การเดินทางกลับจากโครงการแลกเปลี่ยนวัฒนธรรมครั้งนี้ทำเอาหัวใจของอาเธลพองโต เต็มไปด้วยความสุขล้นเหลือ การที่เขาได้สารภาพรักกับมีนาและได้รับการตอบรับเป็อย่างดีช่างเป็เื่เหลือเชื่อที่เขาไม่เคยคาดฝันมาก่อนเลยตลอดชีวิตอันแสนเดียวดาย
แต่การกลับมารับตำแหน่งอาจารย์ตามเดิม ก็หมายถึงการปิดบังความสัมพันธ์ที่มีต่อกันเพื่อไม่ให้เกิดเื่เสียหายหรือส่งผลกระทบต่อเธอ อาเธลจึงตกลงกับมีนาว่าจะทำตัวเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น รักษาระยะห่างต่อกันเช่นเดิมจนกว่าเธอจะเรียนจบออกไปจากรั้วมหาวิทยาลัย
"ไม่เป็ไรค่ะ" มีนาบอกกับเขาพร้อมส่งยิ้มหวานให้ "อีกไม่นานหนูก็จะเรียนจบแล้วตอนนั้นเราจะได้ไม่ต้องปิดบังอะไรอีกต่อไป ขอแค่ได้เจออาจารย์ทุกวัน ได้คุยกันบ้างหนูก็มีความสุขแล้วล่ะค่ะ"
อาเธลจึงต้องข่มใจทำเป็เฉยเมยต่อให้อยากััตัวเธอ อยากกอดเธอไว้ในอ้อมแขนแค่ไหน ก็ต้องกลั้นเอาไว้เขาแอบนัดเธอเจอกันนอกสถานที่เงียบๆ เป็ครั้งคราวเพื่อทำกิจกรรมที่คู่รักทั่วไปมักทำด้วยกัน ไม่ว่าจะไปดูหนัง ทานข้าวเดินเล่นในสวน หรือแค่นั่งคุยกัน แลกเปลี่ยนความคิดเห็นต่างๆ นานา
อาเธลค่อยๆ ซึมซับความสุขจากเื่เล็กๆ น้อยๆชีวิตที่เคยมืดมนหม่นหมอง กลับสดใสราวกับมีแสงอาทิตย์มาส่องสว่างความรู้สึกเช่นนี้ ทำให้เขาลืมเลือนเื่ราวในอดีตไปจนหมดสิ้นเขาไม่เคยคิดเลยว่าตัวเองจะมีโอกาสได้รักใครสักคนและได้รับความรักตอบกลับมาอย่างเต็มเปี่ยมจนหลงลืมไปว่าความรักที่ชัดเจนขึ้นทำให้บางสิ่งบางอย่างอ่อนแอลง
หลายเดือนผ่านไปเช่นนั้นความสัมพันธ์ของทั้งคู่ดำเนินไปอย่างแสนประทับใจ วันเวลาแห่งความสุขผ่านไปอย่างรวดเร็วในที่สุดก็ใกล้ถึงวันที่ทั้งคู่รอคอย...วันที่มีนาเรียนจบและรับปริญญา
ในวันนั้น มีนาสวมชุดครุยสีดำประดับเหลืองทองเธอยืนถ่ายรูปร่วมกับครอบครัวและเพื่อนๆ บนใบหน้าประดับรอยยิ้มที่แสนสดใสดูมีความสุขและภูมิใจในความสำเร็จ ส่วนอาเธลนั้นแอบมองเธออยู่ห่างๆด้วยสายตาที่เปี่ยมไปด้วยความรักและความปรารถนาดี
พอพิธีรับปริญญาเสร็จสิ้นอาเธลก็รีบเดินเข้าไปหาเธอ โดยไม่สนใจสายตาของใครอีกต่อไป เขาดึงเธอเข้ามากอดโอบเธอไว้แนบอก
"ยินดีด้วยนะครับ คุณทำสำเร็จแล้วผมภูมิใจในตัวคุณมาก" เขากระซิบข้างหู เสียงสั่นด้วยความปลาบปลื้มใจ
"ขอบคุณค่ะอาจารย์หนูทำได้ก็เพราะคำแนะนำของอาจารย์ทั้งนั้นแหละต่อไปนี้เราจะได้ไม่ต้องคบกันแบบหลบๆ ซ่อนๆ อีกแล้วนะคะ" มีนาเงยหน้ายิ้มให้ดวงตาเป็ประกายวับวาว
ทั้งคู่กอดกันอยู่นานสองนานโดยไม่สนใจใยดีต่อสายตาของผู้คนที่พากันจับจ้องมอง คนส่วนใหญ่จะรู้อยู่แล้วว่าทั้งอาเธลกับมีนาสนิทสนมกันมากหลายคนคาดเดาได้ว่าพวกเขาคงมีสัมพันธ์ลึกซึ้งกว่าแค่อาจารย์กับศิษย์แต่ก็ไม่มีใครกล้าถามหรือพูดถึงเื่นี้ออกมาตรงๆ
หลังจากนั้น มีนาก็ย้ายออกไปอยู่ด้วยกันกับอาเธลที่คฤหาสน์หลังใหญ่พวกเขาใช้ชีวิตคู่ร่วมกันอย่างเปิดเผย เฉกเช่นคนรักทั่วไป ทั้งออกเดทจับจ่ายใช้สอย หรือแค่อยู่บ้านกันสองต่อสอง ก็เต็มไปด้วยความหวานชื่น อาเธลอิ่มเอมไปกับความรักที่ได้รับตอนนี้เขาพบความหมายของการมีชีวิตอยู่แล้วนั่นก็คือการอยู่เคียงข้างคนที่รักไปชั่วนิรันดร์
มีนาก็กำลังมองหางานส่งใบสมัครไปสัมภาษณ์กับบริษัทหลายแห่ง อาเธลเองก็พร้อมจะช่วยเหลือเธอเต็มที่ด้วยการใช้เส้นสายและคอนเนคชั่นของตัวเอง เขาอยากให้เธอได้งานที่ดี เงินเดือนสูงๆเพื่ออนาคตที่สดใส
แต่แล้ววันหนึ่งระหว่างที่เขานั่งจิบกาแฟอ่านหนังสือพิมพ์ที่ระเบียงบ้านเช่นทุกเช้า จู่ๆ เขาก็ได้พบเจอกับกลุ่มชายฉกรรจ์4-5คน
กลุ่มชายฉกรรจ์ที่ปรากฏตัวตรงหน้าอาเธลนั้นสวมเสื้อคลุมยาวสีดำสนิท ดูลึกลับน่ากริ่งเกรง เมื่อพวกเขาเห็นอาเธลต่างก็ชักดาบออกมาจ้องเขม็งมาที่เขาทันที
"องครักษ์อาเธลเราตามตัวท่านมานานแสนนานในที่สุดก็พบกันจนได้องค์ชายซาอาดิเอลทรงอยากได้ตัวท่านกลับไป เชิญท่านกลับไปพบพระองค์ด้วยเถิด"หัวหน้าของพวกเขากล่าวด้วยน้ำเสียงเข้มงวด
อาเธลใอย่างมาก เขาคิดว่าตลอดหลายร้อยปีที่ผ่านมาเขาซ่อนตัวอยู่บนโลกมนุษย์ได้อย่างปลอดภัย แต่ในเวลานี้พลังในการปกปิดกลับอ่อนแอลงอาจเป็เพราะความรักที่เขามีต่อมีนานั้นทำให้เขาเผลอตัวเมื่อได้อยู่ท่ามกลางความสุข ก็ลืมคิดถึงความระมัดระวังไปหมด
แต่ไม่ว่าอย่างไรเขาก็ไม่มีทางยอมกลับไปหาองค์ชายซาอาดิเอลอีกแล้วหลังจากเื่ราวทั้งหมดที่ผ่านมา ความลับอันดำมืดความเ็ปทรมานที่ถูกทำร้ายจิตใจ และคำสาปที่เขาไม่มีวันลืมเลือน
"ฝากบอกองค์ชายด้วยว่า อาเธลคนนี้จะไม่มีวันกลับไปแล้วหากพระองค์ยังไม่เลิกตามตื้อ อย่าหาว่าข้าไม่เตือนถึงเวลาแล้วที่ข้าจะเอาคืน..."
อาเธลกัดฟันกรอด สายตาวาวโรจน์ด้วยความแค้นเขาควักดาบเงินออกจากข้างกายอย่างว่องไว หมายจะสู้กับทหารของซาอาดิเอลถึงแม้จะรู้ว่าสู้พวกเขาคนเดียวไม่ได้ แต่ก็ต้องพยายาม เพื่อปกป้องคนที่เขารักเพื่อชีวิตใหม่ที่กำลังรอคอยอยู่ข้างหน้า
ทว่าจู่ๆ เขาก็หยุดชะงัก เมื่อได้ยินเสียงกรีดร้องของใครบางคนพร้อมกับภาพของมีนาที่อยู่ในมือของทหารอีกคนหนึ่ง ดาบคมจ่ออยู่ที่ลำคอของเธอ
"อย่าทำอะไรเธอนะ!" อาเธลคำรามแทบคลั่ง กำหมัดแน่นจนเห็นเส้นเืปูดโปน
"เชิญกลับไปกับพวกเราเถิด ท่านองครักษ์หากท่านไม่อยากให้สาวน้อยผู้นี้ต้องตายอย่างอนาถ" ชายผู้นั้นยิ้มเ็าเขากระชากมีนาให้เงยหน้าขึ้น ปลายดาบกดลึกเข้าไปจนเห็นเป็รอยช้ำและเืที่ไหลซิบ
อาเธลมองภาพตรงหน้าราวกับฝันร้ายเขาไม่เคยนึกเลยว่าเื่แบบนี้จะเกิดขึ้นกับตนได้ หากเป็แค่ชีวิตของเขาคนเดียวก็คงจะไม่หวั่นไหวมากนัก แต่คราวนี้พวกมันกล้ามาอาฆาตคนที่เขารักด้วย...เขาจะยอมไม่ได้เด็ดขาด
ในใจของอาเธลขณะนี้สับสนปนเปไปด้วยความคิดมากมาย ทั้งความเจ็บแค้น ความกลัว ความกังวลและความปรารถนาที่อยากจะปกป้องมีนาให้พ้นจากเงื้อมมือของศัตรูแต่เขาจะสู้ทหารเหล่านี้ได้อย่างไร ในเมื่อพวกมันมีตัวประกันอยู่
มีทางเดียวที่จะทำให้มีนาปลอดภัยได้...นั่นคือการยอมแพ้ และยอมกลับไปกับพวกมัน
"ได้... ข้ายอมไปกับพวกเ้า"อาเธลพูดเสียงเครือ น้ำตาเอ่อคลอ แต่ยังฝืนทรงตัวเอาไว้ "แต่ปล่อยเธอไปอย่าทำอะไรเธอเชียว มิเช่นนั้นข้าจะไม่มีวันให้อภัย แม้แต่ตัวข้าเองก็จะไม่ยอมไปง่ายๆ"
หัวหน้าทหารหัวเราะชั่วร้ายก่อนจะสั่งลูกน้องให้ปล่อยมีนา เขารวบตัวอาเธลไว้แล้วผลักเข้าไปในม่านควันสีม่วงมุ่งหน้าสู่โลกปิศาจทันที
มีนาที่เห็นเหตุการณ์ทั้งหมดพยายามดิ้นรนเข้าไปหาอาเธล แต่ก็ถูกผลักออกมาอย่างแรง เธอล้มลงกับพื้นได้แต่มองร่างของคนรักที่ค่อยๆ เลือนหายไปในความมืด จนไม่เหลือแม้แต่เงา
อาเธลถูกพาเข้าไปในโลกปิศาจ ที่ๆครั้งหนึ่งเขาเคยเรียกมันว่าบ้าน แต่บัดนี้กลับกลายเป็คุกที่ขังใจเขาเอาไว้เขาไม่รู้ว่าจะต้องเจออะไรบ้าง ภาพจำในอดีตที่เคยผ่านมายังติดตาราวกับหนังสยองขวัญความเ็ปและาแเก่าๆ ผุดขึ้นมาให้ระลึกถึงอีกครั้ง
แม้เขาจะพยายามหนีอดีตมาแสนไกลแต่สุดท้ายก็ไม่อาจพ้นจากอ้อมกอดของซาอาดิเอลไปได้เลยตราบใดที่ร่างกายนี้ยังเป็ของเขา ตราบนั้นเขาก็ไม่มีวันหลุดรอดพ้นไปได้ นี่คงจะเป็โชคชะตาที่ลิขิตเอาไว้แล้วกระมัง...
อาเธลยอมแพ้...เขาไม่อาจฝืนชะตากรรมอันเลวร้ายได้อีกต่อไป ขอเพียงให้มีนาปลอดภัยก็พอเื่ที่เหลือ ต่อให้เป็ความตาย เขาก็พร้อมจะรับมันทั้งหมด
ในที่สุดม่านหมอกสีม่วงก็จางหายไปเผยให้เห็นภาพของปราสาทอันยิ่งใหญ่ตั้งตระหง่านและร่างของชายหนุ่มในชุดสีดำสนิทผู้หนึ่งเขากำลังเดินตรงมายังอาเธลด้วยท่าทางองอาจผึ่งผายดวงหน้าหล่อเหลาประดับด้วยรอยยิ้มเ็าที่ทำให้ขนลุก
ซาอาดิเอล...
"ในที่สุดเ้าก็กลับมาหาข้าจนได้อาเธล..."
...