บทที่ 1 : ฝันร้ายแค่ 3 รอบก็พอแล้ว
โลกาวินาศ แร็กนาร็อค เหตุการณ์ที่บิดาแห่งสรรพสิ่ง โอดินได้มองเห็นเป็นิมิตมาช้านาน ไม่มีใครได้รับรู้ความจริงว่าเหตุการณ์นี้จะเกิดขึ้นเมื่อไหร่ อะไรคือสาเหตุ แต่ผลลัพธ์ของมันถูกบอกจากปากของพระองค์เองในทุกครั้งที่ประชุมใหญ่
“ อิ๊กดราซิลจะโค่นล้ม 9 โลกบนกิ่งก้านจะมอดไหม้ด้วยเปลวไฟ สรรพสิ่งจะจมลงห้วงสมุทร และนั่นคือจุดจบของโลก”
แม้ท่านโอดินจะเห็นจุดจบมาแล้ว แต่ก็ไม่ย่อท้อ และ้าจะเปลี่ยนแปลงชะตากรรมนั้น เพื่อให้แอสการ์ด และโลกอีก 8 ใบบนกิ่งก้านต้นไม้ใหญ่สามารถดำรงอยู่ต่อได้ จึงพยายามทำทุกอย่าง ทำทุกทางเพื่อหลีกเลี่ยงจุดจบของสรรพสิ่ง
ท่านพยายามจะเปลี่ยนคำทำนายหายนะ ด้วยพระปรีชา อุตสาหะ พยายามอย่างไม่ลดละไม่ท้อถอย ทำให้ชาวแอสการ์ดเห็นเป็ตัวอย่าง แม้จะรู้ว่าอนาคตอาจจะต้องดับสูญ แต่ก็ไม่หวาดกลัว จนเกิดเป็ค่านิยมที่ว่า ใครตายอย่างอดสูในบ้านยามชรา จะตกสู่ห้วงนรกเย็นะเืนิลฟ์เฮล์ม พบความทุกข์ทรมาน
แต่สิ่งที่น่ากลัวกว่านั้น คือิญญาจะอยู่ไม่เป็สุข เพราะในวันแห่งาสุดท้าย จะโดนเกณฑ์มาเป็ทัพของคนตาย ทำลาย 9 โลกตามบัญชาของเฮล บุตรีของโลกิ เ้าตัวตนแห่งความโกลาหล !
ส่วนผู้กล้าหาญ ชาญชัย พลีชีพกลางสมรภูมิา จะได้รับความรุ่งโรจน์หลังความตาย ได้ไปอยู่ในวัลฮัลลา สรวง์ของเหล่าทหารกล้าที่รอวันมาร่วมสมรภูมิสุดท้าย ทำลายศัตรูให้สิ้นซาก เพื่อปกป้องมาตุภูมิ และอิ๊กดราซิลให้อยู่รอด
ตอนแรกข้า เฟรย์ เทพแห่งฤดูใบไม้ผลิ แสงแดด ก็คิดเห็นตรงกับท่านโอดินว่า เราต้องทำทุกทางเพื่อปกป้องความสงบสุขของแอสการ์ด ความสงบสุขของ 9 โลกให้พ้นภัยาสุดท้าย
แต่. . . ข้ากลับมองว่ามันเป็เื่ที่ผิดทีละเล็ก ทีละน้อยเมื่อเห็นการกระทำของโอดินดู.. . แปลก และผิดวิสัยของผู้ทรงปัญญา มองเห็นกว้างไกลแม้จะเหลือดวงตาแค่ข้างเดียว
การพยายามรวบรวมวัตถุวิเศษจากสถานที่ต่าง ๆ มาเก็บไว้ในท้องพระคลังแอสการ์ดจากตอนแรกจะทำด้วยปัญญา ด้วยการเจรจา ก็เปลี่ยนเป็การบุก รุกรานอย่างโหดร้ายด้วยหอกกุงเนียร์ ม้าสเลย์ปนีร์ และขยันยกทัพไปบุกถึงบ้านั์น้ำแข็งอย่างไม่มีเหตุผล
ข้าก็ต้องเข้าร่วมด้วยอย่างมิอาจขัดได้ แม้จะเสียอาวุธคู่ใจไป แต่ก็ใช่ว่าจะไร้ซึ่งพลัง และความสามารถ ตราบใดที่แสงสว่างยังสาดส่องลงมาที่ 9 โลก ข้าก็พร้อมจะออกรบเพื่อปกป้องความสงบสุขของอิ๊กดราซิล
แม้มันจะ. . . ดูโง่เขลามากขึ้นเรื่อย ๆ ก็ตาม ราวกับท่านโอดินถูกคำทำนายครอบงำจนปัญญาญาณสลายหายไปหมด เหลือแต่ความขลาดเขลาเบาปัญญา หวาดกลัวจุดจบจนคิดทำลายทุกอย่างที่จะเป็ปัญหาในอนาคต
แต่สุดท้ายแร็กนาร็อกก็มาเยือนจนได้ ข้าพ่ายแพ้ต่อการดวลดาบกับั์อัคคี เซิร์ทตัวตนแรก ๆ ของโลก และปราชัยไปอย่างไม่อาจขัดขืนชะตาได้
ข้ารู้สึกตัวอีกครั้ง พบว่าตัวเองนอนอยู่ข้างกายเกอดา ชายาที่รักของข้าอีกครั้ง บนเตียงในวังส่วนตัว ข้ารีบลุกขึ้นแล้วเดินออกไปดู พบว่าแอสการ์ดยังอยู่ดีมีสุข แสงสว่างยังสาดส่องลงมาไม่มีเค้าลางหายนะที่ข้าเห็นเมื่อครู่สักนิด
“ ฝัน. . .งั้นเหรอ” ข้าพูดเบา ๆ กับตัวเอง ก่อนหันหลังไปมองนางผู้เป็ที่รักยังคงหลับสนิท ไม่มีทีท่าจะตื่นแม้ข้าจะรีบลุกจากเตียงแค่ไหนก็ตาม คงเพราะเมื่อคืนเรามีความสุขด้วยกันมากจนเกือบเช้ากระมัง “ ถ้าเป็ฝัน ข้าก็ไม่อยากให้มันเกิดขึ้นจริงเลย”
วันเวลาผ่านไป ข้าค่อย ๆ เห็นฝันกลายเป็จริงทีละน้อย โอดินยังคงทำตัวแบบเดิมพยายามหยุดยั้งหายนะใหญ่ ด้วยการสร้างหายนะย่อยทีละเล็ก ทีละน้อย สร้างความบาดหมางให้ผู้คนไปทั่ว ภายใต้คำว่า “เพื่ออนาคตของอิ๊กดราซิล”
แล้ว. . . คนแคระเ่าั้ที่โดนจองจำไว้ ไม่มีสิทธิ์มีอนาคตที่ดีกว่าการถูกตรวนขึงมือตรึงเท้างั้นเหรอ? อ้างว่าพวกเขาจะสร้างอาวุธที่จะทำลายโลกได้ ทั้งที่ไม่มีหลักฐานใดนอกจากคำพูดจากปากพระองค์ผู้ถือตนเป็ใหญ่เหนือ 9 อาณาจักร ?
ั์น้ำแข็งโดนฆ่า สังหารแทบทุกวันแม้จะอยู่แต่ในถิ่นของตน เพราะพระองค์มองว่าในอนาคตพวกมันจะเป็กำลังหลักในการทำลายโลกด้วยความชั่วร้ายในสายเื ? ทั้งที่พระองค์เป็คนยกพวกไปฆ่าอีเมียร์ บิดาแห่งั์น้ำแข็งทั้งมวล แล้วลากศพมาสร้างโลกทั้ง 9นี่นะ ??
ั์เซิร์ท ที่จะเป็ผู้ล้างโลกทิ้ง ถูกมอบหมายให้ข้าไปจัดการในตอนนี้ ตอนที่ยังมีอาวุธคู่กาย ดาบวิเศษอยู่ แต่. . . ข้าจะทำอะไรกับตัวตนผู้อยู่มาก่อนโลกทั้ง 9 จะกำเนิดขึ้นมาได้ล่ะ นี่มันส่งข้าไปตายชัด ๆ !
พอข้าปฏิเสธ ก็โดนโอดินจองจำในฐานะ ผู้ละทิ้งอนาคต โดนริบทุกสิ่ง ทั้งยังมอบเกอดาให้เป็ชายาธอร์อีกด้วย. . . ข้าได้แต่กัดฟันทนในคุก ก่อนไม่กี่เดือนถัดมาจะได้ยินข่าวว่าธอร์สิ้นใจคาดาบเพลิงของเซิร์ทแล้ว และนั่นเป็ชนวนให้แร็กนาร็อกเปลี่ยนสถานที่จากทุ่งวิกริดมาเป็แอสการ์ด
“ สลายไปซะ !” เสียงของั์เซิร์ทดังขึ้นก่อนข้าจะมองเห็นแต่แสงสีแดงจ้าของเพลิงกัลป์ ที่เผาผลาญสรรพสิ่งให้สลายไปดั่งคำพูดของเขา
เป็อีกครั้งที่ข้าตื่นขึ้นจากนิทรา ฝันหายนะครั้งที่ 2 มันสมจริงมาก แม้แต่ความร้อนจากเปลวไฟยังรู้สึกได้ไปทั่วผิวกาย และข้าก็ััได้ว่าข้าไม่ได้ฝันแน่ ๆ เพราะตอนนี้ข้ากลับมาใน่เวลาที่จุดเริ่มต้นของหายนะยังไม่เริ่มต้น
จุดที่โลกิ กำลังเดินทางไปหาคนแคระเพื่อสร้างวิกผมทองให้เฟรย่า น้องสาวของข้า แม้เขาจะเป็คนเกรียน แอบเนียนมากร้อนผมทองเงางามของน้องข้าจนหมดหัว แต่เขาก็จะกลับมาพร้อมวิกผมที่เงางาม และอาวุธ อุปกรณ์ชั้นเลิศที่จะทำให้แอสการ์ดแข็งแกร่งมากขึ้น ทว่าเขาจะโดนพวกเราหักหลัง ไม่ปกป้องเขาจากข้อตกลงกับบรอคค์ และเอทรี
ข้าจึงออกตัวปกป้องโลกิ แต่โดนโอดินกล่าวหาว่าเข้าข้างคนผิดทำไม เลยโดนลงโทษไปพร้อมโลกิด้วยการให้คนแคระทั้งสองเย็บปากพวกเรา แทนการตัดหัวโลกิคนเดียว สร้างความพอใจให้คนแคระ และเรียกเสียงหัวเราะจากทวยเทพทั้งหลายที่เข้าร่วมรับชมการส่งมอบอาวุธวิเศษในท้องพระโรงกันมาก
และฝันร้ายที่ 3 ของข้าก็เกิดขึ้นจนได้ แต่ครั้งนี้ข้ากลับรอดตาย เพราะโลกิไว้ชีวิต ส่งข้าไปกักขังที่นิลฟ์เฮล์ม เพื่อไม่ให้ข้าเสริมทัพแอสการ์ดไปด้วยในตัว แต่ข้าก็รู้ดีว่ามันก็แค่ยื้อเวลาตายไว้ได้นิดหน่อย เพราะอัคคีผลาญภพของเซิร์ทได้ทำลายสรรพสิ่งที่ดำรงอยู่บนอิ๊กดราซิลอยู่
เมื่อบรรลุเป้าหมาย ั์อัคคีก็จากไป ปล่อยให้ยอดอ่อนของอิ๊กดราซิลต้นใหม่งอกเงยขึ้นมาใหม่ แต่ข้าไม่ได้เห็นอนาคตต่อจากนั้น เพราะถูกส่งกลับมานอนขวัญผวาบนเตียงเคียงข้างกับเกอดาอีกรอบ
“ ฝันร้ายน่ะ แค่ 3 รอบก็พอแล้ว” ข้าพูดเบา ๆ ก่อนตัดสินใจที่จะไปเปลี่ยนแปลงชะตากรรมตัวเอง. . . ชะตากรรมของอิ๊กดราซิล เป้าหมายของการเดินทางลับ ๆ ครั้งนี้ของข้าคือ น้ำพุแห่งโชคชะตาที่อยู่ตรงรากอิ๊กดราซิล !
________________________________
เปิดเื่ใหม่บทแรกในมุมมองของเทพเฟรย์
เทพแห่งฤดูใบไม้ผลิ แห่งแสงอาทิตย์ และความสว่างไสว
เพื่อเป็ฤกษ์ที่ดีต่อนิยายเื่นี้~
พูดคุย / ติดตามข่าวสารกันได้ที่
Kuronekoyuriya | Facebook
https://www.facebook.com/w.kuronekoyuriya