บทที่ 30: คำสอนฉบับมารดาผู้ชนะ และนักสืบเหมียวเหมียวลงสนาม!

เช้าวันรุ่งขึ้น ณ คฤหาสน์ตระกูลไป๋
สภาพห้องโถงใหญ่ของคฤหาสน์ตระกูลไป๋กำลังถูกแม่บ้านและคนงานเร่งเก็บกวาดเศษซากแจกันและเฟอร์นิเจอร์ที่พวกมาเฟียทำพังไว้เมื่อคืน
บนโซฟาตัวใหม่ที่เพิ่งถูกยกเข้ามาเปลี่ยน ประธานไป๋และคุณนายไป๋ (พ่อและแม่ของไป๋เสวี่ย) กำลังนั่งจ้องมอง 'เช็คเงินสด 10,000 ล้านหยวน' ที่วางอยู่บนโต๊ะราวกับกำลังมองดูวัตถุศักดิ์สิทธิ์จาก์
"เสวี่ยเอ๋อร์..." ประธานไป๋เงยหน้าขึ้นมองลูกสาวที่กำลังนั่งปอกแอปเปิลอยู่ข้างๆ "ตกลงว่าเพื่อนร่วมชั้นของลูกคนนี้... เขาเป็ใครมาจากไหนกันแน่? พ่อพยายามให้เลขาไปสืบประวัติของ 'ลู่ลี่' ในแวดวงธุรกิจแล้ว แต่กลับไม่พบข้อมูลการสืบทอดตระกูลใหญ่ๆ เลย... ชายหนุ่มที่สามารถใช้เงินหมื่นล้านซื้อชีวิตคนได้หน้าตาเฉยแบบนี้ เื้ัของเขาต้องน่ากลัวระดับประเทศแน่ๆ!"
ไป๋เสวี่ยส่ายหน้าเบาๆ แววตาของเธอแฝงไปด้วยความซับซ้อน "หนูก็ไม่รู้เหมือนกันค่ะคุณพ่อ... ตอนเด็กๆ เขาเป็แค่คนเงียบๆ ที่นั่งอยู่หลังห้อง แต่พอมาเจอกันตอนนี้ เขากลับกลายเป็คนที่มีอำนาจล้นฟ้า... แถมยังมีบอดี้การ์ดและขบวนรถไฮเปอร์คาร์คอยคุ้มกันอีก"
"ไม่รู้ก็ไม่เป็ไร!" จู่ๆ คุณนายไป๋ก็ตบโต๊ะดังปัง! จนประธานไป๋สะดุ้ง "ที่สำคัญคือ... เขาเป็คนช่วยชีวิตตระกูลเราไว้! แถมสายตาที่เขามองลูกเมื่อคืน มันก็ชัดเจนอยู่แล้วว่าเขามีใจให้ลูกแน่ๆ! เสวี่ยเอ๋อร์... ลูกต้องหาทาง 'จับ' ผู้ชายคนนี้ไว้ให้อยู่หมัดนะ เข้าใจไหม! ทายาทัแบบนี้ ร้อยปีจะมีโผล่มาสักคน!"
ไป๋เสวี่ยหน้าแดงซ่านจนถึงใบหู "ค-คุณแม่พูดอะไรคะ! จับอะไรกัน... อีกอย่าง หนูได้ยินข่าวลือในมหาวิทยาลัยมาว่า... ข้างกายเขามีผู้หญิงที่สวยและเก่งระดับดาวคณะคอยดูแลอยู่แล้วนะคะ แถมอาจจะมีคนอื่นอีกด้วย..."
เมื่อได้ยินดังนั้น แทนที่คุณนายไป๋จะใ เธอกลับแค่นเสียงหัวเราะ "หึ! มีผู้หญิงอยู่แล้วแล้วยังไง? เขาจดทะเบียนสมรสหรือยัง? จัดงานแต่งหรือยัง? ก็ยังนี่!"
คุณนายไป๋ขยับเข้าไปจับมือลูกสาวแน่น แววตาของเธอฉายประกายนักสู้ "เสวี่ยเอ๋อร์... ลูกรู้ไหมว่าตอนที่แม่เจอกับพ่อของลูกน่ะ พ่อเขาเป็หนุ่มเนื้อหอมระดับท็อปของเมืองเลยนะ! มีพวกลูกคุณหนูตระกูลอื่นและพวกนางจิ้งจอกมาตามเกาะแกะเป็สิบๆ คน! แต่แม่ถอยไหม? ไม่!"
คุณนายไป๋ทำท่าทางประกอบอย่างออกรส "ตอนนั้นแม่ทำตัวเหมือน 'นักรบหญิง' ที่สวมชุดเกราะลงสนามรบ! แม่ฟาดฟันพวกผู้หญิงหน้าด้านพวกนั้นจนกระเจิดกระเจิง แย่งพ่อของลูกมาครองได้สำเร็จ! และผลลัพธ์ก็คือ... แม่คือผู้ชนะที่ได้นั่งอยู่ในคฤหาสน์หลังนี้ไงล่ะ!"
"ค-คุณแม่..." ไป๋เสวี่ยอ้าปากค้าง ไม่คิดว่าคุณแม่ที่ดูเรียบร้อยจะเคยวีรกรรมเดือดขนาดนี้
"ลูกคือลูกสาวของแม่! ลูกสวยกว่า รวยความรู้กว่า และชาติตระกูลดีกว่าแม่ในอดีตตั้งเยอะ! ลูกจะมายอมแพ้ให้เด็กมหา'ลัยพวกนั้นได้ยังไง!" คุณนายไป๋บีบมือไป๋เสวี่ยเพื่อให้กำลังใจ "จำไว้นะลูก... สนามรบความรักไม่มีคำว่าปรานี ใครดีใครได้! ไปเตรียมตัวซะ วันนี้แต่งตัวให้สวยที่สุด แล้วหาข้ออ้างเอาเช็คใบนี้ไปคืนเขา แล้วก็ชวนเขาไปกินข้าวซะ!"
คำสอนฉบับมารดาผู้ชนะ ทำให้หัวใจของไป๋เสวี่ยที่เคยกังวลเริ่มฮึกเหิมขึ้นมา ความเป็คุณหนูผู้เย่อหยิ่งถูกเปลี่ยนเป็ความมุ่งมั่น!
‘ใช่แล้ว... ฉันคือคุณหนูไป๋เสวี่ย ฉันจะไม่ยอมแพ้ใครหน้าไหนทั้งนั้น ลู่ลี่... นายต้องเป็ของฉัน!’ ไป๋เสวี่ยคิดในใจก่อนจะพยักหน้ารับคำอย่างหนักแน่น!
เวลา 19:00 น. ณ หอคอยไข่มุก (Pearl Tower) ภัตตาคารหมุนบนยอดตึกที่หรูที่สุดในเมือง
ตัดภาพมาที่ฝั่งของพระเอกสุดฮอตของเรา ลู่ลี่เพิ่งก้าวลงจากรถแท็กซี่และเดินเข้ามาในล็อบบี้ของหอคอยไข่มุก เขาเลือกที่จะไม่เอารถ Pagani มาเพื่อไม่ให้สะดุดตาจนเกินไป (และแอบหวังว่าจะผลาญเงินได้ง่ายขึ้นถ้าไม่มีบอดี้การ์ดตามประกบ)
เขาเดินไปที่โต๊ะริมกระจกที่มองเห็นวิวเมืองทั้งเมือง ซึ่งซูเหมียว (น้องเหมียวเหมียว) นั่งรออยู่ก่อนแล้ว
วันนี้ซูเหมียวไม่ได้ใส่เสื้อยืดหมวกแก๊ปเหมือนเมื่อวาน เธอจัดเต็มด้วยชุดเดรสรัดรูปสีน้ำเงินเข้มที่ขับเน้นสัดส่วนโค้งเว้าอย่างชัดเจน แต่งหน้าอ่อนๆ แต่แฝงไปด้วยเสน่ห์ของสาววัยใสที่พยายามจะดูเป็ผู้ใหญ่
ทว่า... สิ่งที่ทำให้ลู่ลี่ต้องลอบกลืนน้ำลาย ไม่ใช่ความสวยของเธอ แต่เป็ 'ข้อความความคิด' สีแดงแจ๋ที่ลอยเด่นอยู่บนหัวเธอต่างหาก!
[สถานะความคิด ซูเหมียว: มาแล้ว! อีตาคนรวยจอมเ้าเล่ห์! วันนี้ฉันจองโต๊ะแพงที่สุด สั่งอาหารที่แพงที่สุด และเตรียม 'คำถามจิตวิทยา' ไว้จับผิดเขาสิบข้อรวด! ถ้าเขาคือบุรีโดดเดี่ยวจริงๆ เขาจะต้องเผลอหลุดพิรุธตอนที่ฉันแกล้งพูดถึงเื่การโดเนทสองพันล้านแน่ๆ! ยอดนักสืบเหมียวเหมียว... ลุย!!]
ลู่ลี่เห็นข้อความแล้วก็แทบจะหลุดขำ ‘ยัยลูกแมวนี่เตรียมตัวมาสอบสวนกูเต็มที่เลยสินะ... ได้เลย อยากเล่นเกมนักสืบนักใช่ไหม เดี๋ยวจักรพรรดิคนนี้จะเล่นด้วย!’
ลู่ลี่เดินเข้าไปนั่งฝั่งตรงข้าม ส่งยิ้มอ่อนโยนที่หล่อบาดใจไปให้เธอ "รอนานไหมครับซูเหมียว? วันนี้คุณแต่งตัวสวยมากเลยนะ เล่นเอาผมเกร็งไปหมดเลยที่ใส่แค่เสื้อยืดมา"
ซูเหมียวหน้าแดงไปแวบหนึ่งเมื่อเจอเสน่ห์ระดับ S กระแทกตา แต่เธอรีบดึงสติกลับมา [ความคิด: อย่านะ! อย่าไปหลงกลรอยยิ้มซื่อๆ นั่น! ท่องไว้ เขาคือตาแก่หัวงู(ในร่างหนุ่ม)ที่เปย์เงินสองพันล้าน!]
"ม-ไม่นานค่ะคุณลู่ลี่" ซูเหมียวยิ้มหวาน อาหารหรูหราเริ่มทยอยมาเสิร์ฟบนโต๊ะ "ทานเลยไหมคะ? มื้อนี้ฉันตั้งใจเลี้ยงเต็มที่เลย เพราะบัญชีฉันเพิ่งปลดล็อกแล้วน่ะค่ะ"
"ยินดีด้วยนะครับ" ลู่ลี่หยิบสเต๊กเนื้อวากิวเข้าปาก "แล้วตกลงทางธนาคารเขาว่ายังไงบ้างครับ? สรุปว่าคนที่เปย์เงินให้คุณ... เขาเป็ใคร?"
ซูเหมียวหรี่ตาลงเหมือนแมวจับหนู เริ่มเข้าสู่แผนการจับโป๊ะ!
"ทางแพลตฟอร์มบอกว่า... ผู้ชายคนนั้นชื่อ 'บุรีโดดเดี่ยว' ค่ะ" ซูเหมียวจ้องตาลู่ลี่เขม็ง พยายามจับสังเกตการขยับของรูม่านตาและกล้ามเนื้อใบหน้า "เขาบอกว่าเป็มหาเศรษฐีลึกลับที่เพิ่งซื้อบริษัทสตาร์ไลท์... และที่สำคัญคือ... เขาขับรถไฮเปอร์คาร์ Pagani ด้วยนะคะ"
ซูเหมียวพูดเน้นคำว่าพากานี่อย่างจงใจ!
ลู่ลี่เคี้ยวสเต๊กอย่างใจเย็น สีหน้าของเขาไม่มีความตื่นตระหนกเลยแม้แต่น้อย เพราะเขารู้อยู่แล้วว่าเธอจะมาไม้นี้ เขาแกล้งทำตาโตด้วยความประหลาดใจ
"หูวว... พากานี่เลยเหรอ? คันละหลายสิบล้านเลยนี่นา" ลู่ลี่พูดด้วยน้ำเสียงทึ่งๆ "ผู้ชายคนนั้นรวยจังเลยนะครับ... แต่ก็น่าเสียดายนะ รวยขนาดนั้นแต่ดันเอาเงินมาละลายเล่นในแอปตั้งสองพันล้าน ถ้าเป็ผม ผมเอาเงินไปซื้อตึกสักร้อยตึกให้คุณเดินเล่นยังดีซะกว่า"
ซูเหมียวชะงักไปนิดนึง [ความคิด: เอ๊ะ... ทำไมเขาถึงดูไม่ใเลยล่ะ? แถมยังด่าบุรีโดดเดี่ยวเนียนๆ อีก หรือว่าฉันจะคิดไปเอง?]
"ค-คุณลู่ลี่ไม่คิดว่ามันแปลกเหรอคะ?" ซูเหมียวรุกต่อ "ในรูปโปรไฟล์วีแชทของคุณเมื่อวันก่อน... ฉันแอบเห็นเงาสะท้อนรถพากานี่ในรูปด้วยนะคะ..."
ลู่ลี่วางส้อมลง เขายิ้มมุมปาก ก่อนจะโน้มตัวข้ามโต๊ะเข้าไปใกล้ซูเหมียวจนหน้าแทบจะชนกัน ทักษะศิลปะการเจรจาทำงานเต็มระบบ!
"อ๋อ... รูปนั้นน่ะเหรอ?" ลู่ลี่จ้องลึกลงไปในดวงตากลมโตของเธอ "ผมก็แค่ไปเดินเล่นแถวโชว์รูม แล้วเห็นมันจอดอยู่เลยถ่ายรูปติดมาน่ะสิ... ทำไมล่ะครับ? คุณซูเหมียวคิดว่าคนธรรมดาๆ อย่างผม... คือมหาเศรษฐีลึกลับคนนั้นที่โยนเงินสองพันล้านให้คุณงั้นเหรอ?"
ลมหายใจอุ่นๆ ของลู่ลี่เป่ารดพวงแก้มของซูเหมียว ระยะประชิดแบบนี้ทำเอาิญญานักสืบของเธอแตกกระเจิง!
[ติ๊ง! แจ้งเตือนสถานะเป้าหมาย!] ซูเหมียว (Su Miao): คะแนนความชอบอัปเดต: +40 ➡️ +55 แต้ม!! [สถานะความคิด: กรี๊ดดด! ใกล้เกินไปแล้ว! หอมจัง! ตาบ้า นี่มันใช่เวลามาหวั่นไหวไหมเนี่ย! สติ! ซูเหมียว ดึงสติกลับมา!]
ซูเหมียวรีบเอนตัวหลบ หน้าแดงแปร๊ดจนถึงใบหู "ป-เปล่าสักหน่อยค่ะ! ฉันก็แค่ถามดูเฉยๆ!"
ลู่ลี่หัวเราะในลำคอด้วยความเอ็นดู ‘โดนสกิลจับกดด้วยสายตาเข้าไปทีเดียว แผนสืบสวนล่มสลายเลยนะยัยลูกแมว’
แต่ในขณะที่บรรยากาศกำลังจะเป็สีชมพูอยู่นั้นเอง... สายตาของลู่ลี่ก็เหลือบไปเห็นเงาร่างของผู้หญิงคนหนึ่งที่เพิ่งเดินก้าวออกจากลิฟต์ของหอคอยไข่มุก
ผู้หญิงคนนั้นสวมเดรสสีขาวบริสุทธิ์ ใบหน้าสวยสง่าและเย่อหยิ่งราวกับเ้าหญิงหิมะ ในมือของเธอถือซองเอกสารหรูหรา(ที่ใส่เช็คหมื่นล้าน)เอาไว้...
ไป๋เสวี่ย!! เธอเพิ่งทำตามคำสอนของแม่ และสืบรู้มาว่าลู่ลี่อยู่ที่หอคอยไข่มุก จึงตั้งใจจะเอาเช็คมาคืนและชวนเขาเดต!
และที่แย่ไปกว่านั้น... เมื่อไป๋เสวี่ยกวาดสายตามองมาที่โต๊ะของลู่ลี่ เธอก็เห็นลู่ลี่กำลังนั่งทานข้าวใต้แสงเทียนกับซูเหมียว สตรีมเมอร์สาวสุดเซ็กซี่!
าฮาเร็มกำลังจะปะทุขึ้นอีกครั้ง! คราวนี้เป็ศึกระหว่าง "คุณหนูนักรบผู้เ็า" กับ "ยอดนักสืบสตรีมเมอร์!"