…เขมณัฏ์ฐ…
…บางทีก็อยากลบความรู้สึกบางอย่างทิ้งไป ความรู้สึกรักความรู้สึกชอบ ความรู้สึกอยากเป็ที่สนใจ…
“อ้าวเขียนนิยายเื่ใหม่อยู่เหรอเขม”เสียงคุ้นหูดังขึ้นเหนือหัว เรียกให้ฉันเงยหน้าขึ้นมอง ภาพใบหน้ากลมมนออกทาง หมวยนิดๆของพี่ฝ่ายจัดรูปเล่มปรากฏเข้ามาในสายตา
“ค่ะพี่พิณ บก อยากให้เอาไปลงรายปักษ์หน่ะค่ะ”ฉันตอบอย่างสุภาพพลางยิ้มให้สาวผมเปียผิวขาวชะเง้อมองหน้าจอราวกับจะดูว่าฉันเขียนไปได้มากหรือยัง … ขอโทษนะคะพี่ 1บรรทัดหนูเขียนให้พี่ได้แค่นั้นจริงๆ…
“ท่าทางกำลังลำบากอยู่สินะ”…มากค่ะพี่…”ยังไงก็สู้ๆหล่ะพี่จะรออ่านนะ” พี่พิณว่าพลางยิ้มอย่างให้กำลังใจก่อนจะเดินจากไปทำงานของตัวเองต่อฉันก้มหน้ามาจ้องคอมดังเดิม …เยี่ยม เขียนไรต่อดีหล่ะทีนี้…
เสียงถอนหายใจครั้งแล้วครั้งเล่าดังออกจากปากของฉันอย่างต่อเนื่องถ้าจะให้พูดตามตรง การให้คนที่สมัครงานเข้ามาด้วยตำแหน่งโปรแกรมเมอร์มาทำงานแบบนี้มันด้วยเหตุผลที่ว่ามีการแต่งนิยายเป็งานอดิเรกก็ออกจะใช้คนผิดกับงานไปหน่อยแต่เื่นี้ก็ถูกหักล้างด้วยเหตุผลที่ว่าสำนักพิมพ์นี้เป็สำนักพิมพ์ใหม่การจะหานักเขียนมาเขียนให้ยังเป็เื่ยาก ต่อให้มี ค่าตัวก็แพงเกินกว่าจะจ้างมาเขียนได้สุดท้ายก็เลยมาลงเอยที่คนที่จำต้องลาออกจากงานเก่าเพราะปัญหาสุขภาพและพร้อมจะทำงานทุกอย่างในสภาพที่เศรษฐกิจย่ำแย่และงานเป็สิ่งหายากอย่างนี้แต่เอาเถอะ อย่างไรก็ตามงานโปรแกรมเมอร์ก็ยังอยู่ในความรับผิดชอบของฉันด้วยเพราะงั้นจะบอกว่าบริษัททำผิดสัญญาจ้างซะทีเดียวก็คงไม่ได้ แต่จะว่าไปสิ่งที่ผิดที่สุดคือการให้คนที่ไม่มีประสบการณ์ทางด้านความรักและไม่เคยคิดจะสนใจเื่แบบนี้เลยอย่างฉันมาเขียนเื่แบบนี้ต่างหาก แล้วจะเอาอะไรมาเขียน!!
“เฮ้อ หาข้อมูลจากเน็ตดีกว่า” ฉันว่าพลางเปิดผู้ช่วยที่ไว้ใจได้เสมอ…google… แต่แล้วหน้าจอตรงหน้าฉันก้ค้างอยู่ที่หน้าlogo ของ google… จะใช้คำว่าอะไรหาดี…ฉันมองซ้ายมองขวาเผื่อจะหาอะไรที่พอจะช่วยให้ฉันนึกออกได้จนกระทั่งตาของฉันไปสะดุดกับหนังสือนิยายในกระเป๋าทำงาน … จริงสิลองอ่านนิยายรักหวานแหววคงดีไม่ใช่น้อย… ฉันเปิดหานิยายรักหวานแหวว online พยายามเปิดใจอ่านนิยายในแนวที่ตัวเองที่ไม่เคยติดจะแตะแต่แล้วก็พบว่า …ไม่รอด… เสียงถอนหายใจยาวดังออกจากปากของฉัน ก่อนที่หน้าจะฟุบลงไปกับโต๊ะอย่างหมดแรง ภาพเด็กหนุ่มผมตั้งสีดำคนหนึ่งโผล่เข้ามาในห้วงความคิด …ทำไมเวลาแบบนี้ถึงไปคิดถึงหมอนั่น…
“อะไรกันยัยเขมมาทำงานได้ไม่ถึงสัปดาห์ก็เข้าโหมดเฝ้าพระอินทร์ในที่ทำงานแล้วเรอะ”เสียงคุ้นหูดังขึ้นเหนือหัวทำเอาฉันต้องเงยหน้าขึ้นมอง ภาพสาวผมซอยสั้นสีทองท่าทางมั่นใจและเปรี้ยวจี๊ดที่ฉันรู้จักมาั้แ่มัธยมต้นปรากฏเข้ามาในสายตา
“ก็มันคิดงานไม่ออกนี่นาวิให้ทำไง”ฉันว่าแต่แล้วดวงตาของฉันก็เบิ่งกว้างออก …ใช่แล้ว เ้าแม่นิยายแจ่มใสอยู่ตรงหน้าแล้ว…
“วิ”ฉันเรียกด้วยสีหน้าเป็ประกาย แต่วิกลับถอยหลัง 1ก้าว
“มีอะไร”เธอถามพลางมองหน้าฉันด้วยท่าทีไม่ไว้ใจ
“นิยายรัก ขอพล๊อตนิยายรักหน่อยดิ”ฉันว่าประกายในดวงตาฉันยังไม่หายไป
“หา!!”วิร้องด้วยความใพลางมองหน้าฉันอย่างไม่เชื่อสายตาตัวเอง
“คืออย่างนี้ บก เห็นว่าเราชอบเขียนนิยายไงเลยอยากให้เขียนเื่ลงรายปักษ์ แต่ว่าเื่ที่บกอยากให้เราเขียนเป็แนวแบบนิยายรักเราก็เลย…”
“เขียนไม่ออกเพราะไม่เคยคิดจะอ่านเื่แนวนี้และไม่มีประสบการณ์”วิตัดบท พลางมองหน้าฉันอย่างเห็นใจ แต่เอาเถอะอย่างน้อยมันก็ทำให้เธอเข้าใจสิ่งที่ฉัน้าจะสื่อกับเธอเพราะเธอก็เริ่มร่ายยาวถึงเื่ต่างๆที่เธอเคยอ่านมา จนกระทั่ง…
“โว้ย โครงเื่แบบนี้ก็ไม่เอาโครงเื่แบบนั้นก็ไม่ใช่ โครงเื่แบบนู้นก็น่าเบื่อเกินไปแล้วจะเอาโครงเื่แบบไหนคะแม่คุณ”วิร้องมื่อฉันบอกให้เธอเปลี่ยนเื่ใหม่เป็ครั้งที่ร้อย (พอดี นับอยู่)
“ก็ทำไงได้หล่ะ ก็โครงเื่ที่เธอเล่ามาเราเขียนไม่ออกจริงๆนี่”ฉันอิดออด วิมองหน้าฉันอย่างเอือมระอา และถอนหายใจยาว
“ไปมีแฟนซะเขม”เธอว่าเรียบๆแต่ทำเอาฉันชะงักและเป็ฝ่ายถอนหายใจบ้าง
“วิ”ฉันเริ่ม “บกจะเอานิยายชาตินี้นะ ไม่ใช่ชาติหน้า แล้วเธอก็น่าจะรู้นะว่าเราเสน่ห์แรงขนาดไหน”ฉันว่า
“แล้วจะเอาไงเขม นิยายหน่ะจะแต่งไหมเพราะถ้าว่ากันตามตรง การเอาประสบการณ์ตรงมาเขียนเนี่ยมันน่าจะง่ายที่สุดนะแถมเรายังเข้าใจอารมณ์ตัวละครในนิยายของเราอย่างดีด้วย”วิถามพลางทำหน้าซีเรียส
“ก็ต้องแต่งดิ แต่วิแฟนหน่ะมันไม่ได้ตกลงมาจากฟ้านะเฟ้ย อยู่ๆจะให้หาแฟนแบบนี้มันออกจะ…”แต่วิไม่มีทีท่าจะสนใจคำพูดของฉันเธอวางเอกสารที่ถือมาด้วยลง จัดแจงเดินมาหลังโต๊ะทำงานพิมพ์บางอย่างลงไปในคอมและยืดตัวขึ้น ฉันมองหน้าจอแล้วก็ต้องอ้าปากค้างเพราะหน้าจอของฉันไม่ใช่อย่างอื่นนอกจาก …
“อ่ะ เว็บหาคู่ อันนี้ไว้ใจได้เพราะพี่ชายของเราก็เจอภรรยาผ่านทางนี้”สาววิอธิบายเสร็จสรรพฉันมองหน้าวิอับจนซึ่งคำพูดใดๆ …นี่เธอจะให้ฉันใช้เว็บหาคู่หาแฟนอย่างนั้นเหรอ…บ้าไปแล้ว…แต่เหมือนเธอจะเดาใจฉันออกวิเลยเดินกลับออกไปหยิบเอกสารที่วางไว้ และตั้งท่าจะเดินออกไป
“ตามใจเธอนะยัยเขม จะนั่งงมโข่งคนเดียวเหงาๆแบบนี้ต่อไปหรือจะเปิดโอกาสตัวเองพร้อมการทำงานที่ง่ายขึ้น เธอเลือกเองนะ”วิทิ้งท้ายและเดินออกไป
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………….
แม้จะเป็เวลากลางคืนที่คนทั่วไปนอนกันแล้วหญิงสาวผมหยักศกยาวประบ่าคนหนึ่งก็สวมชุดกีฬาใส่หูฟังออกมาวิ่งบนถนนในหมู่บ้านั้แ่บทสนทนากับวิจบลง ฉันก็นั่งจ้องหน้าเว็บเพจหาคู่อยู่นานสองนานพร้อมความคิดมากมายที่ตีกันในหัว สุดท้ายฉันก็ตัดสินใจลองเสี่ยงทิ้ง profileไว้ดูแต่แล้วความรู้สึกกระวนวายใจก็เริ่มโจมตีฉันจนสุดท้ายนอนไม่หลับจึงต้องออกมาวิ่งอยู่อย่างนี้
ฝีเท้าของฉันชะลอลงเป็การเดินเพื่อพักเหนื่อยถ้าทุกอย่างเป็ไปตามที่คาดจริงคราวนี้ฉันคงได้ลองลิ้มรสความรักกับเขาซักทีสินะ ทันใดนั้นภาพของเด็กหนุ่มคนหนึ่งก็ปรากฏเข้ามาในห้วงความคิดพร้อมกับความรู้สึกร้อนที่ใบหน้า…หมอนั่น จะมีแฟนรึยังนะ… ฉันส่ายหัวแรงๆไล่ความคิดฟุ้งซ่านออกไปแต่เมื่อเห็นว่าเลิกคิดไม่ได้ง่ายๆ ฉันจึงเร่งเสียงเพลงที่ฟังอยู่ให้ดังจนกลบความคิดของฉันและออกวิ่งไปสุดแรง
เอี๊ยด…เสียงเบรคดังลั่นซอยพร้อมร่างสูงร่างหนึ่งที่ล้มลงไปกับพื้นถนนด้วยความใ
“โอ๊ย”ฉันร้องลั่นพลางค่อยๆยันตัวขึ้นมานั่งแต่แล้วก็ต้องหลับตาลงแทบจะในทันใดเพราะไฟหน้ารถที่อยู่ในระดับสายตามันส่องสว่างเต็มตาทั้งสองข้างของฉันไม่นานฉันก็รู้สึกเหมือนไฟหน้ารถนั้นดับลงฉันค่อยๆเปิดตาขึ้นและพบว่ารถตรงหน้าฉันถูกดับเครื่องเรียบร้อยแล้ว ฉันมองไปรอบๆและเห็นขาคู่หนึ่งยืนอยู่ข้างรถฉันจึงค่อยๆไล่สายตาขึ้นไปดูจนไปสบเข้าให้กับชายหนุ่มคนหนึ่งทว่าฉันก็ต้องรีบหลุบตาลงแทบจะในทันใด พร้อมหัวใจที่เต้นแรง…หล่อ…ผู้ชายคนนี้หล่อเกินไปแล้ว…
เสียงถอนหายใจดังขึ้น พร้อมกับเสียงเดินไม่ต้องมองฉันก็พอจะบอกได้ว่าเท้าคู่นั้นเดินตรงเข้ามาหาฉันเขาคงจะเดินเข้ามาถามด้วยความเป็ห่วงว่าฉันเป็อะไรไหมแล้วคะยั้นคะยอให้ฉันยอมให้เขาพาไปส่งรักษาที่ รพจากนั้นเขาก็จะจ่ายค่ารักษาพยาบาล พร้อมให้ขอเบอร์บอกว่าจะพาไปกินขนมเป็การไถ่โทษจากนั้น…
“มาวิ่งแบบนี้บนถนนตอนมืดๆ อยากไปยมโลกมากนักหรือไง”เสียงเซ็งๆดังขึ้นมาจากเหนือหัวของฉัน…เพล้ง… จบกันมโนภาพที่ฉันคิดไว้แตกสลายไปในพริบตา