บทที่ 19 ลักลอบใส่ร้าย
“ผู้หญิงคนนั้นเป็คนเลว เธอทำได้ทุกอย่าง ฉันจะไม่ยอมให้พวกนั้นลอยหน้าลอยตาทำเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้นหรอก หลังจากทรยศฉันแล้วก็คิดจะเดินจากไปดื้อ ๆ แถมตอนนี้ยังไปคบกับประธานบริษัทเจิ้นถิงกรุ๊ปอีก อย่าคิดว่ามันจะราบรื่น ฉันจะไปบอกให้กงเจ๋ออวี้รู้ว่าเธอเป็คนแบบไหน!”
หานเกาอี้กำหมัดทุบลงบนโต๊ะด้วยความโกรธแค้น
จวีซือเฝยกระหยิ่มยิ้มย่อง แอบชื่นชมตัวเองอยู่ในใจ เธอเงยหน้า และโอบไหล่ของหานเกาอี้อย่างนุ่มนวล “ที่รักคะ อย่าโกรธเลยนะ เรากลับบ้านกันเถอะ… ไว้ฉันจะไปอ้อนวอนให้พี่ช่วยพูดกับกงเจ๋ออวี้ไม่ให้คุกคามคุณอีกต่อไป”
“ฮึ่ย! ฉันไม่้าความช่วยเหลือจากเธอหรอก ฉันจะต้องทำให้กงเจ๋ออวี้ทิ้งยัยนั่นให้ได้!”
ทำให้เธอมาขอร้องต่อหน้าฉัน และขอให้ฉันนอนกับเธอ!
วันรุ่งขึ้น ที่บ้านตระกูลจวี
“อะไรนะ? ซือหนานคบกับ… ประธานบริษัทเจิ้นถิงกรุ๊ป ที่ชื่อกงเจ๋ออวี้งั้นเหรอ?”
จวีกั๋วเจิ้งมองจวีซือเฝยด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความประหลาดใจ
“พ่อคะ หนูจะหลอกพ่อทำไม พ่อยังจำรูปถ่ายที่หานเกาอี้เอามาให้ดูได้ไหม ผู้ชายที่กอดพี่คือกงเจ๋ออวี้นั่นแหละ”
จวีกั๋วเจิ้งกลอกตาไปมา
จวีซือหนานหาที่คุ้มกะลาหัวใหม่ได้แล้วเหรอเนี่ย?
เมื่อเห็นดังนั้น จวีซือเฝยจึงรู้ทันความคิดของผู้เป็พ่อ จากนั้นเธอก็รีบพูดด้วยสีหน้าเศร้าสร้อย “พ่อคะ หนูรู้ว่าพ่อคิดว่าพี่ได้ที่พึ่งที่ดีกว่าแล้ว แต่พ่อรู้ไหมว่าพี่ไปขอให้กงเจ๋ออวี้ทำอะไรบ้าง”
จวีกั๋วเจิ้งขมวดคิ้วแน่น “ทำอะไร?”
“พ่อคะ หานเกาอี้บอกว่าตระกูลกงได้ยกเลิกสัญญาทั้งหมดของบริษัทตระกูลหานแล้ว หนูรู้ว่าพี่โกรธหนู แต่พี่เป็คนที่นอกใจก่อนนะ ตอนนี้พี่ทำแบบนี้กับหานเกาอี้ ถ้าบริษัทของหานเกาอี้ล้มละลายแล้วจะทำยังไงคะ พ่อคิดว่าพี่จะเป็สะใภ้ตระกูลกงได้จริง ๆ เหรอ ถ้ากงเจ๋ออวี้แค่เล่น ๆ กับเธอละก็ ตระกูลจวีของเราก็จะ…”
“อะไรนะ?”
เขากำหมัดทุบโต๊ะอย่างรุนแรง “เธอมีความสามารถที่น่ารังเกียจจริง ๆ ใช้ร่างกายปีนขึ้นไปจุดสูงสุด แล้วยืมมือคนนอกมาต่อต้านครอบครัวของตัวเองได้ลงคอ!”
เมื่อเห็นว่าพ่อเชื่อคำพูดตัวเอง เธอจึงแกล้งแสดงสีหน้าเป็ห่วงเป็ใย และเติมเชื้อเพลิงเข้าไปอีก “พ่อคะ… พวกเราจะทำยังไงดี ตอนนี้แม้แต่พ่อ พี่ก็ยังไม่สนใจ พ่อส่งเธอไปต่างประเทศเพราะกงเจ๋ออวี้ ถ้าเธอบอกเขาให้มาจัดการครอบครัวเราละก็…”
สีหน้าของจวีกั๋วเจิ้งพลันเปลี่ยนเป็ดำคล้ำขึ้นมาทันที
“เธอจะกล้าทำถึงขนาดนั้นเลยเหรอ ไม่ว่ายังไง พ่อก็ยังเป็พ่อของเธอ ถ้าเธอกล้ายืมมือคนอื่นมาจัดการครอบครัวของตัวเอง เธอคงบ้าไปแล้ว!”
แม้จะพูดด้วยน้ำเสียงมั่นอกมั่นใจ แต่ลึก ๆ แล้ว จวีกั๋วเจิ้งกลับรู้สึกหวาดหวั่นอยู่ไม่น้อย
เมื่อเธอเห็นสีหน้าของผู้เป็พ่อเปลี่ยนไป จึงรีบพูดต่อด้วยท่าทางกังวล “หนูยังได้ยินมาว่าสาเหตุที่พี่คบกับกงเจ๋ออวี้ จริง ๆ แล้วเป็เพราะ…”
“เพราะอะไร”
“หนูก็แค่ได้ยินมาค่ะ ไม่รู้ว่าจริงหรือเปล่า แต่ว่า… พี่วางยากงเจ๋ออวี้ ทั้งคู่ก็เลย…”
เธอกัดริมฝีปาก ทำหน้าราวกับไม่ค่อยมั่นใจ
เมื่อจวีกั๋วเจิ้งได้ยินแล้วก็โกรธจนเหวี่ยงโต๊ะล้ม
“หน้าไม่อายจริง ๆ ทำแบบนี้ได้ยังไง ขายหน้าวงศ์ตระกูลสิ้นดี!”
เมื่อเห็นผู้เป็พ่อโกรธมาก เธอจึงแสยะยิ้มในใจ
“พ่อคะ… อย่าโกรธเลยนะคะ สิ่งสำคัญที่สุดในตอนนี้คือพวกเราต้องขัดขวางไม่ให้พี่คบกับกงเจ๋ออวี้อีกต่อไป ทำผิดเพียงเล็กน้อยอาจส่งผลกระทบอันใหญ่หลวงได้ ถ้าวันหนึ่งกงเจ๋ออวี้รู้ความจริง เขาจะทำอะไรกับพี่ และจะทำอะไรกับครอบครัวเราบ้าง!”
จวีซือเฝยยังคงยุยงต่อไป
“ซือเฝย ลูกพูดถูกแล้ว เราจะต้องขัดขวางไม่ให้พวกเขาคบกันเป็อันขาด”
จวีกั๋วเจิ้งเอ่ยด้วยสีหน้าเคร่งขรึม ไฟแค้นในดวงตาไม่มีทางมอดดับลงได้
เช้าวันรุ่งขึ้น
จวีซือหนานสวมรองเท้าส้นสูงก้าวเข้ามาในบริษัทอย่างเช่นเคย แต่เมื่อนั่งลงที่โต๊ะทำงาน เธอก็ถูกเรียกไปยังห้องทำงานของหัวหน้าในทันที