เดินลงมาจากดาดฟ้าตึก เก้าเป็นฝ่ายนำทาง ตามด้วยกล่าว “นับเป็นเกียรติของผมเป็นอย่างมากที่คุณเจมส์เดินทางมาพักในโรงแรมวลาดีแคนย่อนของผมและครอบครัว นี่คือโรงแรม 5 ดาว ผมได้รับมอบจากคุณพ่อที่เพิ่งเสียไป มันถูกสร้างเมื่อสิบปีก่อน แม้จะดูเก่าไปบ้างแต่ก็มีบางส่วนที่ปรับปรุงเพิ่มเติม เพื่อความทันสมัย หวังว่าคุณเจมส์จะสนุกสนานกับที่พักนะครับ”
”ที่นี่โอเคเลยครับ เรียบหรูแต่ก็ดูแพง นอกจากนั้นห้องที่คุณจัดให้ผมและครอบครัวยังเป็นห้องสูท จากมุมนี้สามารถมองเห็นวิวทะเลได้อย่างสบาย” เจมส์เดินตามเจ้าของโรงแรมไปเรื่อยๆ ไม่ได้ตื่นเต้นดังเช่นพ่อแม่หรือน้องชายตัวเล็ก
“ฮ่าฮ่า ผมไม่กล้ารับคำชมจากคุณเจมส์หรอกครับ โรงแรมผมเก่าแล้ว หรือต่อให้มันเพิ่งถูกสร้างขึ้นมาเมื่อปีนี้ก็ไม่สามารถนำไปเทียบกับความหรูหราของคุณได้” เก้าพูดออกมาจากใจจริง
ต่อหน้าเจมส์แม้เขาจะเป็นหนึ่งในผู้มีอิทธิพลในภาคใต้ ทว่าก็เป็นได้แค่มดตะนอยเมื่อเทียบกับช้างศึก ทั้งสองต่างกันเกินไป เฉกเช่นดวงดาราและพื้นโคลนในก้นเหว
เก้าพาเจมส์ไปดูห้อง มันไม่ได้ต่างจากที่ดูไว้ก่อนหน้านี้ในคอมพิวเตอร์ ค่อนข้างตรงปก วิวสวย และมีความเป็นส่วนตัว
“คุณเจมส์เพิ่งมาเที่ยวภาคใต้ครั้งแรกใช่ไหมครับ” เก้าถามระคนกันเอง
“ใช่ครับ ครั้งแรก” ชายหนุ่มตอบเถรตรง
“งั้นดีเลยครับ ผมจะได้ให้ลูกสาวและลูกชายเป็นไกด์พาเที่ยว ไม่ว่าคุณเจมส์จะไปที่ไหน ขอแค่พูดมาคำเดียว เด็กๆ ก็จะพาไปถึงที่หมาย” เก้าถูไม้ถูมือไปมา คำพูดของเขาชัดเจนว่าอยากให้ลูกๆ ได้รับความเอ็นดูจากเจมส์
เจมส์หันไปมองทั้งคู่ พวกเขา 3 คนอายุไล่เลี่ยกัน แต่กระนั้นเจมส์ถือว่าอายุน้อยสุด
คนผู้ชายสวมเสื้อสีขาว กางเกงสแลครองเท้าหนังหุ้มส้น ผมถูกตัดสั้น คิ้วโค้งโก่งดังสายเปียโนที่ถูกตรึงจนแน่น ใบหน้ายาวเหมือนลาริมฝีปากค่อนข้างหนา ชื่อว่าเปีย
คนผู้หญิงในชุดเดรสสีน้ำเงินเข้ม มีผมสวยยาวถึงไหล่ ผิวขาว วงหน้ารูปแตง ดวงตากระจ่างใส ลักยิ้มหวานสองข้าง ชื่อว่าเอมอร
เมื่อถูกสายตาจับจ้อง หญิงสาวพลันขวยเขิน
“คุณเจมส์ ที่นี่ก็เหมือนกับสนามหลังบ้านของเอม เพราะงั้นไม่ต้องเกรงใจนะคะ” เธอบอกด้วยดวงตากระจ่างใส
เก้าพยักหน้าชื่นชม ดูเหมือนว่าลูกสาวจะเติบโตขึ้นมากแล้ว ตั้งแต่เด็กเป็นคนที่เอาแต่ใจ เขาค่อนข้างเป็นห่วงในอนาคตของเธอ ยามที่เขาแก่เฒ่าก็กลัวว่าจะไม่มีคนดูแล
แต่ถ้าหากเป็นคุณเจมส์ละก็ ไม่มีเรื่องใดที่ต้องเป็นห่วง เขาสามารถวางมือได้อย่างสบายใจ
“งั้นก็ฝากตัวด้วยนะ”
“ได้ค่ะ” เอมอรยิ้มตอบ ลักยิ้มสองข้างบานสะพรั่ง คล้ายกับกล้วยไม้สีขาวป่าที่หาได้ยาก
“เอาล่ะเปีย เอมอร พวกเราออกไปกันก่อนเถอะ ให้คุณเจมส์ได้พักผ่อน” เก้าดึงลูกชายลูกสาวออกไป ดังนั้นที่เหลืออยู่ในห้องจึงมีแค่ครอบครัวของเจมส์
นี่คือห้องนอนขนาดใหญ่ เตียงแบ่งออกเป็นสอง เจมส์ไม่คิดนอนที่นี่เพราะยังไงก็ถือว่ามาเที่ยว จะมาอัดอยู่ห้องเดียวทำไม ดังนั้นจึงเลือกนอนอีกห้องข้างๆ ที่ถูกเตรียมไว้กับน้องชาย ส่วนห้องนี้เป็นของพ่อเต๋ากับแม่
“เจมส์ลูก ไม่คิดเลยว่าคุณเก้าจะใจดีกับเราขนาดนี้” ดวงแก้วแม้จะร่ำรวยเงินทองและมีธุรกิจร้านแฮมเบอร์เกอร์ แต่ยังมองว่าตัวเองเป็นคนจน เลยค่อนข้างทำตัวไม่ถูกเมื่อถูกชนชั้นสูงปฏิบัติราวกับแขกคนสำคัญ
“มันเป็นเรื่องธรรมดาครับ ด้วยฐานะของผมตอนนี้ คงมีแค่คนโง่เท่านั้นที่ไม่ใช้โอกาสในการเข้าหา” ชายหนุ่มหัวเราะว่า ไม่มีท่าทางถ่อมตนแม้แต่น้อย
“เดี๋ยวเถอะ ขืนคุณเก้ามาได้ยินแบบนี้เข้า มีหวังได้โกรธกันพอดี” ดวงแก้วเอ็ดไปทีหนึ่ง ก่อนจะนำเสื้อผ้าออกมาจากกระเป๋า
ส่วนตอนนี้พ่อเต๋ากำลังชมวิวที่ระเบียง ดูเหมือนว่าเขาอยากจะลงไปเล่นน้ำทะเลสีเขียวมรกตเต็มแก่แล้ว
พักราว 30 นาที เจมส์เดินลงไปข้างล่าง โดยก่อนหน้านั้นได้โทรหาเอมอร ไกด์พาเที่ยวซึ่งเป็นลูกสาวและลูกชายเจ้าของโรงแรมดัง
รถตู้ Mercedes-Benz Vito 2014 พาทั้งครอบครัวขับออกไปจากโรงแรม
คนขับรถย่อมเป็นเปีย ความจริงชายหนุ่มเป็นลูกคุณหนูไม่ชอบขับรถเองหรอก แต่เพราะเขารู้ว่าเจมส์ร่ำรวยยิ่งกว่าพ่อของเขา อีกทั้งยังถูกสั่งมาโดยตรง การขับรถวันนี้จึงไม่สามารถดูถูกได้ นี่มันไม่ต่างจากการได้รับเกียรติจากคนร่ำรวยตัวจริง
“คุณเจมส์เดินทางมาเหนื่อยๆ จะไปเที่ยวที่ไหนก่อนดีคะ หรือว่าจะทานอาหาร” เอมอรถาม “อาหารขึ้นชื่อของภาคใต้ก็มี คั่วกลิ้ง แกงคั่วหอยขมใบชะพู แกงไตปลา หมูผัดกะปิ...ฯลฯ แน่นอนว่าอาหารพวกนี้คงไม่สามารถเทียบได้กับที่อยู่บนเรือของคุณ”
เอมอรไม่ได้กล่าวเยินยอเพื่อเอาใจเขาให้มารักมาชอบ ก็แค่พูดไปตามความจริง
อาหารที่ 'ธันเดอร์โบ๊ท' ถูกรังสรรค์ขึ้นมาอย่างปราณีต ไม่ว่าจะเนื้อ ความสด น้ำจิ้ม การตกแต่ง สิ่งเหล่านี้หาได้เพียงในโรงแรมที่ได้รับการยอมรับว่าเป็นหนึ่งในโรงแรมที่มีห้องอาหารระดับสุดยอด สำหรับโรงแรมที่บ้านของตนนั้นเอมอรรู้ดีว่ายังห่างไกลจากข้อกำหนด
“คุณก็พูดไป อาหารทุกชนิดก็มีเอกลักษณ์ที่ต่างกันออกไป จะมาเทียบว่าอันนั้นอันนี้ดีกว่าไม่ได้หรอกครับ”
เอมอรที่นั่งอยู่หน้ารถกับน้องชายตะลึง ไม่คิดว่าเขาจะเรียบง่ายถึงขนาดนี้ ไม่มีความเย่อหยิ่ง เป็นกันเองใจดีหน้าตาหล่อเหลา บรรยากาศที่อบอุ่นอยู่ด้วยสบายใจ ช่างต่างจากตอนที่เจอบนเรือเป็นอย่างยิ่ง
แต่ว่าไปก็ไม่ใช่เรื่องแปลก บนเรือมีนักธุรกิจหลายคนเข้าไปทำความรู้จัก คนเราต้องรู้จักการวางตัว และคุณเจมส์ก็ทำได้เยี่ยม
“พาผมไปที่ร้านอาหารชมจันทร์ก็แล้วกัน” เจมส์บอกในขณะมองออกไปนอกหน้าต่าง
“ร้านอาหารชมจัทร์...ที่นั่นคือร้านอาหารระดับมิชลินสตาร์ ถ้าหากไม่จองไว้เข้าไม่ได้...” เอมอรพึมพำกับตัวเอง หันไปมองพี่ชายด้วยสายตาเขาเองก็รู้สึกแบบเดียวกัน
สองพี่น้องกระซิบเสียงเบา
“ขับไปที่นั่นก่อนนะพี่ ถึงแม้เราจะไม่ได้จองโต๊ะไว้แต่เจ้าของร้านยังไงก็ต้องเห็นแก่หน้าเรา พี่ต้องเข้าใจว่าคุณเจมส์สำคัญมาก ห้ามมีข้อผิดพลาดเกิดขึ้นเด็ดขาด และนอกจากนั้นถ้าหากทำให้เขาไม่พอใจ...พ่อเอาเราตายแน่!”
เปียถึงกับกลืนน้ำลายลงคอ คุณพ่อค่อนข้างโหดเวลาที่จำเป็น มักจะโหดถึงระดับที่ทำให้เขากลัวแทบฉี่เล็ด โดยเฉพาะยามนี้คุณเจมส์คือแขกคนสำคัญ ย่อมไม่สามารถทำให้เขาไม่พอใจ ไม่งั้นผลลัพธ์ยากที่จะคาดเดา
ไม่นานเปียขับรถมาถึงจุดหมาย ร้านอาหารชมจันทร์
ลงมาจากรถจะเห็นป้ายชื่อร้านขนาดใหญ่ มีดวงจันทร์สีทองพาดเกี่ยวตัวอักษร ยามกลางคืนจะเปิดเป็นแสงสีอร่าม แค่เห็นเป็นต้องเลี้ยวรถเข้ามาจอด แล้วตบเท้าเข้าไปข้างใน
เมื่อทุกคนเดินลงมาจากรถเปียก็เดินนำหน้าเข้าไป คิดว่าต้องเรียกเจ้าของร้านคุยเป็นการส่วนตัว ห้ามทำให้คุณเจมส์ขายหน้าเด็ดขาด
แต่ผิดคาด เปียเห็นเจ้าของร้านยืนอยู่หลังบานประตู เขามายืนทำอะไรที่นี่ ปกติอยู่ในครัวนี่นา..? แต่ช่างเถอะแบบนี้ก็ดีเหมือนกัน จะได้ไม่เสียเวลาเข้าไปตาม
“พี่เขต โชคดีจังที่พี่อยู่ตรงนี้ ผมมีเรื่องอยากจะขอร้องสักหน่อย” เปียเดินเข้าไปทักทายตามประสาคนรู้จัก
ความจริงทั้งคู่ไม่ใช่เพื่อนกันหรอก แค่อาศัยฐานะลูกชายเจ้าของโรงแรมดังเท่านั้นเอง
เขต ชายหนุ่มหน้าตาหล่อเหลา สวมชุดเชฟสีดำ ใบหน้าคมคาย นัยน์ตาทั้งสองเหมือนเหยี่ยว
เขามองลูกชายของเก้าครู่หนึ่ง ก่อนจะเดินผ่านไปแล้วบอกว่า “เอาไว้ก่อน ตอนนี้ผมมีเรื่องสำคัญที่ต้องจัดการ”
“เรื่องสำคัญ...” เปียถึงกับปั้นหน้ายาก นี่เขาถูกปฏิเสธซึ่งหน้าโดยเชฟมิชลินสตาร์ ทั้งที่มีฐานะเป็นผู้สืบทอดธุรกิจโรงแรมพันล้าน แต่กลับโดนเมิน...
เปียรู้สึกโกรธ ถ้าหากวันนี้กินอาหารร้านชมจันทร์ไม่ได้ล่ะก็ คุณเจมส์จะต้องไม่พอใจเป็นอย่างยิ่งนั่นรวมถึงคุณพ่อด้วย เขาอาจจะถูกมองว่าแค่เรื่องเล็กๆ ก็ยังทำไม่ได้ แล้วแบบนี้จะรับช่วงต่อโรงแรมได้ยังไง
เปียขบฟันกรอด ไม่ว่ายังไงก็ต้องทำให้เขตยอมตอบตกลง มอบโต๊ะอาหารมาหนึ่งโต๊ะ!
หมุนตัวไปกำลังจะแผดเสียงคำราม ต้องประหลาดใจเมื่อพบว่าเขตยื่นมือทักทายคุณเจมส์
ภายในหัวของเขาเกิดคลื่นลมปั่นป่วน นี่มันเกิดอะไรขึ้นกันแน่?
ทั้งสองรู้จักกันเหรอ
“สวัสดีครับคุณเจมส์ ผมได้รับข่าวจากปลายฝนแล้วว่าคุณจะเดินทางมาที่นี่กับครอบครัว ร้านอาหารของผมยินดีต้อนรับ ผมได้เตรียมโต๊ะพิเศษให้คุณแล้ว เชิญทางนี้ครับ”
“รบกวนด้วยครับ”
“เรื่องเล็กน้อยครับ สมัยเรียนปลายฝนช่วยเหลือผมไว้มาก ดังนั้นเมื่อคุณเดินทางมา ผมจะนิ่งเฉยได้ยังไง”
สำหรับท่าทางกระตือรือร้นของเขตเหตุก็เพราะว่าเจมส์เล่าให้ปลายฝนฟังว่าจะเดินทางไปภาคใต้กับครอบครัว เธอจึงได้แนะนำร้านอาหารชมจันทร์ เป็นร้านของเพื่อนเก่าสมัยที่เรียนด้วยกัน ด้วยเหตุนั้นโต๊ะที่จองยากนักยากหนาจึงถูกจัดการก่อนหน้านี้
เปียเดินเข้าไปในสภาพหลังชุ่มเหงื่อ ดูเหมือนว่าเขาจะกังวลเกินเหตุ ต่อหน้าคุณเจมส์แม้แต่เชฟมิชลินยังต้องไว้หน้า นี่สินะอำนาจของคนรวยตัวจริง