ตอนที่ 19 ไม่เอาผู้ควบคุมธาตุ
“เมื่อกี้พูดว่าอะไรนะ” อามมี่พูดสวนขึ้นมาทันที
“ฉันว่า ฉันพูดชัดเจนแล้วนะ พวกฉันไม่เอาผู้ควบคุมธาตุ” นักรบยังคงยืนยันคำเดิม
“ขอเหตุผลได้ไหมว่าทำไมถึงไม่เอาฉัน”คราวนี้เป็ทางเจสเปอร์ออกโรงเองบาง เขาจ้องมองไปทางนักรบคนนั้น ทั้งคู่จ้องมองกันไปมาหากใครไม่รู้คงคิดว่าทั้งคู่กำลังแข่งเกมจ้องตากันอยู่
“ทางฉันมีผู้รักษาแถมมีนักผจญภัยที่ใช้ธนู ดูเหมือนทางฉันจะมีอำนาจต่อรองกับพวนายได้มากกว่านะ”
“เหตุผลมีแค่นี้ใช่ไหม งั้นถ้าฉันบอกว่า ฉันไม่้าผู้รักษาละ นายจะต่อรองอะไรได้อีกไหม”
ลำพังแค่ดันเจี้ยนเลเวล 1-5 ความจริงไม่จำเป็ที่เขาจะต้องลงดันเจี้ยนนี้เลย แต่เพราะอามมี่้าปราบบอสนักรบหนีทัพ เขาจึงต้องยืนมือเข้าช่วยถืออย่างน้อยก็ได้ประเมินความสามารถของอามมี่และโบม่อนดูสักหน่อยก็คงไม่เลว
“เพื่อนของนายกำลังเล่นมุขตลกอยู่หรอ ลงดันเจี้ยนแต่ไม่ใช่ผู้รักษา ฮ่าฮ่า” นักรบคนนี้ยังคงไม่หยุดที่จะโต้ตอบกับเจสเปอร์
“งั้นก็ไม่จำเป็ต้องพูดอีก แต่พวกนายลองเอาไปคิดดูอีกทีก็ได้นะ ขอเสนอฉันยังคงเดิม ไม่เอาผู้รักษา” ปาร์ตี้ของเจสเปอร์เดินออกห่างเพื่อรอผู้เล่นคนอื่นเข้าปาร์ตี้ต่อไป
เจสเปอร์ปลอบอามมี่เล็กน้อย เพราะอามมี่กลัวที่จะส่งเควสที่มีเวลาจำกัดไม่ทัน อามมี่ดูร้อนรน ผิดกับเจสเปอร์ที่นั่งสบายเปิดหน้าต่างธนาคารประมูลเพื่อฆ่าเวลา
อุปกรณ์สวมใส่สีขาวที่เขาวางขาย ขายออกเกือบหมดแล้ว ทำให้เขาได้กำไรกลับคืนมามากกว่า 80 เหรียญเงินแต่เงินที่ได้รับมาก็หายไปอย่างนวดเร็วเจสเปอร์ซื้อแร่ Elunium Steel Iron ไปอีกจำนวนมาก ตลาดประมูลของอาณาจักร กรีนเวต้า แทบจะไม่เหลือแร่เหล่านี้เลย
“เจสไม่มีใครเข้าปาร์ตี้ของพวกเราเลย ทำไมนายถึงให้ฉันปิดเลเวลเอาไว้ละ ถ้ามีคนรู้ว่าฉันเลเวลเท่าไร ผู้เล่นคงจะมาเข้าตี้พวกเราไปนานแล้ว” อามมี่กระวนกระวายตลอดเวลา เพราะเวลาในการทำเควสของเขาเหลือน้อยกว่า 5 ชั่วโมง
“อย่าพึ่งเป็เป้าสายตาคนอื่นสิ นายอยากเล่นเกมอย่างมีความสุขไหมละถ้าอยากก็ปิดไปเถอะ เลเวลไม่ใช่ตัวระบุสักหน่อยว่านายแข็งแกร่งหรืออ่อนแอ” เจสเปอร์อธิบายความคิดของเขาให้อามมี่ฟัง ไม่จำเป็ที่จะต้องดึงดูดผู้เล่นคนอื่นมาด้วยเลเวลและอุปกรณ์สวมใส่
ส่วนสาเหตุที่เจสเปอร์ยังใจเย็นอยู่นั้น เป็เพราะเขารู้ว่า 3 คนเมื่อครู่น่าจะมีเควสอยู่ข้างในดันเจี้ยนสุสานนักรบอยู่เช่นกัน เมื่อประเมินถึงความเป็ไปได้ นักผจญภัยที่ใช้ธนู คือคนที่มีเควสและก็เป็อย่างที่เจสเปอร์คาดการณ์ไว้ กิล BlackRat เดินกลับมาหาทางเขาอีกครั้ง แต่คราวนี้พวกเขาเดินมาโดยไม่มีผู้เล่นคลาสผู้รักษา
“ข้อตกลงของพวกนายยังเหมือนเดิมอยู่ไหม” ครั้งนี้เป็นักผจญภัยที่ใช้ธนูเป็คนนำแทน ส่วนนักรบเพียงแค่เดินตามมาเท่านั้น
“ข้อตกลงยังเหมือนเดิม แต่ทางฉันก็มีข้อแม้อีกเล้กน้อยหากพวกนายรับตกลง ก็เริ่มกันได้เลย”
“นายมีข้อแม้อะไรก็ว่ามาเลย ถ้าไม่ไร้เหตุผลจนเกินไปทางฉันก็ไม่มีเหตุผลต้องปฏิเสธ”
“เมื่อเข้าดันเจี้ยน ฉันจะเป็คนสั่งการทั้งหมดฉันจะเป็หัวหน้าปาร์ตี้นี้เอง ส่วนเื่ของก็ให้ใช้การทอยเต๋าสุ่มเอาละกัน มีอะไรขัดข้องตรงไหนไหม”
สาเหตุที่เขาต้องเป็หัวหน้าปาร์ตี้เองนั้นเพื่อง่ายต่อการจัดการ ส่วนเื่อุปกรณ์ควรตกลงกันั้แ่ก่อนเข้าดันเจี้ยนจะได้ไม่มีปัญหากันในภายหลัง มีปาร์ตี้สุ่มทะเลาะกันเื่อุปกรณ์กันหลายต่อหลายครั้งสุดท้ายปาร์ตี้ก็ล้มก่อนที่จะได้เจอหน้าบอสซะอีก
“แกจะมากไปแล้ว มีสิทธิอะไรจะมาสั่งการเป็ผู้ควบคุมธาตุกระจอกๆ” ผู้เล่นคลาสนักรบคนเดิม เดินตรงเข้ามาหมายจะกระชากเจสเปอร์
“หยุดโอไบรอัน ลืมเควสที่ฉันได้รับมาแล้วหรือยังไง เราไม่มีเวลามาหาคนเข้าปาร์ตี้อีกแล้วนะ” นักผจญภัย รีบวิ่งเข้ามาขั้นระหว่างกลาง โอไบรอันและเจสเปอร์ ด้วยความว่องไวพร้อมกับกล่าวขอโทษเจสเปอร์
นักผจญภัยที่เข้ามาห้ามลากตัวนักรบคนดังกล่าง ทั้ง 2 พูดคุยกันอยู่นานกว่าจะเคลียเนื่องทุกอย่างลงตัว นักรบที่ชื่อโอไบรอันยังคงหลงเหลืออารมณ์เมื่อครู่แต่ก็ต้องเก็บมันเอาไว้ เพราะเป้าหมายของการลงดันเจี้ยนสำคัญกว่า
เจสเปอร์รับทั้ง 2 คนเข้าปาร์ตี้ และนำกลุ่มปาร์ตี้ลงดันเจี้ยนสุสานนักรบ รอบๆประตูทางเข้าดันเจี้ยน บรรยากาศค่อยๆมืดลง แสงไฟจากคบเพลิงไม่ลุกโชด่เหมือนกับปาร์ตี้ของกิล Blood Commander มีเพียงเปลวไฟสีดำที่ลุกไหม้อย่างอ่อนแรง ประตูดันเจี้ยนค่อยๆเปิดออกช้าๆ มีไอสีดำลอยออกมานอกปาร์ตูเหมือน ิญญา นับร้อยกำลังจะดึงผู้คนหน้าทางเข้าให้ไปอยู่กับพวกมัน อามมี่ โบม่อน และ อีก 2 ที่เหลือไม่มีใครกล้าเข้าใกล้ประตูทางเข้านั้นเลย
“พวกนายจะยืนตรงนั้นไปอีกนานแค่ไหน เข้าไปกันได้แล้วฉันไม่อยากเสียเวลา” เจสเปอร์เดินเข้าไปในดันเจี้ยนด้วยท่าทางสบายๆ จะไม่ให้เขาสบายได้อย่างไรดันเจี้ยนโหมดนรก เหล่านี้เป็เหมือนโรงฝึกให้กับเขาได้อย่างดี
ผู้เล่นโดยรอบสังเกตเห็นความผิดปกติของหน้าทางเข้าก็ตื่นตะลึงมีคนบ้าที่ไหนเข้าดันเจี้ยนในโหมดนรก เพราะไม่ใช่ผู้เล่นจากกิลใหญ่ๆพวกเขาเลยไม่ได้สังเกตคนที่กำลังท้าทายดันเจี้ยนในโหมดนรกครั้งนี้ แต่เกือบทั้งหมดก็แค่มองเป็เื่ตลกคงไม่มีปาร์ตี้ไหนผ่านโหมดนรกไปได้หรอก ถ้าจะมีคนผ่านก็คงเป็กิล Blood Commander ที่ท้าทายสุสานนักรบโหมดยากเพราะทุกคนรู้กันดีกิลที่ได้เฟริสเคลียร์จะได้รับชื่อเสียงมากมายขนาดไหน กิล Blood Commander ไม่มีทางปล่อยให้โอกาสนั้นหลุดลอยไป
“นี้นายเข้าดันเจี้ยนเป็หรือป่าว นายโง่แค่ไหนถึงมาท้าทายโหมดนรก ลูอิส ออกจากปาร์ตี้เวรนี้เถอะ ไม่งั้นนายจะเสียเวลาไปป่าวๆ” โอไบรอันรีบหันมาพูดกับนักผจญภัยเพื่อนของตน
"เจสนายไม่ได้เลือกผิดระดับใช่ไหม"
"นี้มันระดับความยากโหมดนรกเลยไม่ใช่หรอเจสเปอร์"
อามมี่และโบม่อนหันมาถามเจสเปอร์ ด้วยสีหน้าวิตกกังวล
“ฉันเลือกไม่ผิด ฉันตั้งใจเลือกโหมดความยากระดับนรกเอง พวกนายเลิกใกันได้แล้ว เตรียมรับมือให้ดี อีก 10 วินาทีจะมีมอนสเตอร์ชุดแรกเข้าโจมตี อามมี่เข้าสกัดให้ดี โบม่อนยืนห่างจากฉัน ไม่เกิน 10 ก้าว” เจสเปอร์สั่งการออกไปด้วยท่าทางสบายๆ
“ดูสิมันบ้าหรือป่าว แค่เพิ่งเข้าดันเจี้ยนจะมีมอนสเตอร์โจมตีเลยเนี่ยนะ เกมคงไม่หลอกพว....”
ยังไม่ทันที่โอไบรอันจะพูดจบ โครงกระดูก 20 กว่าตัวก็ถือดาบและโล่ เดินตรงเข้ามาทางพวกเขาแล้ว
[นักรบโครงกระดูก : LV 6]
[HP : 380]
[พลังโจมตี : 34 - 48]
[ธาตุ : ผีดิบ]
นี้คือความยากของโหมดนรก มอนสเตอร์จะแข็งแกร่งขึ้นกว่าโหมดทั่วไป และ โหมดยากอยู่เท่าตัว เจสเปอร์จำเป็ต้องเปิดออร่าแห่งไฟ ขึ้น ระหว่างเขากับอามมี่ นักรบโครงกระดูกมีธาตุหลักเป็ผีดิบก็จริงแต่ธาตุไฟก็สามารถทำดาเมจได้มากถึง 15% และยังได้รับบัพจากโบม่อนที่กำลังบรรเลงเพลง [So far so great] เพื่อเพิ่มความว่องไวให้แกพวกเขาอีก
“โบม่อน นายไม่จำเป็ต้องเล่นเพลงเดียวจนจบ นายสามารถสลับเพลงได้ทันทีเมื่อเล่นไปครบ 3 ท่อน จำเอาไว้มั่นตรวจเช็คพลังเวทมนต์ของนายให้ดี” เจสเปอร์ให้คำแนะนำเพื่อกระตุ้นการเติบโตกับโบม่อนสักหน่อย และดูเหมือนโบม่อนเองก็จับทริคเล็กๆได้แล้ว
[Open My Life]
[รายละเอียด : เพิ่มพลังชีวิตและพลังเวทมนต์ให้กับผู้เล่นในปาร์ตี้ทั้งหมด 20% ระยะสกิลยาวนานขึ้นตามเวลาที่นักกวีเล่นเพลง]
<Open My Life!!>
ค่าพลังชีวิตของเจสเปอร์เพิ่มขึ้นมาเล็กน้อย ผลของบัพนี้จะเพิ่ม HP&SP ให้กับปาร์ตี้ทั้งหมดโดยคิดเป็ % ในเลเวลต้นๆ ผลของสกิลนี้อาจจะยังเห็นไม่ค่อยเด่นชัดแต่เมื่อผู้เล่นมีค่าพลังชีวิตเยอะขึ้นผลของมันจะยิ่งกว่าอุปกรณ์สวมใส่บางชิ้นซะอีก
ทั้ง 3 คนรับมือกับ นักนบโครงกระดูกได้อย่างดีเยี่ยม อามมี่เองเมื่อได้รับการบัพจากทั้ง เจสเปอร์และอามมี่ อัตราการสังหารนักรบโครงกระดูกก็ดีมากขึ้น
[Double Punch]
[รายละเอียด : ทำการโจมตี 2 ครั้งติดต่อกัน เป็วิชาหมัดมวยที่มีทั้งหมด 5 ท่วงท่า หากท่วงท่าทั้ง 5 ถูกร้อยเรียงออกมาครบจะทำความเสียหายมากกว่าแกศัตรูมากถึง500% ทุกการโจมตีจะเจาะทะลวงเกราะ 1 %
[Triple Punch]
[รายละเอียด : ทำการโจมตี 3 ครั้งติดต่อกัน เป็วิชาหมัดมวยที่มีทั้งหมด 5 ท่วงท่า หากท่วงท่าทั้ง 5 ถูกร้อยเรียงออกมาครบจะทำความเสียหายมากกว่าแกศัตรูมากถึง500%
ทุกการโจมตีจะเจาะทะลวงเกราะ 1 %
<Double Punch!!>
<Triple Punch!!>
-31,-28,-34,-32,-35
ค่าความเสียหาย 5 ครั้งปรากฏขึ้นบนเหนือหัวของนักรบโครงกระดูก การโจมตีของอามมี่ไม่ใช่หยุดเพียงนั้น หมัดที่ส่งพลังและลูกเตะที่หนักแน่น ทำให้เจสเปอร์ยิ้มออกมาได้ ‘อามมี่แข็งแกร่งเกินผู้เล่นระดับเดียวกันไปไกลแล้ว’
ลูอิส อึ้งไปแล้ว นี้คือฝีมือของผู้เล่นอิสระจริงหรือฝีมือการบังคับควบคุมร้ายกาจมาก หากบอกว่า ผู้เล่นพวกนี้มาจากกิลระดับสูง เขาก็เชื่อโดยไม่โต้แย้ง
แต่กับโอไบรอันต่างกัน สีหน้าของหมอนี้แย่ยิ่งกว่าเมื่อตอนเข้าดันเจี้ยนมาอีก ‘เ้าพวกนี้ก็แค่อาศัยความฟลุกหรอกน่าก็แค่มอนสเตอร์กระจอกๆไม่กี่ตัว ฉันเป็ถึงหัวหน้ากิล Blackrat จะโชว์ให้พวกกระจอกอย่างพวกแกได้ดูว่ากิลมืออาชีพเขาเล่นกันยังไง’
“หลบไปไอ้พวกกระจอก” ไอโบรอันพุ่งเข้าใส่ฝูงนักรบโครงกระดูก....
...โปรดติดตามตอนต่อไป...