อัสนีมองเดินขึ้นบันไดไปอีกชั้นก็พบว่า ด้านหน้าเป็สระน้ำ ด้านซ้ายมือ ยกพื้นขึ้นมาคล้ายกับเวทีทรงกลมตรงกลางพบมูมู่ ถูกมัดด้วยเชือก ร่างกายเปลือยเปล่า
เผยให้เห็นทุกสรรพางค์กายดวงตาดูเหม่อลอย ไร้สติ มีน้ำลายไหลออกมา เธอถูกพวกมันวางยา!
คุณชายชั่วมีอยู่เจ็ดคนทุกคนไม่ได้ใส่เสื้อผ้า แต่สวมหน้ากากผีไม่ซ้ำกันแต่ละคน ในมือซ้ายถือเทียนจุดไฟมือขวาถือกริซแหลมคมครบทุกคน แล้วเดินไปรอบๆ มูมู่ แล้วใช้เทียนลนไปตามร่างของเธอโดยท่องคาถาประหลาด โดยมี ชายแต่งกายด้วยชุดขาว กำลังสวดมนตร์เป็ภาษาแปลกฟังไม่ออกว่าเป็ภาษาอะไร
มีทหารแปดคนยืนอยู่แปดทิศผู้กองอนันต์ ยืนมองการทำพิธีอยู่อย่างเงียบสงบ
“ ข้าแต่เทพเอสโมเดียสเทพแห่งบาปราคะสูงสุด พวกเราคือสาวกที่ภักดีและซื่อสัตย์ต่อท่านบัดนี้ข้าขอพรให้ท่านเทพได้โปรดมอบพลังแห่งกิเลส ตัญหา ราคะ อันสูงสุดให้กับเหล่าสาวกทั้งเจ็ดนี้ด้วยเถิด โดยพวกสาวกที่ภักดี และซื่อสัตว์เหล่านี้จะขอมอบหญิงสาวอันมีบาปราคะสูงสุด เซ่นสังเวยให้แก่ท่านเทพ ณ บัดนี้”
ทั้งหมดกำลังมองดูพิธีกรรมที่ไร้สติกันอย่างสนใจ โดยหารู้ไม่ว่าตอนนี้ มีชายแปลกหน้าคนหนึ่ง ยืนมองอยู่ด้วยสายตาที่แข็งกร้าว
ก่อนที่คมมีดจะแทงเข้าใส่ร่างของมูมู่ อัสนีก็ลอยตัวเข้ามาจับมือของ คุณชายคนหนึ่งที่กำลังจ้วงแทงใส่มูมู่ แล้วมีดก็ถูกแย่งไปจากมือแล้วพาดที่คอของมันเอาไว้
“หยุดนะ แกเป็ใครเข้ามาในนี้ได้อย่างไร”
ผู้พันอนันต์ควักปืนออกมา จ่อไปที่ร่างของ อัสนี
“พวกแกนี่มันชั่วช้าสามานย์กันจริงๆ เห็นชีวิตเป็ผักปลา อยากจะฆ่า ทรมาน ก็ทำมาดูกันว่า หากเป็พวกแกที่ถูกทรมาน แล้วฆ่าบ้าง จะเป็อย่างไร”
อัสนีกรีดคอของคุณชายคนที่1 อย่างช้าๆ เืของมันไหลพุ่งจากคอสาดไปทั่วบริเวณ
“ ฆ่ามัน”ผู้พันอนันต์สั่งลูกน้องนับสิบให้ฆ่า อัสนีโดยที่ตนเองก็ยิงใส่ร่างของอัสนีไปทีเดียว 7 นัด โดยไม่สนใจว่าคุณชายที่ขวางอยู่จะเป็อย่างไร แต่คุณชายคนที่ 1 ตายไปแล้วแต่ยังคงถูกะุพรุนไปทั้งร่าง
ส่วนอัสนีนั้นหายวับไปเขาลอยไปกลางอากาศ แล้วเหวี่ยงเข็มมัจจุราชออกไปสี่เข็ม มันพุ่งทะลวงเข้ากลางลำคอหัวใจ ของบอดี้การ์ดของ เหล่าคุณชายทั้งหลาย
ล้มตายไปทีละคนเข็มมัจจุราชที่วิ่งผ่านไป กลับยังไม่หยุดมันยังคงพุ่งใส่ร่างของบอดี้การ์ดราวกับมีคนควบคุมมันเอาไว้
อัสนีไม่สนใจพวกมันอีกเพราะบอดี้การ์ดที่เหลือ เปรียบเสมือนคนตายไปแล้ว
เขามายืนเผชิญหน้ากับผู้พันอนันต์ที่บัดนี้ะุปืนหมดแล้ว
“ มา มาเลยแกแน่มาจากไหน มาลองสู้กัน ฉันผ่านามาแล้วกว่าสิบครั้งฉันรอดมาได้แกจะได้เห็นว่า ยอดนักรบนั้นเขาเป็อย่างไร”
ผู้พันอนันต์ถอดเสื้อนอกเผยให้เห็นเสื้อยืดที่รัดมัดกล้ามเอาไว้มือขวาถือมีดสั้น แล้วโยนไปมาระหว่างมือซ้าย และมือขวา
อัสนียิ้มให้เล็กน้อย
แล้วก็สะบัดเข็มมัจจุราชออกไปทีเดียวสามเข็ม ทั้งสามเข็มพุ่งเข้าเจาะกลางหน้าผาก ลำคอกลางอก ร่างผู้พันอนันต์หงายหลังตกสระน้ำตายไปในทันที
หกคุณชายที่เหลือเห็นดังนั้นก็ตกตะลึงบางคนรีบคุกเข่าขอร้อง ร้อยเอกนพคุณ
หาญเทวัณคว้าปืนสั้นยิงเข้าใส่ร่างของอัสนีไป 9 นัดไม่พลาดเป้าแม้แต่นัดเดียว
แต่ทว่าร่างของอัสนีกลับไม่เป็อะไร เขามีพลังเกราะระฆังทองปืนแค่นี้ไม่อาจระคายผิวของเขาได้
“วันนี้ชีวิตของพวกแกจบสิ้นแล้ว อย่าดิ้นรนเสียให้ยากเลย”
อัสนีหยิบกริชที่ตกพื้นขึ้นมาเล่มหนึ่ง แล้วหมุนไปมาแล้วเคลื่อนตัวเข้าหาคุณชายสี่คนที่ยืนอยู่ใกล้สุดเืไหลออกจากลำคอคุณชายทั้งสี่
พวกมันถึงกับคุกเข่าร้องขอชีวิตแต่ว่าไม่อาจรอดพ้น ค่อยลงไปนอนดิ้นตายอย่างทรมาน
“ พวกเราสู้ตาย”
ที่เหลือสองคนกับร้อยเอกนพคุณ พุ่งตัวเข้ามาหาอัสนี พร้อมกับแทงกริชของตนใส่เขาแต่คนแรกกับถูกกริชของอัสนีขว้างออกไปทะลุลำคอตายไปก่อน
ส่วนร้อยเอกนพคุณนั้นกริชของมันกำลังจะแทงสู่ลำคอของ อัสนี แต่ถูกการเคลื่อนไหวอันรวดเร็วจับมือพลิกกลับกริชหลุดมือ แล้วก็ถูกอัสนีแทงสวนเข้าไปที่ปากทะลุต้นคอตายไปอย่างน่าอนาถ
ชายกลางคนชุดขาวที่ตอนนี้ใจนฉี่ราดก้มลงคุกเข่าร้องขอชีวิต
“แกมันพวกหลอกลวงต้มตุ๋น เห็นชีวิตคนไม่มีค่า ไม่สมควรมีชีวิตอยู่”
ชายกลางคนพุ่งตัวะโพร้อมชักมีดหมอเข้าเสียบร่างของ อัสนี แต่ว่ามีดหมอนั้นไม่อาจแทงผ่านร่างของเขาได้ถูกอัสนีใช้เข็มมัจุราชปักเข้าไปที่กระหม่อมของมัน เืไหลออกจากเจ็ดทวารตายไปอย่างน่าอนาถ
จากนั้นเขาก็นำผ้ามาคลุมตัวให้กับมูมู่ แล้วพาลงไปจากชั้นดาดฟ้า ลงลิฟท์ แล้วก็ไปที่หน้าเคาน์เตอร์ให้โรงแรมจัดรถพามูมู่ไปส่งรพ.โดยด่วน แล้วเขาก็เดินออกจากโรงแรมไป
ในตอนเช้ามีข่าวทุกสำนัก ต่างลงข่าวคึกโครม ว่า ร้อยเอกนพคุณ หาญเทวัญถูกฆ่าตายบนดาดฟ้าโรงแรมหรูเจ็ดดาว พร้อมกับเพื่อนๆ อีก 6 คน โดยมีคนคุ้มกันอีกหลายสิบคนตายเกลี้ยงไม่เว้นแม้แต่ผู้พันอนันต์ ที่เคยได้ชื่อว่า ผู้พันมหากาฬยังถูกฆ่าตายไปด้วย
จากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นตำรวจได้อธิบายว่า เป็การทำพิธีเซ่นสังเวยบูชาเทพแห่งราคะ เอสโมเดียส เพื่อให้พวกของตนเป็ที่รักใคร่และ เป็ที่้าของสตรี
เด็กสาวที่ถูกสังเวยชีวิตด้วยพิธีกรรมแบบนี้มาแล้วไม่ต่ำกว่า ยี่สิบคนโดยมีหลักฐานยืนยันจากคลิปวิดีโอที่ถ่ายเก็บเอาไว้ ซึ่งมีผู้หวังดีนำมามอบให้
ส่วนคนที่สังหารนั้นรู้แต่ว่า เป็ชายอายุประมาณสี่สิบปี มีแผลเป็ที่ใบหน้าไม่มีใครเคยเห็นหน้าหรือรู้จักว่าคือใคร ตอนนี้มีการตั้งค่าหัวเขาเป็จำนวนเงิน 10 ล้านบาท หากใครให้เบาะแสหรือสามารถชี้นำให้ฆาตกรถูกจับ ทางตระกูลหาญเทวัญจะเป็ผู้มอบเงินจำนวนนี้ให้ทันที
อัสนีตื่นขึ้นมาด้วยเสียงปลุกจากมอร์นึ่งคอลเข้าก็อาบน้ำแต่งตัว ตอนนี้ในแหวนมิติของเขามี ยาเม็ดฟื้นความทรงจำแล้วแต่หากจะเข้าไปหา หมวยเล็ก คงได้ถูกโยนออกมาจากตระกูลเซี่ยแน่ๆ
ขณะที่กำลังใช้ความคิดอยู่นั้นก็มีเสียงข้อความดังขึ้น เขาอ่านดูก็พบว่า ผอ.อีริคขอให้เขาไปที่รพ. ซานตาครอส
“ แปลกจริง ปกติรองผอ.เกรียง จะเป็คนติดต่อ แต่ครั้งนี้ท่านผอ.อีริคติดต่อมาเองเลย”
อัสนีจึงรีบเช็คเอ้าท์ออกจากโรงแรมไปในทันที
ณ โรงพยาบาลซานตาครอส
“ สวัสดีครับท่านผอ.” อัสนีมาถึงโรงพยาลก็เข้าไปหาท่านผอ. อีริคที่ห้อง ซึ่งด้านในห้องมีรองผอ.เกรียงอาจารย์หมอโจ และยังมีมองฝรั่งอีกสองคนกำลังนั่งประชุมกันอยู่มีชายหนุ่มแต่งกายด้วยชุดสูทสีเทา นั่งอยู่ตรงกลาง
“ มาพอดี นี่คือท่านลูคัส เป็ท่านเอกอักคราชทูตประจำประเทศไทย”
“ท่านผอ.ได้กล่าวชื่นชมหมออัสนี มาหลายรอบแล้ว ยินดีที่ได้รู้จักครับ”
ท่านทูตลูคัสยืนมือมาัั อัสนีได้แต่จับมือเช่นกัน
“ ไม่ทราบว่าเรียกผมมามีเื่ด่วนอะไรหรือเปล่าครับ”
“ คือภรรยาท่านทูตไม่สบาย อยากให้คุณหมอช่วยรักษาให้หน่อยครับ”
ผอ.อีริคพูดเข้าเื่สำคัญทันที แต่ไม่ทันทีอัสนีจะถามอาการ ท่านรองผอ.เกรียงก็เอ่ยว่า
“ ท่านผู้หญิงมีภาวะหลับลึกบางวันนอนหลับเกิน24 ชั่วโมง แต่มาวันนี้ ท่านนอนหลับไปแล้ว สามวันพวกเราปลุกเท่าไรท่านก็ไม่ตื่นขึ้นมา”
“ Hiperlomnia โรคนอนไม่หลับ?”
อัสนีเอ่ยอย่างสงสัย
“ พวกเราไม่แน่ใจทีแรกผมปลุกเอลม่าก็ตื่น แต่ผ่านไปหลายๆ ครั้ง ก็เริ่มปลุกยากขึ้น ผมเคยพาไปตรวจร่างกายทุกอย่างปกติ จนกระทั่งพาไปเอลมาไปพบกับ จิตแพทย์โคล”
ท่านทูตเอ่ยจบพร้อมมองไปที่ฝรั่งคนหนึ่งซึ่งก็เอ่ยออกมาว่า
“หลังจากที่ผมสะกดจิต และ พูดคุยกับท่านหญิง พบว่า ท่านหญิงได้ฝันถึงเื่ประหลาดท่านหญิงอยู่ในดินแดนที่ไม่เคยรู้จัก ท่านบอกว่า ที่นั่นเหมือนแดน์ท่านหญิงได้พบกับพระเ้า ท่านเลยไม่อยากกลับมาอีกแม้นผมจะใช่วิธีรักษาทางจิติญญาให้ครอบครัวท่านทูตช่วยเกลี้ยกล่อมเชิญบาทหลวงให้มาช่วยเจรจา แต่สุดท้ายก็ล้มเหลว ท่านหญิงนอนหลับมาแล้วสามวันแม้นพวกเราจะใช้วิธีกระตุ้นด้วยเครื่องช็อตไฟฟ้า ท่านหญิงก็ไม่ตื่นเลย”
“ ผมทราบว่าคุณหมออัสนีไม่ใช่ผู้เชี่ยวชาญด้านนี้ แต่ว่าการที่คุณหมอช่วยรักษาผอ.อีริคได้ด้วยพลังจิตเหนือธรรมชาติ ผมเลยอยากให้ คุณหมออัสนีช่วยภรรยาของผมด้วยครับหากสำเร็จ ไม่ว่า คุณหมออัสนีจะเรียกร้องสิ่งใด ผมจะจัดการให้ทุกอย่าง”
ท่านทูตลูคัสพูดออกมา น้ำตาก็ซึมออกมาด้วย
“พาผมไปดูท่านหญิงก่อน” อัสนีไม่ได้รับปากเพราะต้องขอดูคนไข้ก่อน
จนทั้งหมดมายืนอยู่ที่ห้องวีไอพีขนาดใหญ่ มีสตรีวัยประมาณ 40 กำลังนอนหลับกำลังให้น้ำเกลืออยู่จอมอนิเติร์ก็ทำงานปกติ ความดันหัวใจ ออกซิเจน การเต้นหัวใจ ปกติเช่นกัน
“พวกเราใช้เครื่องกระตุ้นเส้นประสาทด้วยไฟฟ้า เพื่อปลุกท่านหญิง แต่ก็ไร้ผลจากนั้นเราก็ใช้เครื่องกระตุ้นแม่เหล็กไฟฟ้าที่สมอง ก็ใช้ไม่ได้ลองให้แพทย์แผนจีนมาช่วยฝังเข็มก็เหมือนเดิม ใช้แพทย์แผนไทยมานวดกระตุ้นจุดต่างๆก็ไม่มีประโยชน์ ท่านหญิงไม่ตื่นเลย ยังคงนอนหลับวันนี้เข้าวันที่สี่แล้ว”
ในขณะที่อัสนีใช้นิ้วสำรวจชีพจรของท่านหญิงเอลม่าก็ไม่พบสิ่งผิดปกติใดๆ ในร่างกาย
ทันใดนั้นเองข้อความจาก ดวงตาอัสนีก็ปรากฏขึ้น
“เข้าไปในความฝันของท่านหญิงเอลม่า แล้วช่วยเธอออกมา ของขวัญที่จะได้รับ คือ อัพเกรดดวงตามัจจุราชเป็ระดับสองสามารถมองทะลุสิ่งกีดขวาง ราวกับเครื่องเอ๊กซเรย์”
“แล้วเคสนี้ผมจะเข้าไปในความฝันคนไข้ได้อย่างไร” อัสนีเอ่ยถาม
แต่ดวงตามัจจุราชส่งตำรามาเข้าหัวเขาแทน
“ตำรามัจจุราชถอดจิต”
ทักษะการฝึกฝน ได้ถูกถ่ายทอดเข้ามาในหัวของเขาอย่างรวดเร็วจนในที่สุดเขาก็สำเร็จ
“ นึกไม่ถึง ว่าดวงตามัจจุราชจะโต้ตอบได้ แถมยังให้รางวัลโดยที่ไม่ต้องทำภารกิจอีกด้วย”นี่เป็ครั้งแรกที่อัสนี ได้ของรางวัลก่อนที่จะได้ทำภารกิจเสร็จ
“ ท่านรองเกรียง ช่วยจุดธูปมาให้ผม 1 ดอก และขอให้ท่านทูตกับผอ.อยู่กับผมเท่านั้น ผมจะพาท่านหญิงเอลม่ากลับมาจากความฝันเอง”.........