ปี ค.ศ. 200 แผ่นดินจีนภายใต้การปกครองของโจโฉสงบราบคาบหลังจากชัยชนะเหนือเล่าปี่ที่ชีจิ๋ว เมืองฮูโต๋ซึ่งเป็ศูนย์กลางอำนาจของโจโฉนั้นโอ่อ่าและเต็มไปด้วยความเคลื่อนไหว ผู้คนสัญจรไปมาอย่างคึกคัก ทหารในชุดเกราะสีดำสนิทเดินตรวจตราความสงบเรียบร้อยอย่างเข้มงวด บรรยากาศเต็มไปด้วยความมั่นคงและอำนาจที่แผ่ไพศาลของมหาอุปราชแห่งฮั่น
ภายในค่ายทหารที่ตั้งอยู่ทางตะวันตกของเมือง กวนอู ผู้ซึ่งเคยเป็ขุนพลของเล่าปี่ บัดนี้ถูกโจโฉเชิญมาพำนักด้วยความเคารพ กวนอูยังคงสวมชุดเกราะสีเขียวมรกตอันเป็เอกลักษณ์ แม้จะไม่ได้ออกรบ แต่ความสง่างามและออร่าของนักรบผู้กล้าหาญก็ยังคงเปล่งประกายออกมาอย่างชัดเจน ม้าเซ็กเทาว์สีแดงเพลิงที่โจโฉมอบให้ ยืนสงบนิ่งอยู่หน้าค่าย สะท้อนถึงสถานะอันสูงเกียรติที่เขาได้รับ
โจผี บุตรชายคนโตของโจโฉ ซึ่งมีท่าทีสุขุมและเฉลียวฉลาด มักจะมาเยี่ยมเยียนกวนอูด้วยตนเอง วันนี้ก็เช่นกัน เขามาพร้อมกับคนสนิทที่ถือถาดสุราและอาหารอันประณีต
"ท่านกวนอู ท่านพักผ่อนสบายดีหรือไม่?" โจผีเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงนอบน้อมแต่ก็แฝงไปด้วยความเคารพยำเกรง
กวนอูคารวะเล็กน้อย ดวงตาคมกริบจับจ้องไปยังโจผี "ขอบคุณท่านชายที่เมตตาไต่ถาม ข้ายังคงสบายดี" น้ำเสียงของกวนอูราบเรียบ แต่แฝงไว้ด้วยความหนักแน่นและเด็ดเดี่ยว
"บิดาของข้าฝากความเคารพและชื่นชมมายังท่านเสมอ" โจผีกล่าวต่อ พลางสังเกตปฏิกิริยาของกวนอู "ท่านกวนอูเป็วีรบุรุษที่หาได้ยาก บิดาของข้าหวังเป็อย่างยิ่งว่าท่านจะพิจารณาร่วมมือกับเราในการสร้างสันติสุขและความเจริญรุ่งเรืองให้แก่แผ่นดิน"
กวนอูยกจอกสุราขึ้นจิบเล็กน้อย ก่อนจะวางลงอย่างแ่เบา "ข้าซาบซึ้งในความเมตตาของมหาอุปราช แต่ข้ายังคงมีสัญญาและภาระที่ต้องปฏิบัติต่อสหายร่วมสาบานของข้าอยู่" คำพูดของกวนอูหนักแน่นและชัดเจน บ่งบอกถึงความยึดมั่นในคุณธรรม
ในขณะเดียวกัน หลังจากที่ไลราและฮัวโต๋สามารถหลบหนีออกมาจากบ้านพักได้อย่างหวุดหวิดผ่านทางลับที่ซ่อนอยู่หลังห้องครัว ทั้งสองคนก็เดินทางอย่างไม่หยุดหย่อนจนมาถึงเขตชานเมืองฮูโต๋ในที่สุด ฮัวโต๋อุ้มหลานสาวตัวน้อยที่ยังคงใกลัวไว้แนบอก เด็กหญิงซบหน้ากับอกปู่แน่น ไม่กล้าเงยหน้ามองสิ่งรอบข้าง ไลราเดินเคียงข้างฮัวโต๋ มองสำรวจเมืองหลวงอันกว้างใหญ่ด้วยความรู้สึกหลากหลาย
"ท่านหมอ พวกเราออกมาไกลจากที่นั่นมากแล้วใช่ไหมคะ?" ไลราถามด้วยเสียงกระซิบ
ฮัวโต๋พยักหน้า "ปลอดภัยแล้วล่ะแม่หนู พวกนั้นคงไม่ตามมาถึงที่นี่ง่ายๆ" เขาลูบหลังหลานสาวเบาๆ เพื่อปลอบโยน "แต่เราก็ประมาทไม่ได้ เราต้องหาที่พักพิงใหม่ที่ปลอดภัยกว่านี้"
"แล้วทำไมเราต้องมาที่เมืองฮูโต๋เลยล่ะคะ?" ไลราถามด้วยความสงสัย "ท่านบอกว่ากวนอูถูกโจโฉจับตัวมาไม่ใช่หรือคะ? มันจะไม่อันตรายกว่าเดิมหรือคะ?"
ฮัวโต๋ถอนหายใจเบาๆ "ถึงจะอันตราย แต่ที่นี่เป็โอกาสเดียวของเรา แม่หนู" เขาอธิบาย "กวนอูเป็ขุนศึกที่ยึดมั่นในคุณธรรมและความภักดี ข้าเคยได้ยินเื่ราวของเขามามากมาย แม้เขาจะอยู่ภายใต้อำนาจของโจโฉ แต่ข้าเชื่อว่าจิตใจของเขายังคงโหยหาความถูกต้อง และหากใครสักคนสามารถโน้มน้าวเขาได้ คนผู้นั้นอาจจะเป็เ้า"
ไลรามองหน้าฮัวโต๋ด้วยความไม่แน่ใจนัก เธอไม่เข้าใจว่าทำไมฮัวโต๋ถึงเชื่อมั่นในตัวเธอมากขนาดนี้ แต่เมื่อมองไปยังดวงตาที่เต็มไปด้วยความหวังของเขา เธอก็รู้สึกถึงความมุ่งมั่นที่เพิ่มขึ้น
"แต่หลานสาวของท่านล่ะคะ? การพาเด็กมาด้วยจะยิ่งทำให้การเดินทางลำบากขึ้นไม่ใช่หรือคะ?" ไลราถามด้วยความเป็ห่วง
ฮัวโต๋มองไปยังหลานสาวที่หลับไปแล้วในอ้อมแขนของเขาด้วยความรักใคร่ "ข้าได้ส่งข่าวไปยังเพื่อนเก่าคนหนึ่งที่ข้าเคยช่วยชีวิตไว้เมื่อหลายปีก่อน เขาเปิดร้านขายยาอยู่ในเมืองนี้ และเป็คนที่ไว้ใจได้ ข้าจะพาหลานสาวไปฝากไว้กับเขาก่อน แล้วเราค่อยดำเนินการตามแผนของเรา"
ฮัวโต๋พาไลราไปยังตรอกเล็กๆ ที่ซ่อนตัวอยู่ไม่ไกลจากประตูเมือง เขาส่งสัญญาณลับบางอย่าง ก่อนที่ชายวัยกลางคนท่าทางใจดีจะเปิดประตูออกมาต้อนรับด้วยความยินดี เมื่อฮัวโต๋เล่าเื่ราวให้ฟัง ชายคนนั้นก็รับปากที่จะดูแลหลานสาวของฮัวโต๋เป็อย่างดี ทำให้ฮัวโต๋และไลราวางใจได้มากขึ้น
หลังจากส่งหลานสาวให้ปลอดภัยแล้ว ทั้งสองคนก็เริ่มออกสืบหาข่าวคราวของกวนอูในเมืองฮูโต๋อันกว้างใหญ่...