อาณาเขตด้านนอกของเมืองที่เต็มไปด้วยซากพังทลาย เหล่านักสู้พันธุกรรมรุ่นเยาว์นับร้อยคนได้ออกล่าพวกมอนเตอร์กลายพันธุ์อย่างคึกคักและกระตือรือร้น ท่ามกลางสายตาของผู้ควบคุมที่เป็นักสู้พันธุกรรมระดับ 4 พวกเขาจึงสามารถสังหารพวกมันได้อย่างสบายใจ
แต่พวกเขาไม่รู้เลยว่าในอาณาเขตมนุษย์ตอนนี้กำลังเกิดความโกลาหลมากแค่ไหน
ถึงยังไงเมืองแห่งนี้ก็อยู่ห่างไกลจากจุดที่เกิดการะเิของอาวุธนิวเคลียร์ ระยะห่างหลายพันกิโลเมตร
ถ้าไม่ได้ขึ้นไปยังอาคารที่อยู่ชั้นบนสุด พวกเขาก็คงไม่อาจเห็นแสงสว่างที่เกิดจากการะเิได้
“หึหึ เป็ไปตามคาด เพียงแค่เวลาหนึ่งชั่วโมง ตอนนี้คะแนนของจงหยวนก็ขึ้นเป็อันดับ 1 แล้ว”
“เหอะๆ ไม่แปลก รากฐานตระกูลของเขามีอิทธิพลกับสมาพันธ์โลกอยู่ไม่น้อย ด้วยเส้นสายที่ตนเองมี ชายคนนี้จึงเพียบพร้อมไปด้วยทุกสิ่ง แม้แต่วิชาดาบแสงสบั้นตัดผ่านท้องฟ้าของเทพดาบผู้ยิ่งใหญ่เอง ตระกูลของเขาก็ยังสามารถเอามันมาให้กับจงหยวนศึกษาได้”
“หือ? เขาไม่ใช่ลูกศิษย์ของสำนักดาบโบราณเลยด้วยซ้ำ จะเป็ไปได้ยังไงที่วิชาพันธุกรรมอันดับต้นๆจะถูกคนนอกได้ศึกษา”
เหล่าอาจารย์ต่างพูดคุยกันด้วยอารมณ์ที่ล้นหลาม บ้างก็จ้องมองไปยังจงหยวนด้วยแววตาที่ดูชื่นชม แต่ก็มีบางคนที่กำลังกัดฟันแน่นด้วยความอิจฉา ถึงพวกเขาจะเป็อาจารย์ของสถาบันนักสู้ศักดิ์สิทธิ์ ทว่าพวกเขาก็ไม่ได้ร่ำรวยเทียบเท่ากับผู้มีอิทธิพลที่ยิ่งใหญ่ในโลก
“หึ? พ่อของเขา จงชิงเหอถือเป็นักสู้ระดับตำนานที่แข็งแกร่ง!”
“ยังไงต้องมีเส้นสายและความััที่ดีกับเทพดาบอยู่ไม่น้อย”
อาจารย์คนนึงได้ตอบกลับออกมาอย่างหงุดหงิด ซึ่งเขาผู้นี้ก็คือคนที่อิจฉาในตัวนักสู้พันธุกรรมที่มีเบื้องลึกเื้ัอันไม่ธรรมดา
ในยุคสมัยแห่งการต่อสู้ เพียงแค่พวกเขามีเื้ัที่แข็งแกร่งคอยสนับสนุน นักสู้พันธุกรรมพวกนี้ก็จะสามารถเพลิดเพลินไปกับทรัพยากรที่มากมายมหาศาลได้ แตกต่างไปจากพวกมันที่ต้องดิ้นรนกระเสือกกระสนด้วยพลังของตนเอง บางครั้งก็อดที่จะน้อยใจขึ้นอยู่ไม่น้อย
“ฮ่าฮ่าฮ่า คะแนนของฉันตอนนี้เป็อันดับ 1 แล้ว!!”
จงหยวนเชิดหน้าขึ้นด้วยความภาคภูมิใจ ขณะที่ดาบเหล็กในมือก็เปอระเปื้อนไปด้วยเืของมอนเตอร์กลายพันธุ์
ด้วยบุคลิกท่าทางและใบหน้าที่หล่อเหลาของเขา ทำให้ภาพที่เห็นในตอนนี้ไม่ต่างไปจากวีรบุรุษผู้แข็งแกร่ง
ั์ตาผู้หญิงหลายคนต่างส่องประกายอย่างหลงใหล จ้องมองเขาจนอยากจะกลืนกิน ไม่เว้นแม้แต่อลิชที่ยืนอยู่ไม่ไกลนัก
“ยัยอลิชเอ้ย! เธอมันโง่เองที่ไม่ตอบรับในการเป็ผู้หญิงของเขาั้แ่ครั้งแรก!”
“ใครไปคิดละว่าเขาจะเป็ถึงลูกชายของนักสู้พันธุกรรมระดับตำนานคนนั้น!”
“แต่ไม่เป็ไร.. ตอนนี้ฉันยังมีโอกาสอยู่ ท่านพี่จงหยวนเองก็มีใจให้กับฉันด้วย!”
หญิงสาวอกสะบึ้มที่มีชื่อว่าอลิชเต็มไปด้วยความคาดหวัง ร่างกายสั่นสะท้านประหนึ่งกำลังหลงใหลในตัวของชายหนุ่ม
ถ้าเกิดว่าเธอได้กลายมาเป็ผู้หญิงของจงหยวน มันก็หมายความว่าสถานะจะต้องแปรเปลี่ยนไปอย่างแน่นอน การมีเื้ัเป็ถึงตระกูลจง ทั้งทรัพยากรรวมถึงอะไรหลายๆสิ่งก็จะตามมาอย่างไม่รู้จบ เธอจะเปลี่ยนจากหงส์ธรรมดาและกลายไปเป็หงส์ฟ้าที่สง่างามในทันที
“ท่านพี่แข็งแกร่งจริงๆ แบบนี้อลิชยิ่งอยากเป็ผู้หญิงของพี่มากกว่าเดิมซะอีก”
อลิชรีบเข้าไปควงแขนของเขาและเริ่มทำการออดอ้อน ขณะที่บริเวณด้านหน้าเองก็เปิดเผยให้เห็นถึงเนินอกขนาดใหญ่ มันล้นออกมาจากชุดเกราะ จนทำให้จงหยวนต้องกลืนน้ำลายไปหลายอึก เพียงแค่เห็นขนาดและใบหน้าที่ยั่วยวนของนาง ชายหนุ่มก็แทบอดกลั้นอารมณ์ไม่ไหว
“หึหึ ไม่ต้องเป็ห่วงไปน้องอลิช หลังจากนี้อลิชจะกลายมาเป็ผู้หญิงของพี่ เมื่อกลับไป พี่จะมอบทรัพยากรชิ้นใหญ่ให้เป็ของขวัญ”
“น้องหญิงอยากได้อะไรละ? รูปแบบวิชาดาบแสงสบั้นตัดผ่านท้องฟ้า หรือเทคนิคการต่อสู้ดวงดาวของเ้าศิลปะแห่งการต่อสู้โบราณ ผู้นำสำนักั ท่านซวนหยวน หรือจะเป็ทรัพยากรที่ทำให้ตนเองยกระดับขึ้น ไม่ว่าจะอะไร ตระกูลของพี่ก็สามารถจัดหามาให้ได้ทั้งหมด”
จงหยวนเต็มไปด้วยความฮึกเหิมและลำพองใจ ตอนนี้เขามีเพียงความคิดที่จะเอาใจในตัวของหญิงสาวผมทองอย่างถึงที่สุด ซึ่งมันก็ทำให้หญิงสาวต้องั์ตาลุกวาว เธอตื่นเต้นประหนึ่งได้พบเจอสมบัติที่แท้จริง สิ่งนี้เองก็สร้างความอิจฉาให้กับนักเรียนคนอื่นๆเป็อย่างมาก
“อะไรก็ได้คะท่านพี่จงหยวน น้องกลายมาเป็ผู้หญิงของพี่แล้ว”
“แต่ยังไงก็ตาม น้องอลิชก็ต้องตอบแทนให้ท่านพี่อย่างแน่นอน”
ขณะที่พูด ใบหน้าของหญิงสาวก็ได้ยื่นเข้าไปใกล้ๆกับใบหน้าของจงหยวน ริมฝีปากอันแดงระเรื่อและน่าดึงดูดได้ถูกจูบไปยังปากของชายหนุ่ม จากนั้นทั้งสองก็จูบกันอย่างเร้าร้อนโดยที่ไม่ได้สนใจถึงสายตาที่มองมา จงหยวนเองก็อารมณ์เดือดพล่านอย่างถึงขีดสุด
ฝ่ามือถึงขั้นทิ้งดาบโลหะของตนและไม่ได้สนใจ รีบใช้มันััไปยังเรือนร่างอันเย้ายวนของเธออย่างหื่นกระหาย
“อึก? ไอ้พวกเด็กบ้า เก็บอารมณ์กันหน่อยว้อยยยย”
“ให้ตายเถอะ เด็กสมัยนี้ไม่มียางอายกันเลยหรือไง?”
“อลิชคนนี้เย้ายวนจริงๆ อายุ 20 ปีแต่มีร่างกายที่ร้อนแรงแบบนั้นได้”
พวกอาจารย์ที่ยืนคุ้มกันพอได้เห็นแบบนั้นก็ะโด่าขึ้นเสียงดัง ทว่าในขณะที่พวกเขาพูดคุยกันด้วยความโมโหอยู่นั้น อยู่ดีๆอาจารย์คนนึงก็ได้สังเกตเห็นถึงความผิดปกติ ั์ตาของเขาเบิกกว้างและเริ่มหันมองเข้าไปยังเศษซากอาคารทื่อยู่ในส่วนลึก
“นั่นมันอะไรน่ะ ไม่ใช่ซิ ทำไมฉันรู้สึกว่ากำลังเกิดแผ่นดินไหว?”
พอชายวัยกลางคนผู้นี้พูดขึ้น เสียงผืนดินที่สั่นไหวไปมาก็เริ่มรุนแรงมากยิ่งขึ้นเรื่อยๆ
อาจารย์และเหล่านักเรียนของสถาบันต่อสู้ต่างต้องหยุดชะงัก ทั้งหมดหันไปมองอย่างพร้อมเพรียงกัน
“นะ..นั่นมัน”
กระทั่งพวกเขาก็ได้เห็นถึงบางสิ่งที่น่าสะพรึงกลัวเป็อย่างมาก ท่ามกลางฝุ่นควันที่ฟุ้งกระจายไปทั่วบริเวณ ร่างของมอนเตอร์มากมายได้วิ่งกระโจนเข้ามากันอย่างรวดเร็ว มีแม้แต่มอนเตอร์ระดับที่ 3 หรือมอนเตอร์ระดับที่ 4 ทั้งหมดต่างกำลังตรงมายังทิศทางพวกนี้
เสียงคำรามของพวกมันคึกโครมไปทั่วทั้งอาณาเขต สร้างความหวาดกลัวให้กับผู้คนที่พบเห็นทั้งหมด
“หนี! รีบกลับขึ้นรถเร็วเข้า!”
ไม่รอให้เหล่าอาจารย์พูดขึ้น นักสู้พันธุกรรมรุ่นเยาว์ต่างหันหลังและวิ่งหนีเอาตัวรอดกันอย่างรวดเร็ว พวกเขากรีดร้องและพยายามใช้กำลังขาทั้งหมดของตนเอง วิ่งออกไปประหนึ่งเป็แสงวาบ แต่มีหรือที่พวกนักสู้พันธุกรรมระดับ 1 จะมีความเร็วที่เหนือไปกว่ามอนเตอร์ชั้นสูง
“ตู้มมมมมมมมมมมมม!”
ร่างเงาขนาดใหญ่ได้กระโจนลงมาจากท้องฟ้า ใช้หมัดอันใหญ่โตของตนขยี้ร่างของนักสู้รุ่นเยาว์คนนึงออกเป็ชิ้นๆ ทำให้ใบหน้าของแต่ละคนเริ่มซีดเผือดขึ้นอย่างหนัก ร่างกายของพวกเขาสั่นสะท้านอย่างควบคุมไม่อยู่ บางคนถึงขั้นฉี่ราดออกมาจากบริเวณหว่างขาเลยก็มี
“มะ..มอนเตอร์ระดับที่ 6 วานรกระหายเื?!!”
ความโกลาหลวุ่นวายได้บังเกิดขึ้นไปทั่วทุกสารทิศ เหล่านักสู้พันธุกรรมรุ่นเยาว์ต่างถูกสังหารเป็ผักปลา อาจารย์ที่เป็นักสู้พันธุกรรมระดับ 4 ไม่อาจต่อกรกับฝูงมอนเตอร์เหล่านี้ได้ จำนวนของพวกมันหลักร้อย ไม่ใช่ซิ มันมีมากกว่าหลักพัน สามารถกวาดล้างพวกเขาได้ทั้งหมด
“พี่จงหยวน อลิชยังไม่อยากตาย!”
“ช่วยน้องออกไปจากที่แห่งนี้ด้วย”
ตอนนั้นอลิชกับพักพวกก็ได้ตามติดชายหนุ่มหน้าหล่อไปด้วยความรวดเร็ว แต่เหมือนจงหยวนกำลังรอคอยอลิชผู้เป็ว่าที่ภรรยาของตน ถึงเขาจะหวาดกลัว แต่เขาก็ต้องช่วยหญิงสาวคนนี้ไปกับตนเองด้วย เขาจึงได้เคลื่อนตัวไปทางด้านหลังและเข้าหาหญิงสาวคนนี้
“โธ่เว้ย! รีบไปเร็วเข้าน้องหญิงอลิช”
“พวกมันกำลังมาถึงตัวกันแล้วนะ”
จงหยวนเต็มไปด้วยความร้อนรน เขาได้กำดาบในมือแน่นและวาดดาบของตนเองไปทางด้านหลัง ฝูงหมาป่าคมเขี้ยวโลหิตนับสิบตนได้ถูกฟันออกเป็เศษซาก ทว่าในขณะที่เขากำลังวิ่งออกไปและไม่ได้มองไปยังทิศทางด้านหน้า ในตอนนั้นก็ได้มีฝ่ามือคู่นึงที่ผลักร่างของเขาจนล้มกลิ้ง
“กะ..เกิดอะไรขึ้น มีใครผลักข้าออกมาเรอะ?!!”
ร่างของจงหยวนได้ถูกขัดขวางอย่างกระหันทัน ทำให้เขาต้องตกลงไปอยู่ท่ามกลางฝูงของมอนเตอร์ที่มีอย่างมากมายนับไม่ถ้วน
“พะ..พวกแกเพิ่งทำอะไรลงไป!!”
เสียงกรีดร้องของอลิชดังก้องขึ้น ทำให้จงหยวนรับรู้ได้ว่าใครกันที่ทรยศหักหลังตนเอง พวกมันคือชายหนุ่มอีกสามคนที่เป็ลูกน้องคนสนิทของเขา ในเวลานี้ใบหน้าของพวกมันเต็มไปด้วยความหวาดกลัว ปากเองก็กำลังพูดบ่นพึมพำไปมา เสียสติซะจนไม่อาจควบคุมอารมณ์ได้
“ไอ้พวกบัดซบ! ถ้ารอดไปได้ข้าจะล้างบางครอบครัวของพวกแกให้หมด!”
ชายหนุ่มทำได้เพียงกัดฟันแน่น ขณะที่จ้องมองกลุ่มลูกสมุนและหญิงสาวของเขาออกไป ตอนนี้มันไม่อาจหลบหนีออกไปได้แล้ว
..
อดเลยจงหยวน 55+