บทที่ 10 ปฏิบัติต่อผู้อื่นด้วยความเมตตา
หอลงทัณฑ์
ด้านนอกของตำหนักใหญ่ฝนตกกระหน่ำอย่างไม่ขาดสาย ภายในตำหนักสว่างไสวด้วยแสงเทียน
บนแท่นลงทัณฑ์เหล็กดำทั้งสองฝั่งยังคงมีคราบเืแห้งกรังหลงเหลืออยู่ บนกำแพงสลักตัวอักษร 'กฎหมายแห่งต้าเฉียน' เต็มไปหมด ตัวอักษรตัวละตัวคมชัดราวกับมีด
"คำสั่งของผู้าุโสูงสุด นับั้แ่วันนี้เป็ต้นไป ให้ถอนสถานะศิษย์ของบุตรหลานตระกูลลู่ทั้งหมด แล้วเรียกคืนป้ายประจำตัวศิษย์คืน ไล่ออกจากสำนักศึกษา!"
"นับจากนี้ไป พวกเ้าไม่มีความเกี่ยวข้องใด ๆ กับสำนักศึกษาเทียนเหอของพวกเราอีกต่อไป!"
เสียงอันทรงอำนาจของหานซานเชวี่ยดังขึ้นในหอลงทัณฑ์
แม้ว่าเขาจะอายุยังน้อย แต่บัดนี้เขาก็ได้เป็ผู้ดูแลหอลงทัณฑ์แล้ว มีพลังบำเพ็ญขอบเขตตำหนักิญญาการหลอมรวมที่สี่ รับผิดชอบงานการทดสอบและการลงโทษในสำนักศึกษาเทียนเหอ
ภายในตำหนักใหญ่ บุตรหลานสามสิบห้าคนของตระกูลลู่ราวกับลูกแกะที่กำลังจะถูกเชือด
"ถูกขับไล่หรือ? เป็ไปได้อย่างไร..."
มีบางคนรับไม่ได้ ใจนเสียสติ
"คำสั่งนี้ จงใจเล่นงานตระกูลลู่ของพวกเราอย่างชัดเจน!"
ส่วนบางคนโศกเศร้าและโกรธแค้นจนกัดฟันกรอด
"ทุกคนเงียบ!"
ตอนนั้นเองลู่ผิงก็ได้ก้าวออกมา และตวาดใส่คนอื่น ๆ
ในฐานะบุตรหลานตระกูลลู่ ลู่ผิงเป็ผู้มีสติปัญญาเฉียบแหลม สุขุมรอบคอบ และมีความน่าเชื่อถือที่สุดในหมู่บุตรหลานตระกูลลู่ทั้งหลาย
เมื่อเขาก้าวออกมา บรรดาสมาชิกตระกูลลู่ต่างต้องจำยอมสะกดกลั้นความโกรธเอาไว้ ไม่มีใครส่งเสียงใดออกมา
ลู่ผิงค้อมกายคารวะต่อหานซานเชวี่ย แล้วเอ่ยเสียงต่ำว่า "พี่เขย พวกเราไม่ได้ละเมิดกฎใด ๆ ของสำนักศึกษา เหตุใดจึงต้องขับไล่พวกเราด้วย?"
"เฮ้อ อย่าได้เรียกข้าว่าพี่เขยอีกเลย"
สีหน้าของหานซานเชวี่ยเต็มไปด้วยความละอายใจ เขาส่ายหน้าด้วยความขมขื่นพลางกล่าว
"มาถึงตอนนี้แล้ว ข้าก็จะไม่ปิดบังพวกเ้าอีกต่อไป เมื่อคืนนี้ข้าได้เขียนหนังสือหย่าและขับไล่ลู่ชิงเค่อออกจากบ้านแล้ว นับจากนี้ไป ข้าหานซานเชวี่ยกับตระกูลลู่ของพวกเ้าไม่มีความสัมพันธ์ใด ๆ ต่อกันอีก"
อย่างไรนะ?
ลู่ผิงและคนอื่น ๆ ต่างตกตะลึงพรึงเพริด ไม่อาจเชื่อในสิ่งที่เกิดขึ้น
หานซานเชวี่ยเกิดในครอบครัวยากจน แต่เพราะความมุมานะในการฝึกฝน จึงแสดงความสามารถอันโดดเด่นจนได้รับความรักจากลู่ชิงเค่อ ลูกพี่ลูกน้องของลู่ผิง และเมื่อสามปีก่อนก็ได้แต่งงานกับลู่ชิงเค่อ
และใน่สามปีนี้เอง ด้วยการสนับสนุนจากตระกูลลู่ ชื่อเสียงของหานซานเชวี่ยก็โด่งดังขึ้นอย่างรวดเร็ว และได้เป็ผู้ดูแลหอลงทัณฑ์ของสำนักศึกษาเทียนเหอั้แ่อายุยังน้อย
แต่ใครเล่าจะคิดว่า 'เขย' ของตระกูลคนนี้ จะกลายเป็คนอกตัญญูที่เห็นแก่ตัวเช่นนี้?
"เ้าหานซานเชวี่ย! เ้าช่างร้ายกาจนัก ในอดีตเ้าช่างยากจนและต่ำต้อยเพียงใด ตระกูลลู่ข้าเคยปฏิบัติไม่ดีต่อเ้าหรือไม่?"
ลู่ผิงดวงตาแดงก่ำด้วยความโกรธ เขากล่าวด้วยเสียงเกรี้ยวกราดว่า “เ้านี่มัน… ดีนัก เห็นตระกูลลู่ของข้าประสบเคราะห์ใหญ่ ก็รีบตีตัวออกห่างจากตระกูลลู่ของข้าทันที ช่างเลวทรามยิ่งกว่าสัตว์เดรัจฉาน!"
ใบหน้าของหานซานเชวี่ยเต็มไปด้วยความละอายใจมากขึ้น เขาถอนหายใจยาว "ตระกูลลู่ของพวกเ้ากำลังจะจบสิ้น ข้าไม่อยากพลอยถูกลากเข้าไปเกี่ยวข้องด้วย จำต้องเลือกไม้ดี ๆ เกาะดั่งนกที่ฉลาด"
ลู่ผิงโกรธจนกัดฟันแน่น แต่สุดท้ายก็ยังอดกลั้นเอาไว้
การที่หานซานเชวี่ยหักหลังครั้งนี้ ได้แสดงให้เห็นว่าเื่วันนี้ไม่มีทางจบลงด้วยดีแน่!
"พวกเรา้าพบท่านเ้าสำนัก เพื่อถามให้กระจ่างต่อหน้า!"
ลู่ผิงสูดลมหายใจเข้าลึก ๆ แล้วกล่าวด้วยน้ำเสียงเคร่งขรึม "สำนักศึกษาเทียนเหอเป็สำนักศึกษาที่ก่อตั้งโดยราชสำนักต้าเฉียน แต่บัดนี้กลับถูกผู้าุโสูงสุดใช้อำนาจในทางมิชอบ จงใจกลั่นแกล้งบุตรหลานตระกูลลู่ ข้าไม่เชื่อว่าท่านเ้าสำนักจะนิ่งดูดายโดยไม่จัดการได้!"
"เ้ายังไม่เข้าใจอีกหรือ?"
หานซานเชวี่ยกล่าวอย่างจริงจัง "ผู้าุโสูงสุดทำเช่นนี้ ย่อมต้องได้รับการยินยอมจากท่านเ้าสำนักแล้ว"
ได้ยินเช่นนั้น ลู่ผิงและคนตระกูลลู่ทั้งหมดรู้สึกราวกับถูกฟ้าผ่า มือเท้าเย็นเฉียบ
ผู้อยู่เื้ัการกลั่นแกล้งนี้ คือท่านเ้าสำนักอย่างนั้นหรือ?
"พวกเ้าอย่าโทษข้าที่ไร้ความเมตตาเลย ข้าเองก็... ไม่มีทางเลือกเช่นกัน!"
กล่าวจบ ความละอายบนใบหน้าของหานซานเชวี่ยก็หายไป ดวงตาของเขากลับกลายเป็เ็า แล้วเอ่ยสั่งการว่า "ทหาร! จับตัวบุตรหลานตระกูลลู่ ถอดอาภรณ์ศิษย์ของพวกเขาออก แล้วยึดป้ายประจำตัวศิษย์คืนมาเสีย!"
"ขอรับ!"
กลุ่มองครักษ์ของหอลงทัณฑ์ที่ยืนอยู่รอบตำหนักก็พุ่งเข้าโจมตีอย่างดุดัน
องครักษ์เหล่านี้มีแส้เหล็กหนามที่เปื้อนคราบเืพันอยู่ที่เอว พวกเขาผ่านสมรภูมิมาอย่างโชกโชน จึงลงมือได้อย่างเหี้ยมโหดและรวดเร็ว
ถึงแม้ลู่ผิงและบรรดาบุตรหลานตระกูลลู่จะมีพลังบำเพ็ญอยู่บ้าง แต่สุดท้ายแล้วพวกเขาก็ยังเด็กเกินไป พลังบำเพ็ญยังต่ำต้อย จึงไม่สามารถต่อต้านได้เลย
ภายในเวลาเพียงไม่กี่ลมหายใจ คนตระกูลก็ถูกจัดการลงไปทีละคน พวกเขาถูกมัดมือไขว้หลัง นั่งอยู่กับพื้นอย่างอัปยศ ราวกับเป็นักโทษ
"หานซานเชวี่ย เ้าต้องได้รับผลกรรมในไม่ช้าก็เร็ว!"
ลู่ผิงผมเผ้ายุ่งเหยิง เือาบไปทั่วร่าง เขาะโด้วยความโกรธแค้น
บรรดาบุตรหลานตระกูลลู่เ่าั้ก็จ้องมองหานซานเชวี่ยด้วยความแค้น อยากจะกินเนื้อเขาให้ได้
"เื่นี้พวกเ้ามิอาจโทษข้าได้"
หานซานเชวี่ยนั่งยอง ๆ ตรงหน้าลู่ผิง เขาอธิบายอย่างจริงจังว่า "มีเพียงการจับกุมพวกเ้าไว้เท่านั้น ข้าจึงจะได้รับความไว้วางใจจากท่านผู้าุโสูงสุด และจะไม่ถูกตระกูลลู่ของพวกเ้าลากเข้าไปเกี่ยวข้อง เื่นี้ หากจะโทษ... ก็ต้องโทษที่ตระกูลลู่ของพวกเ้ากำลังจะล่มสลาย"
หานซานเชวี่ยลุกขึ้นยืน แล้วกล่าวต่อด้วยน้ำเสียงเ็า "พาคนพวกนี้ไปขังที่คุกใต้ดิน รอรับการลงโทษ!"
"ช้าก่อน! เวทีละครตั้งเตรียมพร้อมแล้ว แต่ยังขาดตัวละครหลักไปหนึ่งคน ช่างน่าผิดหวังเสียจริง"
จากนั้นก็เห็นประตูด้านข้างของตำหนักเปิดออก ชายหนุ่มรูปงามในอาภรณ์ผ้าไหมสีหยกที่ถือพัดพับในมือก้าวเดินออกมาอย่างองอาจ
"คุณชายฉี"
หานซานเชวี่ยตะลึงไป จากนั้นรีบเดินเข้าไปต้อนรับด้วยใบหน้าที่เต็มไปด้วยรอยยิ้ม
ชายหนุ่มในอาภรณ์หยกมีนามว่าฉีเฟยอวิ๋น เป็ทายาทสายตรงของตระกูลฉี หนึ่งในสี่ตระกูลใหญ่แห่งเมืองเทียนเหอ มีฐานะสูงศักดิ์
แม้แต่หานซานเชวี่ยผู้ดูแลหอลงทัณฑ์ของสำนักศึกษาเทียนเหอก็ยังต้องให้ความเคารพแก่ตระกูลฉี
"ฉีเฟยอวิ๋น เ้ามาอยู่ที่นี่ได้อย่างไร?"
ลู่ผิงขมวดคิ้ว รู้สึกว่ามีบางอย่างไม่ชอบมาพากล
เมื่อปีที่แล้วในการทดสอบล่าสัตว์ฤดูหนาวของสำนักศึกษา ฉีเฟยอวิ๋นเพื่อแย่งชิงเหยื่อตัวหนึ่งแล้ว เขาได้ยิงธนูลอบทำร้ายผู้อื่นจากด้านหลัง และถูกลู่ผิงเปิดโปงต่อหน้าผู้คน จึงผูกใจเจ็บกันั้แ่นั้นมา
"เ้าจะทำอะไร?"
ฉีเฟยอวิ๋นหันตัวกลับมา มองไปที่ลู่ผิงด้วยรอยยิ้มหยี "แน่นอนว่าข้าต้องมาซ้ำเติมผู้ที่กำลังลำบาก!"
กล่าวจบ เขาก็ใช้พัดในมือฟาดลงบนแก้มของลู่ผิงอย่างแรง
เพียะ!
แก้มของลู่ผิงมีเืไหล เจ็บแสบอย่างรุนแรง พร้อมกับความอับอายอย่างที่สุด
"ข้าจะบอกความจริงให้ การขับไล่พวกเ้าออกจากสถานะศิษย์ในวันนี้ เป็แค่อาหารจานรองเท่านั้น หลังจากนี้..."
ฉีเฟยอวิ๋นโน้มตัวลงจับแก้มของลู่ผิง บังคับให้เขาเงยหน้าสบตา "หึ คอยดูไปเถิด!"
หัวใจของลู่ผิงดิ่งลงสู่ก้นเหว
บัดนี้ เขาได้เข้าใจอย่างถ่องแท้แล้วว่า การตีตัวออกห่างของหานซานเชวี่ย และการปรากฏตัวของฉีเฟยอวิ๋น... ทุกสิ่งล้วนเป็แผนการที่วางไว้ล่วงหน้าแล้ว
"ใน่สองปีที่ผ่านมานี้ เ้าพยายามขัดขวางข้าทุกทาง ลู่ผิง เ้าคิดว่าข้าทำอะไรเ้าไม่ได้จริง ๆ หรือ?"
ฉีเฟยอวิ๋นเตะลู่ผิงให้ล้มลง ใช้ฝ่าเท้าเหยียบศีรษะของลู่ผิงอย่างรุนแรง แล้วเยาะเย้ยจากที่สูงว่า
"พวกเ้าดูเถิด ลู่ผิงผู้นี้แตกต่างอะไรกับสุนัขตายเล่า?"
เสียงหัวเราะดังก้องไปทั่วตำหนัก
พวกบุตรหลานตระกูลลู่ที่ถูกจับตัวมา ในใจต่างรู้สึกโศกเศร้าและเดือดดาลด้วยความโกรธ
"หากเ้ามีความกล้า ก็สังหารข้าซะ! เ้ากล้าหรือไม่?"
ดวงตาที่เต็มไปด้วยเส้นเืของลู่ผิงจ้องมองฉีเฟยอวิ๋นด้วยความโกรธ
"หึ เ้าคิดว่าพวกเ้ายังจะมีชีวิตรอดได้อีกหรือ?"
ฉีเฟยยอวิ๋นเล่นพัดในมืออย่างไม่ใส่ใจ ยิ้มเยาะก่อนจะกล่าวเสียงเย็น "ตอนนี้พวกเ้ายังพอมีประโยชน์ให้ใช้งานอยู่บ้าง รอจนใช้ประโยชน์จนหมดแล้ว ข้าสัญญาว่าจะส่งเ้าไปสู่ปรโลกด้วยมือของข้าเอง!"
แสงเทียนในตำหนักสั่นไหว ผสมกับกลิ่นคาวเืที่คละคลุ้ง
ในยามนี้ ผู้คนมากมายต่างเพิ่งมองเห็นอย่างชัดเจน บนพัดพับในมือของฉีเฟยอวิ๋น มีตัวอักษรใหญ่ปรากฏอยู่อย่างชัดเจน
'ปฏิบัติต่อผู้อื่นด้วยความเมตตา'
ลายลักษณ์อักษรที่เปื้อนหมึกนั้นถูกย้อมด้วยเืของลู่ผิง ทำให้ตัวอักษรเหล่านี้ดูสะดุดตายิ่งนัก
"ผ่านมานานขนาดนี้แล้ว เหตุใดหลี่ทั่วถึงยังไม่มาอีก?"
ฉีเฟยอวิ๋นเริ่มรู้สึกหมดความอดทน "ละครฉากนี้ ขาดเพียงลู่หลิงซวงคนเดียวเท่านั้น!"
ขณะที่หานซานเชวี่ยกำลังจะพูดอะไรบางอย่าง เขาก็เห็นแสงสายฟ้าสายหนึ่งสว่างวาบจากภายนอกตำหนัก
ร่างสูงโปร่งร่างหนึ่งฉีกผ่านม่านฝนเข้ามา
ชายผู้นั้นมือขวาถือร่ม มือซ้ายหิ้วคนผู้หนึ่งเอาไว้ ก้าวขึ้นบันไดมาทีละขั้น
เปรี้ยง!
เสียงฟ้าร้องดังกึกก้องไปท้องฟ้า
"อาจารย์หลี่ทั่ว ใช่ท่านหรือไม่?" หานซานเชวี่ยเอ่ยถามเสียงดัง
ด้านนอกตำหนักมีม่านหนาทึบ ทำให้ทุกอย่างมืดมิดไปหมด อีกทั้งชายผู้นั้นยังกางร่มอยู่ ทำให้มองไม่เห็นใบหน้าได้อย่างชัดเจน
"อาจารย์หลี่ ท่านมาแล้วหรือ? รีบพาลู่หลิงซวงมาเร็วเข้า! วันนี้ข้ารออยู่ที่นี่ก็เพื่อจะจัดการเด็กสาวนั่นให้สาสม!"
ฉีเฟยอวิ๋นหันหลังให้ตำหนัก สั่งการโดยไม่หันกลับไปมอง
"ไม่ถูก เขาไม่ใช่หลี่ทั่ว!"
หานซานเชวี่ยเบิกตากว้างอย่างฉับพลัน
‘ไม่ใช่หลี่ทั่ว?’
สายตาของฉีเฟยอวิ๋นและคนอื่น ๆ ในตำหนักต่างมองไปยังประตูพร้อมกัน
ในเวลาเดียวกันนั้น ร่างสูงโปร่งที่กางร่มก็ได้เดินมาถึงหน้าตำหนักใหญ่แล้ว
ผู้มาเยือนสวมอาภรณ์สีดำและมีดาบเหน็บที่เอว เื้ัของเขาคือม่านฝนหนาทึบ ฟ้าแลบฟ้าร้อง ทำให้เขาดูราวกับเทพปีศาจที่เดินออกมาจากขุมนรก
"ลู่เยี่ย เหตุใดจึงเป็เ้า?"
ในที่สุดหานซานเชวี่ยก็มองเห็นใบหน้าของผู้มาเยือนอย่างชัดเจน เขาอุทานออกมาด้วยความใ สีหน้าเปลี่ยนไปอย่างมาก
ลู่เยี่ย!!
ชื่อนี้ราวกับฟ้าร้องบนท้องฟ้า ทำให้ทุกคนในตำหนักสั่นสะท้านในใจ สีหน้าของพวกเขาเปลี่ยนไปพร้อมกัน
ความซับซ้อนบนใบหน้าเ่าั้มีทั้งใ ประหลาดใจ ตะลึง... แตกต่างกันไป
ข่าวลือเกี่ยวกับเื่ที่ลู่เยี่ยฟื้นคืนชีพในห้องโถงพิธีศพของตระกูลลู่เมื่อวานนี้ ยามนี้ได้แพร่สะพัดไปทั่วถนนตรอกซอกซอยในเมืองเทียนเหอแล้ว
แต่ไม่มีใครคิดว่า ลู่เยี่ยจะปรากฏตัวที่นี่!
"พี่ลู่เยี่ย!"
"ท่านประมุขตระกูลมาแล้ว!"
เหล่าบุตรหลานตระกูลลู่ที่ถูกพันธนาการด้วยโซ่ตรวนต่างพากันตื่นเต้น ราวกับได้เห็นแสงสว่างในความมืดมิดและความสิ้นหวัง
ลู่เยี่ยที่ยืนอยู่ที่หน้าประตูตำหนัก มองดูภาพทั้งหมดในตำหนักอย่างถ้วนทั่ว
ความโกรธแค้นที่ยากจะระงับได้พุ่งพรวดขึ้นสูหน้าอก ดวงตาของเขาเปลี่ยนเป็เ็าและน่าสะพรึงกลัวในทันที
จิตสังหารเดือดพล่าน!
เขาเก็บร่มกระดาษน้ำมันในมือ มองไปยังเหล่าบุตรหลานตระกูลลู่ แล้วเอ่ยด้วยน้ำเสียงอ่อนโยนว่า
"อย่ากลัว ข้ามาพาพวกเ้ากลับบ้านแล้ว"