อย่าลืมอ่านตอนที่ 12 นะ----------ตอนนี้หญิงสาวกำลังนั่งกอดตัวเองอยู่ นางหวาดกลัวสภาพแวดล้อมที่มืดมิด กลิ่นเหม็นอับ น่าขยะแขยง แมลงไต่ตามกำแพงยั้วเยี้ย นางกรี๊ดร้องเสียงหลงแทบสิ้นสติ ร้องไห้อย่างสิ้นหวัง
ทันใดนั้นก็มีเสียงฝีเท้าดังขึ้น นางรีบวิ่งไปที่กรงมองหาเสียงนั้น ก่อนที่จะร้องขอความช่วยเหลือนางเห็นเงาดำเดินใกล้มา ก่อนจะปรากฎใบหน้าของชายหนุ่มหน้าตาหล่อเหลาเดินเข้ามา
นางร้องไห้อย่างน่าสงสารดั่งดอกบัวขาวที่ถูกกลั่นแกล้ง
ชายหนุ่มเดินมาหยุดหน้ากรงขังของนาง ก่อนที่จะเปิดกรงขังนั้นออก เฟยเหยียนนางดีใจโผล่เข้าไปกอดชายหนุ่มทรุดตัวลง ก่อนมองเขาอย่างยั่วยวน
"ขอบคุณเจ้าค่ะนายท่าน ไม่ทราบว่าท่านเป็นผู้ใดเจ้าคะ"นางสะอื้นก่อนเอยวาจาเสียงหวาน มือไม้นั่งลูบไล้ตามสาบเสื้อของชายหนุ่ม
ชายหนุ่มยังคงนิ่ง ไม่พูดจา ก่อนจะเดินออกไป นางเห็นเช่นนั้นก็รีบวิ่งตามไป
"นายท่านเจ้าคะ นายท่านรอข้าด้วย ว๊าย"นางหวาดกลัวที่อยู่ในสถานที่นี้ นางรีบวิ่งตามก่อนที่จะแสร้งล้มลงบนอ้อมแขนนั้น
"ขอบคุณนายท่านเจ้าค่ะ"เสียงหวานแผ่วออกมา นางเงยหน้าขึ้นชำเลืองมองสบตาชายหนุ่มรีบหันออกไป ก่อนที่จะเอาหน้าอกของตนบดเบียนลำแขนนั้น ชายหนุ่มยังคงนิ่งเฉย สลัดนางออกก่อนจะรีบเดินออกไป
นางเห็นท่าทางนั้นก็ยกยิ้มก่อนจะจัดเสื้อผ้าดึงเสื้อลงมา เผยลำคอเรียวสอยนั้นจัดผมของตน รีบวิ่งตามไป
นางเห็นรอบข้างทหารยามกำลังหลับใหล นางก็เตะไปหนึ่งทีด้วยความรังเกียจ รีบวิ่งตามชายหนุ่มที่หล่อเหลาคนนั้น
ออกมาจากคุกได้ เขาก็เดินออกไปเรื่อยๆ เสมือนไม่มีใครอยู่ นางเห็นทหารลาดตระเวนพากันหลับใหลเดินมาสักพักนางก็รู้สึกเมื่อยขา แต่เขาคนนั้นก็มาหยุดอยู่ที่เรือนเรือนหนึ่งที่ดูวังเวิงน่ากลัว นางหยุดนิ่งหวาดกลัวก่อนเห็นเขาเดินเข้าไป นางก็ทำใจแข็งเดินตาม
ในเรือนที่ร้างทรุดโทรมนั้น มันทั้งมืดก่อนจะร่างของชายหนุ่มจะหายไป นางตกใจ
"นายท่านเจ้าคะ นายท่านเจ้าคะ"นางกรี๊ดร้องออกมาเสียงหลง ก่อนที่จะได้ยินเสียงน้ำ นางเดินตามเสียงไป ก่อนจะไปเห็นห้องห้องหนึ่ง แสงเทียนริบหรี่ส่องสะท้านเงาของชายหนุ่มที่อยู่เบื้องหลังของฉากกั้น
นางรู้สึกอกสั่นใจเต้นแรง สูดหายใจเข้าออกอย่างแรง กัดริมฝีปากล่าง เลือดลมในกายพลุ่งพล่านไปทั่ว นางอดหน้าแดงไม่ได้
"นายท่านเจ้าคะ ให้ข้าน้อยได้ช่วยท่านเถอะ"นางเอยเสียงหวาน ค่อยๆเยื้องเท้าเข้าไปใกล้อย่างเชื่องช้า มือค่อยๆปลดชิ้นส่วนผ้าออก นางเปิดฉากกั้นก่อนที่จะเห็นหลังอันแข็งแกร่งสมชายชาตรี นางนิ่งค้าง
ค่อยๆเอามือลูบไล้หลังก่อนที่จะเอาหน้าอกของนางบดเบียนหลังนั้น เปาหูข้างนั้นอย่างแผ่วเบา นางคงบริสุทธิ์อยู่ยังคงไม่เคยผ่านมือใคร แม้แต่อี้หลง
นางอยากหาคนมาระบายอารมณ์ของนาง พวกบ่าวไพร่ก็มีแต่พวกหยาบกร้าน เจ้าโง่นั้นทั้งๆที่มีใบหน้าที่ถูกใจนางแต่กลับทำตัวน่ารังเกียจสายตานาง
ตอนนี้กำลังมีชายหนุ่มหล่อเหลากำลังแก้ผ้าเผยสัดส่วนอันแข็งแกร่งของชายชาตรี นางก็อดสั่นไม่ได้
แสงเทียนดับลง ตอนแรกนั้นนางตกใจแต่มือแกร่งนั้นเอื้อมมาโอบเอวนางขึ้นมากอดในน้ำ ก่อนที่จะจุมพิศนั้นนางก็สั่นจูบรับนั้น นางที่ปลดชิ้นส่วนผ้าออกแล้ว ไม่มีสิ่งใดปกปิดก็รับสิ่งที่จะเข้ามาสั่นสะท้านไปทั่วตัวเจ็บปวด นางได้กลิ่นหอมบางอย่าง ที่หอมหวานก่อนที่สติจะล่องลอยเหมือนอยู่ในก้อนเมฆสมองของนางเบาโล่งไปหมด
เสียงในห้องครวญครางดังไปทั่ว ฟ่านเว่ยที่กำลังจ้องมองอยู่บนต้นไม้ ดวงฉายแววเย็นชาออกมา จ้องมองสองร่างที่ประสานกันไปมาเหมือนกำลังมองสัตว์ผสมกัน
"นี้ ซุนหงเจ้ารู้สึกเช่นไรบ้างที่นางอยากได้ตัวเจ้าจนตัวสั่น"ฟ่านเว่ยหยอกล้อเสียงล้อเล่น หัวเราะออกมาเบาๆ
"..."ซุนหงยังหน้านิ่ง แต่คิ้วขมวดขึ้น
"ถ้าเจ้าหลวมตัวไปมีอะไรกับนางเข้า ข้าว่ามันก็น่าสนุกนะ นางอยากได้เจ้าควรสนองให้นาง"ฟ่านเว่ยยกยิ้ม
"...ข้ารังเกียจ"ซุนหงขมวดคิ้วแน่นขึ้น ดวงตาแข็งกร้าว ฟ่านเว่ยหัวเราะออกมาเบาๆ มอง2ร่างที่ตอนนี้เปลี่ยนสถานที่ ทั้งสองเร้าร้อนเสียงครวญครางดังกระหึ่ม ฟ่านเว่ยหยิบขนมมารับชม ซุนหงยังคงหน้านิ่งเขาพยายามเช็คผ้าของตนร่องรอยของเฟยเหยียนที่ติดมา
สองร่างก็ยังคงติดพันกันอีกนาน ฟ่านเว่ยเหลือบตามองซุนหง พวกเขาเริ่มทำตามแผนอีกขึ้น
ก่อนฟ้าสร่างในที่สุดทั้งสองร่างก็หยุดลงนางรู้สึกแสบปวดตามร่างกาย มีความสุขสำราญสุดขีดก่อนที่สติจะดับไป
"เร็ว เร็ว เร็วเข้านางปีศาจหลุดออกมาแล้ว"เสียงหนึ่งดังขึ้น
"กรี๊ดด เหตุใดนางปีศาจหลุดออกมาได้"หญิงวัยกลางคนกรี๊ดร้อง
"นางปีศาจ นางปีศาจหลุดออกจากคุก"เสียงของคนในตลาดวุ่นไปหมดนางปีศาจหลุดออกมา พวกเขาต้องหวาดผวา
"ข้าได้ยินว่าพวกยามได้รับบาดเจ็บกันหมด พวกเขาโดนนางปีศาจทำร้าย นางคงหนีออกมา"พวกเขาต่างจับกลุ่มคุยกัน อุตส่าจับนางปีศาจได้แล้วแท้ๆเหตุใดจึงหลุดไปได้อีกเล่า
"แล้วพวกทหารตายกันไหม"คนผู้หนึ่งถาม
"ไม่ ไม่ พวกเขาแค่สลบไปบาดเจ็บแค่แผลถลอก"
"นี้ๆ พวกเจ้ารู้รึเปล่า"หญิงชาวบ้านผู้หนึ่งวิ่งมา
"เรื่องใดหรือ"ฝูงชนถามขึ้น
"ก็เรื่องนักพรตปลอมนั้นไง ข้าได้ยินว่านางปีศาจบุกไปหานักพรตปลอมก่อนจะทำร้ายเขา โชคดีที่มียามบางคนช่วยไว้ได้ ยามคนอื่นโดนนางทำร้ายจนสลบไปหมด"นางกล่าวอย่างเสียงดัง ผู้คนที่ได้ฟังมองหน้าต่างสาปแช่ง
"อาโยว พวกเจ้ารู้หรือยัง"ชายผู้หนึ่งวิ่งเข้ามาชี้มือชี้ไม้
"เรื่องอะไรอีก ถ้านักพรตละก็พวกข้ารู้แล้ว"ฝูงชนต่างตอบไป
"ไม่ ไม่ใช่ พวกเจ้าดูนั้นดูนั้นสิ"เขาชี้ไปที่กลุ่มทหาร ชาวบ้านเห็นต่างอุทาน
"ตอนนี้ทหารกำลังพากันไปจับนางปีศาจ"เขากล่าวขึ้นอย่างเชิดหน้า เขารู้เรื่องนี้ก่อน
ชาวบ้านต่างพากันมองหน้ากันก่อนมองตามเหล่าทหารที่เคร่งเครียด เดินไปเส้นทางหนึ่ง ชาวบ้านเห็นเช่นนั้นว่าจะมีเรื่องสนุกขึ้นก็พร้อมใจเดินไปดู
หญิงสาวชาวบ้านและชายหนุ่มที่ชี้มือชี้ไม้เห็นเช่นนั้นก็ยกยิ้มออกมาก่อนแฝงตัวเดินไปอีกทาง
เขาเดินกลับไปที่จวนกระโจนตัวเองเข้าไปในเรือนก่อนที่จะเปลี่ยนเป็นชุดอย่างเร่งด่วน ทันทีที่เขาเอนตัวลงเตียง หลงเปาก็เดินเข้ามาสีหน้าตื่นตระหนกรีบร้อน
ฟ่านเว่ยทำเป็นลืมตางัวเงียตื่นขึ้นมองหลงเปา
"ฮูหยินท่านตื่นแล้ว ตอนนี้ที่เมืองเกิดเรื่องแล้วขอรับ"หลงเปาตัวสั่นไปหมดรีบร้อนพูดขึ้น
"หลงเปาน้อย เจ้าใจเย็นเสียก่อน"ฟ่านเว่ยลุกขึ้นนั่งปลอบหลงเปา
หลงเปาหวาดกลัวข่าวในตอนนี้มาก อนุเฟยเหยียนนางเป็นปีศาจจริงๆ เขากลัวว่านางจะมาสังหารกระชากหัวใจกินเลือดกินเนื้อนายตน
ฟ่านเว่ยเห็นท่าทางนั้นเขาก็หัวเราะออกมาเสียงดัง ใบหน้าของหลงเปามันแสดงอย่างชัดเจน ตอนนี้หลงเปามึนงง
"เจ้าไม่ต้องกลัวหลงเปาน้อย นางทำไรข้าไม่ได้หรอก เจ้าคิดมากไป"ฟ่านเหล่ตามองหลงเปาที่ทำหน้างงงวย พยายามจะพูดไรบางอย่าง ฟ่านเว่ยก็ยิ้มออกมา ขัดจังหวะเสียก่อน
"ไป เปลี่ยนเสื้อผ้าข้าจะออกนอกจวนไปดูเสียหน่อย"ฟ่านเว่ยลุกขึ้นล้างหน้าอาบน้ำเปลี่ยนผ้าสีม่วงเข้มดูสวยงามหรูหรา หลงเปามองเขาก็เกิดความสงสัยขึ้น ผ้าที่งดงามหรูหราแบบนั้นเขาไม่เคยมาก่อนเลย ถ้ามีอยู่เสื้อผ้าที่โดดเด่นอย่างนั้นเขาไม่ลืมแน่ แต่เขาก็จำไม่ได้ว่ามีเสื้อผ้าผืนนี้ รึว่าเรือนนี้จะมีผีสิง! หลงเปารู้สึกกลัวเหงื่อเย็นไหล ตัวสั่นก่อนที่จะเอาแขนกอดกัน
แต่เมื่อเห็นนายตนเปลี่ยนใส่ผ้าเสร็จเขาก็ลืมเรื่องเมื่อกี้ไป 'นายของเขานี้มันช่างมีเสน่ห์จริงๆ'พร้อมกับน้ำลายที่ไหลลงปาก ก่อนบิดขัดเขินน่าแดง----------ดีใจมากจ้าาา ได้เงินบริจาค 1 บาทในเว็บฟิค..แล้วขอบพระคุณคนใจดีมากๆนะคะ ^ω^ มอบหัวใจให้ ♥