สถานการณ์ตอนนี้เหมือนกับตั๊กแตนจับจักจั่นนกขมิ้นอยู่ด้านหลัง [1] ชัดๆ
เฉียนอิ๋งอิ๋งไม่เพียงแต่เสียสติไปแล้วและทำเรื่องไม่ควรกับอวี๋ชิงเหวินเท่านั้นแต่นางยังโดนพิษร้าย ในตอนนี้นางก็ใกล้จะสิ้นลมหายใจเต็มทีแล้ว
เกิดเรื่องกับเฉียนอิ๋งอิ๋งในห้องของอวี๋ชิงเหวินดังนั้นอวี๋ชิงเหวินย่อมหนีไม่พ้นความรับผิดชอบนี้เป็นแน่
ยามนี้ใบหน้าของโม่อวี้เฉินคล้ำลงเล็กน้อยเขาเงยหน้ามองกู้ชิงเฉิง พลางส่งสายตาเป็นเชิงไถ่ถาม
“คนของทางการกำลังมาแล้ว” โม่อวี้เฉินเอ่ยเตือนเฉียนอิ๋งอิ๋งผู้นี้เกิดเรื่องขึ้นที่หอชิงอวี่ดังนั้นเนี่ยชิงเฟิงย่อมหนีไม่พ้นความรับผิดชอบเช่นกัน
ถึงแม้ในเมืองชิงหยวนหอชิงอวี่แห่งนี้จะยิ่งใหญ่ถึงเพียงไหน แต่เมื่อมีคนตายย่อมไม่จบลงด้วยดีโดยเฉพาะผู้ที่ถูกวางยาพิษเป็นถึงทายาทของตระกูลเฉียนตระกูลเฉียนย่อมไม่ยอมรามือเป็นแน่
“คุณชายสาม ช่างวางแผนได้แยบยลยิ่งนัก” กู้ชิงเฉิงหันไปมองอวี๋ชิงเหวินดวงตาของนางฉายแววเย้ยหยัน นางเอ่ยขึ้นมาด้วยน้ำเสียงเย็นยะเยือก
“ข้าไม่รู้ว่าพวกเจ้าพูดเรื่องอันใดกัน!” อวี๋ชิงเหวินกัดฟันแน่น“หอชิงอวี่แห่งนี้ไม่สะอาดถึงได้เกิดเรื่องเช่นนี้ขึ้นน้ำของข้าและน้องอิ๋งมีปัญหา จึงได้…” ส่วนคำพูดที่เหลือเขาไม่สามารถเอ่ยออกมาได้
เดิมทีเขามีแผนที่จะใช้ยาบางอย่างกับกู้ชิงเฉิงโม่อวี้เฉิน และรุ่ยอ๋อง เพื่อให้ทั้งสามคนทำเรื่องไม่ควรกันถึงตอนนั้นเมื่อผู้คนในใต้หล้าได้เห็น พวกเขาทั้งหมดก็จะต้องเสื่อมเสียชื่อเสียงไม่ว่าจะเป็นองค์รัชทายาทหรือท่านอ๋องก็ตาม พวกเขาจะต้องสูญเสียทุกสิ่งทุกอย่างไปเพราะเรื่องนี้เช่นกัน
ว่าที่องค์รัชทายาทในอนาคตของต้าฉินย่อมไม่อาจเป็นคนชั่วร้ายได้ และชื่อเสียงเทพสงครามของรุ่ยอ๋องก็จะถูกลบล้างอีกทั้งยังทำให้กู้ชิงเฉิงไม่มีหน้ามีตาที่จะมีชีวิตอยู่ในโลกนี้อีกต่อไป
เดิมทีนี่คือแผนที่สมบูรณ์แบบแม้แต่เฉียนอิ๋งอิ๋งก็ยังสนับสนุนเขาเป็นอย่างมากอีกทั้งยังช่วยเขาวางแผนเตรียมการทุกอย่างด้วยตัวเองอีกด้วย
ทว่าภายหลังเขาก็เปลี่ยนใจการปล่อยให้เฉียนอิ๋งอิ๋งตายที่นี่ต่างหาก คือแผนที่สมบูรณ์แบบเพราะเขาได้สืบความสัมพันธ์ระหว่างกู้ชิงเฉิงและหอชิงอวี่มาแล้ว
“เจ้ารักษานางได้หรือไม่?” โม่อวี้เฉินถามอีกครั้งดวงตาของเขาเต็มไปด้วยเจตนาฆ่า
“ไม่จำเป็นต้องรักษาหรอกเพคะ” กู้ชิงเฉิงกลับหัวเราะเยาะ“คุณหนูเฉียนเต็มใจที่จะทำเรื่องนี้เอง”
เฉียนอิ๋งอิ๋งอยากจะพูดอะไรบางอย่างนางอ้าปากออก แต่กลับทำได้เพียงกระอักเลือดออกมาจำนวนมากเมื่อคนในตระกูลเฉียนเห็นเช่นนั้น ก็รู้สึกเสียใจเช่นกัน แต่ถึงอย่างไรนางก็เป็นเพียงบุตรสาวที่เกิดจากอนุภรรยาเล็กๆ คนหนึ่งไม่สำคัญว่านางจะตายหรือมีชีวิตอยู่ สิ่งที่สำคัญคือพวกเขาสามารถใช้โอกาสนี้กรรโชกหอชิงอวี่อย่างหนัก สำหรับพวกเขาแล้วเรื่องนี้มีแต่ได้ไม่มีเสีย
เฉียนอิ๋งอิ๋งในตอนนี้ทรมานเป็นอย่างมากขยับตัวทีไรก็อาเจียนเป็นเลือดออกมา นางยังคงยกมือขึ้นรวบรวมเรี่ยวแรงเฮือกสุดท้ายจับชายเสื้อของกู้ชิงเฉิงไว้นางต้องการให้กู้ชิงเฉิงช่วยชีวิตนาง แต่เมื่อนางอ้าปากก็อาเจียนเป็นเลือดไม่หยุดทำให้นางไม่สามารถพูดอะไรออกมาได้แม้แต่คำเดียว
“นี่คือบทเรียนที่เจ้าแลกมาด้วยชีวิต ชาติหน้าอย่าได้หลงเชื่อบุรุษคนใดง่ายๆ” กู้ชิงเฉิงกล่าวเสียงต่ำพร้อมกับแกะนิ้วของเฉียนอิ๋งอิ๋งออกท่าทางของนางดูเย็นชาไร้ความรู้สึกเป็นอย่างยิ่ง
อวี๋ชิงเหวินแสดงสีหน้าเย้ยหยันออกมาหมอเทวดาอะไรกัน นางเป็นแค่สตรีที่เย็นชาไร้ความรู้สึกเท่านั้นถึงขั้นเห็นคนตายแต่ไม่ยอมช่วยชีวิต
“หลีกทาง หลีกทางด้วย!” ในเวลานี้คนของทางการก็มาถึงแล้วอวี๋ชิงเหวินทำได้เพียงถอยไปหนึ่งก้าว พลางมองเฉียนอิ๋งอิ๋งด้วยความเวทนา
เฉียนอิ๋งอิ๋งที่กำลังจะสิ้นลมหายใจกลับจ้องมองอวี๋ชิงเหวินด้วยความเกลียดชังจนถึงตอนนี้ นางถึงได้เข้าใจว่า ที่เขาบอกว่าจะแต่งนางเป็นภรรยาและให้นางเป็นฮูหยินของตระกูลอวี๋ในอนาคต… ล้วนเป็นคำโกหกทั้งสิ้น
เขาทำเพื่อเป้าหมายของตนเองโดยไม่ลังเลที่จะสละชีวิตของนาง ช่างอำมหิตนัก! นางไม่อยากยอมแพ้แต่ก็หมดสิ้นหนทางแก้ไขแล้ว
“ได้ยินว่าที่นี่มีคดีฆาตกรรมงั้นรึ” เจ้าเมืองเดินเข้ามาพร้อมกับความนอบน้อมเขารู้ดีว่าคนที่อยู่ที่นี่ล้วนเป็นคนที่เขาไม่สามารถล่วงเกินได้อันที่จริงเขาไม่อยากมา แต่หอชิงอวี่แจ้งความ ดังนั้น เขาจึงต้องมาหากพลาดไปเพียงนิดเดียว ตำแหน่งข้าราชการก็ไม่อาจรักษาชีวิตเขาไว้ได้การเป็นผู้ปกครองของเมืองชิงหยวนแห่งนี้ ช่างเป็นเรื่องที่ยากลำบากจริงๆ
“ใช่แล้วขอรับ” อวี๋ชิงเหวินก้าวออกมาทันที “น้ำและอาหารในหอชิงอวี่มีปัญหา ข้ากับ...” เขาพูดพลางเหลือบมองเฉียนอิ๋งอิ๋งที่กำลังจ้องเขาด้วยความเคียดแค้น
เฉียนอิ๋งอิ๋งยิ่งตื่นเต้นก็ยิ่งกระอักเลือดไม่หยุดความเกลียดชังในแววตาของนางลึกซึ้งยิ่งนัก นางไม่ได้สวมเสื้อผ้าเพียงห่มผ้ากายเอาไว้ แขนเรียวยาวขาวผ่องของนางยื่นออกมา และชี้ไปยังอวี๋ชิงเหวินนางไม่สนใจแม้ผ้าห่มที่เลื่อนหลุดลงมา ทำให้ร่างกายของนางถูกเปิดเผยสู่สายตาผู้คนนางรู้ดีว่านางคงอยู่ได้ไม่นาน เพราะการถูกจับได้คาหนังคาเขาก็ทำให้ชื่อเสียงของนางก็มลายหายไปนานแล้ว ในเมื่อเป็นเช่นนี้มันก็ไม่ได้มีอะไรต่างไปจากเดิม
เจ้าเมืองพลางเช็ดเหงื่อพลางหันไปถามเนี่ยชิงเฟิง“นี่มันเรื่องอะไรกันแน่?”
หอชิงอวี่แห่งนี้เหตุใดจึงเกิดเรื่องเช่นนี้ได้ดูเหมือนว่าห้องส่วนตัวจะเป็นต้นเหตุแห่งความวุ่นวายงานประมูลเมื่อไม่กี่เดือนก่อนก็ประสบความสำเร็จเป็นอย่างดีไม่เกิดเรื่องผิดพลาดใดๆ แน่นอนว่าหากเกิดเรื่องผิดพลาดเนี่ยชิงเฟิงก็สามารถปกปิดเรื่องราวเอาไว้ได้ แต่ครั้งนี้กลับปกปิดไม่สำเร็จ
“พาตัวกลับไปสอบสวนก็จะกระจ่างแจ้งเอง” เนี่ยชิงเฟิงกล่าวอย่างไม่แยแสพลางใช้พลังภายในส่งเสียงไปยังทุกคนที่อยู่ในห้องโถง “ที่นี่ถึงเวลาปิดทำการแล้วทุกท่านโปรดกลับไปก่อนเถิด ข้าเสียใจยิ่งนักที่การแสดงสุดท้ายเกิดปัญหาเช่นนี้อีกสักครู่ข้าจะสั่งให้คนจัดเตรียมของขวัญเล็กน้อยให้แก่ทุกท่านหวังว่าพวกท่านจะรับไว้นะขอรับ”
เนี่ยชิงเฟิงผู้นี้ฉลาดมาแต่ไหนแต่ไรเจ้าเมืองจึงไม่กล้าจับกุมผู้ใดโดยพลการ หากเขายุ่งเกี่ยวกับคนเหล่านี้ชีวิตสุขสบายของเขาก็คงจะจบสิ้นลง
เมื่อได้ยินเสียงทุกคนก็พากันเตรียมตัวจากไป แต่คนตระกูลเฉียนกลับไม่ยอมไป
บุตรสาวที่เกิดจากอนุภรรยาของจวนเกิดเรื่องขึ้นถึงแม้พวกเขาจะไม่ใส่ใจ แต่ชื่อเสียงของตระกูลเฉียนกลับถูกท้าทายเรื่องนี้ย่อมไม่จบลงด้วยดีเป็นแน่พวกเขาต้องการใช้โอกาสนี้รีดไถเงินจากหอชิงอวี่ให้มากที่สุด
“ท่านเจ้าสำนักเนี่ย อาหารและชามีปัญหาเช่นนี้ท่านย่อมต้องตรวจสอบให้ถี่ถ้วนแล้ว” ‘เฉียนเย่’ คุณชายใหญ่แห่งตระกูลเฉียนกล่าวอย่างไม่พอใจ
“คุณชายใหญ่วางใจได้ ข้าจะให้ความยุติธรรมแก่ตระกูลเฉียนเป็นแน่” เนี่ยชิงเฟิงกล่าวอย่างเปิดเผยและไม่แยแสพลางส่ายหน้าให้กู้ชิงเฉิงเป็นเชิงบอกว่าไม่ต้องกังวลแต่ในยามนี้กู้ชิงเฉิงไม่ได้กังวลสิ่งใดแม้แต่น้อย
เจ้าเมืองจึงกล่าวอย่างสุภาพว่า“เช่นนั้นขอเรียนเชิญท่านเจ้าสำนักไปที่จวนกับข้าเพื่อสอบสวนได้หรือไม่?”เขายังคงใช้น้ำเสียงเป็นเชิงสอบถาม หากเป็นปกติไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น ก็แค่ปิดเรื่องไว้ให้เงียบเป็นอันจบ
แต่ในวันนี้กลับเป็นวันที่หอชิงอวี่เปิดทำการ และยังเกิดเรื่องต่อหน้าผู้คนมากมายเช่นนี้แม้เจ้าเมืองอยากจะปกป้องหอชิงอวี่ แต่ก็ไม่อาจล่วงเกินตระกูลเฉียนได้ทำได้แค่คิดหาทางแก้ปัญหาไปทีละขั้นเท่านั้น
“ได้” เนี่ยชิงเฟิงกล่าวอย่างเปิดเผย “เช่นนั้น ก็ไปกันเถอะ”
เจ้าเมืองเช็ดเหงื่อพลางพยักหน้าวันนี้เทพเจ้าผู้นี้ยังคงให้ความร่วมมืออยู่ มิฉะนั้นเขาผู้เป็นเจ้าเมืองอาจจะอยู่ต่อไปไม่ได้
แต่กู้ชิงเฉิงกลับกล่าวขึ้นว่า“รอเดี๋ยว” เมื่อได้ยินเช่นนั้นทำให้คนตระกูลเฉียน เนี่ยชิงเฟิง และอวี๋ชิงเหวินต่างตกตะลึงเล็กน้อย
“ท่านเจ้าเมืองท่านเห็นแล้วว่าคุณหนูเฉียนผู้นี้ชี้ไปยังคุณชายสามอวี๋ตลอดเวลาเกรงว่าเรื่องราวคงไม่ปกติ ท่านเจ้าเมืองไม่ควรปล่อยให้มีข้อสงสัยใดๆ ไม่ใช่หรืออีกทั้งคุณชายสามผู้นี้ ก็เพิ่งจะรังแกคุณหนูเฉียนด้วย” กู้ชิงเฉิงไม่เหลือช่องว่างให้เลยแม้แต่น้อย
อวี๋ชิงเหวินผู้นี้คิดจะโค่นล้มหอชิงอวี่ของนางช่างเป็นความฝันอันเพ้อเจ้อเสียจริง แม้ว่าวิธีการจะต่ำทรามทว่าสติปัญญาไม่อาจเทียบเท่านางได้
สีหน้าของเจ้าเมืองเปลี่ยนไปหลายครั้งหากได้ล่วงเกินเนี่ยชิงเฟิงไปแล้ว อีกทั้งยังต้องล่วงเกินตระกูลอวี๋อีกเกรงว่าศีรษะของเขาก็คงจะรักษาไว้ไม่ได้แล้ว
“ท่านคือ...” เจ้าเมืองรู้ดีว่าผู้ที่สามารถมาที่หอชิงอวี่แห่งนี้ได้ล้วนเป็นผู้มั่งคั่งและสูงศักดิ์ เขาจึงไม่กล้ากระทำการโดยพลการหรือล่วงเกินผู้ใดเขามักทำตัวสุภาพนอบน้อมอยู่เสมอ ดูอย่างไรก็เป็นคนเจ้าเล่ห์คนหนึ่ง
โม่อวี้เฉินยื่นป้ายคำสั่งในมือของตนให้เจ้าเมืองดูทำให้เจ้าเมืองตกใจแทบจะคุกเข่าลงไป
เชิงอรรถ
[1]ตั๊กแตนจับจักจั่น นกขมิ้นอยู่ด้านหลัง (螳螂捕蝉黄雀在后)หมายถึง คนที่จ้องจะฉกชิงผลประโยชน์ ในขณะที่อีกฝ่ายมัวแต่ทะเลาะกัน