ผมยังยืนยันคำเดิมว่าผมจะไม่ยอมกราบขอโทษอรอุมาอย่างที่ฟ้าคราม้าและเื่นี้ก็ทำให้ฟ้าครามโกรธผมมาก เพราะพอผมบอกว่าจะไม่ยอมทำตามที่เขา้า เขาก็เดินเข้ามาหาผมพร้อมกับยื่นมือมากดไหล่ของผมลง เพื่อบังคับให้ผมนั่งคุกเข่าลงต่อหน้าอรอุมาก่อนที่เขาจะสั่งผมย้ำออกมาอีกครั้งด้วยน้ำเสียงที่ทรงพลัง
"กราบเท้าขอโทษน้าอรของผมเดี๋ยวนี้!!!"
"ผมไม่ทำครับ!!!"
"ไม่ทำอย่างนั้นเหรอ?"
ฟ้าครามกระชากแขนของผมให้ลุกขึ้นทันทีหลังจากนั้นแล้วเขาใช้มืออีกข้างของเขายกขึ้นมาบีบคอของผมไว้แน่นจนผมแทบจะขาดอากาศหายใจในอีกไม่ช้าแล้ว แต่ใจจังหวะนั้น...อรอุมาก็แสร้งทำทีเป็เข็นวีแชร์ของเธอเข้ามาห้ามฟ้าคราม
"ฟ้าคราม? พอเถอะลูกปล่อยเรียวเขาไปเถอะลูก น้าไม่เป็ไรหรอก ไม่ต้องให้เขาขอโทษน้าก็ได้จ๊ะน้าไม่โกรธและน้าก็ให้อภัยเรียวเขาแล้วล่ะ"
เธอปั้นหน้ายิ้มให้ผมอย่างฝืน ๆ ก่อนที่เธอจะหันไปยิ้มให้ฟ้าครามอย่างอ่อนละมุนแต่ฟ้าครามครามกลับดูไม่พอใจมากที่อรอุมาเอ่ยปากขอร้องเขาให้หยุด
"แต่เขาทำให้น้าอรต้องกลายเป็คนพิการนะครับแล้วน้าอรจะให้ผมปล่อยคนเลวแบบนี้ไปง่าย ๆ เหรอครับ ง่ายไปมั้งครับ"
"แต่ถึงเรียวเขาจะทำร้ายน้า น้าก็ไม่โกรธอะไรเขาหรอกลูกเชื่อน้าเถอะนะฟ้าคราม ปล่อยเขาไปเถอะ"
"ไม่ครับ!เพราะมันง่ายไปสำหรับคนมักง่ายอย่างเขา ถ้าน้าอรไม่้าคำขอโทษจากเขาเดี๋ยวผมจะทำให้เขาสำนึกผิดเองก็ได้ครับ"
"ฟ้าคราม!!! อย่านะลูก"
อรอุมาแสร้งทำเป็ร้องห้ามฟ้าครามเพื่อให้ตัวเองดูเป็นางฟ้าในสายตาฟ้าครามแต่ว่ามันก็สายไปแล้วเพราะฟ้าครามยื่นมือของเขาเข้ามาบีบคอของผมโดยที่ผมยังไม่ทันได้เตรียมตัวเตรียมใจเลย
หมับ!
อั๊ก!
จากนั้นฟ้าครามก็บังคับให้ผมเดินออกจากห้องของอรอุมาไปเรื่อย ๆ จนถึงชานบันไดแล้วฟ้าครามก็รวบมือของผมทั้งสองข้างไปไขว้ไว้ด้านหลังและทำท่าทางเหมือนจะผลักผมลงบันได
ตอนนี้ผมรู้สึกกลัวมากจนสั่นไปทั้งตัวเลยแต่ผมก็พยายามท่องในใจเอาไว้ว่า...ผมไม่กลัว ผมไม่กล้ว แล้วผมก็หลับตาลงเพื่อข่มความกลัวของตัวเองเอาไว้ให้ได้มากที่สุดจากนั้นฟ้าครามก็ก้มลงมากระซิบถามผมเบา ๆ เหมือนเขากำลังสนุกที่ได้แกล้งผม
"กลัวตายเหรอ?"
"เปล่า! ผมไม่ได้กลัว"
ถึงปากผมจะบอกไม่ได้กลัว แต่ในใจผมกลับกลัวมากจนผมอดไม่ได้ที่จะลืมตาขึ้นมาแล้วผมก็มองตามบันไดลงไปด้วยความตื่นกลัวและตัวก็เริ่มสั่นเทาอย่างห้ามไม่ได้
"หึ! ถ้าไม่ได้กลัวก็ตายเสียเถอะ"
ผลั่ก!!!
ฟ้าครามผลักผมออกไปอย่างรวดเร็ว แต่ผมเร็วกว่า เพราะผมกลัวมากผมเลยคว้ากอดเอวของเขาเอาไว้ก่อนอย่างรวดเร็วเหมือนกันตามสัญชาติญาณเอาตัวรอดของมนุษย์
หมับ!!!
“กลัว! กลัวแล้วกลัวมาก”
ผมกอดเกี่ยวเอวแกร่งของฟ้าครามเอาไว้อย่างเหนียวแน่นพร้อมกับบอกเขาไปตามความจริงว่าผมกลัว จากนั้นฟ้าครามก็หัวเราะผ่านลำคอของเขาออกมาก่อนที่เขาจะคว้าหมับเข้าที่ต้นแขนของผมพร้อมกับลากผมออกห่างชานบันไดไป
หมับ!
“หึ!งั้นมานี่เลยพ่อตัวดี!”
"คุณจะพาผมไปไหนครับ?"
"ก็พาไปละลายพฤติกรรมไง"
“โอ้ย! ปล่อย!”
ฟ้าครามใช้กำลังที่มีมากกว่าฉุดแขนผมให้เดินตามเขามาจนถึงห้องนอนของเขาแล้วเขาก็ผลักผมลงบนเตียงอย่างไร้ความปรานี
ผลัก!!!ตุ๊บ!!! อั๊ก!!
พรึบ!
จากนั้นเขาก็ตามขึ้นมานอนทับผมไว้ทันที ก่อนที่เขาจะก้มลงมาจูบผมโดยไม่พูดพร่ำทำเพลงอะไรเลย
อุ๊บ!
ฟ้าครามบังคับให้ผมเปิดปากโดยการกัดริมฝีปากของผมเข้าเต็มแรงและผมก็ต้องจำยอมเผยอปากรับจูบที่ป่าเถื่อนนั้นอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ผมยอมให้เขาส่งเรียวลิ้นสากที่ชื้นแฉะเข้ามาสำรวจภายในโพรงปากของผมอยู่เนิ่นนานกว่าผมจะตั้งสติได้ แล้วผมก็ตัดสินใจกัดริมฝีปากของฟ้าครามเพื่อหยุดการกระทำที่ป่าเถื่อนของเขา
งับ!
โอ้ย! ซี๊ด!
และฟ้าครามยอมถอนจูบที่ป่าเถื่อนของเขาออกไปในที่สุด จากนั้นผมก็วาดฝ่ามือเล็กของผมไปกระทบที่ข้างแก้มของฟ้าครามหนึ่งครั้งอย่างไม่ออมแรงเพื่อเป็การเตือนสติเขาและเพื่อการเอาตัวรอดของผม
เพี๊ยะ!
ฟ้าครามหันกลับมาจ้องหน้าผมอย่างเอาเื่ผสมความใ แต่ผมก็ใช้จังหวะที่ฟ้าครามกำลังใอยู่ผลักเขาออกไปจากตัวผม
พลั่ก!
จากนั้นผมก็รีบลุกขึ้นจากเตียงและวิ่งไปที่ประตูทันที แต่ฟ้าครามก็วิ่งตามมาคว้าเอวผมไว้ทันแล้วเขาก็จับผมเหวี่ยงใส่ตู้โชว์ที่ตั้งอยู่ข้างๆ ประตูห้อง
ผลั๊ก!ตุ๊บ!
เพล้ง!โอ้ย!
หลังของผมกระแทกเข้ากับตู้โชว์จนกระจกแตกกระจายและตกลงมาบาดเท้าของผม แล้วผมก็รีบเอามือไปกุมเท้าของผมเอาไว้เพื่อห้ามเืก่อนเป็อันดับแรก และในขณะที่ผมนั่งก้มหน้าห้ามเือยู่นั้น ฟ้าครามก็ถามผมด้วยน้ำเสียงที่แสนเ็าออกมา
"หึ!!! ล้มแค่นี้มาทำเป็สำออย ทำไมไม่ลุกขึ้นล่ะ? หรือว่าพิการไปแล้ว...เอาวีแชร์ไหมครับ?"
ผมค่อยๆ เงยหน้าขึ้นและมองสบตาคมของฟ้าครามน้ำตาคลอ ซึ่งฟ้าครามเองก็กำลังจ้องมองมาที่ผมคล้ายกับกำลังเยาะเย้ยผมอยู่ก่อนแล้ว แต่ว่าครั้นนี้ผมกลับรู้สึกเสียความรู้สึกมากกับสิ่งที่ฟ้าครามทำกับผมจนผมต้องเอ่ยถามเขาออกไปด้วยอารมณ์ฉุนเฉียวเล็กน้อย
"ฟ้าคราม? คุณจำผมไม่ได้สักนิดเลยเหรอ? คุณจำไม่ได้เลยเหรอว่าเมื่อก่อนเราเคยรักกันขนาดไหนน่ะ"
"จำอะไร? พูดเื่อะไร? กำลังเรียกร้องความสนใจหรือไง?"
"คุณเคยสงสัยไหมว่าทำไมผมต้องคอยตามตอแยคุณอยู่แบบนี้คุณไม่เคยสงสัยสักนิดเลยเหรอว่าทำไมผมต้องยอมคุณขนาดนี้ ทั้ง ๆ ที่คุณก็ไม่เคยสนใจใยดีผมด้วยซ้ำคุณเคยคิดที่จะถามผมบ้างไหมว่าผมทำแบบนี้เพราะอะไร?"
"หึ!!! ผมเคยสงสัยนะ...แต่ว่าผมไม่อยากถาม เพราะผมรู้คำตอบดีอยู่แล้ว"
"คุณรู้อะไรครับ? ลองบอกผมหน่อยสิว่าคุณรู้อะไรเกี่ยวกับผมบ้างน่ะ?"
"ก็รู้ว่าที่คุณคอยวิ่งตามผมไม่เลิก เพราะคุณอยากนอนกับผมไง? ถูกไหมล่ะ?"
ฟ้าครามยกยิ้มมุมปากด้วยท่าทางเย้ยหยันผม แต่หลังจากที่ผมได้ยินฟ้าครามบอกว่าผมอยากนอนกับเขาผมก็ตบเขาไปอีกหนึ่งทีเพราะผมรับไม่ได้กับสิ่งที่เขาพูดออกมา
เพี๊ยะ!!!
ฟ้าครามหน้าหันไปตามแรงตบของผมแต่เขาก็หันกลับมาจ้องหน้าผมด้วยสีหน้าแดงก่ำ ก่อนที่เขาจะทำกับผมเหมือนเดิมโดยการกระชากไหล่ผมเข้าไปหาเขาจนตัวของผมกับเขาแนบชิดกัน จากนั้นเขาก็ก้มลงมาบดจูบผมอย่างรุนแรงไร้ความปราณีอีกครั้ง
อุ๊บ!
และครั้งนี้เขาก็ไม่ยอมเปิดโอกาสให้ผมได้หายใจหายคอเลยจน เขาดันลิ้นร้อนของเขาเข้ามาในโพรงปากของผมอีกครั้งแล้วเขาก็ดูดดันปลายลิ้นของผมเข้าออกและเขายังงับริมฝีปากของผมทุกครั้งที่ผมดิ้นขัดขืน
ฟ้าครามจูบผมดูดดื่มจนดูเหมือนเขาลืมไปแล้วว่าผมเองยัง้าอากาศเพื่อหายใจอยู่นะ ซึ่งในวินาทีนั้นผมรู้สึกเหมือนกับว่าผมกำลังจะขาดใจตายในไม่ช้าแล้วแต่ก่อนที่ลมหายใจเฮือกสุดท้ายของผมจะสิ้นสุดลง ฟ้าครามก็ยอมปล่อยผมให้เป็อิสระ โดยการผลักผมลงบนพื้นอย่างไม่ใยดี
พลั่ก!
"ไง??? เคลิ้มไปเลยล่ะสิหึ!!! แต่คุณไม่ต้องห่วงหรอกนะ เพราะผมไม่เอาคุณหรอก กลับไปได้แล้ว"
ฟ้าครามเอ่ยปากไล่ผมอีกแล้วแต่ผมก็ยังไม่เคยหลาบจำเลยผมยังคงพยายามรื้อฟื้นอดีตที่เลือนหายไปของเขาให้กลับมาด้วยการทบทวนความจำให้กับเขาอีกครั้ง โดยการที่ผมถามฟ้าครามกลับไปด้วยน้ำเสียงอ้อนวอนขอร้อง
"พี่ฟ้าครามครับ? ทำไมพี่ถึงจำผมไม่ได้ล่ะครับ? ผมเรียวไงครับ ผมน้องเรียวแฟนของพี่ฟ้าครามไงครับ? พี่จำได้ไหมว่าเมื่อก่อนเราเคยไปเรียนพร้อมกันทุกวันพี่จำได้บ้างไหมครับ?"
"เรียวเหรอ? น้องเรียวเหรอ?"
ฟ้าครามทวนคำพูดของผมพร้อมกับทำท่าทางเหมือนกับกำลังคิดตามผมซึ่งผมเองก็แอบยิ้มน้อย ๆ ออกมาด้วยความดีใจเมื่อผมได้ยินเขาเรียกชื่อของผมอย่างคุ้นเคยอีกครั้งเพราะผมหวังใจเอาไว้ว่าเขาจะต้องจำผมได้แน่ ๆแต่แล้วความหวังของผมก็พังไม่เป็ท่าเหมือนเดิม เพราะเขาเริ่มบ่นออกมาคนเดียวเหมือนคนเสียสติว่า
"เรียว? น้องเรียวแฟนของผมคนนั้น เขาตายไปแล้วเมื่อแปดปีที่แล้วนี่หน่า เขาตายแล้ว เขาจากผมไปแล้วไม่มีน้องเรียวอีกต่อไปแล้วล่ะ น้องเรียวตายแล้ว เรียวตายแล้วจริง ๆ"
ฟ้าครามมีท่าทางที่เปลี่ยนไปจากเมื่อสักครู่นี้มาก เพราะตอนนี้เขากำลังก้าวถอยหลังห่างผมออกไปคล้ายกับว่าเขากำลังกลัวผมแต่ผมก็พยายามพยุงตัวเองลุกขึ้น และก้าวตามฟ้าครามไปเรื่อย ๆก่อนที่ผมจะบอกเขาออกไปตามความจริงว่า
"พี่ฟ้าคราม? น้องเรียวยังไม่ตายครับผมอยู่ที่นี่ไงครับ ผมคือน้องเรียวของพี่ครับ ผมยังไม่ตายผมยังมีชีวิตอยู่และรอพี่ฟ้าครามตลอดแปดปีที่ผ่านมา พี่จำได้ไหมครับ?"
"ไม่...ไม่จริง คุณโกหก เรียวตายแล้ว หมอบอกว่าเขาตายแล้วน้าอรเป็คนทำพิธีฝังศพของเขาด้วยตัวเอง น้าอรบอกว่าเรียวตายแล้วหมอบอกว่าเรียวจากผมไปแล้ว เขาไม่ได้อยู่กับผมอีกต่อไปแล้ว"
ฟ้าครามตวาดผมเสียงดัง และตอนนี้เขาก็มีท่าทางตื่นกลัวและเสียขวัญมากแต่ผมก็ยังอยากอธิบายเื่ราวต่าง ๆ ให้เขาฟังผมจึงยังคงพยายามก้าวเดินตามฟ้าครามเข้าไปเรื่อย ๆก่อนที่ผมจะถามเขากลับไปเสียงเครียด
"พี่ฟ้าคราม? เกิดอะไรขึ้นกับพี่กันแน่ครับทำไมพี่ถึงจำผมไม่ได้ครับ บอกผมสิว่าตลอดแปดปีที่ผ่านมามันเกิดอะไรขึ้นกับพี่มีใครทำร้ายพี่หรือเปล่า ทำไมพี่ถึงได้เป็แบบนี้ครับ"
ผมก้าวเข้ามาจนประชิดตัวของฟ้าคราม เพื่อคอยถามไถ่ความจริงจากปากเขาแต่ดูเหมือนว่าตอนนี้เขาจะตอบอะไรผมไม่ได้อีกแล้ว เพราะอยู่ ๆเขาก็ยกมือขึ้นมากุมหัวของเขาเอาไว้ จากนั้นเขาก็ตวาดไล่ผม
"ผมปวดหัว!ออกไป! ออกไป! คุณออกไปได้แล้ว!ผมปวดหัว! ผมอยากอยู่คนเดียว ผมไม่อยากเห็นหน้าคุณ! เพราะคุณไม่ใช่เขา! คุณกำลังหลอกผม! คุณกำลังทำให้ผมสับสน ออกไป! ออกไป!กลับไปได้แล้ว!"
"พี่ฟ้าคราม? พี่เป็อะไรไปครับ???"
ฟ้าครามค่อยๆ ทรุดลงข้าง ๆ ผมจนเศษกระจกจากตู้โชว์บาดขาเขาไปแล้วหลายแผลเพราะเขาทรุดนั่งลงโดยไม่สนใจว่าเขากำลังนั่งทับเศษกระจกอยู่ และตอนนี้เขาก็เอาแต่บ่นอยู่คนเดียวว่าเขาปวดหัว
ผมค่อยๆ ย่อตัวนั่งลงข้าง ๆ ฟ้าคราม ก่อนที่ผมจะค่อยๆ ขยับเข้าไปหาเขา แล้วผมก็ใช้แขนที่บวมช้ำจากการถูกฟ้าครามกระชากลากถูไปมาอ้อมไปโอบกอดไหล่ของเขาไว้ แล้วผมก็กอดเขาเข้ามาหาผมจากนั้นผมก็กดหัวของเขาลงมาซบหนุนที่หัวไหล่ของผม แล้วผมก็ถามเขาเบา ๆ อย่างใจเย็น
"ถ้าน้องเรียวของคุณตายไปแล้วจริง ๆ งั้นคุณบอกผมได้ไหมว่าเขาตายเพราะอะไร? และตอนนี้ศพเขาฝังอยู่ที่ไหน?"
ผมนิ่งเงียบรอฟังคำตอบจากฟ้าครามอย่างตั้งใจซึ่งตอนนี้ฟ้าครามก็มีท่าทางที่สงบลงมาก จากนั้นเขาก็ตอบผมออกมาด้วยน้ำเสียงที่เหนื่อยอ่อน
"ผมไม่รู้ว่าเขาตายเพราะอะไร ผมจำไม่ได้ ผมรู้แค่ว่าศพของเขาฝังอยู่ที่สุสานนอกเมืองผมไปไหว้หลุมศพของเขาทุกปี"
"หึ...ถ้าอย่างนั้นวันหลังพาผมไปไหว้หลุมศพของเขาบ้างได้ไหมครับ?"
"ผม...ผมจำไม่ได้ว่าสุสานอยู่ตรงไหน ผมรู้แค่ว่าอยู่นอกเมือง"
"ถ้าจำไม่ได้ก็ไม่เป็ไรครับตอนนี้คุณนอนก่อนเถอะนะครับ...ก่อนที่คุณจะปวดหัวมากไปกว่านี้"
"ผมนอนไม่หลับ ผมคิดถึงน้องเรียว ผมปวดหัว ผมนอนไม่หลับ"
"ถ้าอย่างนั้นเดี๋ยวผมจะนวดให้นะครับ คุณจะได้หลับไงครับ"
"อืม"
สุดท้ายผมก็เป็ฝ่ายค่อยๆ พยุงฟ้าครามไปนอนที่เตียงของเขา ถึงแม้ว่าตอนนี้ตัวผมเองจะกำลังเจ็บระบมไปทั้งตัวก็ตาม
หลังจากที่ฟ้าครามเอนตัวนอนลงบนเตียงของเขาผมก็รีบคว้าผ้าห่มมาคลุมให้เขาจนถึงคอ แล้วผมก็ช่วยนวดขมับให้กับเขาเหมือนที่ผมเคยทำจนกระทั่งฟ้าครามหลับไปในที่สุด เขาหลับไปทั้ง ๆที่เขายังนอนหนุนตักและกอดเอวผมอยู่ ซึ่งพอผมเห็นฟ้าครามเขาหลับลึกไปแล้ว ผมก็ค่อย ๆ หลับตาลงด้วยความเหนื่อยล้าเพื่อพักสายตาของผมหมือนกัน...
*****
sundog