จากสเนลการ์เดี้ยนที่เคยถูกผมไล่ยิงเป็นว่าเล่น ปัจจุบันทุกอย่างนั้นกลับพลิกผัน กลายเป็นว่ามนุษย์เลเวลสามผู้นี้กลายเป็นผู้ถูกไล่ล่าแทนระหว่างที่ผมกำลังยืนขึ้น จู่ๆ ก็เหมือนมีบางสิ่งที่มีลักษณะเป็นเหมือนลูกกระสุนพุ่งเฉียดหัวผมไปด้วยความเร็วสูง ก่อนที่นัดต่อไปจะตามมาติดๆปัก!กระสุนลูกหนึ่งโดนเข้าที่ขาข้างขวาพร้อมกับหยดน้ำที่แตกกระจาย ทิ้งไว้เพียงความรู้สึกเจ็บแปลบที่ทำให้เสียหลักทรุดลงไปคุกเข่าอยู่กับพื้น กระสุนน้ำนัดถัดไปกำลังพุ่งเข้ามา ด้วยสัญชาตญาณผมจึงยกไม้กายสิทธิ์ขึ้นมาปัดป้อง แล้วในจังหวะนั้นเองที่กระสุนน้ำที่ยิงโดยสเนลการ์เดี้ยนเลเวลเก้าถูกผู้เล่นเลเวลสามคนนี้ปัดทิ้งด้วยความบังเอิญ ในเสี้ยววินาทีนั้นผมรู้สึกราวกับว่าตัวเองเป็นซามูไรที่ใช้ดาบในการปัดวิถีกระสุนปืน‘มันเป็นความรู้สึกที่เจ๋งมาก’แต่แล้วโครงการซามูไรเมจิคเชี่ยนก็ต้องถูกพับไป เมื่อกระสุนน้ำนัดถัดมาพุ่งเข้าเฉียดไหล่ผมไป ทิ้งเป็นบาดแผลไว้‘มันไม่ง่ายเลยที่จะเบี่ยงวิถีกระสุนที่มีความเร็วสูงหลายนัดติดกัน’รู้ตัวอีกทีพี่หอยทากก็พุ่งเข้ามาประชิดตัวผมแล้ว มันค่อยๆ ยืดหัวออกมาเหนือผิวน้ำ เผยให้เห็นฟันแหลมคมจำนวนมากที่พร้อมจะบดขยี้อะไรก็ตามที่เข้าไปให้กลายเป็นชิ้นๆ ได้ ช่องปากมันเริ่มขยายใหญ่ขึ้นและพร้อมจะงับลงมาทุกเมื่อทุกอย่างเหมือนกลายเป็นภาพสโลว์โมชั่น ผมเงยหน้ามองด้วยความหวาดผวา ปากของมันขยายเต็มที่จนสามารถกินม้าทั้งตัวได้อย่างสบายๆ ก่อนจะพุ่งเข้ามาหมายจะกลืนกินเหยื่อทั้งตัว“เทเลพอร์ต(Teleport) ”ทักษะเอาตัวรอดถูกเรียกใช้งาน ร่างของผมบิดเบี้ยวพลันหายวับ แล้วปรากฏตัวขึ้นอีกทีกลางอากาศชิดติดเพดาน ซึ่งตรงกับต่ำแหน่งหัวของสเนลการ์เดี้ยนพอดิบพอดี ด้วยผลของแรงโน้มถ่วงทำให้ผมร่วงลงมาในจังหวะที่ผมหล่นลงแล้วทอดกายบนเนื้อหนังอ่อนนุ่มอุ่นละมุนเพียงเสี้ยววินาที มันช่างเย้ายวนชวนให้รู้สึกถึงสิ่งนั้น.... ติดอย่างเดียวก็ตรงที่เมือกของมันนี่แหละเมื่อวินาทีแห่งความสุขผ่านพ้นไป ผมก็เด้งตัวออกมาเพื่อทิ้งระยะห่างจากสเนลการ์เดี้ยน ก่อนที่หัวและปากของมันค่อยๆ หดกลับสู่สภาพเดิมในตอนนี้เองที่ผมเริ่มเปิดฉากยิงพลังเวทออกไปอีกครั้ง กระสุนเวทธรรมส่วนใหญ่เข้าเป้า มีแค่บางนัดที่พลาดไปโดนเปลือกหอยแล้วสะท้อนออกไป แต่ดูเหมือนว่าก้อนพลังเวทธรรมดาเหล่านั้นจะสามารถสร้างความเสียหายให้สเนลการ์เดี้ยนได้แค่เพียงเล็กน้อย โดยสังเกตจากบาดแผลเกิดที่ขึ้นกระสุนเวทนัดสุดท้ายที่ผมยิงออกไปก่อนจะหยุดพักก็ได้กลายเป็นการร่ายทักษะออโต้แคสต์แบบพิเศษที่ผมไม่เคยเห็นและไม่รู้รายละเอียดมาก่อน แต่เมื่อพิจารณาจากสกิลเอมเบลมที่ผมกำลังใช้งานอยู่นั้น คือเอิร์ธเอมเบลมและวินด์เอมเบลม ทำให้พอจะรู้ว่ามันต้องเป็นทักษะออโต้แคสต์ที่เกิดจากการผสานของสัญลักษณ์แห่งธาตุทั้งสองปรากฏเป็นกำปั้นหินวายุที่รายล้อมไปด้วยพลังลมหมุนอันเกิดจากสกิลเอมเบลมธาตุดินและธาตุลมพุ่งเข้าปะทะกับหัวสเนลการ์เดี้ยนอย่างรุนแรง ทำให้มันเสียการทรงตัวอีกครั้ง เมื่อดูจากลักษณะการดิ้นทุรนทุรายของมันทำให้ผมรู้ว่าการโจมตีเมื่อครู่นั้นเป็นการโจมตีที่รุนแรงพอควรในระหว่างที่หอยยามกำลังพยายามทรงตัว ผมจึงได้โอกาสยิงกระสุนเวทซ้ำไปที่หัวของมันแบบไม่ยั้งมือ แม้ว่าจะเริ่มมีอาการเหนื่อยหอบเนื่องจากพลังงานที่เหลืออยู่ไม่มาก แต่ถ้าปิดฉากมันได้ในตอนนี้คงจะประหยัดเวลาไปได้ไม่น้อย และในที่สุดเสียงสวรรค์ที่ผมรอคอยก็ดังขึ้นสิ้นสุดการต่อสู้ท่านได้รับการเลื่อนระดับเป็นเลเวล 5 แล้วท่านได้รับเปลือกหอยสเนลการ์เดี้ยน 1 ชิ้นและขวดเมือกสเนลการ์เดี้ยน 1 ขวดร่างของผมส่องแสงขึ้นวาบหนึ่งก่อนจะกลับสู่ปกติ ซึ่งผมเดาน่าจะเป็นการแสดงเอ็ฟเฟ็คเลเวลอัพในพื้นที่ปิดนั่นเอง‘ขึ้นมาสองเวลเลยเหรอเนี่ย’ผมเช็กรายละเอียดของไอเท็มที่ได้มาก่อนเป็นอันดับแรก มันไม่ได้มีอะไรพิเศษเลยแม้แต่น้อย แต่คงต้องไปลุ้นเอาว่าจะขายร้านค้าได้สักกี่เทลล์เนื่องจากระดับขั้นของทักษะเอมเบลมทั้งสี่ธาตุนั้นถึงขั้นสูงสุดที่คลาสจอมเวทฝึกหัดสามารถอัพได้ ทำให้ไม่ผมไม่สามารถเลื่อนระดับของมันให้ไปสูงกว่านี้ได้แล้ว แต้มสกิลที่ได้รับเพิ่มมาอีกสิบแต้มจึงได้ถูกใช้ไปกับสกิลเอมเบลมมาสเตอรี่ถึงสี่แต้มด้วยกัน
ทักษะ: เอมเบลมมาสเตอรี่(Emblem Mastery) ขั้น 2ประเภท: ติดตัวรายละเอียด: ทำให้สามารถเรียกสัญลักษณ์แห่งธาตุออกมาได้พร้อมกัน 3 ธาตุ
ทักษะ: เอมเบลมมาสเตอรี่(Emblem Mastery) ขั้น 3ประเภท: ติดตัวรายละเอียด: ทำให้สามารถเรียกสัญลักษณ์แห่งธาตุออกมาได้พร้อมกัน 4 ธาตุ
ทักษะ: เอมเบลมมาสเตอรี่(Emblem Mastery) ขั้น 4ประเภท: ติดตัวรายละเอียด: ทำให้สามารถเรียกสัญลักษณ์แห่งธาตุออกมาได้พร้อมกัน 4 ธาตุ และลดปริมาณการใช้พลังเวทของทักษะประเภทสัญลักษณ์ธาตุและทักษะประเภทออโต้แคสต์ลงอย่างมาก
ทักษะ: เอมเบลมมาสเตอรี่(Emblem Mastery) ขั้น 5ประเภท: ติดตัวรายละเอียด: ลดปริมาณการใช้พลังเวทของทักษะประเภทออโต้แคสต์ลงอย่างมาก และเปลี่ยนทักษะประเภทสัญลักษณ์ธาตุและสัญลักษณ์อื่นๆ ให้เป็นทักษะประเภทติดตัว โดยไม่จำกัดจำนวนสัญลักษณ์สูงสุด
เนื่องจากสกิลเอมเบลมมาสเตอรี่จัดเป็นทักษะพิเศษที่แม้แต่คลาสจอมเวทฝึกหัดก็สามารถเรียนรู้ได้ถึงขั้นสูงสุด ซึ่งผมก็ได้กดอัพไปจนตัน ทำให้ในตอนนี้การแสดงผลของสัญลักษณ์ธาตุต่างๆ ที่เคยวนเวี้ยนอยู่บริเวณอาวุธนั้นได้หายไปหมดแล้วทำให้มีทักษะใหม่ๆ ถูกปลดล็อคมามากพอสมควร ผมใช้เวลาคิดอยู่พักหนึ่งในการในการตัดสินใจว่าจะอัพสกิลอะไรบ้าง‘ไหนๆ ก็ไหนๆ แล้ว’สุดท้ายแล้วก็มาจบที่สกิลสัญลักษณ์ใหม่ทั้งสี่อัน ได้แก่ ไอซ์เอมเบลม ไลท์นิงเอมเบลม เนเชอร์เอมเบลมและฮีทเอมเบลม อย่างละหนึ่งแต้ม
ทักษะ: ไอซ์เอมเบลม(Ice Emblem) ขั้น 1ประเภท: ติดตัวรายละเอียด: เรียกสัญลักษณ์แห่งน้ำแข็งออกมาเพื่อช่วยสนับสนุนการต่อสู้*เมื่อทำการโจมตีปกติโดนศัตรู จะมีโอกาส 5% ที่ทักษะไอซ์โบลต์ขั้น 1 จะถูกร่ายใส่เป้าหมายโดยอัตโนมัติ(หากผู้ร่ายมีทักษะไอซ์โบลต์ขั้นที่สูงกว่า จะร่ายทักษะไอซ์โบลต์ขั้นนั้นๆ แทน)
ทักษะ: ไลท์นิงเอมเบลม(Lightning Emblem) ขั้น 1ประเภท: ติดตัวรายละเอียด: เรียกสัญลักษณ์แห่งสายฟ้าออกมาเพื่อช่วยสนับสนุนการต่อสู้*เมื่อทำการโจมตีปกติโดนศัตรู จะมีโอกาส 5% ที่ทักษะไลท์นิงโบลต์ขั้น 1 จะถูกร่ายใส่เป้าหมายโดยอัตโนมัติ(หากผู้ร่ายมีทักษะไลท์นิงโบลต์ขั้นที่สูงกว่า จะร่ายทักษะไลท์นิงโบลต์ขั้นนั้นๆ แทน)
ทักษะ: เนเชอร์เอมเบลม(Nature Emblem) ขั้น 1ประเภท: ติดตัวรายละเอียด: เรียกสัญลักษณ์แห่งธรรมชาติออกมาเพื่อช่วยสนับสนุนการต่อสู้*เมื่อทำการโจมตีปกติโดนศัตรู จะมีโอกาส 5% ที่ทักษะเอนแทงเกิลขั้น 1 จะถูกร่ายใส่เป้าหมายโดยอัตโนมัติ(หากผู้ร่ายมีทักษะเอนแทงเกิลขั้นที่สูงกว่า จะร่ายทักษะเอนแทงเกิลขั้นนั้นๆ แทน)
ทักษะ: ฮีทเอมเบลม(Heat Emblem) ขั้น 1ประเภท: ติดตัวรายละเอียด: เรียกสัญลักษณ์แห่งความร้อนออกมาเพื่อช่วยสนับสนุนการต่อสู้*เมื่อทำการโจมตีปกติโดนศัตรู จะมีโอกาส 5% ที่ทักษะอิกไนท์ขั้น 1 จะถูกร่ายใส่เป้าหมายโดยอัตโนมัติ(หากผู้ร่ายมีทักษะอิกไนท์ขั้นที่สูงกว่า จะร่ายทักษะอิกไนท์ขั้นนั้นๆ แทน)
เมื่ออ่านดูรายละเอียดของทักษะสัญลักษณ์ใหม่ทั้งสี่อันที่ผมอัพมา ดูเหมือนว่ามันจะไม่สามารถใช้งานซ้อนทับกับทักษะเอมเบลมชุดเก่าได้ เพราะมันได้ระบุเอาไว้เลยว่า ‘เมื่อทำการโจมตีปกติโดนศัตรู’ แต่ผมคิดว่าผลของสัญลักษณ์ใหม่ที่อัพมานั้นน่าจะซ้อนทับกันได้เหมือนกับที่สัญลักษณ์ธาตุดินและลมซ้อนทับกันจนกลายเป็นหมัดวายุแต้มสกิลอีกสองแต้มที่เหลือก็ถูกใช้ไปกับสกิลไอซ์เอมเบลมอีกหนึ่งแต้ม ทำให้มีโอกาสการติดไอซ์โบลต์เพิ่มขึ้นมาอีกห้าเปอร์เซ็นต์รวมเป็นสิบเปอร์เซ็นต์ นอกจากนี้การอัพทักษะไอซ์เอมเบลมเป็นขั้นสองยังสามารถปลดล็อคให้กับอีกทักษะหนึ่งที่น่าสนใจอยู่ไม่น้อย ชื่อของทักษะนั้นคือ‘ไอซ์สเต็ป(Ice Step)’ซึ่งผมคิดว่าทักษะนี้จะช่วยให้การวิ่งหนีในอุโมงค์แห่งนี้ง่ายขึ้นอย่างมาก เพราะการที่ต้องวิ่งหรือเดินลุยน้ำนั้นช้ากว่าการเดินบนพื้นดินแข็งอยู่พอสมควรและด้วยสกิลโจมตีใหม่อีกสี่สกิลที่ได้มากับการสกิลเอมเบลมมาสเตอรี่ขั้นห้าน่าจะทำให้การเก็บเลเวลในดันเจี้ยนนี้ง่ายขึ้นไม่มากก็น้อย
‘แล้วมันก็ง่ายขึ้นจริงด้วย’แม้ว่าผมจะใช้วิธีการเดิมในการกำจัดสเนลการ์เดี้ยนไปอีกสามตัว แต่การต่อสู้นั้นราบรื่นกว่าครั้งแรกที่เผชิญกับผู้พิทักษ์หอยทากมาก เนื่องจากทักษะออโต้แคสต์แบบพิเศษที่ผมเพิ่งค้นพบและการอัพทักษะเอมเบลมมาสเตอรี่ขั้นสูงสุด ซึ่งครั้งนี้ผมสามารถสรุปออกมาคร่าวๆ ได้เลยว่ามันมีการจับคู่ด้วยกันทั้งหมดด้วยกันถึงหกแบบคือ เอมเบลมธาตุไฟผสานน้ำ ไฟผสานดิน ไฟผสานลม น้ำผสานดิน น้ำผสานลมและดินผสานลม ส่วนการจัดกลุ่มแบบสามธาตุและสี่ธาตุนั้นผมยังไม่ค่อยแน่ใจว่ามันจะทำได้ไหม คงต้องลองใช้ๆ กันไปก่อนหลังการต่อสู้จบลง ผมได้เปลือกหอยสเนลการ์เดี้ยนและขวดเมือกของสเนลการ์เดี้ยนมาอย่างละสองชิ้นและในตอนนี้เลเวลของผมได้ขึ้นมาเป็นเลเวลเจ็ดแล้ว จึงได้รับแต้มทักษะเพิ่มมาอีกสิบแต้ม ผมใช้เจ็ดแต้มไปกับการอัพสัญลักษณ์ที่เหลือให้กลายเป็นขั้นสูงสุดนั่นคือขั้นสาม ส่งผลให้ตอนนี้ทักษะเอมเบลมทั้งแปดรูปแบบมีโอกาสติดออโต้แคสต์เป็นสิบห้าเปอร์เซ็นต์ ถึงอย่างนั้นผมยังมีแต้มสกิลที่เหลืออีกสามแต้ม แต่ผมเลือกที่จะเก็บเอาไว้ก่อน ส่วนแต้มสเตตัสนั้นอัพค่าสติปัญญาอย่างไม่ต้องสงสัย เพราะผมต้องการให้สกิลเวทมนตร์ของผมนั้นทวีความรุนแรงให้มากยิ่งขึ้นไปอีก แต่มันช่างส่วนทางกับทักษะเวทมนตร์ที่ใช้ในการโจมตีส่วนใหญ่ของผมที่เป็นเพียงแค่ทักษะขั้นหนึ่งเท่าทั้งนั้น ถ้าไม่นับพวกทักษะประเภทเอมเบลมน่ะนะอาจเป็นเพราะดันเจี้ยนนี้เป็นดันเจี้ยนพิเศษ มอนสเตอร์จึงให้ค่าประสบการณ์สูงกว่าปกติ ทำให้ผมเก็บเลเวลได้ไวมาก และเพื่อไม่ให้เสียดายทีหลัง ผมจึงเดินสำรวจดันเจี้ยนอยู่พักใหญ่ เผื่อว่าจะมีมอนสเตอร์ตัวอื่นหลงเหลืออยู่เมื่อไม่พบมอนสเตอร์ตัวอื่นเลย ขั้นต่อไปคือต้องหาทางออกจากที่นี่จากการจำได้มันไม่มีทางออกใดเลยยกเว้นก็เพียงแต่บ่อน้ำเก่าๆ ที่ผมเห็นตอนเดินหามอนสเตอร์ ที่เมื่อมองลงไปในบ่อน้ำนั้นก็มองไม่เห็นสิ่งใดยกเว้นแต่เพียงความมืดมิดที่แม้แต่แสงจากไชนิ่งสตาร์ก็ไม่สามารถส่องลงไปได้ในเมื่อผมไม่มีทางเลือกอื่นใดให้เลือก นี่คงเป็นทางออกสุดท้ายที่ผมสามารถคิดได้ในตอนนี้‘เอาวะ’ผมกลั้นหายใจฮึบ ก่อนจะกระโดดลงสู่ความเวิ้งว้างอันไกลโพ้นตรงเบื้องหน้า
ผมตกลงมายังพื้นเบื้องล่างอย่างปลอดภัย พื้นที่ที่ผมยืนอยู่เป็นพื้นดินที่รายรอบไปด้วยแอ่งน้ำขนาดใหญ่ มันมีลักษณะเหมือนเป็นถ้ำโถงหินขนาดใหญ่ สภาพแวดล้อมโดยรอบมันแตกต่างจากด้านบนที่เป็นอุโมงค์หินพอสมควร มีทั้งหินงอก หินย้อย และความใสของน้ำที่ใสจนสามารถเห็นไปถึงใต้ท้องน้ำที่เป็นพื้นหินสีครามที่คอยส่องแสงระเรื่อออกมาไม่นานนักเสียงจากระบบก็ดังขึ้นท่านได้เข้าสู่บริเวณชั้นสองของดันเจี้ยนเหมืองหินเก่าโบราณแล้วยังไม่ทันจะได้ทำอะไรเสียงของระบบก็ประกาศขึ้นมาอีกครั้งท่านได้เข้าสู่การต่อสู้แล้วสิ้นเสียงประกาศจากระบบไม่ทันไร ก็มีดาบปริศนาพุ่งเข้ามาปักที่ไหล่ของผม ทำให้ผมเซไปเล็กน้อย ก่อนที่มันจะสลายไป แล้วทิ้งรอยแผลดิจิทัลสีแดงระเรื่อเอาไว้“วอทเดอะเฮล!”พบหันขวับไปมองยังทิศทางที่มันพุ่งมา ก่อนที่สายตาจะไล่ไปตามชื่อที่เรียงรายอยู่รอบตัวผมนากะทวินเบลด เลเวล: 14นากะเมจิกเชี่ยน เลเวล: 14นากะฮีลเลอร์ เลเวล: 14“ซวยละ... สถานีต่อไปสถานพยาบาลเมืองอัลปาป้า”