บทที่ 21 ขจัดคำตอบที่ถูกต้องก่อน
"เฮ้ย !"
ฉินเฟิงรีบลุกขึ้นยืนทันที แสดงท่าทีว่าตนไม่ใช่คนแบบนั้นจริง ๆ
ในตอนนี้...
จื่อเยียนสั่นเทิ้มเล็กน้อย เหมือนรู้สึกได้ว่ามีบางอย่างหายไป
เพื่อรักษาภาพลักษณ์สุภาพบุรุษของตน ฉินเฟิงจึงเก็บเสื้อรัดอกที่ปักลายเป็ดเข้าไปในพื้นที่พกพา จากนั้นก็ทำท่าทางเหม่อลอยเหมือนกำลังตระหนักรู้บางอย่าง
"เอ่อ..."
หลังจากจื่อเยียนนลืมตาขึ้น นางก็ทำท่าใและปิดอกตัวเองไว้
เกิดอะไรขึ้น !?
ทำไมเสื้อรัดอกของนางถึงหายไปได้ !?
ในถ้ำนอกจากนางแล้ว ก็เหลือแค่ฉินเฟิงกับหลินซาน ตัดฉินเฟิงไปก่อนเลย เขาเป็แค่เด็กแปดขวบจะรู้อะไร
ยิ่งไปกว่านั้น ตอนนี้ฉินเฟิงยังกำลังตระหนักรู้อยู่ ยิ่งเป็ไปไม่ได้ใหญ่ ดังนั้นจึงต้องเป็หลินซาน
"ยังจะมาทำนิ่งอยู่อีก !!"
จื่อเยียนหันมองหลินซานที่กำลังนั่งสมาธิอยู่ ความโกรธในใจนางพุ่งขึ้นสูงอย่างห้ามไม่อยู่ ใบหน้างามก็ขึ้นสีแดงระเรื่อ นอกจากความอายของสตรีแล้ว ยังมีความโกรธของสตรีมากกว่า
ไม่คิดเลยว่าเขาจะเป็คนต่ำช้าเช่นนี้ !!
"ไร้ยางอาย เอาของข้าคืนมานะ !!"
สุดท้ายแสนยานุภาพของจื่อเยียนก็ะเิออกมา นางลุกขึ้นและตบหน้าหลินซานฉาดใหญ่
"ของอะไรกัน !?"
หลินซานตื่นขึ้นมาด้วยใบหน้าที่งุนงง ไม่เข้าใจว่าทำไมจื่อเยียนถึงตบเขา
"พี่สาวจื่อเยียน พี่ชายหลินหยิบอะไรของเ้าไปหรือ !?" ฉินเฟิงก็ตื่นขึ้นมาพร้อมกัน และถามด้วยใบหน้าใสซื่อ
"ข้า..."
จื่อเยียนไม่สะดวกใจที่จะบอกว่าเป็เสื้อรัดอก นางโมโหจนกระทืบเท้าวิ่งออกจากถ้ำ หายไปในความมืดยามค่ำคืน
[ติ๊ง ขอแสดงความยินดีกับเ้าของที่ใส่ร้ายบุตรแห่ง์สำเร็จ ทำให้เขาได้รับความรังเกียจจากสาว ๆ ได้รับ 500 แต้มวายร้าย !]
"โชคดีที่ข้าฉลาดพอ !"
ฉินเฟิงโล่งอก และยิ่งรู้สึกว่าระบบไม่จริงจัง
ทั้ง ๆ ที่รู้ว่าเขาเป็สุภาพบุรุษตัวจริง แต่ยังให้เขาใช้ทักษะที่ไม่เหมาะสมเช่นนี้ ชัดเจนว่า้าทำลายภาพลักษณ์ที่สง่างามของเขาที่สร้างมาหลายปี
กรี๊ดดดด...
เสียงกรีดร้องของจื่อเยียนดังมา ชัดเจนว่านางกำลังเจออันตราย
"ไม่ดีแล้ว เกิดเื่แล้ว !"
หลินซานไม่สนใจแล้วว่าทำไมจื่อเยียนถึงตบได้เขา เด็กหนุ่มคว้ากระบี่ยาวข้างกายและวิ่งออกจากถ้ำอย่างรวดเร็ว
"ไม่จริงน่ะ ? เมื่อครู่เพิ่งจะถูกรังเกียจ แต่อยู่ ๆ กลับมีโอกาสให้เขาได้แสดงความเป็วีรบุรุษเพื่อช่วยสาวสวย เพิ่มความประทับใจเสียอย่างนั้น !"
ฉินเฟิงยิ่งรู้สึกไร้คำพูดกับความไม่มีเหตุผลของบุตรแห่ง์ สุดท้ายก็หยุดความคิด แล้วเหยียดขาทั้งสองข้างก้าวอย่างรุนแรง ร่างกายพุ่งออกจากถ้ำอย่างรวดเร็วราวกับลูกธนูที่หลุดจากสาย
ในฐานะที่ตั้งใจจะเป็ชายที่เร็วที่สุดในดินแดนา ความเร็วของเขาจึงไม่ใช่แค่พูดลอย ๆ ถึงแม้จะให้หลินซานวิ่งนำไปก่อนร้อยหมี่ แต่เขาก็ยังไล่ตามทันได้อย่างง่ายดาย
"นี่มันวิชาตัวเบาอะไรกัน !?"
หลินซานมองด้วยความใยิ่ง เมื่อเห็นร่างของฉินเฟิงลอยผ่านเหนือศีรษะของเขาไป
โดยปกติวิชาตัวเบาของผู้ฝึกตนขั้นเหนือสามัญนั้น จะเพิ่มเพียงความเร็วเท่านั้น แต่วิชาตัวเบาของฉินเฟิงไม่เพียงแต่ทำให้ร่างกายเบาดุจนกน้อย เหยียบหิมะไม่ทิ้งรอย แต่ยังสามารถทำให้ร่างกายลื่นไหลในอากาศได้ไกลเป็ร้อยหมี่ ปลายเท้าเพียงแค่แตะเบา ๆ ก็สามารถพุ่งออกไปได้อีกหลายร้อยหมี่
กล่าวได้ว่าวิชาตัวเบาของฉินเฟิงนั้น แค่เบื้องต้นก็มีความสามารถในการบินแล้ว
โฮกก !
เสียงคำรามดังะเืท้องฟ้ายามค่ำคืน ส่งผลให้อากาศสั่นไหว แม้แต่พื้นดินก็ยังสั่นะเืเล็กน้อย
"อสูร !?"
ฉินเฟิงขมวดคิ้วเล็กน้อย ขณะเหยียบยืนอยู่บนยอดไม้
มองลงมาจากที่สูงในระยะร้อยหมี่ จื่อเยียนถูกบีบให้ถอยหลังไปเรื่อย ๆ อสุรกายตัวหนึ่งที่มีรูปร่างคล้ายเสือกำลังคำรามใส่นางอย่างดุดัน
ลำตัวยาวถึงสองหมี่ ในปากเสือมีเขี้ยวยาวครึ่งหมี่สองข้าง เปล่งแสงระยิบราวกับโลหะ ชัดเจนว่าคมกริบยิ่งนัก สิ่งที่พิเศษที่สุดคือขนยาวบนตัวที่แข็งราวกับเหล็กกล้า
อสูรเสือเขี้ยว !!
อสูรรูปร่างเสือขนาดใหญ่ จากลมปราณที่ััได้ มีพลังถึงขั้นเหนือสามัญระดับเก้า
"ฉินเฟิง พวกเราต้องร่วมมือกัน !"
ในที่สุดหลินซานก็มาถึงและมองอสูรเสือเขี้ยวด้วยสีหน้าเคร่งเครียด
เนื่องจากระบบและสภาพแวดล้อมในการดำรงชีวิตที่แตกต่างกัน สัตว์อสูรระดับเดียวกันย่อมแข็งแกร่งกว่ามนุษย์มาก โดยเฉพาะสัตว์อสูรกินเนื้อที่ไม่เพียงแต่แข็งแกร่งกว่าผู้ฝึกตน แต่ยังดุร้ายกว่ามากด้วย
ตอนนี้เขาเพียงแค่ขั้นเหนือสามัญระดับสี่ ฉินเฟิงขั้นเหนือสามัญระดับสอง บวกกับคุณหนูไร้ประโยชน์ขั้นเหนือสามัญระดับสาม ต่อสู้กับอสูรเสือเขี้ยวขั้นเหนือสามัญระดับเก้า ย่อมเป็การต่อสู้ที่โเี้
"แค่นี้ยังต้องร่วมมือกันอีกหรือ !?"
ฉินเฟิงไม่ได้มีนิสัยเป็ผู้ช่วยให้กับบุตรแห่ง์ แล้วมาทำวางท่าจีบสาวในตอนท้าย
ยิ่งไปกว่านั้น มหาั์ของเขายังเป็วิชาพุทธะระดับศักดิ์สิทธิ์ที่ปราบสัตว์อสูร ไม่จำเป็ต้องคิดอะไรมาก ลงมือทำให้เสร็จก็พอ
ฉินเฟิงะโลงจากต้นไม้ ลงมายืนอย่างมั่นคงตรงหน้าจื่อเยียน
"ฉินเฟิง !"
เสียงของจื่อเยียนตื่นเต้นจนสั่นเล็กน้อย มองเงาหลังที่ไม่สูงใหญ่นักด้านหน้า หัวใจที่ตื่นตระหนกกลับสงบลงอย่างประหลาด
โฮกก...
อสูรเสือเขี้ยวเห็นฉินเฟิงก็ส่งเสียงคำรามดังทันที พลังเย็นเยียบแผ่ซ่านไปทั่วป่าในพริบตา ไหลบ่าเข้าหาฉินเฟิงดั่งสายน้ำเชี่ยว
ทันใดนั้น ฉินเฟิงเหมือนััได้ถึงอันตราย เขาโอบเอวบางของจื่อเยียน กระทืบเท้าทั้งสองข้างอย่างแรง ร่างกายพุ่งขึ้นไปบนต้นไม้ใหญ่ด้านหลังดั่งห่านป่า
ตู้ม !!
อสูรเสือเขี้ยวร่างใหญ่กระโจนขึ้น ดั่งดาวตกกระแทกอย่างแรงลงบนตำแหน่งที่ฉินเฟิงยืนอยู่ก่อนหน้า ต้นไม้รอบด้านที่มีขนาดเส้นรอบวงประมาณเอวคนหลายต้นกลายเป็ผงไม้ปลิวว่อน
"ความเร็วขนาดนี้ ช่างน่ากลัวจริง ๆ!"
จื่อเยียนอดกลืนน้ำลายไม่ได้ หากเมื่อครู่ฉินเฟิงไม่ได้โอบนางหลบหลีก นางคงกลายเป็อาหารมื้อดึกของอสูรเสือเขี้ยวไปแล้ว
โฮกก...
อสูรเสือเขี้ยวพลาดเป้าหมายอย่างชัดเจน ทำให้มันยิ่งคลุ้มคลั่ง และพุ่งเข้าใส่ฉินเฟิงอีกครั้ง
หลินซานะโเสียงดังมาจากด้านข้าง "ฉินเฟิง อย่าดื้อรั้นอีกเลย พวกเราต้องร่วมมือกันถึงจะสามารถเอาชนะมันได้"
"เ้าช่างน่ารำคาญเสียจริง !"
มองอสูรเสือเขี้ยวที่พุ่งเข้ามาราวกับูเาั์ ดวงตาสีดำของฉินเฟิงค่อย ๆ ปรากฏความเ็า หากแต่ก่อนสายตาของเขาคมกล้าดุจคมกระบี่ ในตอนนี้สายตาของเขายิ่งร้ายกาจราวกับงูพิษ
ในชั่วขณะที่กรงเล็บแหลมคมของอสูรเสือเขี้ยวกำลังจะฟาดใส่ฉินเฟิง กระบี่เทียม์ในมือของฉินเฟิงก็ชักออกจากฝักอย่างรวดเร็วดุจสายฟ้าแลบ
วิชากระบี่สังหาร !!
เคร้ง !!
เสียงกระบี่ชักจากฝักดังก้องไพร ปราณกระบี่ส่องสว่างยามราตรีชั่วครู่ อสูรเสือเขี้ยวที่พุ่งเข้ามาอย่างบ้าคลั่งก็ราวกับหยุดนิ่ง
"แฮ่ก แฮ่ก !!"
ฉินเฟิงอดหอบหายใจถี่ ๆ ไม่ได้ แขนเริ่มสั่นเทาอย่างควบคุมไม่อยู่
พรวด !!
บนร่างของอสูรเสือเขี้ยวปรากฏาแลึกจนเห็นกระดูก เืสดทะลักออกมาอย่างบ้าคลั่ง
อย่างไรก็ตาม เนื่องจากระดับของทั้งสองฝ่ายแตกต่างกันมากเกินไป กระบี่เล่มนี้จึงไม่สามารถสังหารอสูรเสือเขี้ยวได้ แต่กลับยิ่งกระตุ้นให้มันดุร้ายมากขึ้นไปอีก
โฮกก!!
อสูรเสือเขี้ยวส่งเสียงคำรามด้วยความโกรธเกรี้ยว ทำให้อากาศสั่นะเื ร่างกายมหึมาดุจูเาพุ่งชนมาทางฉินเฟิงอย่างบ้าคลั่ง
ระหว่างทางต้นไม้ใหญ่ที่มีขนาดเส้นรอบวงประมาณเอวคนหลายต้นแตกสลายอย่างต่อเนื่อง ทำให้รู้สึกถึงแรงกดดันอย่างรุนแรง
"ฉินเฟิง ระวังเ้าค่ะ !!"
จื่อเยียนร้องเตือนขึ้นมาทันที หัวใจเต้นแทบจะหลุดออกมาจากลำคอ
"ฉินเฟิง อย่าตื่นตระหนก ข้ามาแล้ว !!"
หลินซานถือกระบี่ทะยานเข้ามาอย่างรวดเร็ว เห็นได้ชัดว่ากำลังจะแย่งเป้าหมาย
"บ้าเอ๊ย ! ตั้งใจจะแย่งเป้าหมายงั้นเรอะ !"
ฉินเฟิงสบถคำหยาบคายในใจ ไม่ปิดบังความสามารถอีกต่อไป ใช้นิ้วผนึกคาถาออกมาทีละดวง
มหาั์ พระกษิติครรภ์โพธิสัตว์ *[1]...
[1] พระกษิติครรภ์โพธิสัตว์ เป็พระโพธิสัตว์ ซึ่งเป็ที่นับถือในศาสนาพุทธนิกายมหายานในภูมิภาคเอเชียตะวันออก มักมีรูปลักษณ์เป็พระภิกษุมหายาน นามของพระโพธิสัตว์องค์นี้อาจแปลได้ ว่าขุมทรัพย์แห่งแผ่นดิน คลังแห่งแผ่นดิน บ่อเกิดแห่งแผ่นดิน หรือครรภ์แห่งแผ่นดิน