เกิดใหม่ในยุค 70 คุณหนูฟันน้ำนมขอสั่งลุย 【จบแล้ว】

    เล่มที่ 3 ตอนที่ 62 หวังหย่วนฉิงลงมือ

            หมี่จิ้งเฉิงเองก็ร้อนใจอยากจะไปดูร้านของลูกสาวแต่ภรรยากลับชิงไปก่อนแล้ว เขาจึงต้องอยู่บ้านดูแลลูกชายคนเล็กอ่านหนังสือและเตรียมงานก่อนตรุษจีน พลางมองภรรยาตามลูกสาวออกจากประตูบ้านด้วยสายตาละห้อย

            หมี่หลันเยว่ไม่อยากให้แม่ตามไปด้วยเพราะช่วงนี้เป็นช่วงเร่งงาน โหดสุดๆทั้งเธอกับพี่ชายต้องจัดการสินค้าของจนหลังแทบหักแต่ทั้งคู่ก็พยายามคลายเมื่อยก่อนกลับบ้าน ไม่อยากให้พ่อแม่เห็นอาการอ่อนเพลียกลัวพวกท่านจะเป็นห่วง

            เธอเลยไม่อยากให้แม่ต้องลำบากเพราะเพิ่งสอนหนังสือมาทั้งเทอม พอได้หยุดพักหน้าหนาว แม่ก็ยังรีบมาช่วยงานลูกสาวหลันเยว่รู้สึกผิดจริงๆ ที่ทำร้านเล็กๆ น้อยๆ หวังให้ครอบครัวสบายขึ้นแต่กลับทำให้แม่ต้องเหนื่อย

            แต่ในฐานะคนเป็นแม่หวังหย่วนฉิงไม่รู้ว่าลูกสาวมีร้านก็แล้วไปพอรู้ว่าช่วงนี้เป็นช่วงที่ยุ่งและเหนื่อยที่สุดก่อนตรุษจีนเธอจะทนอยู่บ้านได้อย่างไร หลันเยว่บอกให้มาพรุ่งนี้ เธอยังรอไม่ได้ต้องตามลูกสาวออกไปให้ได้

            จากบ้านไปร้านไม่ไกลเท่าไหร่สิบกว่านาทีก็ถึงร้าน

            "แม่คะ นี่พี่หลิวลี่ พี่หนิวเถียจู้พนักงานขายในร้านเราค่ะ สองคนนี้ฝีมือดีมาก เสื้อผ้าที่ผ่านมือเขาขายดีเป็นเทน้ำเทท่าเลยค่ะ"

            หมี่หลันเยว่ภูมิใจพนักงานสองคนนี้มากเก่งจริงๆ โดยเฉพาะหนิวเถียจู้ ทำให้เธอประหลาดใจสุดๆเธอแอบสังเกตการณ์การขายของหนิวเถียจู้หลายครั้ง พบว่ามีทีเด็ดจริงๆ ซื่อๆแต่ก็มีเล่ห์เหลี่ยม ทำให้จับไม่ได้ไล่ไม่ทัน แต่ก็เผลอติดกับดักได้ง่ายๆ

            "สวัสดีค่ะ/ครับคุณน้า!"

            หลิวลี่กับหนิวเถียจู้ค่อนข้างเกร็งเพราะเพิ่งเคยเจอแม่ของหมี่หลันเยว่เป็นครั้งแรก แต่หวังหย่วนฉิงรับมือกับเด็กๆวัยนี้ได้สบายมาก เพราะลูกศิษย์ของเธอก็อายุประมาณนี้ทั้งนั้น

            "สวัสดีจ้ะเด็กๆ เหนื่อยหน่อยนะใกล้ตรุษจีนแล้วยังไม่ได้พักผ่อน"

            ทั้งคู่รีบส่ายหน้า บอกว่าไม่เหนื่อยเป็นสิ่งที่ต้องทำอยู่แล้ว แค่ไม่กล้าพูดออกมาตรงๆ ว่านี่มันงานได้เงินนี่นาแถมยังค่าแรงสูงอีกด้วย

            "งั้นพวกเธอทำงานไปก่อนนะเดี๋ยวให้หลันเยว่พาน้าไปดูที่โรงงานหน่อย"

            เห็นทั้งคู่ยังเกร็งๆ แถมมีลูกค้าเข้าร้านหวังหย่วนฉิงก็โบกมือลา หลิวลี่ไปต้อนรับลูกค้าส่วนหนิวเถียจู้ก็เดินมาส่งสองแม่ลูกถึงหน้าร้าน

            "คุณน้าเดินทางปลอดภัยนะครับ!"

            "เถียจู้ ไปเถอะ! รีบกลับเข้าไปเถอะข้างนอกหนาว เดี๋ยวน้าค่อยมาเยี่ยมใหม่นะ"

            หวังหย่วนฉิงบอกให้หนิวเถียจู้กลับเข้าไปในร้านอย่างเป็นกันเองไม่อยากให้มาส่งต่อ

            "จัดร้านได้ดีนี่ดูเป็นระเบียบเรียบร้อย น่าดึงดูด พนักงานก็คล่องแคล่ว"

            หวังหย่วนฉิงสำรวจร้านคร่าวๆแล้วรู้สึกพอใจมาก ชมไม่ขาดปาก เธอไม่คิดว่าลูกสาวจะเก่งขนาดนี้บริหารร้านได้ดีขนาดนี้ตั้งแต่อายุยังน้อย

            "แหม...ก็ร้านที่หนูเลือกคนที่หนูเลือก จะไม่ดีได้ยังไงคะ"

            ต่อหน้าแม่หมี่หลันเยว่ถึงได้แสดงความเป็นเด็กสาวออกมาเต็มที่การอวดแบบนี้ดูไม่ขัดเขินเลยสักนิด การออดอ้อนก็ไม่มีความรู้สึกผิดในใจ

            เพราะหมี่หลันเยว่รู้ว่าไม่ว่าเธอจะโตแค่ไหน ในสายตาแม่ก็ยังเป็นเด็กอยู่ดี ไม่ว่าเธอจะทำอะไรแม่ก็จะไม่รังเกียจ ดังนั้น ในเมื่อยังเป็นเด็กอยู่ก็ต้องใช้สิทธิ์ที่ตัวเองมีให้เต็มที่ อยากร้องก็ร้อง อยากหัวเราะก็หัวเราะแม่คือคนที่เธอพึ่งพาได้ตลอดไป

            "ช่วงนี้ร้านขายดีไหม"

            เดินไปโรงงานก็ไม่กี่ก้าวแต่หวังหย่วนฉิงก็ฉวยโอกาสคุยกับลูกสาว เธออยากรู้เรื่องร้านให้มากขึ้นเผื่อจะช่วยอะไรลูกสาวได้มากกว่านี้

            "แม่คะ ยอดขายที่ร้านหนูดีมากเลยค่ะเสื้อผ้าที่ตั้งอยู่ในร้านตอนนี้ ครึ่งหนึ่งมีคนจองหมดแล้วค่ะแต่กลัวว่าร้านจะไม่มีตัวอย่างให้ดู พวกหนูก็เลยคุยกับลูกค้าขอให้มารับของวันก่อนวันตรุษจีนค่ะ ไม่งั้นตอนนี้ร้านคงโล่งไปแล้ว"

            "โอ้...ขายดีขนาดนั้นเลย"

            หวังหย่วนฉิงไม่คิดว่าสินค้าจะขายแบบนี้ได้จริงๆเสื้อผ้าที่แขวนอยู่ในร้าน ขายออกไปเกือบหมดแล้วดูเหมือนว่าเธอจะกังวลมากเกินไปจริงๆ ร้านของลูกสาว บริหารได้ดีจริงๆ

            "แต่ลูกค้าเขาจะยอมเหรอที่ให้เอาเสื้อผ้าที่ซื้อไปแล้ว แขวนไว้ในร้านอีก"

            หวังหย่วนฉิงไม่เคยเจอแบบนี้ ซื้อเสื้อผ้าจ่ายเงินแล้ว แต่ยังเอาไปไม่ได้ แบบนี้มันขัดกับหลักการซื้อขายที่ว่า 'ยื่นหมูยื่นแมว' รึเปล่า

            หมี่หลันเยว่เข้าใจความกังวลของแม่ดีคนยุคนี้ซื่อเกินไป ไม่มีแนวคิดของการค้าขาย เกรงใจคนอื่นตลอดเวลากลัวคนอื่นเสียเปรียบ ตัวเองเสียเปรียบบ้างก็ไม่เป็นไร แต่ร้านของเธอเป็นร้านค้าถ้าไม่มีกลยุทธ์นี้ ก่อนตรุษจีนจะเสียเงินไปเท่าไหร่

            หมี่หลันเยว่ไม่ได้รู้สึกผิดกับกลยุทธ์ของตัวเองแต่ก็อธิบายให้แม่เข้าใจตรงๆ ไม่ได้ เพราะคนรุ่นแม่ยึดมั่นว่าห้ามเอาเปรียบใคร

            "แม่คะ มันก็ช่วยไม่ได้นี่คะถ้าเขาไม่ยอม ก็ไม่มีเสื้อตัวนั้นแล้วไงคะ"

            หมี่หลันเยว่พยายามพูดให้ง่ายเข้าไว้ไม่อยากให้แม่คิดว่าเธอมีเล่ห์เหลี่ยมมากเกินไป

            "สินค้าในร้านเราขายดี ลูกค้ารู้แต่ถ้าในร้านแขวนเสื้อผ้าแค่ไม่กี่ตัว มันจะดูโล่งๆ ลูกค้าเข้ามาก็ไม่มีอะไรให้ดูมันก็ไม่ให้เกียรติลูกค้าด้วยค่ะ"

            พอได้ยินแบบนี้ หวังหย่วนฉิงก็เข้าใจมากขึ้นแล้วก็อดไม่ได้ที่จะชื่นชม

            "ลูกค้าในร้านลูกนี่ดีจริงๆ"

            "แม่คะ ไม่ใช่แค่ลูกค้าดีสินค้าเราก็ดีด้วย เขาถึงไม่อยากพลาดไงคะ"

            สองแม่ลูกเดินมาถึงหน้าโรงงานหมี่หลันเยว่กำลังจะเปิดประตู หวังหย่วนฉิงก็เอื้อมมือไปแตะหัวลูกสาวเบาๆ

            "ดูลูกทำเข้า ดีใจจนออกนอกหน้ารู้ว่าของในร้านดี แต่ก็ไม่เห็นต้องอวดขนาดนี้เลยนี่นา"

            "แม่มาได้ยังไงครับเนี่ย?"

            หวังหย่วนฉิงเพิ่งเดินตามลูกสาวเข้ามาในโรงงานได้ไม่ทันไรหมี่หลันหยางก็เห็นเงาแม่ตามหลังน้องสาว

            "ทำไมแม่จะมาไม่ได้พวกลูกสองคนปิดแม่ซะมิดเลยนะ"

            หวังหย่วนฉิงเหลือบมองลูกชายคนโตอย่างไม่พอใจแต่ในสายตากลับเต็มไปด้วยความภาคภูมิใจ ไม่เห็นความดุดันเลยสักนิด

            "แม่ครับ นี่มันเพิ่งเริ่มต้นเองพวกผมอยากรอให้ทุกอย่างเข้าที่เข้าทางก่อน แล้วค่อยให้แม่กับพ่อแปลกใจถ้าพวกผมทำไม่สำเร็จ ก็ไม่รู้จะอธิบายกับแม่ยังไงนี่ครับ พวกผมเป็นลูกแม่นี่ครับถ้าทำอะไรครึ่งๆ กลางๆ มันน่าอายออกจะตายไป โชคดีที่ยังพอมีผลงานบ้าง"

            หวังหย่วนฉิงไม่คิดว่าลูกชายจะพูดอะไรแบบนี้ได้อึ้งไปพักหนึ่ง แล้วค่อยชี้ไปที่หมี่หลันเยว่

            "หลันเยว่ลูกสอนพี่ชายลูกให้เป็นแบบนี้ได้ยังไงเนี่ย ปกติพี่ชายลูกพูดจารอบคอบที่สุดทำไมตอนนี้ลูกถึงทำให้เขาไม่รู้จักคำว่าถ่อมตัวไปได้ล่ะ?"

            หมี่หลันเยว่ขมวดคิ้ว นี่มันไม่ยุติธรรมเลยพี่ชายเป็นคนเจ้าเล่ห์อยู่แล้ว เธอจะไปสอนอะไรได้ เธอมีความสามารถขนาดนั้นเลยเหรอแต่เธอจะอธิบายยังไงดี บอกว่านี่เป็นนิสัยพี่ชายอยู่แล้ว แต่แม่ไม่เคยสังเกตแม่จะเชื่อไหม?

            เห็นน้องสาวทำหน้าแข็งทื่อมองมาด้วยสายตาดุดัน หมี่หลันหยางก็รู้ตัว ไปจัดการสินค้าต่อดีกว่ายังไงน้องสาวก็รับเคราะห์แทนเขาไปแล้ว อย่าไปยั่วโมโหเธอเลยไม่งั้นถ้าเธอพ่นไฟออกมา มันก็ยากที่จะต้านทานได้

            "ทำไมถึงทำหน้าไม่พอใจแม่พูดผิดตรงไหน ลูกฉลาดมาตั้งแต่เด็ก พี่ชายก็รักลูก อะไรๆ ก็ตามใจลูก ดูสิน้ำเสียงการพูดจายังเหมือนกันเลย"

            หวังหย่วนฉิงมองลูกสาวที่ทำหน้าไร้เดียงสาก็ไม่ได้รู้สึกสงสารเลยสักนิด

            หมี่หลันเยว่ได้แต่ร้องในใจ แม่คะแม่นี่...ไม่รู้จักลูกชายตัวเองเอาซะเลยคนนั้นเป็นคนที่ได้เป็นหัวหน้าห้องตั้งแต่เล็กจนโต ถ้าในใจไม่มีอะไรแอบแฝงไม่มีเล่ห์เหลี่ยม แล้วครูจะชอบเขาขนาดนั้นได้ยังไง เพื่อนๆ จะเคารพรักเขาได้ยังไงแต่คำพูดนี้ หมี่หลันเยว่พูดออกไปไม่ได้

            "พี่เสี่ยวหว่านคะ นี่คือแม่ฉันค่ะแม่คะ นี่คือพี่หลิวเสี่ยวหว่าน ผู้จัดการโรงงานตัดเย็บเสื้อผ้าของเราค่ะ"

            ในเมื่ออธิบายไม่ได้ ก็เปลี่ยนเรื่องดีกว่าถ้าทำให้แม่สนใจเรื่องนี้ เดี๋ยวก็ต้องโดนตำหนิอะไรอีก

            "สวัสดีค่ะคุณน้า ฉันหลิวเสี่ยวหว่าน ตอนนี้ช่วยหลันเยว่ดูแลเรื่องต่างๆ ในโรงงานค่ะ"

            หลิวเสี่ยวหว่านเคยช่วยหมี่หลันเยว่ต้อนรับหนิวต้าลี่มาสองครั้งแล้วตอนนี้เรื่องการต้อนรับแขกก็ไม่ตื่นเต้นแล้ว รับมือได้อย่างเหมาะสม

            "สวัสดีจ้ะเสี่ยวหว่านวันนี้น้ามาช่วยหลันเยว่ทำงานน่ะได้ยินว่าที่โรงงานมีสินค้ารอบหนึ่งกำลังรอส่งอยู่และกำลังขาดคนน้าก็เลยมาในฐานะคนงาน ผู้จัดการเสี่ยวหว่าน มีอะไรให้ทำ สั่งมาได้เลยนะ"

            ความง่ายๆ สบายๆ ของหวังหย่วนฉิงทำให้คนงานทั้งโรงงานรู้สึกดี

            "สวัสดีค่ะคุณน้า!"

            ทุกคนทักทายหวังหย่วนฉิงพร้อมกันหวังหย่วนฉิงรู้สึกว่าตัวเองเปลี่ยนไปทั้งตัว ไม่เหมือนตอนยืนอยู่หน้าชั้นเรียนที่ต้องเผชิญหน้ากับนักเรียนหลายสิบคน

            "สวัสดีจ้ะทุกคนวันนี้น้ามาในฐานะคนงาน ก็คือเป็นคนหนึ่งในพวกเราดังนั้นก็ต้องขอให้ทุกคนช่วยดูแลด้วยนะ"

            หวังหย่วนฉิงทักทายคนงานแล้วก็ไปหาลูกชายดูว่าพวกเขากำลังทำอะไรอยู่

            “งานที่ว่าก็คือห่อบรรจุเสื้อผ้าที่ตัดเย็บเรียบร้อยแล้วแล้วมัดรวมสิบชิ้นต่อหนึ่งชุดใช่ไหม?”

            พอได้รับคำยืนยันจากลูกชายและลูกสาวหวังหย่วนฉิงก็ไม่พูดอะไรอีก ลงมือทำทันที ต้องบอกเลยว่าคนฉลาดนั้นไม่ใช่แค่คิดเร็ว แต่ยังทำงานเก่งด้วย หวังหย่วนฉิงเข้าสู่การทำงานได้อย่างรวดเร็ว

            พอเห็นผลงานที่แม่ทำหมี่หลันเยว่ก็อดรู้สึกทึ่งไม่ได้ ไม่ว่าจะเป็นการพับเสื้อให้เรียบร้อยหรือใส่ลงถุงอย่างเป็นระเบียบ แม่ทำออกมาดูดีจนเหมือนสินค้ายี่ห้อดังเนี้ยบจนไม่มีที่ติ 

            เมื่อเทียบกับฝีมือแม่แล้วฝีมือของเธอยังห่างไกลนัก เสื้อผ้าที่ตัวเองบรรจุใส่ถุงยังแค่ดูผ่านๆ ได้แต่ของแม่แทบจะเรียกได้ว่าเป็นงานศิลปะเลยทีเดียว

             

    คล้ายกับเรื่องเกิดใหม่ในยุค 70 คุณหนูฟันน้ำนมขอสั่งลุย 【จบแล้ว】 ที่คุณอ่าน

    คู่มือเศรษฐีนีชาวนาฉบับสาวน้อยทะลุมิติ [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    คู่มือเศรษฐีนีชาวนาฉบับสาวน้อยทะลุมิติ [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    นิยาย รัก
    775K 1120
    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    931K 592
    สาวแกลที่มาสารภาพรักกับคนมืดมนอย่างผมเพราะเกมลงโทษ ดูยังไงก็หลงผมหัวปักหัวปำเลยครับ

    สาวแกลที่มาสารภาพรักกับคนมืดมนอย่างผมเพราะเกมลงโทษ ดูยังไงก็หลงผมหัวปักหัวปำเลยครับ

    นิยาย รัก
    85K 245
    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    525K 663
    บ้านสกุลหลินมีปฐมเทพหญิง [แปลจบแล้ว]

    บ้านสกุลหลินมีปฐมเทพหญิง [แปลจบแล้ว]

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    2.21M 577
    ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชนบทตัวน้อยๆ [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชนบทตัวน้อยๆ [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    นิยาย รัก
    862K 774
    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    386K 808
    [จบ] แม่ปากร้ายยุค​ 80

    [จบ] แม่ปากร้ายยุค​ 80

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    94K 1199
    ทะลุมิติไปเป็นชายาฮ่องเต้ทรราช ขนสมบัติชาติหนีไปสร้างแคว้นใหม่ [จบ]

    ทะลุมิติไปเป็นชายาฮ่องเต้ทรราช ขนสมบัติชาติหนีไปสร้างแคว้นใหม่ [จบ]

    นิยาย รัก
    671K 788
    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    579K 730