พอไปถึงผมก็พบว่า วิหารนั้นเป็แท่นหินขนาดใหญ่ที่สูงพอควร มีบันไดเดินขึ้นประมาณ50ขั้นได้ล่ะมั้งนะ บนสุดคล้ายมีเก้าอี้ที่ทำจากหินอ่อนสีขาวไข่มุกอยู่หนึ่งตัว ด้านข้างก็มีเสาหินอ่อนขนาดใหญ่สองต้นตั้งตระหง่าน
“โอ้ องค์เทพธิดาลูมินัสตี้ เทพธิดาแห่งการสร้างสรรค์ ผู้ทรงสถิตอยู่บน์ บัดนี้ข้าได้อัญเชิญคนจากโลกอื่นมาเพื่อรับภาระหน้าที่ในการกำจัดความมืดอันชั่วร้ายแล้ว ขอได้โปรดองค์เทพธิดาจงเสด็จลงมาประทานพลังแห่งแสงอันยิ่งใหญ่ ให้แก่พวกเขาด้วยเถิด...”
พระาาคุกเข่าก้มหน้า ตรงเก้าอี้หินอ่อนก่อนกล่าวถ้อยคำบางอย่างเพื่อเรียก...เทพธิดาอะไรนั้นให้ปรากฏตัวขึ้น พระองค์กล่าวประโยคเดิมซ้ำไปมา พร้อมยกแขนชูขึ้นเหนือหัวอยู่หลายสิบครั้ง แต่ทุกอย่างก็ยังนิ่งเงียบ
...มีจริงไหมฟ่ะ เทพธิดาอะไรเนี่ย เล่นตัวชะมัด ปล่อยให้คนอื่นเรียกอยู่นานสองนานก็ยังไม่ปรากฏตัว นิสัยแย่เป็บ้า
“หน็อย...ยยย!!! แกว่าใครย่ะ ไอ้มนุษย์ปากหมา!!”
“หือ!! ได้ยินอีกแล้ว ใคร! เสียงใครพูด?”
ผมได้ยินเสียงเดิมอีกครั้ง คราวนี้ชัดกว่าเดิมมาก แต่พอหันซ้ายหันขวาก็ไม่มีใครพูด
“เรย์คุงเป็อะไรรึเปล่าครับ มองหาใครงั้นเหรอ”
“ปะ..เปล่าครับคุณอากิระ สงสัยผมจะตื่นเต้นหูเลยแว่วไปเอง”
“ฮ่า ๆ ๆ งั้นเหรอครับ ผมเองก็ตื่นเต้นเหมือนกัน ไม่รู้ว่าเทพธิดาจะเป็ยังไงเนอะ แต่น่าจะต้องสวยมากแน่ ๆ ผมแอบเห็นจากรูปปั้นตอนเดินเข้ามา”
“สวย แต่ถ้านิสัยแย่ก็ไม่ไหวนะครับ เช่นปล่อยคนอื่นมารอ....”
“โอววว...ว ดูนั้น”
“เทพธิดาลูมินัสตี้ลงมาประทับบนเก้าอี้ไข่มุกแล้ว”
ทหาร และผู้คนในเมืองต่างพากันส่งเสียงดังด้วยความตื่นเต้น เมื่อพวกเขาเห็นแสงสีขาวเจิดจ้าขึ้นบนแทนหิน และพอแสงจางลง ก็ปรากฏภาพของผู้หญิงคนหนึ่งนั่งอยู่บนเก้าอี้ไข่มุกตัว
ใบหน้าของนางเรียวคมสมบูรณ์แบบ ริมฝีปากบางสีอ่อน จมูกโด่งรับกับโครงหน้าอย่างสง่างาม ดวงตามีสีทองเจิดจ้า คมกริบราวดาวบนท้องฟ้า เพียงแค่มองก็ให้ความรู้สึกเหมือนถูกสะกด เส้นผมยาวตรงสีทอง แสกกลางเรียบหรู ทิ้งตัวเงางามถึงกลางหลัง ผิวพรรณขาวผ่องดุจหินอ่อน มีประกายทองเรืองรองอยู่ใต้ผิว ฉลองพระองค์เป็เดรสยาวสีขาวเข้ารูป ปักลายรัศมีด้วยเส้นทองละเอียด ชายกระโปรงแยกด้านข้างเล็กน้อย เผยเรียวขาที่ไขว่ห้างอย่างมั่นคง นางนั่งหลังตรง ไหล่ผาย สีหน้าสงบนิ่งแต่ให้ความรู้สึกถึงอำนาจอันยิ่งใหญ่
“งะ...งดงามเหลือเกินนี้น่ะหรือ...เทพธิดาลูมินัสตี้...”
คุณอากิระถึงกับตาโต อ้าปากค้าง ก่อนที่เขาจะทรุดเข่า และก้มหน้าลงกับพื้น ซึ่งคนอื่น ๆ ทุกคนก็ทำแบบนั้นเช่นกัน...ยกเว้นตัวผม
“เห็นข้าซึ่งเป็ถึงเทพ แต่ไม่คิดคุกเข่าแสดงความเคารพ เ้าช่างเป็มนุษย์ที่อวดดียิ่งนัก”
เสียงเดิมพูดขึ้นในหัวผมอีกแล้ว คราวนี้มันชัดกว่าทุกครั้ง และผมรู้แล้วว่า คนพูดก็คือ....ยัยเทพธิดามาสายซึ่งนั่งเบ่งบารมีอยู่แท่นตรงนั้นนั่นเอง
สรุปผมปากเสียไปลบหลู่เทพเข้าสินะ? จะเป็ไรไหมเนี่ย? ไม่หรอกมั้ง ยังไงผมก็เป็หนึ่งในคนที่จะเป็ผู้กล้านี่นะ อีกอย่างเป็ถึงเทพก็น่าจะใจกว้าง คงไม่มาถือสาหาความอะไรกับมนุษย์ธรรมดาแบบผม
ผมคิดในใจอย่างเงียบ ๆ ก่อนจะคุกเข่าลงแบบที่ชาวบ้านชาวเมืองเขาทำกันอยู่ตอนนี้ จากนั้นก็เห็นเทพธิดายกมือขึ้น ก่อนจะชี้นิ้วมาที่คุณอากิระ คล้ายจะสื่อว่าให้เขาเข้าไปหานางเป็คนแรก ซึ่งดูคุณอากิระจะดีใจ ดวงตาเขาเบิกกว้าง พร้อมรอยยิ้มที่ดูบิดเบี้ยวสุด ๆ มันเป็ใบหน้าที่ต่างกับผู้ชายใจดีในตอนแรกที่ผมเห็นโดยสิ้นเชิง
“ฮิโนะ อากิระ ข้าขอถาม หากข้ามอบพลังให้เ้า แล้วเ้าจะมอบสิ่งใดให้ข้า เป็การตอบแทน...”
“สะ...สิ่งตอบแทนอย่างนั้นหรือ...? หากองค์เทพธิดามอบพลังให้ ข้าฮิโนะ อากิระยินดีจะยอมเป็ทาสรับใช้ของท่านไปตลอดกาล”
“ทาสรับใช้กระนั้นเหรอ เป็ของตอบแทนที่ไม่เลว เช่นนั้น จงรับสิ่งนี้ไป แสงแห่งการทำลายล้าง!!”
เทพธิดายกมือขวาขึ้นเหนือหัว ก่อนจะปรากฏดวงไฟสีส้มขนาดใหญ่ขึ้น จากนั้นนางก็นำดวงไฟดวงนั้นมาใส่ร่างของคุณอากิระ วินาทีนั้นพลันเกิดแสงสีแดงสว่างจ้าอยู่ชั่วขณะ และเมื่อแสงหายไป คุณอากิระก็อยู่ยืนในชุดเกราะอัศวินสีแดงเพลิง พร้อมดาบยาวน่าเกรงขามในมือ
“โอ้ ผู้กล้าแห่งการทำลายล้างความมืด ถือกำเนิดแล้ว!!”
เสียงใครคนหนึ่งะโขึ้น ก่อนจะตามมาด้วยเสียงโห่ร้องด้วยความดีอกดีใจดังกึกก้องของอีกหลาย ๆ คน จนผมแสบแก้วหู
“เ้าคนต่อไป...”
เทพธิดาเอ่ยปากด้วยน้ำเสียงราบเรียบ พร้อมชี้นิ้วมาที่ ยัยดาราสาวตกกระป๋อง
เธอเดินไป คุกเข่าก้มหน้าลงต่อหน้าเทพธิดา เหมือนที่คุณอากิระทำ
“เช่นฮิโนะ อากิระ หากข้ามอบพลังให้ เ้าจะมอบสิ่งใดเป็การตอบแทนข้าโฮชิโนะ ซายากะ...”
“ฉะ...ฉันจะ...ยอมเป็ข้ารับใช้ผู้ซื่อสัตย์ขององค์เทพธิดาตลอดไป”
“อันที่จริงข้าชอบคนรับใช้ผู้ชายมากกว่า แต่ก็เอาเถอะ ถือว่าข้ายอมรับก็แล้วกัน รับไป แสงแห่งการชำระล้าง!!”
เทพธิดาทำเหมือนเดิม ก่อนที่ร่างของยัยดาราสาวตกกระป๋องจะเปลี่ยนจากชุดเดิม กลายเป็ ชุดกระโปรงยาวสีฟ้าน้ำทะเล พร้อมคทายาวในมือ ซึ่งพวกชาวบ้าน 1 ชาวบ้าน 2 ชาวบ้าน3 ก็ะโสรรเสริญเช่นเดิม
“ท่านผู้กล้าแห่งการชำระล้างความมืด งดงามยิ่งนัก!!!”
จากนั้นเทพธิดาก็เรียก พี่เบิ้มหุ่นบึกเข้าไปหา ก่อนที่เธอจะถามคำถามเดิม พี่เบิ้มแกตอบไปว่า จะปกป้อง จะยอมตายถวายชีวิตให้นาง เทพธิดาก็เลยมอบแสงแห่งการปกป้องให้ และเปลี่ยนพี่เบิ้มกลายเป็นักรบในชุดเกราะสีเงิน สมญานาม ผู้กล้าแห่งการปกป้อง ส่วนของที่ได้ดูเหมือนจะเป็โล่ขนาดมหึมา กับกระบองหนามสีดำ
เสร็จแล้วเทพธิดาก็ชี้นิ้วมาที่...
เ้าหนุ่มแว่นนักศึกษาจอมหยิ่ง
แล้วไหงถึงเลือกผมเป็คนสุดท้ายล่ะเนี่ย... เออ แต่ก็ช่างเหอะ
กดskip ข้ามไปเลยแล้วกัน
ไอ้หมอนี่เล่นใหญ่บอกว่าจะทำให้ยัยเทพธิดา กลายเป็มหาเทพที่อยู่เหนือกว่าเทพทุกองค์บน์ ซึ่งดูเหมือนยัยเทพธิดาจะชอบมาก เธอถึงกับะเิเสียงหัวเราะออกมาดังลั่น ก่อนจะมอบแสงแห่งการพิพากษาให้
ไอ้หนุ่มแว่นนักศึกษา เลยกลายเป็อัศวินในชุดเกราะสีทองอร่าม พร้อมอาวุธในมือที่เป็ธนูแสนงดงาม และแน่นอน หมอนี่ได้ชื่อใหม่ว่า ‘ผู้กล้าแห่งการพิพากษาความชั่วร้าย’
“เอาล่ะนะ ทีนี้พวกเ้าทั้งสี่คนก็ได้ขึ้นชื่อว่าเป็ผู้กล้าแล้ว ข้าในฐานะเทพธิดาแสงแห่งการสร้างสรรค์ ขออวยพรให้พวกเ้ากำจัดจอมมาร และนำความสงบสุขมาสู่โลกแห่งนี้ให้จงได้”
“พวกเราขอสาบานว่าจะทำสุดความสามารถ!”
ทั้งสี่คนขานรับกันพร้อมเพรียง และหนักแน่น จากนั้นเทพธิดาจึงทำท่าทางเหมือนจะกลับขึ้นไปบน์ตามเดิม...
หา? แล้ว...ตูล่ะ?
“ดะ....เดี๋ยวก่อน ทะ...ท่านเทพธิดาแล้วผมล่ะ? ไหงถึงไม่เรียกผมเข้าไปหา แล้วมอบพลังให้เหมือนคนอื่น”
ผมรีบโวยวายเอะอะ เสียงดัง ก่อนวิ่งปลีตรงเข้าไปหาเธอ
“โอ๊ะ! โทษทีข้าลืมไปว่ามีส่วนเกิน เอ๊ย! มีคนถูกอัญเชิญเพิ่มมาคนหนึ่งนี่นะ”
ยัยเทพธิดาทำหน้านิ่ง ๆ เหมือนว่าตนเองลืมผมจริง ๆ ซึ่งดูยังไงก็ตอแหลชัด ๆ
“งั้นก็รีบ ๆ พูดมาจะให้อะไรข้า เป็การตอบแทน...”
...ให้อะไรยัยนี่งั้นเหรอ...อืม....เป็ทาส ไม่เอาเฟ้ย!! เป็ผู้รับใช้ก็ฝันไปเหอะ เป็คนปกป้องยัยนี่เนี่ยนะ เป็ถึงเทพจะให้คนอื่นมาปกป้องทำไมก่อน ส่วนนโยบายอวยเจ๊ให้ยิ่งใหญ่กว่าเทพองค์อื่นลืมไปได้เลย
ผมยืนคิดอยู่นานสองนาน สามนานสี่นานก็ยังคิดไม่ออก นานจนแอบเห็นสีหน้ายัยเทพธิดาว่านางหงุดหงิดสุด ๆ
“พอ ๆ เ้าไม่ต้องคิดแล้ว...”
“โอ๊ะ แปลว่าผมไม่ต้องให้อะไรเป็การตอบแทนใช่ไหมครับ แหม...ท่านเทพธิดาช่างใจดีมีเมตตาจริง ๆ”
“กับแก เอ๊ย!หมายถึงกับเ้า ถือเป็กรณีพิเศษก็แล้วกัน อีกอย่างข้านึกออกพอดี ว่าแสงไหนถึงจะเหมาะกับผู้กล้าแบบเ้า”
“สุดยอดไปเลยครับ แสงแบบไหนกันนะ แสงแห่งลมกับเกราะสีเขียวสุดเท่ หรือจะเป็แสงแห่ง อ้ากกกกกก...กกก!!”
ยังพูดไม่ทันจบ จู่ ๆ ยัยเทพธิดาก็เขวี้ยงแสงสีขาวพุ่งตรงมาใส่ผม และพอแสงเข้ามาในร่าง ทุกอณูของผมก็เหมือนจะถูกฉีกออกเป็ชิ้น ๆ มันร้อน มันเจ็บ มันทรมานอยู่พักหนึ่ง ก่อนที่ทุกอย่างจะกลับเป็ปรกติ ยามนั้นคล้ายผมลงไปนอนหงายอยู่บนพื้นเป็ที่เรียบร้อยแล้ว
ผมค่อย ๆ พยุงตัวให้ลุกขึ้นมานั่ง ในหัวยังหมุนไปมา สองตายังพล่าเบลอมองอะไรไม่ชัด ยกเว้นหูที่ได้ยินเสียง กรี๊ดดังชัดเจน
“กรี๊ดดดดดดดด...!!!!! ไอ้โรคจิต”
เสียงกรี๊ดพอเข้าใจ เพราะว่าผมกลายเป็ผู้กล้าสุดเท่เหมือนคนอื่น ๆ แต่...ไอ้โรคจิตนี้คืออะไรฟ่ะ หือ? เฮ้ย!! เกิดอะไรกับร่างกายผมวะเนี่ย!!!!!!!!!”
“นั้นคือแสงแห่งศีลธรรมไงล่ะเ้ามนุษย์ มันเป็แสงที่ทรงพลังไม่น้อย แต่ก็ต้องแลกมากับการที่ร่างกาย...หึหึ ช่างเถอะ ๆ ยังไงก็ข้าขอให้เ้าสนุกกับการเป็ผู้กล้าก็แล้วกันนะ ฮ่า ๆ ๆ ๆ ๆ”
ยัยเทพธิดาะเิเสียงหัวเราะด้วยความสะใจ ก่อนที่ร่างของเธอจะค่อย ๆ อันตรธานหายวับไป
ส่วนผมน่ะเหรอ...
สภาพในตอนนี้คือ ไร้เสื้อผ้าติดตัวแม้แต่ชิ้นเดียว แถมตรงกลางลำตัว ยังมีแสงสีขาวแปลกประหลาดส่องสว่างอยู่ตลอดเวลา
นี้มัน...เห้!!! อะไรวะเนี่ย!!!!!!!
จบตอน