ระบบบรรพบุรุษหลังโลกาวินาศ 132 แปรเปลี่ยนสถานการณ์
ร่างวิญญาณยื้ออย่างเต็มที่เพื่อซื้อเวลาให้กับคาลอส
คาลอสหมุนเวียนพลังงานพร้อมกับใช้วิชาเผาโลหิต
เม็ดโอสถรักษาที่เตรียมไว้ในยามฉุกเฉินถูกดีดเข้าปาก ต้นขาเกร็งแน่นก่อนส่งพลังไปที่ปลายเท้า ถีบตัวพุ่งทะยานเข้าหาชายชุดดำด้วยความเร็วเต็มพิกัด
ด้วยความเร็วของอเวกระดับแปดที่ใช้วิชาเผาโลหิตจนระดับพลังเกือบจะเทียบเท่าอเวกระดับเก้า เสริมด้วยความเร็วที่เพิ่มเข้ามาจากเสื้อคลุมเคลื่อนคล้อยดารา ความว่องไวของคาลอสตอนนี้แทบไม่ต่างจากอเวกระดับเก้าคนหนึ่ง
เพียงพริบตาเดียวก็เคลื่อนมาอยู่ด้านหน้าชายชุดดำ พร้อมมือที่เงื้อขวานไปด้านหลัง เตรียมโจมตีใส่อีกฝ่ายอย่างเต็มกำลัง
ร่างของชายชุดดำสั่นกระตุกไม่หยุด พยายามฉีกกระชากพันธนาการทิ้งไป ร่างกึ่งวิญญาณของจินถูกฉีกทำลายจนเสียหายหนัก เกือบจะทนต่อไปอีกไม่ไหวแล้ว…
ฝึด!
ฉับ!
ชายชุดดำฉีกกระชากพันธนาการออกเป็นผลสำเร็จ ร่างกึ่งวิญญาณของจินขาดกระจุย ก่อนจะแยกส่วนร่างกายหนีตายออกมาให้ห่างจากการต่อสู้
เป็นเวลาเดียวกันกับที่คมขวานสีแดงเพลิงของคาลอสพาดผ่านลำคอของศัตรู ด้วยความเร็วที่แทบไม่ต่างไปจากอเวกระดับเก้า มันเร็วจนชายชุดดำไม่สามารถหลบหนีได้พ้น ร่างกายยังคงค้างอยู่จุดเดิมตั้งแต่ตอนที่ถูกพันธนาการ
เนื้อเยื่อด้านนอกสุดถูกเปิดออก คมขวานร้อนแรงตัดเนื้อหนาช่วงลำคอ ตัดทะลวงผ่านหลอดลม หลอดอาหารและลูกกระเดือก ตัดผ่านตลอดได้โดยสะดวกโยธิน ทิ้งรอยไหม้เกรียมเอาไว้เบื้องหลัง พร้อมกับกลิ่นควันจางๆ เล็ดลอดออกมาจากปากแผล
แม้จะเป็นกายเนื้อของอเวกระดับเก้า แต่เมื่ออยู่ต่อหน้าขวานเพลิงสุริยัน มันก็ไม่ได้ต่างไปจากอเวกระดับเจ็ดที่คาลอสเคยจัดการมาก่อน และด้วยกำลังกายที่เพิ่มขึ้น การใช้แรงสับขวานให้เคลื่อนผ่านลำคอหนาๆ นั่นก็ไม่ได้เป็นปัญหาต่อคาลอสแต่อย่างใด
ชายชุดดำเบิกตาโพลง มันไม่คาดคิดมาก่อนว่าตนเองจะต้องมาเพลี่ยงพล้ำให้กับศัตรูที่มีระดับต่ำกว่าตนเองได้ง่ายดายเพียงนี้ นี่แทบจะไม่ถึงหนึ่งนาทีด้วยซ้ำตั้งแต่ที่ทั้งสองฝ่ายเผชิญหน้ากัน แต่อีกฝ่ายกลับประสานการโจมตีด้วยวิธีการแปลกๆ จากนั้นก็จบด้วยการโจมตีที่ทรงพลังสังหารกันจนถึงแก่ชีวิต
โดยเฉพาะขวานนั่น...มันทรงพลังรุนแรงจนสามารถบั่นศีรษะของอเวกระดับเก้าได้ราวกับตัดกระดาษ
น่าเสียดายที่ความรู้สึกเหล่านั้นมีอยู่ได้แค่เพียงครู่เดียว พริบตาต่อมาสติของชายชุดดำก็ดับวูบ ไม่สามารถรับรู้ความเจ็บปวดหรือโกรธแค้นคู่กรณีได้อีกต่อไป คงจะเหลือเพียงแต่ความหวาดกลัวอย่างสุดซึ้งภายในดวงวิญญาณ ไม่รู้ว่าสุดท้ายมันจะถูกทัณฑ์ทรมานรุนแรงมากเพียงใดเมื่อปฏิบัติภารกิจไม่สำเร็จ
แน่นอนว่าอเวกระดับเก้าของสมาคมนักฆ่าหัวใจทมิฬอย่างมันย่อมถูกประทับตราลงบนดวงวิญญาณอย่างแน่นอนเพื่อไม่ให้เกิดการทรยศต่อกองกำลัง นั่นเป็นเหตุผลว่าทำไมเหล่าสมาชิกจากสมาคมนี้ถึงบ้าคลั่ง ทำเรื่องต่างๆ โดยไม่เกรงกลัวความตาย เพราะสำหรับพวกมัน...ยังมีสิ่งอื่นน่ากลัวเสียยิ่งกว่าความตาย
จินในร่างกึ่งวิญญาณซึ่งกำลังผสานร่างที่ฉีกขาดของตนเองเข้าหากัน จ้องมองพลังงานวิญญาณสีฟ้าที่ลอยออกมาจากร่างของชายชุดดำหลังตาย พร้อมกับร่องรอยอักขระที่รายล้อมรอบวิญญาณของมันเต็มไปหมด...ดูเหมือนว่ายิ่งเป็นอเวกระดับสูงขึ้นเรื่อยๆ ตัวอักขระที่สมาคมนักฆ่าหัวใจทมิฬสลักเอาไว้บนดวงวิญญาณจะยิ่งซับซ้อนมากขึ้นกว่าตัวตนระดับต่ำ
แม้จะเห็น แต่ร่างกึ่งวิญญาณที่กำลังพยายามซ่อมแซมตนเองนั้นไม่สามารถติดตามไปได้ ดวงวิญญาณของอเวกระดับเก้านั้นมีพลังงานสูงกว่าอเวกระดับกลางที่จินเคยพบ มันพุ่งออกไปด้วยความเร็วที่มากกว่า อย่างไรก็คงตามไปไม่ทัน อีกอย่างจินก็ไม่แน่ใจว่าจะสามารถทำลายดวงวิญญาณนั้นได้หรือไม่ ในเมื่อมีอักขระรายล้อมหนาแน่นเช่นนั้น
แต่การปล่อยมันไปเช่นนี้หมายความว่า การกระทำครั้งนี้จะต้องอยู่ในการรับรู้ของตัวตนระดับสูงภายในสมาคมนักฆ่าหัวใจทมิฬ
จากเป้าหมายที่ไม่เคยอยู่ในสายตา หลังจากนี้ทั้งคาลอสและจินอาจจะกลายเป็นหนึ่งในคนที่อีกฝ่ายหมายหัวเอาไว้แล้วก็เป็นได้ เพราะไปขัดขวางแผนการใหญ่ของพวกมัน
ที่จินแน่ใจว่าเป็นแผนการใหญ่ก็เพราะอีกฝ่ายถึงกับลงทุนใช้อเวกระดับเก้าเพื่อมาไล่ล่าสังหารวัยรุ่นเพียงสองคน...เด็กสองคนนี้จะต้องมีความสำคัญไม่น้อยเลยทีเดียว หรือบางทีอาจจะเกี่ยวข้องกับสงครามภายในอาณาเขต C ที่เกิดขึ้นเมื่อเร็วๆ นี้? เด็กทั้งสองคนอาจจะเป็นหนึ่งในราชนิกุล?
วิญญาณบรรพบุรุษตระกูลพีไรซ์ค่อนข้างเห็นด้วยกับความคิดหลังของตนเอง เมื่อดูจากเครื่องแต่งกายของเด็กหนุ่มและเด็กสาว แม้จะไม่ได้หรูหราฟู่ฟ่า แต่ก็ใช้ผ้าชนิดพิเศษถักทอขึ้นมาอย่างประณีตบรรจง นี่ไม่ใช่เครื่องแต่งกายที่คนธรรมดาๆ จะมีได้ ยิ่งการที่มีอเวกระดับเก้าคอยคุ้มกันแล้วด้วย คงไม่พ้นคนสำคัญที่หลบหนีออกมาจากมหานครเขต C
จินแอบสังเกตสิ่งต่างๆ รอบกาย ขณะผสานร่างที่เสียหายให้กลับมาเป็นหนึ่งเดียวกัน
ตอนนี้คาลอสฟันซ้ำเข้าใส่ชายชุดดำเพื่อให้แน่ใจว่าอีกฝ่ายจะไม่ลุกขึ้นมาสร้างความวุ่นวายได้อีก ก่อนจะจับจ้องไปที่กลุ่มคนชุดดำที่เหลือ
พวกมันดูตกใจไม่น้อยเช่นกันที่หัวหน้าของตนตกตายง่ายดายถึงเพียงนี้ แต่กระนั้นพวกมันก็ยังยืนนิ่งคุมเชิง ไม่ถอยหนีแม้แต่ก้าวเดียว ซึ่งหากคิดว่าพวกมันเป็นคนจากสมาคมนักฆ่าหัวใจทมิฬ...เรื่องนี้ก็ไม่ได้น่าแปลกใจนัก เพราะการทำภารกิจล้มเหลว ถือเป็นความผิดบาป จะไม่ได้รับการให้อภัยแม้จะตายกลายเป็นผีไปแล้วก็ตาม
คาลอสหันกลับมามองชายชราและวัยรุ่นทั้งสองอีกครั้ง ในเมื่ออีกฝ่ายเป็นศัตรูของสมาคมนักฆ่าหัวใจทมิฬ นั่นหมายความว่าเป้าหมายของทั้งสองก็คือสิ่งเดียวกัน
แม้ชายชราจะตัวติดเด็กหนุ่มเด็กสาวทั้งสองไม่ยอมห่าง แต่ก็ไม่ได้แสดงท่าทีเป็นปฏิปักษ์ใดๆ ต่อจินและคาลอส นั่นก็ทำให้ชายหนุ่มชุดแดงพอจะวางใจได้ว่าอีกฝ่ายไม่ใช่คนบ้าคลั่งเหมือนพวกสมาคมนักฆ่าหัวใจทมิฬ เพียงแต่ตอนนี้อีกฝ่ายยังไม่สามารถไว้ใจพวกเขาได้มากก็เท่านั้น คงเป็นความกังวลว่าคนในการคุ้มครองของตนเองจะเป็นอันตรายไป
คาลอสเลิกให้ความสนใจกับคนทั้งสามก่อนจะหันไปหากลุ่มคนชุดดำที่มีมากกว่าสิบ นี่ต่างหากที่เขาจะต้องรีบจัดการ วิชาเผาโลหิตไม่สามารถคงสภาพเอาไว้ได้นาน ไม่เช่นนั้นมันจะส่งผลเสียต่อร่างกาย สิ่งที่เขาต้องทำคือรีบจบเรื่องนี้เสีย
ร่างของคาลอสพุ่งเข้าใส่กลุ่มคนชุดดำ ซึ่งอีกฝ่ายก็โถมเข้าใส่คาลอสเช่นกัน ราวกับจะใช้จำนวนที่มากกว่าปิดล้อมจัดการชายหนุ่มให้สิ้นซาก
ฝับ ฝับ ฝับ!
ขวานในมือของคาลอสถูกเหวี่ยงออกอย่างต่อเนื่อง ความเร็วของเขาตอนนี้รวดเร็วอย่างมาก ไหนจะยังมีเคล็ดท่าร่างเคลื่อนคล้อยเงาอีก ไม่มีทางที่กลุ่มชายชุดดำจะแตะต้องตัวคาลอสได้เลย มีเพียงชายหนุ่มเท่านั้นที่เป็นฝ่ายสับร่างของพวกมัน
จินจ้องมองพลังงานวิญญาณที่พุ่งออกจากร่างของพวกมันทีละดวงๆ แต่ไม่ได้เข้าไปทำอะไรกับมัน อย่างไรพวกเขาก็ถูกเปิดเผยตัวไปแล้วตั้งแต่ทีแรก จะให้อีกฝ่ายได้รับดวงวิญญาณกลับไปเพิ่มขึ้นคงไม่มีปัญหา
กลับกัน หากจินเลือกที่จะจัดการกับพวกมัน แทนที่จะเป็นการผลดี มันกลับกลายเป็นการให้ข้อมูลอีกฝ่ายเพิ่มเติมว่าพวกตนมีความสามารถในการกำจัดพลังงานวิญญาณ ซึ่งการทำให้อีกฝ่ายมีข้อมูลเกี่ยวกับตนเองมากขนาดนั้นมีแต่เสียกับเสีย
คาลอสฟาดฟันพวกมันจนตกตายไปหลายคน พวกมันที่กรูกันเข้ามาหมายสังหารก็เริ่มกระจายตัวออกไปยามที่เห็นว่าไม่สามารถจับการเคลื่อนไหวของอีกฝ่ายได้ทัน สุดท้ายสัมผัสได้เพียงแค่เงาที่ตามหลังคาลอสเท่านั้น
เมื่อเห็นแบบนั้นชายหนุ่มเองก็ต้องเปลี่ยนวิธีการต่อสู้ เป็นยุทธวิธีที่แลกเลือดกับฝ่ายตรงข้ามมากขึ้น หลอกล่อยอมให้ศัตรูโจมตี เพื่อลวงอีกฝ่ายให้มาตายภายใต้กับดัก
แน่นอนว่ากับพวกที่ระมัดระวังตัว สิ่งนี้อาจจะใช้ไม่ได้ผล แต่กับเหล่าสมาชิกนักฆ่าหัวใจทมิฬที่หมดหวังในการโจมตีไปแล้ว พวกมันต้องรีบคว้าโอกาสนั้นเอาไว้ทันที แม้จะเป็นเพียงบาดแผลเล็กๆ ที่สามารถสร้างได้ แต่พวกมันก็พร้อมที่จะเอาตัวเองไปเสี่ยงอันตรายเพียงเพื่อโอกาสในการสร้างความเสียหายให้กับศัตรู
ฝับ ฝับ!
มีอีกหลายศพที่ต้องสังเวยให้กับคมขวานสีแดงเพลิง ตอนนี้กลุ่มคนชุดดำนับสิบเหลือรอดชีวิตเพียงไม่กี่คน พวกมันหนีออกไปดูเชิงอยู่ด้านนอก แทนที่จะคลุกวงในต่อสู้กับคาลอส
คาลอสมองพวกมันนิ่งๆ ก่อนจะถอยร่างกลับมาหาจินที่ตอนนี้ประกอบร่างกลับมาจนเสร็จสมบูรณ์
ชายหนุ่มชุดแดงปลดวิชาเผาโลหิตออก ความอ่อนล้าค่อยๆ ถาโถมเข้ามา แต่กระนั้นคาลอสก็ยังต้องแสดงให้เห็นว่าตนเองยังเต็มเปี่ยมไปด้วยพลัง ไม่อาจทำให้ศัตรูเห็นความอ่อนแอของตนเองได้
กลุ่มชายชุดดำ กลุ่มของชายชรา และกลุ่มของคาลอส ทั้งสามฝ่ายจดจ้องกันอยู่พักใหญ่ ไม่มีใครลงมืออะไรต่อไป จนกระทั่งเสียงระเบิดดังขึ้นอีกระลอก
ปรากฏร่างสะบักสะบอมพยายามหลบหนี กับชายวัยกลางคนพุ่งตัวตามมาติดๆ
ด้านหลังตามมาด้วยกลุ่มคนชุดดำที่หาโอกาสโจมตีคู่ต่อสู้ทีเผลอ
ตูม ตูม ตูม!
ชายวัยกลางคนที่พุ่งตัวตามมาระดมหมัดใส่ฝ่ายที่หลบหนี เสียงหวดของหมัดรุนแรงราวกับเสียงระเบิดกัมปนาท
ผู้หลบหนีพยายามป้องกัน แต่ร่างทั้งร่างยังคงครูดไถล กระเด็นกระดอนถอยไปด้านหลังอยู่ตลอด ไม่สามารถต้านรับแรงกระแทกของแต่ละหมัดเอาไว้ได้
ชายชราที่เห็นเช่นนั้นก็หรี่ตาลงทันที ดูเหมือนวิกฤติของพวกเขาจะยังไม่จบลง
ชายชราเหลือบสายตามามองชายหนุ่มชุดแดง ครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง ตอนนี้แม้หน้าฉากจะดูเหมือนชายหนุ่มชุดแดงเป็นปกติดี แต่พลังงานภายในไม่สม่ำเสมอเป็นอย่างยิ่ง ชายชราแน่ใจว่าชายหนุ่มคงไม่สามารถแสดงพลังเหมือนก่อนหน้านี้ได้อีกแล้ว
เพราะฉะนั้นคงมีแต่เขาเพียงคนเดียวเท่านั้นที่พอจะเป็นคู่ต่อสู้ให้กับอีกฝ่ายได้
อีกฝ่ายที่เคยเป็นพวกเดียวกันแต่กลับไปเข้ากับพวกทรยศเป็นเหตุให้องค์ชายและองค์หญิงตกอยู่ในอันตราย!
ชายชรากัดฟันแน่น หันกลับไปมองศัตรูตรงหน้า ซึ่งอีกฝ่ายมองก็มองกลับมาเช่นเดียวกัน ดูเหมือนว่ามันจะรู้ถึงสถานการณ์ของตนเองแล้ว และตั้งใจจะจัดการอเวกระดับเก้าอีกคนหนึ่งโดยเร็วที่สุด ไม่เช่นนั้นฝั่งมันจะยิ่งกลายเป็นเสียเปรียบ
ชายชราคิดอยู่อึดใจ ในที่สุดก็ตัดสินใจได้ ในสถานการณ์เช่นนี้หากเขามัวแต่ปกป้องเด็กหนุ่มเด็กสาวเหมือนไข่ในหิน ทุกคนรอบตัวจะตกตายไปทีละคนๆ และเมื่อนั่นเขาอาจจะไม่สามารถปกป้องทั้งสองคนได้อีก
“แม้พวกเราจะไม่รู้จักกัน แต่ข้าขอฝากเจ้าดูแลคนทั้งคู่ชั่วคราวจะได้หรือไม่?” ชายชราเอ่ยคำออกมาเบาๆ ก่อนจะหันหน้ามาทางคาลอส “และข้าจะไม่ออกไปต่อสู้เด็ดขาดหากเจ้าไม่รับปากข้า”
ไม่รู้อะไรดลใจ แต่ชายชรายอมเสี่ยงเชื่อถือคนแปลกหน้า ตอนนี้มีเขาคนเดียวที่จัดการอเวกระดับเก้าตรงหน้าได้ ส่วนคนอื่นไม่ได้อยู่ในสภาพที่ดีนัก นั่นเป็นเหตุผลว่าทำไมชายชราจะต้องลงมือเองเพื่อแก้ปัญหานี้ให้สิ้นซาก แล้วหลังจากนี้พวกเขาจะได้พากันออกจากเขต C ไปได้เสียที
คาลอสค่อยๆ หันหน้าไปมองชายชรา ทั้งคู่สบตากัน ความคาดหวังในสายตาของชายชราสร้างความรู้สึกกดดันให้กับชายหนุ่มไม่น้อย