความยากลำบาก โดยไม่ทำงานอะไร”
หลินซือเยว่มองหน้าเด็กสาวที่กำลังซักผ้าอยู่นี่คงเป็ ตามความทรงจำเดิมเธอคือเว่ยเมิ่งหลานผู้เป็น้องสามี… ปากจัดไม่ใช่เล่น หญิงสาวได้แต่ถอนหายใจในใจ
‘นี่ฉันต้องเผชิญหน้ากับอะไรอีกเนี่ย...ไอ้ระบบเวร ถ้ายังมีหน้ามา...’
“ติ๊ง...” ในขณะที่เธอกำลังบ่นๆ ทันใดนั้นเสียงจองเ้าระบบก็ดังขึ้นมาเหมือนจะรู้ว่าเธอกำลังด่ามันอยู่
“โฮสต์จ๋า อย่าหน้าบึ้งไปเลยน้า ระบบมีภารกิจมาให้ทำ ระบบเอาภารกิจดี ๆ มาให้ด้วยล่ะครับ ไม่รับถือว่าพลาด”
หลินซือเยว่ถอนหายใจก่อนจะทำหน้าบึ้งใส่มัน
“ภารกิจอะไรอีกล่ะ...” เสียงเธอถามผ่านฟันกรอด ๆ อย่างไร้เยื่อใย
“ก็แค่ภารกิจเบา ๆ เองครับชื่อภารกิจว่าปรับปรุงความสัมพันธ์กับคนในครอบครัว’” ทันใดนั้นเสียภารกิจก็ดังขึ้นมา
“ติ๊ง ภารกิจหลักเริ่มต้น: ปรับปรุงความสัมพันธ์กับคนในครอบครัว… หากทำสำเร็จจะได้รับรางวัลพิเศษ”
เสียงของระบบ 8099 ดังอย่างร่าเริง แต่น้ำเสียงนั้นมันช่าง...น่าตบซะเหลือเกิน หลินซือเยว่ขมวดคิ้วทันที แล้วไอ้คำว่ารางวัลพิเศษ ของไอ้เ้าระบบมันคืออะไรกันแน่
เธอเลือกที่จะไม่พูดอะไรตอบโต้ และหันหลังเดินเข้าไปยังห้องครัวเล็ก ๆ ตรงมุมบ้าน
ภายในครัวเต็มไปด้วยกลิ่นถ่านควัน เตาดินเก่า ๆ ที่มีรอยแตกตรงมุม หม้อดินสีดำที่มีเขม่าดำเกาะรอบขอบ อุปกรณ์ครัวทุกชิ้นดูโบราณราวกับเวลาหยุดเดินมาั้แ่สมัยราชวงศ์ไหนก็ไม่รู้
แต่เธอยังไม่ทันจะหยิบอะไร เสียงแหลม ๆ ก็ดังขึ้นราวกับลั่นระฆังนรก
“นี่แกจะยืนเหม่อลอยไปถึงไหน มานี่เลย มาช่วยย่าของแกฉันเด็ดผักเดี๋ยวนี้” แม่สามีตวาดเสียงดัง
เสียงแม่สามีตวาดลั่นจากหน้าลาน หลินซือเยว่สะดุ้งเฮือก ก่อนจะกลั้นหายใจเงียบ ๆ แล้วเดินไปอย่างเสียไม่ได้ เธอทรุดตัวลงนั่งยอง ๆ ข้างคุณย่าเว่ย มือนิ่ง ๆ เอื้อมไปหยิบถั่วฝักยาว แต่ยังไม่ทันแตะ..เสียงแม่สามีก็ดังขึ้นมาทำให้เธอต้องชะงักมือ
“อืม… นี่แกจะมาช่วยคุณย่าเด็ดผักจริงๆ เหรอ?
หลินซือเยว่ชะงักปลายนิ้ว ยังไม่ทันได้ตอบอะไร น้ำเสียงเย็น ๆ นั่นก็พูดต่อ
“อย่าบอกนะว่ากำลังวางแผนจะเอาผักของฉันไปให้หมาที่ไหนกินอีก” ย่าเว่ยเอ่ยด้วยน้ำเสียงเ็า ฉายแววตาไม่ไว้วางใจอย่างชัดเจน
เอาอีกแล้ว คำพูดทุกคำของคนในบ้านนี้มันเหมือนมีดแหลมๆ ที่พร้อมจะกรีดแทงเ้าของร่างนี้อยู่ตลอดเวลา หลินซือเยว่ได้แต่ถอนหายใจอีกครั้ง นี่แหละชีวิตนางร้ายที่ถูกเกลียดชัง
เธอไม่ได้ตอบโต้คำพูดใดๆ ตั้งใจเด็ดผักอย่างเงียบเชียบ พยายามไม่ให้ทุกคนมาหาเื่มาตำหนิได้อีก
เวลาผ่านไป… แดดเริ่มแรงขึ้น และในที่สุด… ประตูรั้วหน้าบ้านก็ถูกเปิดออก ร่างสูงเข้ามาในลานบ้าน แผ่รัศมีเ็าออกมาจนคนในบ้านต่างก็เงียบเสียงลง
“เ้าใหญ่” แม่สามีรีบเดินเข้าไปหาลูกชายคนโตด้วยรอยยิ้มอบอุ่น
“กลับมาแล้วเหรอจ๊ะลูก เหนื่อยไหมจ๊ะ? แม่เตรียมน้ำไว้ให้แล้วนะ”
รอยยิ้มบนใบหน้าดูอบอุ่น... ต่างจากสีหน้าที่ใช้กับเธอเมื่อไม่กี่นาทีก่อนอย่างสิ้นเชิง
หลินซือเยว่หันไปมอง... และเธอก็ต้องชะงัก
เป็ครั้งแรกที่เธอได้เห็นใบหน้าของเว่ยหานเจิ้งด้วยตาตัวเอง ไม่ใช่ภาพในนิยายเขา ตัวจริงของเขาหล่อเหลายิ่งกว่าที่เธอเคยจินตนาการไว้เสียอีก
ใบหน้าคมเข้ม เส้นกรามชัดเจนในมุมเงาแสง ดวงตาคมกริบเหมือนเหยี่ยว กวาดมองไปรอบ ๆ อย่างเยือกเย็นแล้ว...ก่อนจะหยุดลงที่เธอ
หลินซือเยว่สะดุดหายใจไปวูบหนึ่ง เธอไม่ได้ตั้งใจจะจ้อง แต่สายตามันไปก่อนสมองเสียแล้ว
'เว่ยหานเจิ้ง... ตัวจริงหล่อกว่าที่ฉันคิดไว้เสียอีก'
เธอนึกเปรียบเทียบอย่างไม่ทันตั้งใจ และก็ต้องยอมรับตรง ๆ ว่า สามีในนามของร่างนี้... หล่อกว่าแฟนเก่าของเธอเสียอีก
แต่เพียงเสี้ยววินาที ดวงตาคู่นั้นกลับหรี่ลงเล็กน้อย สายตาเ็าและไร้แววต้อนรับ เขามองเธอราวกับ... เธอเป็เพียงวัตถุชิ้นหนึ่ง
ไม่สิ อาจจะแย่กว่านั้น เพราะในแววตานั้นมี ความรังเกียจ อย่างไม่ปิดบังแม้แต่น้อย
หลินซือเยว่ได้สติกลับมาแทบจะทันที
‘ใช่สิ… นี่มันแค่สามีตามพล็อตนิยาย ไม่ใช่พระเอกในชีวิตฉันเสียหน่อย’
ไม่ว่าจะหน้าหล่อเกินเบอร์ขนาดไหน ในสายตาคู่นั้น... เธอก็ไม่ต่างจากสิ่งของไร้ค่า ที่เขาไม่แม้แต่จะชายตามอง
‘ถ้าอย่างนั้นก็อย่าหวังเลย...อย่าหวังว่า หลินซือเยว่คนนี้ จะยอมอยู่ใต้ปลายเท้าผู้ชายแบบนี้’
‘โดยเฉพาะคนที่ไม่เคยแม้แต่จะเห็นหัวกัน’

ยัยน้องโดนระบบโยนเข้าร่างเมียพระเอกที่ทั้งบ้านเกลียด
ยังไม่ทันได้นั่งดื่มน้ำ กลับต้องโดนแม่ผัวด่าเหมือนิญญาปอบสิง
แล้วเ้าระบบยังให้มาทำภารกิจ"ปรับความสัมพันธ์กับครอบครัว"
โอ๊ยสงสารยัยน้องเลยว่าจะทำภารกิจผ่านหรือเปล่า…
ความสัมพันธ์ของยัยน้องกับตระกูลเว่ยตอนนี้น่ะเหรอ?
ระดับที่ถ้าหายใจแรง ๆ คนในบ้านจะเดินมาจุดธูปไล่ผีแล้วอะค่ะ
มาเอาใจช่วยยัยน้องกันเยอะๆนะคะ