บ้านของเจษขนาดไม่ใหญ่มากมีเพียงแค่หนึ่งไร่เท่านั้น เป็บ้านสองชั้นสไตล์โมเดิล มีสระว่ายน้ำ มีสวนหย่อม มีต้นไม้ต้นผลไม้ขึ้นตามขอบรั้ว กำแพง ดูเป็บ้านที่กลมกลืนกับธรรมชาติมาก
“ยาย ตา ผมกลับมาแล้วววว”เจษตระโกนหน้าบ้านทันทีที่รถจอด ดีที่บ้านของเขานั้นข่อนข้างกว้างเลยทำให้เพื่อนบ้านไม่ค่อยได้ยินที่เขาพูดเท่าไหร่
“เออๆ เอาของไปวางก่อน เอ้าหลานสาวที่น่ารักของยายมาค้างที่นี่อีกแล้วหรอจ๊ะ”บุษบากล่าวด้วยรอยยิ้มเป็กันเองให้กับอิงฟ้าและแอนนาเพราะยายแกก็ชอบทั้งสองสาวมากเหมือนกัน
จะพูดได้ว่าเลี้ยงทั้งสองสาวมาั้แ่เด็กๆด้วยก็ว่าได้ เพราะว่าทั้งสองสาวมานอนค้างที่บ้านหลังนี้ประจำั้แ่สมัยเด็กแล้ว ขนาดปัจจุบันยังคงมาค้างอยู่เลย(มาเฝ้าไว้เดี๋ยวหาย)
หลายคนได้แต่สงสัยว่าทำไมสองสาวมาค้างได้ทั้งๆที่โตขนาดนี้ แต่ก็ไม่มีใครกล้าถามอะไรมากเพราะครอบครัวของทั้งคู่ก็เห็นด้วยเหมือนกัน ดังนั้นจะยุ่งเื่คนอื่นทำไม
“จ่ะคุณยาย”X2!!! ตอบเสร็จพลันหน้าแดงขึ้นมา การมาค่้างที่บ้านผู้ชาย ไม่ต้องบอกก็รู้ว่าหมายถึงอะไร
เรืองฤทธิ์หรือตาของเจษมองเขาแบบแปลกๆ ถ้าเป็ยายของเขามาเห็นตอนนี้ล่ะก็จะรู้ได้ทันทีเลยว่าตาของเขากำลังอิจฉาเขามากๆ ที่มีสองสาวที่สวยและน่ารักให้เลือกแบบนี้
ไม่เหมือนเขาที่ไม่ค่อยมีอิสระในเรื่ิองของความรักเท่าไหร่นักเพราะด้วยเื่ของต้นตระกูล แต่ตอนนี้ก็แยกออกมาแล้วั้แ่ลูกสาวของเขา ไม่ได้เกี่ยวกับตระกูลอีก
“ยายครับวันนี้มีอะไรกินงั้นหรอ”เจษถามด้วยความหิวโหย
“เปิดดูเองสิจะถามทำไม หลานยายมายายกอดหน่อยมา”เมื่อหลานที่แท้จริงมาบ้านหลานหลอกๆแบบเขาก็ต้องเหงาบ้างเป็ธรรมดา
“จ่ะคุณยาย”ทั้งคู่เดินไปกอดยายอย่างว่าง่าย พวกนางก็รักยายของเจษไม่ต่างจากแม่ของตัวเองเสียเท่าไหร่ เพราะทั้งสองเหมือนจะถูกแกเลี้ยงมาั้แ่จำความได้แล้วนั่นเอง
ถึงแม้ว่าบุษบาจะมีอายุ61ปีแล้ว แต่นางยังคงดูอุดมสมบูรณ์อยู่ ไม่ได้เหี่ยวแห้งตามวัยเหมือนตาของเจษเท่าไหร่นัก เพราะดูแลสุขภาพเป็อย่างดี
“นี่เ้าหลาน ใครเป็คนเลือกชุดให้ทำไมดูหล่อขึ้น และยังซื้ออะไรมาเยอะแยะ”บุษบาจะถามั้แ่ตอนแรกแล้ว แต่ยังไงหลานรักทั้งสองก็ต้องสำคัญกว่าเสื้อ หลานทั้งสองของเธอต้องได้รับความสนใจจากเธอก่อนอยู่ดี เลยไม่ได้ถามเื่นี้จากเจษเลยแต่แรก
“ต้องเลือกเองอยู่แล้ว”เจษยืดอกขึ้นพร้อมกับตบลงไปสองสามครั้งราวกับว่าภูมิใจในเื่นี้อย่างมาก
“ใช่แล้วจ่ะยายวันนี้เจษใช้เงินเยอะมาก ใช้ไปเท่าไหร่นะ”อิงฟ้าฟ้องพลางหันหน้ามาถามเจษเพราะเธอเองก็ไม่แน่ใจนัก
“ไม่ถึงสามหมื่น”เจษตอบกลับไปราวกับว่าเเค่เศษเงิน ถึงแม้ว่าในอดีตตอนเขาอยู่ม.ปลายแบบนี้จะเป็คนอดออมและประหยัดมาก
แต่เมื่อเขาเริ่มเล่นฟุตบอลที่ประเทศญี่ปุ่นเขามีเงินเยอะย่างมหาศาล เลยทำให้เขาเลิกนิสัยประหยัดอดออมไป
นี่แค่ซื้อเสื้อผ้า ถ้าพวกเธอเห็นว่าเขาเอาเงินเป็สิบๆล้านไปลงทุนเหมือนเมื่อก่อน จะไม่โวยวายหนักเลยหรือ?
ในตอนนั้นเขามีเงินจากเงินเดือนและเป็พรีเซนเตอร์แบรนต่างๆเยอะมาก เขาเห็นว่าเงินส่วนนั้นอยู่เฉยๆก็ไม่ค่อยได้ดอกเบี้ยมากเท่าไหร่ เลยต้องเอาเงินส่วนนั่นมาลงทุน...
“เอ็งมีเงินเก็บขนาดนั้นเลยงั้นรึ เอาเงินส่วนนั้นไปซื้อรถคันใหม่ไม่ดีกว่าหรอ”ยายใเป็อย่างมากเพราะไม่คิดว่าเ้าหลานชายจะใช้ตังเยอะขนาดนี้
“เห็นบอกว่าสำคัญอะไรนี่แหละค่ะ ดูแล้วซื้อมาใส่เท่ห์ๆให้สาวๆดูแน่ๆ”แอนนาใส่ร้ายป้ายสี อยู่ต่อหน้ายายพวกนางไม่กลัวอะไรอยู่แล้ว ต่อให้มีก้างก็เถอะเธอไม่กล้าจะทำอะไรอยู่ดี
“มันสำคัญจริงๆ เดี๋ยวจะพิสูจน์ให้ดู ไม่เกินสองปีหรอก”เจษพูดออกมาเต็มไปด้วยความมั่นใจ
“ชิ! ขอให้มันจริง”X2!! ทั้งสองสาวกลัวว่าเจษจะไปเหล่คนอื่นเลยต้องกันทางไว้ก่อน เจษรู้เื่นี้ดีอยู่แล้ว เด็กอายุไม่ถึงยี่สิบปีจะมาสู้เขาที่อยู่ในร่างเด็กได้ยังไง
“มากินข้าวได้แล้ว เราต้องออกไปอีกนะ เดี๋ยวไม่ทัน”เจษเรียกพวกเธอมากินข้าวเพราะกลัวว่าทั้งคู่จะใส่ร้ายเขามากไปกว่านี้
“ไปก่อนนะจ๊ะยาย...จ๊วฟ”X2!! ทั้งคู่หอมแก้มบุษบาคนละข้างแล้วไปกินข้าวกับเจษทันที
ทั้งสามคนกินข้าวฝีมือยายด้วยความรวดเร็วเพราะว่ามันอร่อยมาก ในอดีตยายเป็ถึงเชฟมิชลินไม่อร่อยสิแปลก
กินเสร็จทั้งสามคนก็ขึ้นห้องไปอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าตัวใหม่ จะให้ใส่ชุดนักเรียนไปเที่ยวยามค่ำคืนเดี๋ยวคนอื่นหาว่าเป็เด็กใจแตกกันหมด(ถึงตอนนี้จะเป็อยู่แล้วก็ตาม)
แต่จะรอนานหน่อยเพราะสองสาวกว่าจะเลือกชุดได้ก็ปาไปเป็ชั่วโมง ในที่สุดสองสาวก็มาในชุดที่พวกนางมั่นใจที่สุด แต่ก็เอาเสื้อกันหนาวปิดไว้ไม่ได้เปิดเผยออกมาเพราะกลัวยายจะว่านั่นเอง มีแต่กางเกงขาสั้นเท่านั้นแหละที่ปิดไม่ได้ในตอนนี้
“ไปก่อนนะครับ สองทุ่มน่าจะกลับ”เจษและสองสาวลายายอีกครั้ง ยายเองก็ไม่ได้ห้ามอะไรอยู่แล้วเพราะแกเป็คนที่มีความคิดที่ทันสมัย ไม่ได้ชี้นู้นชี้นี่ตามที่ใจ้าและหลานมีหน้าที่ทำตามเท่านั้น ห้ามโต้เถียง
เหมือนคนโบราณกล่าวไว้ ดูลักษณะของบ้านก็น่าจะรู้นิสัยของเ้าของบ้านแล้ว
เจษและสองสาวมาที่ห้างเซ็นทรัลอีกครั้ง เมื่อมาถึงก็เป็เวลาที่หนังกำลังจะฉายพอดี ทั้งสามคนเลยยื่นบัตรให้พนักงานแล้วไปนั่งรอ สองสาวไม่ได้ทำตัวเป็ศัตรูกันแล้วตอนนี้เพราะว่าอยู่ในโรงหนัง เห็นแบบนี้พวกเธอก็มีมารยาทนะ! ดังนั้นทั้งสองต่างเห็นพ้องกันว่าให้เจษนั่งตรงกลางนั่นเอง
หนังที่พวกเจษกำลังดูคือหนังรักโรแมนติก ที่ทำรายได้จากบล็อกซ์ออฟฟิศถึงร้อยล้านเหรียญสหรัฐภายในเดือนเดียว แถมยังเข้าชิงรางวัลออสการ์หลายสาขาด้วยเช่นกัน แต่ทำไมรอบดึกคนถึงได้มีน้อยแบบนี้
“โอ้ยร้อน!”พึ่บ แกร้ง!!!(สมมติว่าเป็เสียงรูดซิบน่ะครับ)
“ใช่ร้อนมาก!”พึ่บ! แกร้ง!!! ทั้งสองสาวจ้องตากัน ั์ตาของพวกนางเป็ประกายสะท้อนแสงในตอนแรก ไม่นานก็มีกระแสไฟฟ้าช็อตกันกลางอากาศ มีแค่พวกนางเท่านั้นที่เห็น
อิงฟ้ามาในชุดเกาะอกสีขาวสายเดี่ยวโชว์เนินอกเล็กน้อย ผิวของนางขาวใส ขนาดตอนนี้มืดสลัวยังคงมองเห็นได้ชัด
ส่วนแอนนามาในชุดเกาะอกสีขาวเช่นกันเเต่ไม่มีสายเดี่ยวเพราะว่าหน้าอกของเธอเป็ที่เกาะอยู่แล้ว เสื้อผ้าของพวกเธอถ้าสังเกตดีๆจะสามารถมองทะลุได้อย่างแน่นอน
“น่ารักมาก”เจษพูดชมทั้งคู่ออกมาอย่างแ่เบา ทั้งคู่ได้ยินก็หันหน้าหนีด้วยความเอียงอาย
...แสดงละครได้ห่วยมาก ซู๊ดดดด!...
ตรงโซนที่พวกเจษนั่งคือโซนสวีท ซึ่งราคามันแพงกว่าที่นั่งปกติอยู่แล้ว คนในรอบข้างนี้ขึ้งน้อยมาก ดังนั้นตรงโซนที่พวกเขานั่งอยู่มันจึงเงียบอย่างกับป่าช้า ถึงมันจะมีข้อเสียแต่มันก็มีข้อดีด้วยเหมือนกัน(คนที่เคยไปดูหนังกับแฟนจะทำอะไรกันน้อ...เม้นบอกข้างล่างด้วย)
“เจษ หนังฟอร์มยังจริงหรือเปล่าทำไมคนถึงน้อยแบบนี้”อิงฟ้าถามเจษด้วยสีหน้าเป็กังวลแต่ภายในใจลึกๆดีใจจนโลดเต้น
...แสดงละครเก่งจริงแม่สาวน้อย....
“ดูๆไปเถอะน่า”หนังยังไม่ทันเริ่มฉายแอนนาก็เอาไหล่ขของนางมาอิงไหล่ของเจษแล้วจนโชว์เนินไฟหน้าขนาดใหญ่ของเธอ เจษเหลือบมองเล็กน้อยแต่ก็เชิดสายตาขึ้นทันไม่งั้นเหลือมน้อยที่กำลังหลับอยู่ได้ตื่นขึ้นแน่
“หึ!”อิงฟ้าเห็นเจษเป็แบบนั้นถึงแม้ว่าจะโกรธแต่นางก็ไม่ได้ว่าอะไรพลางทำเหมือนแอนนาด้วย ถึงแม้ว่าจะสู้ของแอนนาไม่ได้แต่มันก็ล้นมืออยู่ดี(ผมละอิจฉาจริงๆ)
“เฮ้อ พวกเธอนี่น๊าาา จะน่ารักเกินไปแล้ว”เจษเผลอพูดออกมาอย่างแ่เบา แต่ทั้งสองสาวก็ได้ยินอย่างชัดเจน
สองสาวหน้าแดงในเวลาเดียวกันที่ได้ยินสิ่งที่เจษพูด สติของพวกนางไม่อยู่กับเนื้อกับตัวจนเผลอพูดบางอย่างออกมา
“แล้วรักไหมล่ะ...”
I’m number 4