THe Superman

    [ภาค 1] ตอนที่ 1 ชายชรา

    หยางหลิวชายหนุ่มนักธุรกิจอายุยี่สิบปลาย ๆ คนหนึ่งกำลังครุ่นคิดเกี่ยวกับกิจการการค้าของเขา         “ เฮ้อ เดือนนี้ก็ขายไม่ได้อีกแล้ว ” นี่ไม่ใช่เสียงบ่นของใครที่ไหนแต่เป็นของหยางหลิวเอง         “ เราจะเอาเงินที่ไหนไปใช้หนี้กันล่ะเนี่ย รายได้ก็ไม่มี ตอนนี้มีแต่รายจ่าย ”

    “ ไม่ต้องคิดมาก เพิ่งเปิดร้านได้ไม่กี่เดือนมันก็เป็นธรรมดาที่ยังไม่ค่อยมีลูกค้า ” เสียงของแม่หยางหลิวเอ่ยปลอบ

    “ มันไม่ใช่หรอกแม่ เพราะผมไม่มีฝีมือเองทั้งด้านการทำอาหารและก็ด้านการค้าขาย ขนาดว่าเมื่อหลายปีก่อนผมไม่ยอมไปเรียนมหาลัยตัดสินใจไปเรียนเป็นเชฟ ถ้าผมตัดสินใจไปเรียนต่อแล้วเป็นพนักงานกินเงินเดือนก็คงไม่ต้องมาลำบากคิดมากขนาดนี้ ” หยางหลิวบ่นตัดพ้อถึงความผิดพลาดในอดีตเพราะเขาคิดว่าเขามีความสามารถมากพอที่จะเป็นเชฟห้าดาว และคิดว่าถ้าคนเราทุ่มเทอะไรสักอย่างหนึ่งก็จะประสบความสำเร็จเอง แต่ตอนนี้เขาเข้าใจแล้วว่าแค่ความพยายามอย่างเดียวมันไม่พอความสำเร็จบางอย่างมันต้องมีพรสวรรค์ด้วย

    “ ฉันบอกแกแล้วไงว่าอย่าคิดมาก ทำธุรกิจค้าขายมันก็แบบนี้แหละเดี๋ยวก็ดีเอง งั้นฉันไปก่อนละกัน ดูแลตัวเองด้วย ” แม่ของหยางหลิวกล่าว และเธอกำลังเดินทางกลับบ้าน

    “ แม่งั้นเดี๋ยวผมขับรถไปส่ง ยังไงวันนี้ก็คงไม่มีคนมา ” หยางหลิวพูดขณะเดินไปหยิบกุญแจรถ

    “ ไม่ต้องหรอก แกอยู่เฝ้าร้านไปละกัน เผื่อมีลูกค้ามา เดี๋ยวฉันนั่งแท็กซี่กลับเองก็ได้ ”

    หลังจากแม่ของเขาออกไปหยางหลิวก็คิดเกี่ยวกับธุรกิจของเขา หยางหลิวนั้นลงทุนกับร้านนี้ไปเยอะเพราะเขามั่นใจในตัวเองระดับหนึ่งถึงเขาไม่ได้เป็นเชฟระดับห้าดาว แต่อย่างน้อย ๆ อาหารของเขาก็พอใช้ได้ อาจจะถือได้ว่าอร่อย เขาจึงกู้ยืมเงินเป็นจำนวนมากเพื่อสร้างร้านนี้

    จริง ๆ แล้วแผนเขาค่อนข้างดีเลยทีเดียว เปิดร้านอาหารใกล้ ๆ กับโรงเรียนประจำจังหวัดแถมถ้าเดินออกไปซัก 2-3ช่วงตึกก็จะเจอโรงพยาบาล ดังนั้นทำเลถือว่าค่อนข้างดี แต่สิ่งที่เขาคิดไม่ถึงก็คือว่ามีห้างสรรพสินค้าขนาดใหญ่มาเปิดใหม่เมื่อเดือนที่แล้วแถมห้างสรรพสินค้านั้นมีร้านค้าค่อนข้างครบครันมีทั้งร้านขายเสื้อผ้า ขายอาหาร บริการคาราโอเกะ รวมทั้งเกมเซ็นเตอร์

    เงินหลายแสนหยวนที่เขากู้มานั้นเหมือนกับตำน้ำพริกละลายลงแม่น้ำไม่สิควรจะเรียกว่าลงมหาสมุทรเสียมากกว่าเพราะตั้งแต่ห้างสรรพสินค้านั้นเปิดบริการแทบไม่มีลูกค้าผ่านทางมาเลย
    เมื่อถึงเวลาช่วงเย็น หยางหลิวกำลังจะเก็บร้านเผอิญมีชายชราคนหนึ่งกำลังเดินผ่านร้าน เขามีลักษณะเนื้อตัวมอมแมม เสื้อผ้ามีแต่รอยขาดวิ่น แต่หยางหลิวก็ไม่ได้รังเกียจอะไรเพราะหยางหลิวนั้นก็ไม่ใช่ลูกคนรวยฐานะทางบ้านก็ปานกลางแต่ก็ไม่ยากจน เขาค่อนข้างคุ้นเคยกับคนเหล่านี้ อีกทั้งพ่อและแม่ของเขาค่อนข้างเป็นคนดีมักสอนหยางหลิวเสมอว่าควรช่วยเหลือผู้อื่น ถ้ามันไม่ได้ทำให้ตัวเองลำบาก ช่วยได้ก็ควรช่วย ดังนั้นหยางหลิวจึงเอ่ยเรียกชายชราคนนั้น “ คุณลุงครับ มาแวะที่ร้านของผมก่อนไหมครับ ”

    ชายชรายิ้มพร้อมทั้งส่ายหน้าและกล่าวว่า “ คงไม่ได้หรอกพ่อหนุ่ม ฉันไม่มีเงินมากนักคงไม่มีปัญญาจ่ายค่าอาหารหรอก ”

    หยางหลิวจึงกล่าวต่อไปว่า “ ไม่เป็นไรครับ มื้อนี้ผมเลี้ยงคุณลุงเอง จริง ๆ แล้วผมคิดว่าจะปิดกิจการแล้วล่ะครับ ตั้งแต่ห้างสรรพสินค้าที่อยู่ใกล้ ๆ โรงเรียนเปิด ร้านของผมก็แทบไม่มีคนเดินผ่านมาทางนี้เลย ค้าขายก็แย่มาก ของที่ผมซื้อมาก็เหลือเยอะตั้งเยอะ ฉะนั้นให้ผมเลี้ยงลุงเถอะ ยังไงถ้าไม่มีคนกินของมันก็เสียอยู่แล้วด้วย ”

    ชายชราจึงเดินเข้าไปในร้านตามคำเชื้อเชิญของหยางหลิว

    ประมาณ 15นาที หยางหลิวจึงนำอาหารมาให้ซึ่งหยางหลิวนั้นไม่ได้ทำลวก ๆ แม้แต่น้อย เขาทำอย่างตั้งใจเพราะนี่คงเป็นครั้งสุดท้ายที่จะได้ทำอาหารอยู่ร้านนี้แล้ว

    จากนั้นหยางหลิวและชายชราจึงสนทนากัน เขาเริ่มถามชายชราถึงความเป็นอยู่ พูดคุยสัพเพเหระไปเรื่อย และหยางหลิวก็ระบายปัญหาในชีวิตของเขาให้ชายชราคนนี้ฟัง ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการค้าขาย การเลือกทำเลที่ผิดพลาดคุยกันอย่างถูกคอฟังเหมือนจะสนุกแต่ทว่าถ้าลองสังเกตดี ๆ ก็จะพบว่ามีความเศร้าอยู่ในแววตาของหยางหลิว จนกระทั่งหยางหลิวพูดถึงเรื่องการตัดสินใจที่ผิดพลาดในอดีตที่เขาเลือกที่จะเรียนเพียงด้านอาหารอย่างเดียว ถ้าเขาเลือกเรียนด้านอื่น ๆ อย่างน้อยถ้าเขาไม่ประสบความสำเร็จในด้านการค้าขายก็ยังจะสามารถทำงานอื่นได้

    ทันใดนั้น ชายชราก็เอ่ยขึ้นมาว่า

    “ ถ้าฉันให้โอกาสเธอย้อนกลับไป เธออยากจะกลับไปแก้ไขมันหรือเปล่า ? ”